220712 อบรมอานาปานสติ-พ่อท่าน-สันติอโศก-อ007.txt
เนื้อหาในไฟล์
ต่อจากนี้ไปเซ็นทรัลรับฟังการอบรมอานาปานสติเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2522 โดยพ่อท่านพระโพธิรักษ์ณพุทธสถานสันติอโศกเชิญท่านรับฟังได้แล้วค่ะ วันนี้เรามาเริ่มต้นที่จะฝึกเรียนเปโตสมถะคือทำจิตนี่แหละแล้วเราจะสามารถที่จะทำจิตให้สงบระงับหรือว่าจะเป็นระบบที่เรียกว่าเป็นแบบฤาษีเป็นแบบทานฤาษีก็ได้เราจะเรียนรู้ฌานที่เป็นฌานร่วมอย่างฤาษีเขาอยากทานฤาษีดาบสเขาเรียกทานเขาจะเอาประเภทที่เรียกว่ากระจกมันพยายามที่จะทำจิตเข้าไปอยู่ในภวังค์ประโยชน์เขาจะนับเอาว่าเป็นฌานอย่างนี้ เป็นความรู้ของอุปนิษัทเป็นความรู้ของฤาษีแต่เดิมมาที่เรียนกันแล้วก็มีรายละเอียดสำหรับผู้ที่เรียนชั้นสูงเข้าไปอีกในทางของพุทธของอุปนิสัยหรือว่าของฤาษีดาบสอะไรก็ตามแต่เขาก็อธิบายที่จริงเขาก็อธิบายว่ามันจะต้องหมายเอาไว้นอกจากจะเข้าไปอยู่ในภวังค์แล้วจิตนั้นจะต้องหมายเอารายละเอียดว่าจะต้องดับนิวรณ์ด้วยจะต้องพยายามเรียนรู้นิวรณ์และก็ลดนิวรณ์ค่านิวรณ์ดับนิวรณ์ลงไปด้วยก็หมายถึงฌานซึ่งก็ไปได้ตรงกันและสุดท้ายก็บอกไปเอาความหมายใหญ่ที่เรียกว่าความหมายดับนิวรณ์ ตรงกันแต่ข้อแม้มันมาต่างกันอยู่ที่ว่าพระพุทธเจ้าท่านมาพยายามดับนิวรณ์แล้วก็ดับกิเลสนิวรณ์นี้ให้จิ้มจะนั่งหลับอย่างนี้จะเป็นอุปการะท่านก็ว่าเป็นอุปการะดีเหมือนกันเป็นมหาเป็นมหาเป็นประโยชน์ใหญ่เป็นอานิสงส์สูงสูงเหมือนกันถ้าเผื่อว่าเราทำได้ถูกต้องและเราสามารถที่จะจับจิตแล้วก็สามารถที่จะให้จิตของเรานี่มันไม่มีอารมณ์มีวอนทีนี้ข้อแม้ที่มนุษย์ซึ่งซับซ้อนออกมาอีกของพระพุทธเจ้าเนี่ยมันเป็นพ่อแม่ที่มันลืมตาก็ให้มีนิวรณ์นั้นขาดอยู่ลืมตาก็พึงเป็นผู้ที่รู้จิตจับจิตได้มันจำเป็นที่จะต้องอยู่ในภวังค์ ราหูจมูกลิ้นกายสามารถที่จะมีผัสสะสามารถที่จะรับรู้ได้เป็นสภาพธรรมะชั้นซ้อนลงไปอีกทีหนึ่งเพราะงั้นนายฐ
อ่านต่อ
านต้นฐานตื้นหรือว่าฐานบทธรรมดาที่บอกว่าจะพยายามจับจิตหรืออยู่แต่ฐานจิตกับจิตเฉยๆโดยเราวางปล่อยตาหูจมูกลิ้นกายโดยเราไม่รับรู้ไม่รับเกี่ยวข้องเอาแต่จิตในจิตเอากันแต่จะว่าเป็นปรมัตถ์ว่างั้นเถอะเราหลับเข้าสู่ภวังค์หรือว่าตัดจิตเข้าสู่ภวังค์และก็จะพิจารณาแล้วก็พยายามทำนิวรณ์นั้นให้ลดละจางคลายลงไปในขณะนั้นหรือถ้าผู้ใดที่วางตัวรถละสติก็ยังมีแล้ว พยายามใช้สตินั้นอย่างถ้วนทั่วเพื่อที่จะพิจารณาเพื่อที่จะเห็นในปัจจุบันบ้างหรือว่าจะพยายามที่จะโน้มเอมจิตให้ไปเป็นแบบบุพเพนิวาสานุสติญาณระลึกย้อมทบทวนเรื่องราวเบื้องหลังหนหลังใดๆออกมาพิจารณาหรือจะระลึกพิจารณาธรรมในธรรมซึ่งมีธรรมะสวนนั้นส่วนนี้อะไรที่จะมาพิจารณาก็ได้อย่างนั้นก็เป็นสภาพที่ชัดเจนเหมือนกันรู้ได้ง่ายไม่ยากอะไรพูดอย่างนั้นอธิบายอย่างนั้นรู้กันถ้วนทั่วมากมายเรียกว่าเป็นเบื้องต้นหรือว่าเป็นเบื้องพื้นฐานใครก็เข้าใจทานแบบนี้เป็นฌานทั่วไปเป็นฌานที่กล่าวกันเรียนกันรู้กัน ไปกันง่ายจับเฉพาะเฉพาะเฉพาะเฉพาะเฉพาะเฉพาะเฉพาะแล้วมันก็ปฏิบัติได้ยากชานแบบนี้ปฏิบัติได้ยากมันเป็นการเข้มงวดกวดขันจะทำกันไปอย่างจำเพาะเจาะจงลงไปแล้วก็ให้เป็นไปได้แม้ยิ่งจะไปวิปัสสนาอยู่ในสภาพภวังค์จะให้มีสติเต็มโลงแล้วก็พยายามระลึกรู้มีเจตนารมณ์เจตนาที่จะหยิบจับเอาสารัตถะในจินตนามาพิจารณามาทำอะไรต่ออะไรเข้าไปอีกมันยิ่งยากใหญ่เลยแบบนั้นส่วนการที่ได้อธิบายเข้าไปว่าเป็นของแบบพุทธเนี่ยลืมตาโพลงเอ่อมีการสำรวมสังวรมีการระลึกรู้เข้าใจจิตของเราอยู่แล้วก็พยายาม รู้จิตของเราอยู่จุดหมายใหญ่ก็คือกำหนดรู้ในนิวรณ์รู้สภาพของนิวรณ์ทั้ง 5 ให้ชัดแล้วก็อย่าให้นิวรณ์ทั้ง 5 นั้นเข้ามารบกวนจิตแม้มีก็ต้องพยายามทำอ่อนลงเบาบางลงง่ายลงจนเราสามารถมีสติสัมปชัญญะหรือมีส่วนของจิตเนี่ยเป็นเอกัคคตารมณ์เป็นจิตที่มีกำลังอารมณ์เป็นหนึ่งพอที่จะใช้งานท่านจึงใช้คำว่าจิตอ่อนควรแก่การงานทีนี้ผมเองเห็นว่าจุดอ่อนที่ว่าภาษาบาลีที่มาจากคำว่ามันไม่น่าจะแปลว่าจิตอ่อนฟังแล้วมันเหมือนจิตอ่อนคนแก่การ ไปทำงานแล้วมันจะเป็นยังไงกันไม่น่าจะแปลว่างั้นแล้วมันมีความหมายไม่รัดกุมผมเลยใช้ภาษาพยายามเห็นความหมายแล้วผมเข้าใจว่าชานี้เป็นอย่างนั้นอย่างนั้นเพราะนึกฝึกหัดเรียนมาแล้วปฏิบัติมาอะไรอะไรมาแล้วจิตที่เป็นชาญนั้นน่ะมันไม่น่าจะใช้คำว่าอ่อนด้วยความหมายของภาษามันมีเชิงนั้นก็จริงมันน่าจะได้เพราะว่ามีลักษณะที่ว่าเนี่ยมันคือมันไม่ใช่อ่อนหรอกมันละเอียดที่ว่าอ่อนมันไม่ใช่อ่อนมันละเอียดแล้วเราคือคำว่าอ่อนนี่ของเขาเนี่ยมันไม่ใช่ละเอียดแล้วก็ละเอียดมันเล็กเฉยๆไม่ใช่นอกจากเล็กแล้วยังมีประสิทธิภาพที่ว่าเนี่ยอ่อนคือหมายความว่า ผมคิดได้คำภาษาไทยคำหนึ่งก็คือคำว่าแววไวมันมี 2 คำเป็นคำมารวมคำว่าแววไวเนี่ยหมายความว่ามันมันมันมันเหมือนแววมันเล็กมันละเอียดแล้วมันเร็วด้วยมันไวด้วยมันมีประสิทธิภาพมีประสิทธิภาพที่รู้เร็วรู้ไวด้วยไม่ใช่ว่าจิบชานี่จะเป็นจิตช่วยหรือมันเป็นจิตหนักไม่ใช่ไม่ใช่จิตเฉยจิตไวและไม่ใช่จิตหนักไม่ใช่จิตก็ได้ที่มันตรงกันข้ามกับคำว่าอ่อนไงมันไม่ใช่จิตกระด้างมันเป็นจิตที่แววไวก็ชอบกระฉับกระเฉง เป็นจิตที่ละเอียดสุขุมประณีตไว้เล็กจึงผมจึงเห็นว่าน่าจะได้เรียกคำว่าจิตแววไวจิตมีความแววไวมีสภาพแววไวแนะนำมากกว่าเมื่อมีจิตอย่างนี้มีสภาพอย่างนี้แล้วก็พร้อมเหมาะสมที่จะฝึกปรือให้จิตมีสภาพรู้มีสภาพเกิดอภิญญาเกิดวิชาอภิญญาวิชาหรือว่าอภิญญาหรือว่าวิชาที่กล่าวนี้ก็ไม่ใช่ไม้ความว่าอภิญญาวิชาที่จะเป็นอย่างเดรัจฉานวิชาอภิญญาที่ว่านี้เราจะต้องหมาย output จะได้ใช้วิชาเราก็เรียนรู้และเราก็เข้าใจง่ายไม่ยากอะไรหรอกพูดเป็นภาษาพื้นๆต้นๆง่ายๆแล้วเราจะฝึกคือ บอกอีกเหมือนกันว่ามันยากเหมือนกันกับเชิงชาญของฤาษีเนี่ยย่าเข้าใจง่ายแต่ทำยากแต่ของพระพุทธเจ้านี่เข้าใจยากแต่ทำง่ายนะของพระพุทธเจ้านี่เข้าใจยากหน่อยมันซับซ้อนหน่อยแต่ทำง่ายฝึกได้มีผลจับสภาพถูกและเป็นไปได้ดีแม้ปฏิบัติถึงเป็นศาสนาระบบของศาสนาเป็นผลของศาสนาโดยตรงเลยก็ก็ได้จริงส่วนทางด้านของเดรัจฉานวิชานี้ยิ่งเอาต้นๆมาเป็นอิทธิพลต่อได้เดินบนน้ำทะลุภูเขาได้แล้วก็คุ้นเลยทีนี้เราจะเห็นชัดเจนแล้วบ่เอาตรงๆอย่างนั้นน่ะมันยากแน่ๆมันจะเป็นเดินน้ำดำดินเดินบนน้ำไม่แตก