บทที่ 4 ฟ้าปลื้ม.docx

โฟลเดอร์word
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์105 KB
วันที่แก้ไข28 เมษายน 2562

เนื้อหาในไฟล์

บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ ( 1 ) ศึกษาพฤติกรรมการป้องกันโรคและบาดเจ็บจากการทำงานของพนักงานสถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ และผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะ ( 2 ) เปรียบเทียบพฤติกรรมการป้องกันโรคและบาดเจ็บจากการทำงานของพนักงานสถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ กับผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะ ( 3 ) ศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันโรคและบาดเจ็บจากการทำงานระหว่างพนักงานสถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ และผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะ มีโอกาสในการเสี่ยงต่อการสัมผัสกับมูลฝอยอันตราย นำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล โดยแบ่งเป็น 3 ส่วน ดังนี้ 1 . สัญลักษณ์และอักษรย่อที่ใช้สื่อความหมายในการวิจัย ลำดับการแสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูล ผลการวิเคราะห์ข้อมูล สัญลักษณ์และอักษรย่อที่ใช้สื่อความหมายในการวิจัย n แทน ประชากร x แทน ค่าเฉลี่ย S . D . แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน r แทน สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน ( Pearson ’ s Correlation Coefficient ) p แทน ค่าความน่าจะเป็นของสถิติที่คำนวณได้ เพื่อใช้ทดสอบความมีนัยสำคัญ ลำดับการแสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูล ลำดับการแสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูลมีทั้งหมด 10 ตอน ดังนี้ ตอนที่ 1 องค์ประกอบขยะมูลฝอยจากแหล่งกำเนิดของพนักงานสถาบันขยะวิทยา ด้วยหัวใจ และผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะ ตอนที่ 2 ข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานสถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ และผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะ ตอนที่ 3 ปัจจัยด้านความรู้ ตอนที่ 4 ปัจจัยการรับรู้ข่าวสาร ตอนที่ 5 ปัจจัยเจตคติและความพึงพอใจในการทำงาน ตอนที่ 6 ปัจจัยความเชื่อด้านสุขภาพ ตอนที่ 7 ปัจจัยแรงสนับสนุนทางสังคม ตอนที่ 8 พฤติกรรมการป้องกันโรคและบาดเจ็บจากการทำงานของพนักงานสถาบัน ขยะวิทยาด้วยหัวใจและผู้ประก

อ่านต่อ

อบอาชีพเก็บขยะ ตอนที่ 9 การเปรียบเทียบพฤติกรรมการป้องกันโรคและบาดเจ็บจากการทำงานของ พนักงานสถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ กับผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะ ตอนที่ 10 ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันโรคและบาดเจ็บจากการทำงานของพนักงานสถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ กับผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะ ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ตอนที่ 1 องค์ประกอบขยะมูลฝอยจากแหล่งกำเนิดของพนักงานสถาบันขยะวิทยา ด้วยหัวใจ และผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะ การสำรวจองค์ประกอบขยะมูลฝอยจากแหล่งกำเนิดของสถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจกับ ผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะ โดยการชั่งน้ำหนักขยะแ บบ 3 ซ้ำ ในสถานที่ตัวแทน 3 แห่ง ของสถาบัน ขยะวิทยาด้วยหัวใจ ซึ่งตั้งอยู่ที่สถาบันบุญนิยม บวรสันติอโศก แขวงคลองกุ่ม เขตบึ งกุ ่ ม กรุงเทพมหานคร คือ ( 1) สถานีคัดแยกขยะ ( 2) ที่ล้างภาชะข้างศาลาฟังธรรม และ ( 3) จุดรับขยะเปียกท้ายซอย ส่วนองค์ประกอบขยะมูลฝอยจากแหล่งกำเนิดของผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะ ในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ เลือก 3 แห่ง คือ ( 1) หน่วยงานราชการ ( 2) ตลาด และ ( 3) ชุมชน ผลการศึกษา เรียงตามลำดับดังนี้ สถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร สถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ หน้าที่หลักของพนักงาน คือ รับบริจาคของเก่าที่เหลือใช้ และของใหม่ที่เกินจำเป็นจากผู้ที่มีจิตศรัทธาและเป็นกุศล แล้วนำมาคัดแยกไปแบ่งปันให้กับแจกจ่าย และบริหารต่อไปให้เกิดประโยชน์สูง ประหยัดสุด รายได้ส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นจากการบริหารจัดการ ของบริจาคนั้นนำไปสนับสนุน “บุญนิยมทีวี” ซึ่งเป็นทีวีที่มุ่งนำเสนอสาระที่สำคัญต่อชีวิตโดยไม่มีการโฆษณา รวมทั้งบริหารจัดการขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้นโดยรวมในชุมชนบุญนิยมสันติ 3 แห่ง ได้แก่ ( 1) สถานีคัดแยกขยะ ( 2) ที่ล้างภาชนะข้างศาลาฟังธรรม ( 3) จุดรับเปียกขยะท้ายซอย ซึ่งเป็นจุดที่พนักงานสถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจมีโอกาสสัมผั สกับขยะโดยตรงเป็นประจำ ดังตาราง ที่ 4 ตารางที่ 4 องค์ประกอบขยะมูลฝอยจากแหล่งกำเนิดของสถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร ลำดับที่ สัดส่วนขยะ น้ำหนัก (ร้อยละ) 1 เศษอาหาร 30 . 01 2 ไม้ ใบไม้ กิ่งไม้ 28 . 12 3 พลาสติก 9 . 11 4 แก้ว 9 . 07 5 อื่น ๆ 5 . 54 6 ผ้า 5 . 52 7 หิน กระเบื้อง 3 . 02 8 เหล็ก โลหะ 2 . 57 ตารางที่ 4 (ต่อ) ลำดับที่ สัดส่วนขยะ น้ำหนัก (ร้อยละ) 9 กระดาษ 2 . 52 10 มูลฝอยอันตราย 1 . 15 11 วัสดุหนัง 1 . 14 12 โฟม 1 . 12 13 ยาง 1 . 11 รวม 100.00 จากตารางที่ 4 พบว่าองค์ประกอบของขยะมูลฝอยจากแหล่งกำเนิดของสถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ พบขยะมูลฝอยที่มากที่สุดในสามลำดับแรก คือ เศษอาหารหรือขยะเปียกมีสัดส่วนมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 30.01 ลำดับที่สอง เป็น ไม้ กิ่งไม้ ใบไม้ คิดเป็นร้อยละ 28.12 ลำดับที่สามเป็นพลาสติกร้อยละ 9.11 ส่วนขยะที่เป็นมูลฝอยอันตราย วัสดุหนัง โฟม และยางเป็นองค์ประกอบของขยะเป็นลำดับที่น้อยที่สุด คิดเป็นร้อยละ 1.15 , 1.14 , 1.12 , และ 1.11 ตามลำดับ 2. องค์ประกอบมูลฝอยจากแหล่งจากแหล่งกำเนิดจากตัวแทน 3 แหล่งในเทศบาลเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ได้แก่ ตลาด หน่วย งานราชการ และชุมชน ดังตารางที่ 5 ตารางที่ 5 น้ำหนัก (ร้อยละ) ขององค์ประกอบมูลฝอยจากแหล่งจากแหล่งกำเนิด 3 แหล่งใน เทศบาลเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ลำดับที่ ประเภทขยะ สัดส่วนปริมาณขยะเฉลี่ยโดยน้ำหนัก (ร้อยละ) ตลาด 1 หน่วยงานราชการ 2 ชุมชน 3 1. เศษอาหาร 45 . 01 43.51 25 . 16 2. ไม้ กิ่งไม้ใบไม้ 19 . 85 9.11 20 . 08 3. พลาสติก 7 . 26 11.11 11 . 01 4. อื่น ๆ 5 . 81 8.85 9 . 19 5. ผ้า 5 . 52 3.01 5 . 14 6 ยาง 3 . 86 3.02 3 . 01 7 กระดาษ 3 . 23 8.85 7 . 35 8 เหล็ก โลหะ 2 . 94 0.91 2 . 18 9 แก้ว 2 . 78 5.79 9 . 19 10 มูลฝอยอันตราย 2 . 02 5.81 9 . 11 11 โฟม 1 . 02 1 . 02 1 . 11 12 หินกระเบื้อง 0.5 1.5 2.51 ตารางที่ 5 (ต่อ) ลำดับที่ ประเภทขยะ สัดส่วนปริมาณขยะเฉลี่ยโดยน้ำหนัก (ร้อยละ) ตลาด 1 หน่วยงานราชการ 2 ชุมชน 3 13 วัสดุหนัง 0 . 2 0 . 85 1 . 12 รวม 100.00 100.00 100.00 หมายเหตุ 1 ค่าเฉลี่ยของตลาด จาก 3 แหล่ง ได้แก่ (1) ตลาดไนท์บลาซาร์ (2) ตลาดเขียว (3) ตลาดเทศบาล 2 ค่าเฉลี่ยหน่วยงานราชการ จาก 3 แหล่ง ได้แก่ (1) สถานีตำรวจ (2) โรงพยาบาลสุรินทร์ (3) โรงเรียนอนุบาล 3 ค่าเฉลี่ยของชุมชน จาก 3 แหล่ง ได้แก่ (1) ชุมชนหนองบัว (2) ชุมชนหมอกวน (3) ชุมชนสระโบราณ จากตารางที่ 5 องค์ประกอบของขยะมูลฝอยทางกายภาพจากแหล่งกำเนิดจากตลาด หน่วยงานราชการ และชุมชน นเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ พบว่า 1. องค์ประกอบของขยะมูลฝอยทางกายภาพจากแหล่งกำเนิดตลาด ในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ พบมากที่สุดใน 3 ลำดับแรก คือ ( 1) เศษอาหาร คิดเป็นร้อยละ 45.1 ( 2) ไม้ กิ่งไม้ ใบไม้คิดเป็นร้อยละ 19 . 85 และ ( 3) พลาติกคิดเป็นร้อยละ 7.26 ส่วนมูลฝอยอันตรายพบในลำดับที่ 5 คิดเป็นร้อยละ 2.02 2. องค์ประกอบของขยะมูลฝอยทางกายภาพจากแหล่งกำเนิดหน่วยราชการ ในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ พบมากที่สุดใน 3 ลำดับแรก คือ ( 1) เศษอาหาร/ขยะเปียก คิดเป็นร้อยละ 43.51 ( 2) พลาสติกคิดเป็นร้อยละ 11.11 และ ( 3) ไม้กิ่งไม้ ใบไม้คิดเป็นร้อยละ 9.11 ส่วนมูลฝอยอันตรายพบในลำดับที่ 10 คิดเป็นร้อยละ 5.81 3. องค์ประกอบของขยะมูลฝอยทางกายภาพจากแหล่งกำเนิดของชุมชนในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ พบมากที่สุดใน 3 ลำดับแรก คือ ( 1) เศษอาหาร คิดเป็นร้อยละ 25.16 ( 2) ไม้ กิ่งไม้ ใบไม้ คิดเป็นร้อยละ 20.08 ( 3) พลาสติก คิดเป็นร้อยละ 11.0 1 ส่วนมูลฝอยอันตรายพบในลำดับที่ 9 คิดเป็นร้อยละ 9 . 11 สรุปรวมขององค์ประกอบขยะมูลฝอยจากแหล่งกำเนิดจาก เขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ดังตารางที่ 7 ตารางที่ 6 องค์ประกอบขยะมูลฝอยจากแหล่งกำเนิด โดยรวมจาก 3 แหล่งกำเนิด เขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ลำดับที่ สัดส่วนขยะ น้ำหนัก(ร้อยละ) 1 เศษอาหาร 39 . 02 2 ไม้ ใบไม้ กิ่งไม้ 18 . 11 3 พลาสติก 7 . 13 4 แก้ว 5 . 85 5 กระดาษ 5 . 53 6 มูลฝอยอันตราย 5 . 51 7 อื่น ๆ 5 . 10 8 ผ้า 4 . 61 9 ยาง 3 . 85 10 เหล็ก โลหะ 2 . 21 11 หิน กระเบื้อง 1 . 05 12 วัสดุหนัง 1 . 02 13 โฟม 1 . 01 รวม 100 . 00 จากตารางที่ 6 พบว่าองค์ประกอบของขยะมูลฝอยจากแหล่งกำเนิดตลาด หน่วยงานราชการ และชุมชน ในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ที่ผู้วิจัยได้ทำการชั่งขยะแบบ 3 ซ้ำ เพื่อศึกษาองค์ประกอบของขยะจากแหล่งกำเนิด พบว่า สรุปภาพรวมองค์ประกอบของขยะมูลฝอยจากทั้ง 3 แหล่งในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ จังหวดสุรินทร์ ที่พบมากที่สุดใน 3 ลำดับแรก คือ ( 1) เศษอาหาร ขยะเปียก คิดเป็นร้อยละ 39 . 