ดำลงไปในพื้นดินเหมือนดำลงไปในน้ำอะไรเนี่ยทะลุภูเขาแล้วเหาะได้บินเหมือนนกอะไรงี้ลูบคลำพระอาทิตย์พระจันทร์ด้วยมืออะไรมันฟังง่ายดีแต่มันทำแล้วมันยากยากจริงๆแต่ของพระพุทธเจ้าฟังให้เข้าใจให้ดีเลยฟังซาบซึ้งให้รู้ชัดเข้าใจมันไม่ง่ายนะเข้าใจค่อนข้างยากอยู่จึงศาสนาพระพุทธเจ้าท่านจึงยืนยันว่าจะบรรลุหรือว่าจะเข้าใจนะมันต้องใช้ปัญญาอันยิ่งต้องใช้อธิปัญญาหรือญาณทัศนะวิเศษที่จะเรียนรู้ได้เมื่อเรียนรู้และเข้าใจจริงแล้วทีนี้ฝึกปรือไปจากที่นี่ได้เพราะเวลาเราเข้าใจว่าฌานคืออะไรเข้าใจให้เป็น เราพยายามเรียนรู้อารมณ์จิตที่มันมีอารมณ์ของนิวรณ์ป่นเป็นอย่างไรถ้าเราเข้าใจง่ายๆไม่มีจุดหนึ่งที่ที่จะยกตัวอย่างให้ฟังว่าชานพระพุทธเจ้าเนี่ยถ้าเข้าใจดีแล้วได้ทำง่ายคืออย่างนิวรณ์ทั้ง 5 นี่นะถ้าว่าเรามานั่งหลับตานี่แหละที่นั้นกินง่ายที่สุดเลยกินง่ายมากจนนั่งหลับตาแล้วก็พยายามที่จะให้อยู่ในภวังค์นี้ทานง่ายส่วนของพระพุทธเจ้าเนี่ยลืมตาเนี่ยเป็นฌานแล้วตำรวจจะว่าระมัดระวังกับอารมณ์พยาบาลซึ่งเป็นของต้นของหยาบเราเข้าใจได้ง่ายเราเห็นได้ง่ายและพยายามสำรวจสังวร ไม่มีอารมณ์นั้นแล้วที่ไม่ได้ไม่ต้องไปทำอะไรกับมันก็ลืมตาตรงๆมีสติสัมปชัญญะเต็มอยู่เนี่ยแล้วเราก็ทำอะไรต่ออะไรได้ง่ายจะเห็นได้ว่านิวรณ์ระวังน้อยระวังตัดไปเลยว่าทีนั้นมีพระเนี่ยมันถ้าเป็นไม่หลับตานี่มันไม่ค่อยอันตรายเรามีสติเอาสติเข้ามาให้มีจริงๆลืมตามีสติระลึกรู้อยู่เข้าใจอยู่พยายามเข้าใจอารมณ์ของกามฉันทะกับพยาบาทให้ชัดเจนแล้วเราก็อุทยานก็เราเอาหยาบๆก่อนว่ามันฟุ้งไปแล้วก็ทำให้เราเองนี่เกิดความทุกข์เกิดความรำคาญเกิดความกังวลและอุทิศจะคือมันมันยังมีอารมณ์ที่เกิดจากกระจายไปแล้วก็ทำให้เราเกิดความกังวลหรือ รำคาญเนี่ยที่แปลความง่ายๆแล้วมันจิตใจมันไม่ผ่องใสจิตใจมันเป็นทุกข์ที่อึดอัดขัดเคืองหดหู่อะไรอย่างนี้ก็ได้ด้วยก็กูจะนะทีนี้ก็แปลความว่ารำคาญหรือกังวลหรือว่ากวนเราอ่ะมันกวนเราก็เข้าใจอาการและลักษณะอย่างนั้นให้ชัดแล้วก็พยายามอ่านให้ดีว่าเรามีหรือไม่มีถ้าแม้ว่าเรามีอยู่มันก็เป็นสภาพของนิวรณ์ขั้นไกลถ้ามันไม่ถึงกับขนาดที่ทำให้เราเองไม่มีกำลังจิตที่จะพิจารณามีวิตกวิจารณ์มีการเรียนรู้จิตของเราในขณะนี้และก็เราก็ผัสสะต่างๆตาก็ดีผมก็ดีจมูกก็ดีลิ้นก็ดีกลายก็ดีเราก็ยังสามารถที่จะมีกำลังของจิตอินทรีย์พละ สามารถรับรู้ว่าสิ่งเหล่านี้เมื่อเราสัมผัสแล้วจะเกิดอารมณ์กามหรือไม่ถ้าเราได้ระมัดระวังอยู่แล้วก็ไปทำไม่ให้เกิดอยู่นั้นเรากำลังทำให้เกิดฌานอยู่เรากำลังทำตนเองให้เป็นผู้มีฌานอยู่ได้เพราะไม่มีนิวรณ์นั้นเกิดอยู่หรือแม้นิวรณ์นั้นเกิดแล้วเราก็สามารถทำดีลงได้เบาลงได้จางคลายลงได้ระงับลงได้เมื่อเราทำให้มันดีมันเบามันจางเมืองไทยมันระงับลงได้ขณะใดขณะนั้นเราเรียกว่าชานมีสภาพที่ว่าไม่ต้องเพ่งรู้แล้วเขาเพ่งรู้แล้วเผาคือรู้จิตของเราจึงมีอาการกิริยาอย่างนั้นให้ชัดเจนเลยเพราะฉะนั้นเรารู้เนี่ยคือสภาพของ ตกวิจารณ์รู้เนี่ยต้องจับจิตดูจิตนะจับจิตรู้จิตในขณะที่วิตกวิจารณ์นั่นก็คือจับจิตตกคือจับจิตและวิตกใจตรงเลยรู้ตัวจิตที่มีพฤติกรรมเร็วกว่าวิจารณญาณมีพฤติกรรมของกิเลสผสมอยู่หรือว่ามันมันไม่มีเราถ้ามันมีเราก็ทำให้มันเบาลงจางลงเราเริ่มรู้นะว่าตัวเพ่งรู้และเรียกว่าวิตกวิจารนั้นเกิดปิติเกิดรู้รู้ดีเข้าใจดีเห็นดีครับเพราะว่าจะเกิดเอาอธิบายบอกว่าเราดีใจอธิบายแบบโลกๆเขานะว่าเราทำนั่งหลับตาเข้าไปแล้วเขาไปตกอยู่ในชายเกิดดีใจแม้เบาดีอะไรดีอะไรก็อธิบายแบบอุปนิสัย เจ๊จะอธิบายแบบพุทธแล้วก็หมายความว่าเราได้รู้ดีเราได้เห็นดีเข้าใจแล้วว่านี่เป็นดีเป็นชั่วเป็นกุสลาธัมมาอะกุสะลาธัมมาชัดแล้วเข้าใจแล้วว่าจิตของเราอ๋ออย่างนี้หนอมันไม่ดีอย่างนี้หนอมันดีเพราะฉะนั้นเราก็ตั้งใจทำจิตให้ดียิ่งขึ้นให้เป็นมหกรรมจิตให้จิตสูงยิ่งดียิ่งขึ้นแม้ว่าเราทำได้ดียิ่งขึ้นแล้วแต่มันยังไม่ดีที่สุดดีขึ้นจริงๆมันเบาบางหรือว่ามันจะพอเริ่มต้นเรารู้แล้วว่าจิตของเราแม้ขณะนี้มันยังมีนิวรณ์แรงและเราทำให้วอนนี่ดีขึ้นมาบ้างแล้วแต่ก็ยังรู้ว่ามันยังไม่ดีที่สุดเป็นสัตว์อุตรดิตถ์นี่แสดงว่าเราทำทานได้ขั้นนึงแล้วยังไม่ถึงวิมุติเขตหรือบริบูรณ์ เดี๋ยวก็ตามแต่เราทำได้ขั้นนึงแล้วเป็นฌานระดับหนึ่งคุณภาพของฉันหรือค่าของฌานมีอีกต่างหากหรือว่ามันไม่ได้ยังไม่ถึงวิมุติแต่มันก็เป็นสะสมจิตยังไม่ใช่อนุทินจิตยังไม่แข็งแรงยังไม่มีประโยชน์ยังไม่ทำประโยชน์อะไรได้มากยิ่งกว่านี้ต้องเข้าใจเจโตปริยญาณให้จริงถ้าเราเข้าใจใหญ่โตปริญญานี้โดยบัญญัติโดยภาษาและเราก็มาฝึกจนกระทั่งเราเรียนรู้จิตของเราแล้วเราก็ทำไปนั่งฝึกจิตไปจับจิตไปจนกระทั่งเห็นสภาวะนี่มันตรงเลยจะบอกว่านี่เป็นราคะเป็นโทรศัพท์เป็นโมหะนี่บอกว่าเป็นสังกิจเป็นวิกฤตก็รู้เราจะเป็นคนรู้รอบจิตจริงๆเจโตปริยญาณจะเกิดญาณรู้จิตชอบถ้วนในอากับกิริยา จนกระทั่งไปถึงวิมุติใจต่อปริญญาไปถึงก็ทำวิมุติมีสมาธิมีสมาชิกอย่างไรอย่างไรเราก็เข้าใจจนถึงวิมุติรู้ได้ว่าโอ้นี่มีหมดอยู่แม้ในขณะที่ทำขนาดนี้นั่งหลับตานี่เขาวางนี่ก็ตามแล้วก็รู้ได้ว่าตอนนี้เรากำลังวิมุตอยู่เราจะเรียกว่ากระทั่งวิมุตอะไรก็ได้ถ้าเราทำทบทวนทำไปได้มากเป็นปฏิปคือเราได้แก่ทบทวนธรรมและสงบระงับได้เก่งขึ้นเก่งขึ้นเรียกว่าปฏิปก็เอายิ่งเราทำได้อย่างสลัดออกมิสเตอร์วิมุติถ้าอย่างนี้แล้วมันยิ่งเป็นฌานแบบชุดเลย แม่สัมผัสเดี๋ยวนี้ราคานี้สถานะสัมผัสตาหูจมูกลิ้นกายเดี๋ยวนี้เราก็พิจารณาเลยนี่แสดงว่าเราเก่งมากมันเป็นสภาพอย่างนั้นหรือแม้หลับตานี่คุณมันจอนมาที่จริงมันไม่จรอะไรมากแล้วสลับตานี่มันกับตาก็หลับหูก็ปิดก็เป็นภวังค์จมูกก็ไม่ได้กลิ่นอะไรแล้วปากก็ข่มขืนก็อยู่ข้างในกายก็ไม่ได้รับรู้สึกแม้แต่ผิวกายข้างนอกถ้าแบบหลับตานะถ้าหลับตาเพราะถ้าชาญหลับตาแล้วจะมีสรณะหรือจะอะไรต่ออะไรต่างๆเนี่ยมันก็น้อยมันเมามันมันมีเรื่องอะไรมากเลยแต่ก็อธิบายได้ถ้าเผื่อว่าในขณะนั้นเรามีโอปปาติกะมีจิตมันเกิดอารมณ์เกิดนั่นเกิดดีขึ้นมาก็รีบสลัดออกก็อธิบายได้และก็ทำได้มันก็เป็นการกระทำอยู่ในวงจิต วงแคบๆเล็กๆเพราะเรามองไปในเชิงของภาคบริบูรณ์แล้วมันก็เป็นภาพที่ว่าจะมองไปว่าเป็นเรื่องของจิตในจิตนะก็จริงอยู่แต่มันเป็นภาคแคบแต่ถ้าพูดไม่ได้ภาพของบริบูรณ์นั้นควรจะทำตาหูจมูกลิ้นกายรับสัมผัสแล้วเราก็สามารถอยู่ที่จิตจับจิตอ่านจิตได้แล้วก็ควบคุมจิตได้นิวรณ์ต่างๆก็สามารถพิจารณาแม้แต่ลืมตาอันนี้เป็นภาพกว้างเป็นภาพที่ยิ่งใหญ่เป็นภาพที่ครบถ้วนเป็นพระที่บริบูรณ์ต่อโลกโลกนี้จะมีกามโรคมีภาวะโลกหรือว่าเรียกว่ากามภพเราเหลืออยู่ทั้งกามภพเราเหนืออยู่ทั้งภาวะพบอย่างนี้ยิ่งใหญ่กว่าอย่างนี้เห็น เห็นได้ชัดกว่าว่าเราอยู่เหนือกามภพเราสามารถที่จะเรียนรู้ทำฌานหรือว่าทำวิมุตในทั้งโลกนอกโลกในเป็นภายนอกก็มีได้เป็นภายในก็กระทำได้อย่างชัดแท้ในนี้เราได้กำไรทั้ง 2 ส่วนเพราะเราเริ่มต้นทำไปฝึกหัดฝึกสติปัฏฐานและฝึกหัดวิปัสสนามาเนี่ยเราได้เริ่มทำพวกนั้นแล้วเราเข้าใจให้ดีตอนนี้เราจะมาเน้นเพื่อที่จะเข้าไปในทวารเดียวดูหรือใครใครจะไม่ทำงานเดียวเราจะพยายามทดสอบว่าเมื่อเวลามันนั่งหลับตาเข้าไปแล้วเนี่ยเราจะพึ่งเปิดหูหูรับรู้อยู่จิตเราไม่ให้มันไปเกี่ยวข้องกับทวารอื่นเพราะตาเราก็หลับเสียเราจะเปิดแต่ทวารหูหูนี่แหละมันเป็นตัวได้ยินง่ายมันอยู่ในนั้นมันก็ ไม่ต้องมาเข้าหูเราจะพยายามเปิดทวารหนูทวารเดียวก็เป็นเอกัคคตารมณ์ได้เหมือนกันลองดูซิว่าในหูที่เราได้ยินอย่างนี้เราเกิดอารมณ์ราคะเกิดโทสะเกิดโกธะเกิดเคืองเกิดทายาทเกิดโทมนัสเกิดไม่สบายใจเกิดอึดอัดใจไม่ชอบใจอะไรได้ไหมด้วยเสียงอย่างนี้อย่างนี้บางทีจะเป็นเสียงบางทีเรานั่งที่โน่นที่นี่อาจจะมีเสียงเพลินๆเพราะๆหรือว่ามีเสียงที่มันไม่เพลินนะมันเป็นเสียงที่ยั่วยวนทำให้โกรธทำให้เคืองเราเกิดอารมณ์โทสะเพราะเหตุเพราะเสียงอย่างนั้นได้ไหมเราจะพิจารณาอยู่แค่นั้นก็ได้อ่านจิตดูประตูเดียวของเราดูสิทดสอบไปนั่งไปก็ฟังไปอย่าให้มีจริงนะ ไม่ต้องรับเปิดหูอย่างนั้นแหละให้มันหูได้รับอันอื่นแล้วไม่ต้องไปกังวลไม่ต้องไปนับกำหนดด้วยเราจะตัดไปเลยไม่ต้องรู้สึกตาก็หลับจมูกลิ้นอะไรกายก็ไม่ต้องรับสัมผัสมีจะมีลมต้องกายจะมีไอ้นี่ต้องกายอะไรก็ไม่รู้สึกให้ได้ก็ดูที่บ้านหูเราเปิดรับไปกินอยู่ก็ลองดูก็ได้อย่างนี้ก็เป็นทานเป็นเอกัคคตารมณ์โดยที่เราเองเราพยายามรับรู้ทวาร 1 ถ้าเราจะลืมตาขึ้นมาดูให้มีทวารตาขึ้นมาเห็นภาพเห็นรูปเป็นอะไรต่ออะไรด้วยแล้วก็พยายามอ่านจิตเพิ่มขึ้นให้รู้ว่าจิตที่มันประกอบไปด้วยนิวรณ์หรือไม่นิวรณ์เป็นอย่างนี้อย่างนี้มันจะเจ็บในขณะนี้เรามีนิวรณ์หรือไม่มีพยายามดูอีกบ้างก็ได้แล้วก็ลองดูถ้าเราพยายามทำอย่างนี้ไปเรื่อย เก่งแล้วก็จะรู้ได้ทุกทวารหน้าตาก็ดีหูก็ดีจมูกลิ้นไปสัมผัสรูปสัมผัสรถอะไรขึ้นมากายก็สัมผัสโน่นนี่เราก็จะมีนัยยะเดียวกันว่าเราจะตามมารู้ที่จิตมีอานาปานสติลืมตาสามารถที่จะมีสติสัมปชัญญะสามารถที่จะควบคุมสามารถที่จะทำปฏิบัติเป็นฌานและเข้าไปหาวิมุติลดละปล่อยให้มันดับสงบระงับลงไปเรื่อยๆได้ตลอดเวลาทานจึงเป็นฐานของมนุษย์ที่แท้พระพุทธเจ้าจึงตัดไปคู่กันเสมอฌานได้ฌานนี้ได้โดยไม่ยากได้โดยไม่ลำบากในการทั้ง 4 