02 ( 2) ใบไม้ กิ่งไม้คิดเป็นร้อยละ 18 . 11 และ ( 3) พลาสติกคิดเป็นร้อยละ 7 . 13 ส่วนมูลฝอยอันตรายอยู่ในลำดับที่10 คิดเป็นร้อยละ 5.51 ตอนที่ 2 ข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานสถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร และผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะ เขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ข้อมูลส่วนบุคคลของ ประชากร จำนวน 125 คน แบ่งเป็นผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะ จำนวน 90 คน คิดเป็นร้อยละ 72.00 และพนักงานสถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ จำนวน 35 คน คิดเป็นร้อยละ 28.00 ข้อมูลส่วนบุคคล ประกอบด้วย เพศ การศึกษา รายได้เฉลี่ยต่อเดือน ความเพียงพอของรายได้ระยะเวลาที่ทำงาน เวลาทำงาน จำนวนวันทำงานต่อสัปดาห์ ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ดังตาราง ที่ 7 ตารางที่ 7 ข้อมูลลักษณะส่วนบุคคลของผู้ตอบแบบสัมภาษณ์ ข้อมูลส่วนบุคคล สถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ ( n = 35 ) ผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะ ( n = 90 ) ร้อยละ จำนวน ร้อยละ จำนวน เพศ ชาย 48.61 17 74.41 67 หญิง 51.39 18 25.59 23 การศึกษา ต่ำกว่าประถมศึกษา - - 1.12 1 ประถมศึกษา 14.31 5 62.21 56 มัธยมศึกษา /ปวช. 34.18 12 28.88 26 ปริญญาตรีหรือสูงกว่า 51.39 18 7.79 7 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน ต่ำกว่า 5 , 000 บาท 100.00 35 16.71 15 5,000 - 10,000 บาท - - 60.02 54 1,0001 - 15,000 บาท - - 14.38 13 มากกว่า 15,000 บาท - - 8.89 8 ความเพียงพอของรายได้ ไม่เพียงพอ - - 45.44 22 เพียงพอ แต่ไม่เหลือเก็บ - - 46.04 58 เพียงพอ และเหลือเก็บ - - 8.52 10 เพียงพอ และไม่กังวลเนื่องจากมีการใช้จ่ายกับหน่วย งานของตนที่มีบริการให้ทุกคน 100.00 35 ระยะเวลาที่ทำงาน 1 - 10 ปี 97 . 11 34 55.59 50 11 - 20 ปี 2 . 89 1 16.74 15 21-30 ปี - - 18.85 17 31-40 ปี - - 8.82 8 เวลาทำงาน น้อยกว่า 8 ชั่วโมง 45.71 16 24.38 22 8 ชั่วโมง 25.74 9 64.41 58 มากกว่า 8 ชั่วโมง 28.55 10 11.2 1 10 จำนวนวันทำงานต่อสัปดาห์ น้อยกว่า 5 วัน 5.72 2 7.55 5 ตารางที่ 7 (ต่อ) ข้อมูลส่วนบุคคล สถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ ( n = 35 ) ผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะ ( n = 90 ) ร้อยละ จำนวน ร้อยละ จำนวน 5 วัน 34.31 12 21.78 25 6 วัน 14.25 5 51.79 44 7 วัน 45.72 16 18 . 88 16 จากตารางที ่ 7 พบว่า กลุ่มสถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง จำนวน 18 คน คิดเป็นร้อยละ 51.39 ใกล้เคียงกับเพศชาย มีจำนวน 17 คน คิดเป็นร้อยละ 48.61 มีระดับการศึกษาที่ระดับปริญญาตรีหรือสูงกว่า จำนวน 18 คน คิดเป็นร้อยละ 51 .39 รองลงมาคือ มัธยมศึกษา/ปวช. จำนวน 12 คน คิดเป็นร้อยละ 34 .18 และมีการศึกษาในระดับประถมศึกษาจำนวน 5 คนคิดเป็นร้อยละ 14.31 ส่วนกลุ่มผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะส่วนใหญ่เป็นเพศ ชายส่วนใหญ่ จำนวน 67 คน คิดเป็น ร้อยละ 74.41 เป็นเพศหญิง จำนวน 23 คน คิดเป็นร้อยละ 25.59 มีระดับการศึกษาระดับประถมศึกษา จำนวน 56 คน คิดเป็นร้อยละ 62 . 