แล้วก็เข้าไประงับเข้าไปเรื่อยๆเป็นฐานเป็นเบื้องต้นหรือว่าเป็นเป็นผู้ที่นำเข้าไปสู่วิมุติอยู่เสมอๆหาเราจะกระทำได้ ตอนนี้เราก็มาฝึกโดยเป็นเจโตสมถะหรือว่าโดยที่เราจะพยายามจะหัดฝึกอย่างที่กล่าวนี้ท่านผู้ใดจะเปิดตาหรือว่าจะหลับตาก็เอาแล้วขอให้ควบคุมตามลำดับจะต้องดูทั้งกายของเราด้วยว่ากายสังขารขนาดนี้เราก็ไม่ยากไม่เย็นอะไรไม่มากไม่มายเป็นแต่เพียงอยู่ในท่านั่งเราไม่ได้เป็นเดินอยู่เราไม่ได้ไปต้องขยับแขนขยับขาขยับเนื้อขยับตัวจะต้องมีกิจกรรมทางกายกรรมอะไรต่ออะไรต่างๆอยู่เราไม่พร้อมแต่ภาคนี้มันง่ายมันพลาดถึงง่ายเพราะการจะควบคุมการจะสำรวมสังวรก็มันง่ายขึ้นมันเป็นเรื่องที่จะปฏิบัติควรจะปฏิบัติได้ไม่น่าจะลำบากยากเย็นอะไรมันก็ขอให้ตั้งใจจะมีผลมาก เราพูดกันมาแล้วเราพูดกันมาหลายคราวว่าจะต้องฝึกหัดจะต้องพากเพียรเป็นไปมันไม่ใช่ของขาดทุนมันเป็นของอุปการะมีอุปการะคุณมีประโยชน์ถ้าเข้าใจเป็นสัมมาทิฏฐิแล้วแต่ถ้าเข้าใจไม่เป็นสัมมาทิฏฐินั่งไปแล้วถ้าเกิดจะไปเป็นประเภทที่เราไม่มีอุปทานมีอะไรที่เราเคยหลงเคยโมหะเคยยึดติดโดยเฉพาะจิตมันจิตมันก็ไปตั้งมันอยากจะเห็นภาพอยากจะเห็นรูปอยากจะมีโน่นอยากจะมีนี่อยากจะอะไรอะไรต่างๆนานาเรื่องราวนี้ขอให้ตัดออกขอให้เลิกยุ่งเลิกเกี่ยวนั่งหลับตาเข้าไปแล้วก็พยายามเรียนรู้จิตแล้วก็พยายามเข้าใจถึงนิวรณ์ดังกล่าวแล้วนั้นเป็นเป้าหมายเราอย่าไปนั่งสร้างภาพเข้ามาแล้วซ้อนลง แล้วก็มานั่งหลับตาก็เห็นภาพเทวดาเห็นข้ามเมืองสวรรค์จนไปชมชื่นอยู่ในดอกปาริชาติกลิ่นหอมอะไรก็ไปเป็นกามในภพเข้าไปอีกแล้วเราก็ไม่รู้เรื่องมันก็ยิ่งเละใหญ่มันซ้อนเพราะงั้นเราไม่เอานี่เราพูดกันมามากแล้วมันตัดน่ะเราจะทำความสงบเป็นเจโตสมถะนั้นให้ได้จริงๆโดยเฉพาะทั้งสงบด้วยจิตเราจะเข้าไปจนกระทั่งว่าถ้าเผื่อว่าเป็นไปได้เราจะหัดทำให้จิตดีเหมือนกับชาฤาษีนี่แหละจะเป็นอสัญญีแต่ตอนนี้อย่าพึ่งแต่ตอนนี้อย่าเพิ่งคิดอ่านตอนนี้พยายามตั้งสติให้เต็มให้ดีเสียก่อนอย่าเพิ่งไปทำถ้าเราไปทำจะต้องตั้งใจจะดับจิตไปเป็นอสัญญีไปตั้งแต่เดี๋ยวนี้นะมันไม่ได้มันลากปลายมันเป็นหางไวเกินไปมันไม่มีขั้นตอนและต้องทำให้เป็นชาให้รู้ ข้อใดเป็นขั้นไปวิตกวิจารรู้จริงไปจนกระทั่งสามารถทำจิตให้มันตั้งอยู่มีสติเต็มมีเราตัดทวารตาหูจมูกลิ้นกายเข้าไปอยู่ในจิตแล้วเราก็รู้ได้เมื่อรู้ได้แล้วเราจะเห็นว่าเอออันนี้มันไม่มีอะไรถ้าจิตเราไม่มีกิเลสอะไรเลยจนกระทั่งมันว่างเบาจนกระทั่งเหลือแต่สภาพสว่างโล่งโปร่งลอยเบาอยู่ในจิตจริงๆเลยเราก็จะรู้ของเราเราจะมีจะเป็นของผู้ที่ได้ถึงเราจะรู้ว่าสภาพอากาศสามัญเป็นอย่างนี้แล้วเราก็จะรู้ต่ออย่างที่เราเคยอธิบายวิญญาณคือรู้ตัวและแม้อาจกินจรรยาเย็ดกันนะเราก็จะทำแบบฤาษีเราจะดับไม่ให้รับรู้สึกเพราะงั้นยังรับรู้อยู่นี้ยังเป็นไปไม่ดีเราจะดับลงไปให้รับรู้สึกเป็นสภาพดำเป็นสภาพมืดเป็นสภาพอสัญญีก็ค่อยเดินทางไป