2 1 รองลงมาคือระดับมัธยมศึกษา /ปวช. จำนวน 26 คน คิดเป็นร้อยละ 28 . 88 ระดับปริญญาตรีหรือสูงกว่า จำนวน 7 คน คิดเป็นร้อยละ 7 . 79 และมีระดับการศึกษาที่มีจำนวนน้อยที่สุด คือ ระดับต่ำกว่าประถมศึกษา จำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 1 . 12 นอกจากนั้นด้านรายได้ต่อเดือนและความเพียงพอของรายได้ของประชากร พบว่า สถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจส่วนใหญ่ทำงานฟรี เป็นจิตอาสากันทั้งหมด จำนวน 35 คน คิดเป็นร้อยละ 100.00 ยังพบว่ามีความเพียงพอของรายได้และไม่กังวล เพราะใช้จ่ายกับส่วนกลาง ทั้งหมดจำนวน 35 คน คิดเป็นร้อยละ 100.00 ส่วนกลุ่มผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะส่วนใหญ่มีรายได้ต่อเดือน 5, 000 - 10,000 บาท จำนวน 54 ร้อยละ 60 . 0 2 รองลงมาคือ มีรายได้ต่ำกว่า 5,000 บาท จำนวน 1 5 คน คิดเป็นร้อยละ 16 . 71 รายได้ 10 , 001 - 15,000 บาท จำนวน 13 คน คิดเป็นร้อยละ 14 . 38 และรายได้จำนวนน้อยที่สุด คือ มากกว่า 15,000 บาท จำนวน 8 คน คิดเป็นร้อยละ 8 . 89 สำหรับผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะส่วนใหญ่มีรายได้เพียงพอ แต่ไม่เหลือเงินออม จำนวน 54 คน คิดเป็นร้อยละ 60.02 รองลงมาคือ รายได้ไม่เพียงพอ จำนวน 58 คน คิดเป็นร้อยละ 46.04 ลำดับน้อยที่สุด คือ มีความเพียงพอและเหลือเก็บ จำนวน 10 คน คิดเป็นร้อยละ 8.52 จากการศึกษาด้านระยะเวลาที่ทำงาน และเวลาการทำงาน พบว่า ส่วนใหญ่ระยะการทำงานที่สถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ ทำงานอยู่ในช่วงระยะเวลา 1-10 ปี จำนวน 34 คน คิดเป็นร้อยละ 97.11 รองลงมาคือ 11-20 ปี จำนวน 1 คนคิดร้อยละ 2.89 ด้านจำนวนเวลาที่ทำงานในหนึ่งวัน พบว่า ประชากรส่วนใหญ่ที่ทำงานที่สถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจทำงานน้อยกว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน จำนวน 16 คน คิดร้อยละ 45.71 รองลงมาคือ มากกว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน จำนวน 9 คน คิดเป็นร้อยละ 25.74 ทำงาน 7 วัน จำนวน 16 คน คิดร้อยละ 45.71 รองลงมาคือ ทำงานจำนวน 5 วันต่อสัปดาห์จำนวน 12 คน คิดเป็นร้อยละ 34.31 ประชากรที่ทำงานสัปดาห์ละ 6 วัน จำนวน 5 คน คิดเป็นร้อยละ 14.25 ประชากรที่ทำงานน้อยกว่า 5 วันต่อสัปดาห์ในสัดส่วนที่น้อยที่สุด จำนวน 2 คนร้อยละ 5.72 ส่วนกลุ่มผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะส่วนใหญ่ระยะเวลาการทำงานในช่วง 1-10 ปี จำนวน 50 คน ร้อยละ 55.59 รองลงมาคือ ช่วงระยะเวลา 21-30 ปี จำนวน 17 คน ร้อยละ 18.85 ช่วงระยะเวลา 21-30 ปี จำนวน 15 คน ร้อยละ 18.85 และระยะเวลาที่ทำงาน 31-40 ปีในสัดส่วนที่น้อยที่สุด จำนวน 8 คน ร้อยละ 8.82 ส่วนใหญ่ทำงานวันละ 8 ชั่วโมง จำนวน 58 คน ร้อยละ 64.41 รองลงมาทำงานวันละน้อยกว่า 8 ชั่วโมง จำนวน 22 คน ร้อยละ 24.38 และทำงานมากกว่า 8 ชั่วโมงในสัดส่วนที่น้อยที่สุด จำนวน 10 คนร้อยละ 11.21 ทำงาน 6 วัน จำนวน 44 คน คิดร้อยละ 51.79 รองลงมาคือ ทำงานจำนวน 5 วันต่อสัปดาห์ จำนวน 25 คน ร้อยละ 21.78 ประชากรที่ทำงานสัปดาห์ละ 7 วัน จำนวน 16 คน ร้อยละ 18.88 ประชากรที่ทำงานน้อยกว่า 5 วันต่อสัปดาห์ในสัดส่วนที่น้อยที่สุด จำนวน 5 คน ร้อยละ 7.55 ตอนที่ 3 ปัจจัยด้านความรู้ ปัจจัยด้านความรู้ ประกอบด้วย ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันโรคและบาดเจ็บจากการ เก็บขยะ และความรู้เกี่ยวกับขยะ ดังตารางที่ 8 ตารางที่ 8 ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ด้านความรู้เกี่ยวกับขยะและความรู้เกี่ยวกับการ ป้องกันโรคและบาด เจ็บจากการทำงาน ของพนักงานสถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจกับ ผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะ ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันโรคและบาดเจ็บจากการเก็บขยะ/ ความรู้เกี่ยวกับขยะ สถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ ( n = 35 ) ผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะ ( n = 90 ) จำนวนตอบถูกต้อง ร้อยละ X S . D . ระ ดับ จำนวนตอบ ถูกต้อง ร้อย ละ X S . D . ระ ดับ 675699 256775 0 0 1141287 256775 0 0 186600 256776 0 0 1. ภาพสัญลักษณ์ข้างบนเป็นขยะที่มีอันตรายสูง 32 91.41 0. 91 0 . 28 มาก 77 85.59 0. 91 0 . 29 มาก 2 . เมื่อถูกเศษเหล็กหรือแก้วบาดขณะคัดแยกหรือจัดเก็บขยะ วิธีที่ดีที่สุดคือการปิดแผลทันที* 33 94 . 28 1 . 00 0. 00 มาก 48 53.31 0.88 0.33 ปานกลาง 3. ขยะอันตราย เช่น แบตเตอรี่ ถ่านไฟฉาย เศษแก้ว กระป๋อง ยาฆ่าแมลง ขวดน้ำยาล้างห้องน้ำควรแยกออกจากขยะประเภทอื่น 35 100 . 94 0. 2 4 มาก 76 84 . 38 0. 70 0. 46 มาก ตารางที่ 8 (ต่อ) ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันโรคและบาดเจ็บจากการเก็บขยะ/ ความรู้เกี่ยวกับขยะ สถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ ( n = 35 ) ผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะ ( n = 90 ) จำนวนตอบถูกต้อง ร้อยละ X S . D . ระ ดับ จำนวนตอบ ถูกต้อง ร้อย ละ X S . D . ระ ดับ 4. การลดปริมาณขยะมูลฝอย ต้องใช้ภาชนะแทนถุงพลาสติก เช่น ใส่ตะกร้า ปิ่นโต ถุงผ้า 32 91.42 0. 71 0. 4 6 มาก 78 86 .68 . 59 .50 มาก 5. ถ่านไฟฉาย แบตเตอรี่รถยนต์ หลอดฟลูออเรสเซนส์ ไม่ได้เป็นขยะอันตราย* 34 97.12 0.94 0. 2 4 มาก 58 64.43 .92 . 2 7 มาก 6. การทำงานเก็บขยะที่ต้องสัมผัส เชื้อโรค สารเคมี ของมีคม ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บ หรือการเจ็บป่วยได้ ถ้าไม่ป้องกันให้ดี 32 91.41 0. 91 0. 28 มาก 82 91.13 .86 .35 มาก 7. การทำงานเกี่ยวกับขยะ เสี่ยงต่อฝุ่นที่มีสารก่อมะเร็ง 35 100 0. 94 0. 2 4 มาก 79 87.84 .53 .50 มาก 8. การอาบน้ำทันทีหลังเลิกงาน ช่วยลดการติดเชื้อ และการ แพร่กระจายเชื้อโรคไปสู่คนอื่นได้ 33 94.33 1 . 00 0. 00 มาก 63 70.03 . 84 . 36 มาก 9. การลากดึงหรือยกถังขยะขนาดใหญ่คนเดียว ถ้าร่างกายแข็งแรงดีก็จะไม่ทำให้กล้ามเนื้อหลั งบาดเจ็บ 25 71.44 . 91 0. 28 มาก 53 58.91 . 87 . 34 ปานกลาง 10. อุปกรณ์สำหรับป้องกันอันตรายในการเก็บขยะ ได้แก่ หมวก ถุงมือ แว่นตา ผ้าปิดจมูก เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว รองเท้าหรือรองเท้าบูท 33 94.33 . 97 0. 17 มาก 83 92.24 . 64 . 48 มาก โดยรวม 92 . 57 9 . 26 0. 8 9 มาก 75 . 81 7 . 74 1 . 4 6 มาก หมายเหตุ * คำถามเชิงลบ จากตารางที่ 8 พบว่า ส่วนใหญ่พนักงานสถาบันวิทยาด้วยหัวใจมีความรู้เกี่ยวกับขยะและความรู้การป้องกันโรคและการบาดเจ็บจากการทำงาน ( X = 9 . 26 , S . D .=. 8 9)คิดเป็นร้อยละ 9 2.57 โดยรวมมีคะแนนอยู่ในระดับมาก และพบว่าผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะมีความรู้เกี่ยวกับขยะและความรู้การป้องกันโรคและการบาดเจ็บจากการทำงาน ( X = 7 . 74 , S . D .= 1 . 4 6) คิดเป็นร้อยละ 75.81 โดยรวมอยู่ในระดับมาก และหากพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า พนักงานสถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ ตอบคำถามเกี่ยวกับความรู้เกี่ยวกับการป้องกันโรคและบาดเจ็บจากการเก็บขยะและความรู้เกี่ยวกับขยะได้ถูกต้องมากกว่าร้อยละ 50 โดยมีความรู้ในข้อคำถามเกี่ยวกับขยะอันตราย เช่น แบตเตอรี่ ถ่านไฟฉาย เศษแก้ว กระป๋องยาฆ่าแมลง ขวดน้ำยาล้างห้องน้ำควรแยกออกจากขยะประเภทอื่น และการทำงานเกี่ยวกับขยะ เสี่ยงต่อฝุ่นที่มีสารก่อมะเร็ง ซึ่งมีผู้ตอบถูกต้อง 35 คน คิดเป็นร้อยละ 100.00 เท่ากัน ซึ่งอยู่ในระดับมาก รองลงมาได้แก่ ถ่านไฟฉาย แบตเตอรี่รถยนต์ หลอดฟลูออเรสเซนส์ ไม่ได้เป็นขยะอันตราย มีผู้ตอบถูกจำนวน 34 คน คิดเป็นร้อยละ 97.12 มีความรู้อยู่ในระดับมาก และเมื่อถูกเศษเหล็กหรือแก้วบาดขณะคัดแยกหรือจัดเก็บขยะ วิธีที่ดีที่สุดคือการปิดแผลทันที มีผู้ตอบถูกจำนวน 33 คิดเป็นร้อยละ 94 . 28 ส่วนลำดับสุดท้ายที่มีผู้ตอบถูกน้อยที่สุด คือ การลากดึงหรือยกถังขยะขนาดใหญ่คนเดียว ถ้าร่างกายแข็งแรงดีก็จะไม่ทำให้กล้ามเนื้อหลังบาดเจ็บมีผู้ตอบถูก 25 คน คิดเป็น ร้อยละ 71.44 โดยมีความรู้อยู่ในระดับมาก ส่วนผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะส่วนใหญ่ หากพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ตอบคำถามเกี่ยวกับความรู้เกี่ยวกับการป้องกันโรคและบาดเจ็บจากการเก็บขยะและความรู้เกี่ยวกับขยะได้ถูกต้องมากกว่าร้อยละ 50 และเมื่อพิจารณาประเด็นที่ตอบถูกมากที่สุด ได้แก่ อุปกรณ์สำหรับป้องกันอันตรายในการเก็บขยะ ได้แก่ หมวก ถุงมือ แว่นตา ผ้าปิดจมูก เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว รองเท้าหรือรองเท้าบูท ซึ่งตอบคำถามในประเด็นดังกล่าวได้ถูกต้อง โดยมีผู้ตอบถูก 83 คนคิดเป็นร้อยละ 92.24 รองลงมา คือการทำงานเก็บขยะที่ต้องสัมผัส เชื้อโรค สารเคมี ของมีคม ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บ หรือการเจ็บป่วยได้ ถ้าไม่ป้องกันให้ดี มีผู้ตอบถูก 82 คน คิดเป็นร้อยละ 91.13 อยู่ในระดับมาก และ การทำงานเกี่ยวกับขยะ เสี่ยงต่อฝุ่นที่มีสารก่อมะเร็ง มีผู้ตอบถูก จำนวน 79 คน คิดเป็นร้อยละ 87.84 อยู่ในระดับมาก ส่วน ข้อคำถามที่ว่า เมื่อถูกเศษเหล็กหรือแก้วบาดขณะคัดแยกหรือจัดเก็บขยะวิธีที่ดีที่สุดคือ การปิดแผลทันที ซึ่งตอบถูกน้อยที่สุด จำนวน 48 คนคิดเป็น ร้อยละ 53 . 31 และข้อคำถามว่าเมื่อถูกเศษเหล็กหรือแก้วบาดขณะคัดแยกหรือจัดเก็บขยะ วิธีที่ดีที่สุดคือการปิดแผลทันที และข้อคำถามที่ว่าถ่านไฟฉาย แบตเตอรี่รถยนต์ หลอดฟลูออเรสเซนส์ ไม่ได้เป็น ขยะอันตราย เป็นคำถามเชิงลบ เมื่อตอบคำถามว่า “ไม่ถูก” คือ คำตอบที่ถูกต้อง ตอนที่ 4 ปัจจัยการรับรู้ข่าวสาร ผลการวิเคราะห์ปัจจัยการรับรู้ข่าวสารด้านการป้องกันโรคและการบาดเจ็บจากการทำงานของพนักงานสถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจและผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะในเทศบาลเมือง จังหวัดสุรินทร์ ดังตารางที่ 9 ตารางที่ 9 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ปัจจัยการรับรู้ข่าวสารด้านการป้องกันโรค และการบาดเจ็บจากการทำงานของพนักงานสถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ และ ผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะในเทศบาลเมือง จังหวัดสุรินทร์ การรับรู้ข่าวสาร สถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ ( n = 35 ) ผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะ ( n = 90 ) ค่าเฉลี่ย S . D . ระดับ ค่าเฉลี่ย S . D . ระดับ 1 . จากหน่วยงานของตนอง 3 . 46 1 . 07 มาก 3 .29 1 . 33 ปานกลาง 2 . การสื่อทางวิทยุ หรือโทรทัศน์ 2 . 71 0 . 79 ปานกลาง 3.67 1.16 มาก 3 . การสื่อสิ่งพิมพ์ เช่น วารสาร แผ่นพับ หนังสือพิมพ์ 2 . 49 0 . 7 2 น้อย 2 . 19 1 . 10 ปานกลาง 4 . การสื่ออินเตอร์เน็ต 1 . 93 1 . 09 น้อย 1 . 93 1 . 05 น้อย 5 . หน่วยงานภาครัฐ หรือภาคประชาชน 1 . 74 0 . 86 น้อยที่สุด 2 . 2 3 1 . 1 9 น้อย โดยรวม 2 . 70 0 . 9 1 ปาน กลาง 2 . 66 1 . 1 7 ปานกลาง จากตารางที่ 9 พบว่า การรับรู้ข่าวสารด้านการป้องกันโรคและการบาดเจ็บจากการ ทำงานของพนักงานสถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง ( X = 2 . 70 , S . D .= 0 .91 ) เมื่อแยกพิจารณารายข้อ พบว่า ค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ได้รับจากหน่วยงานของตนเองระดับมากที่สุด ( X = 3 . 46 , S . D .= 1 . 07 ) และค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ ได้รับข่าวสารจากหน่วยงานภาครัฐหรือภาคประชาชนระดับน้อยที่สุด ( X = 1 . 74 , S . D .= 0 . 86 ) ส่วนผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะได้รับข้อมูลข่าวสารด้านการป้องกันโรคและการบาดเจ็บจากการทำงาน โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง ( X = 2 . 66 , S . D .= 1 . 17 ) เมื่อแยกพิจารณารายข้อ พบว่าค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ได้รับเป็นจากหน่วยงานของตนเองระดับปานกลาง ( X = 3 . 29 , S . D .= 1 . 33 ) ค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ ได้รับข้อมูลข่าวสารทางอินเตอร์เน็ตระดับน้อยที่สุด ( X = 1 . 93 , S . D .= 1 . 05 ) ตอนที่ 5 ปัจจัยเจตคติและความพึงพอใจในการทำงาน ผลการวิเคราะห์ปัจจัยด้านเจตคติและความพึงพอใจในการทำงานของพนักงานสถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจและผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะในเทศบาลเมือง จังหวัดสุรินทร์ ดังตารางที่ 10 ตารางที่ 1 0 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ปัจจัยด้านเจตคติและความพึงพอใจในการ ทำงานของพนักงานสถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจและผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะ เข

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน

word1.ปก.docx
19 พฤษภาคม 2565
wordภาคผนวก.docx
6 กันยายน 2564
word01 ปก พริ้วลมบุญ.docx
15 พฤศจิกายน 2563