มีสัญญาณนิโรธแบบนั้นลองดูแล้วก็ดับสนิทไปเป็นอสัญญีไปเลยอย่างนั้นเราจะได้สาเหตุที่แท้อย่างนั้นเราจะได้อาศัยยีที่ลึกลึกด้วยเพราะว่าทำอย่างนี้มันไม่เป็นอสัญญีมันรักมันก็เอาเนวสัญญานานสัญญามาถึงนั่งเป็นผีนะมีธาตุสะลึมสะลือแล้วอะไรต่ออะไรเข้าไปแล้วมันเป็นนอนหลับมันเป็นหลับมันไม่เป็นฌานมันไปเป็นหลักในภวังค์มันไม่ใช่เป็นทานแล้วมันไม่เข้าเรื่องเข้าราวอะไรเพราะว่าเราอย่าไปดึงเอาปลายมาเป็นต้นมันจะกลายเป็นเราทำรัฐและทำดาบแล้วมันไม่ไปขั้นตอนแล้วมันไม่งามไม่ได้ศึกษารู้ความจริงเพราะตอนนี้เราทิ้งไว้ก่อนเรื่องที่จะตัดสินคดีเรื่องที่จะสงบสนิทไปเลยทีเดียวอย่าเพิ่งให้เป็นปลุก ขึ้นมาเสมอทำไปแล้วก็ถ้าผมว่าจะดิ่งลงไปดับไปรับรู้แล้วไม่เอาให้มีสตินะนี่เป็นอานาปานสติแท้ด้วยไม่ใช่เจโตสมถะอานาปานสตินะถ้าเรียกเจโตสมถะและจริงๆแล้วถ้าเรียกอานาปานสติแล้วเจโตสมถะไม่ได้เจโตสมถะไม่มีอานาปานสติทั้งศูนย์ไม่มีเจโตสมถะหรอกมีแต่ต้องมีสติควบคุมหมดเลยจนแม้ที่สุดนิโรธแล้วปฏิมากรรมสีแล้วก็ยังเป็นผู้ที่ยังมีลมหายใจออกลมหายใจเข้ายังจะต้องมีดูรู้อยู่ตลอดเวลาเพราะฉะนั้นถ้าแปลกันอย่างหลวมๆว่าเราจะต้องสังเกตลมหายใจออกลมหายใจเข้าแบบบาโยก็เห็นมันก็จะมีอยู่ในขณะนี้ถ้าเผื่อว่าแปลความว่าตราบ มีลมหายใจออกลมหายใจเข้าแล้วจับได้อยู่แล้วก็เป็นอยู่เราก็แปลเอาความอย่างกว้างเลยว่าตลอดเวลาที่เรายังเป็นผู้มีลมหายใจออกหายใจเข้าอยู่เราจะเป็นผู้มีอานาปานสติอย่างนี้นะเป็นผู้ที่รู้ลึกรู้ซึ่งรู้ไปจนกระทั่งถึงที่สุดแม้กระทั่งกิเลสตัณหาตัดมีอนิจจารูปปัดสีมีเวลาขาดสีมีนิโรธสีมีประสิทธิภาพศรีไปถึงอย่างโน้นทีเดียวหาเราจะมีถึงขนาดนั้นนั่นเป็นสติแท้ๆเพราะในขณะนี้เราจะกล่าวว่าเจโตสมถะไม้เอาความทำจิตแล้วเราจะหักสงบระงับลงไปด้วยเราก็เราก็ไม่ใช่เรื่องของอนาคต ปานสติอ้อไม่ใช่ถ้าไปเจอตัวสมถะคืออานาปานสติโดยดับแต่โดยจริงแล้วอานาปานสตินั้นไม่ใช่โดยดับจิตอานาปานสตินักเรียนเพื่อดับกิเลสอันนี้เป็นของศาสนาพุทธตรงๆอ่ะเราก็มาเริ่มลงมือลองดูนะแล้วก็จะพูดไปพลางอธิบายไปด้วยอะไรไปด้วยตอนไหนจะพูดตอนนั้นจะนิ่งจะว่างให้นั่งพิจารณาเองอะไรเองก็จะว่าไปเป็นขั้นๆขั้นตอนไปอ่ะเริ่มต้นผู้ใดจะนั่งอย่างไรก็ได้ตามถนัดผู้ใดจะนั่งอย่างไรก็ได้ตามถนัดจะนั่งขัดสมาธิเอาขาซ้อนขาทำบัลลังก์ ในภาษาบาลีมีอยู่คำเดียวว่าบัลลังก์เจนะบัลลังก์เจนะหมายความว่าเราทำบัลลังก์คือทำทำแท่นให้ตัวเรานั้นพลังใจนะทำแท่นรองรับกายเราเมื่อทำแท่นรองรับกายเราด้วยลักษณะที่ถนัดให้มันเป็นแท่นที่แข็งแรงตั้งกายตรงดำรงสติของมั่นตั้งกายตรงตั้งกายตรงนี้คือการจัดกายสังขารเราจะให้จิตของเราเราจะให้กายของเรานี่ให้ได้อยู่ในรูปที่เรียกว่ามันไม่อ่อนแอมันไม่ชวนเราคงงอมันไม่เราทำให้เราสักสายอะไรมันก็จะอยู่ในสภาพของสงบระงับปฏิบัติสังขยาได้แท้จริง เราจะทำให้เกิดอัสสัมพยางค์ทั้งกายกับพยางค์ทั้งจิตสังขารก็จะปัดสังคังทั้งหมดข้อสำคัญก็จะต้องทำไปเรื่อยๆตามบทนี้จะว่าจะเปิดตำราว่ากันเลยอานาปานสติอันที่ 1 ก็โสดโสดสติก็หมายความว่าเราเป็นผู้ที่จะมีสติอยู่นั่นเทียวแม้หายใจออกอยู่อย่างนี้หรือแม้หายใจเข้าอยู่อัศจรรย์หายใจออกปัดสติ เข้าเนื้อหาใจออกอยู่หายใจเข้าอยู่เราก็จะมีสติสำคัญมาก Store หรือสัตตะหรือสติจะหมายความว่าสติจะต้องให้รู้ว่าสติของเรามีความระลึกรู้อยู่รู้สึกอยู่อย่าให้ตกโดยเฉพาะที่นะนิทานให้มันกินเก่งเหลือเกินถ้านั่งหลับตาเนี่ยมันผู้ใดรู้ว่าถ้าเราหลับตาลงแล้วก็จะหลับอย่าหลับลืมตาพยายามจับจิตตัวเองในขณะลืมตานะจะฟังพูดก็ไม่รู้เพราะที่ฟังที่ขณะที่กำลังพูดอยู่เนี่ยแน่นอนที่สุดเท่าที่พูดนี่ไม่ได้พูดว่าให้เกิดอารมณ์ไม่ได้พูดให้เกิดอารมณ์พยาบาทอะไรแล้วก็เมื่อเรามีจิตโยนิโสมนสิการอยู่กับคำพูดนี้เราย่อม อุทธัจจะฟุ้งซ่านไปไหนมันจะลืมตาฟังพูดอะไรอยู่ก็ฟังได้เราจะไม่มีนิวรณ์เราจะไม่มีกามเราจะไม่มีพยาบาลโดยเฉพาะเราไม่หลับตาด้วยซ้ำเราก็จะไม่มีที่นั่งมิทธะหรือแม้ไม่หลับตามันทีนะไม่ทักก็ต้องรู้ตัวนะแม้เราไม่หลับตาแล้วก็ที่นักเข้าครอบงำก็ต้องให้รู้ตัวให้ชัดเจนว่านี่ไม่ดีแล้วไม่เข้าท่าแล้วเราก็จะต้องพยายามไม่ให้มีอารมณ์ที่นักวิทย์นั้นและอารมณ์มันจะสอดส่ายไปอื่นฟุ้งซ่านออกไปเรื่องโน้นเรื่องนี้ไอ้นู้นไอ้นี่ก็พยายามอ่านให้ดีให้มันอยู่ที่นี่อยู่ที่นี่อยู่กับเราหรือว่าอยู่ที่นี่แหละได้ฟังพูดอะไรแล้วก็มีอะไรอยู่รอบใกล้ตรงนี้ก็ กล้วยชัดจับจิตให้แม่นจับจิตให้มั่นให้อยู่ทรงอยู่ตรงนี้แล้วก็พยายามที่จะวิจารณ์วิตกวิจารณ์อันนั้นบทที่ 1 ของอานาปานสติ 16 16 16 16 16 วรรค 16 บทที่ 1 โซนอัศจรรย์ Store นี่ก็คือสติทั้งนั้นมีสติแม้ลมหายใจออกอยู่มีสติแม้ลมหายใจเข้าอยู่นั่นเทียวอาทิคำว่าอันที่ 2 ที่คำว่าอับสัญญานที่เขาอัดสั่น ประธานาธิบดีคังที่คันปักษาปัสสะติประชาติอันนี้เป็นกี่ครั้งและมียาอีกมีอีก 2 วันรับสังมิประชารัฐสังวาปัดสันโตจะมีรับสั่งว่าปัดสันโตรับสังมิประชาติ หมายความว่าเมื่อหายใจออกยาวก็รู้ทั่วถึงว่าเราหายใจออกยาวอย่างนี้เมื่อหายใจเข้ายาววิปัสสนาญาณก็รู้อยู่ว่าเราหายใจเข้ายาวแต่มีหน้าที่คำนี้แปลว่ายาวรับสั่งว่าสันโตอ่าอัสสะสามีประชาติก็หมายความว่าเราเองก็ต้องรู้อยู่พยายามหายใจหายใจออกสั้นถึงที่รักษานี่แปลว่าสั้นหายใจออกสั้น ก็รู้อยู่ว่าเราหายใจออกสั้นทางนี้รับสังวาลย์ปัดสันโตตรัสสั่งมิติประชาติเราหายใจเข้าสั่นก็รู้อยู่ว่าเราหายใจเข้าสั้นมีบทที่ 2 หายใจออกยาวเข้ายาวเราหายใจออกสั้นๆมีเข้ามีออกมียาวมีสั้นรู้อยู่ทุกลักษณะพอมันแตกต่างกันเข้าคืออย่างนี้ออกคืออย่างนี้มีสติอ่านตรวจดูรู้อยู่ว่านี่เราหายใจออกนะตอนนี้นี่หมายความว่าเราเล่นอยู่ในโลกแคบๆโรคแค่ลมหายใจ โลกแค่จิตแค่ความรู้สึกแค่สติแค่ความรับรู้เพราะโลกข้างนอกนอกจะมีรูปเรากินเสียงสัมผัสอะไรนี่กว้างๆนี่เรายังไม่ต้องไปคำนึงเรามาเพ่งอยู่ที่นี่มารู้อยู่ที่นี่ซึ่งเป็นความยากชนิดหนึ่งยากมากบอกแล้วว่ายากมากเพราะฉะนั้นเราจะต้องใส่ใจพยายามตั้งใจจริงๆเข้าไปเนี่ยที่ 2 อันที่ 3 สัปดาห์ เวทีเราจะเป็นผู้รู้พร้อมเฉพาะปฏิสังข์ผู้รู้พร้อมเฉพาะศิษย์คติหมายคำว่าเราทำย่อมทำในบทศึกษาสติเราจะทำบริบทศึกษาว่าเราจะรู้พร้อมเฉพาะซึ่งสัปปายะกายทั้งปวงอยู่เราจะรู้พร้อมเฉพาะซึ่งกายทั้งปวงอยู่แม้หายใจออกอย่างนี้หรือแม้หายใจเข้าอยู่เ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive