จะเรียนวิชาต่างๆไปทำไมในเมื่อจะต้องมาทำงานกสิกรรมพื้นฐานอยู่แล้ว.docx
เนื้อหาในไฟล์
จะเรียนวิชาต่างๆไปทำไมในเมื่อจะต้องมาทำงานกสิกรรมพื้นฐานอยู่แล้ว _ช่วยบุญ (จากปฐมอโศก)...วันนี้มี 2 เรื่อง เผาถ่านเอามาเผากิเลสเหมือนพวกเราที่ถูกเผาเป็นถ่านแล้ว เอามาใช้ประโยชน์ได้ เขาบอกว่าเราจะเรียนไปสูงทำไมในเมื่อจะต้องมาทำงานพวกนี้อยู่แล้ว พ่อครูว่า..เราเรียนมาก็รู้สิ่งที่โลกเขาสอน เขาสอนได้แต่โลกียะไม่ได้สอนเรื่องจิตวิญญาณเรื่องโลกุตระ แต่มันต้องคู่กัน เมื่อเรารู้โลกเพิ่มขึ้นรู้ความเป็นอยู่ของชาวโลกเพิ่มขึ้นเขาก็จะมีความคิดกันอย่างโลกๆ ต้องการอย่างโลกๆ เราก็เข้าใจเขาอนุโลมให้กับเขาดีขึ้นประโยชน์ก็จะเกิดมากขึ้นไง เพราะเรารู้เขารู้เรา สำนวนของซุนวูเขา รู้เขารู้เรา รบไม่มีแพ้เลยชนะตลอดลูกเดียว รู้เขารู้เราไม่เพียงพอทำงานอะไรก็สำเร็จหมดแหละ เรารู้มากและรู้ลำดับ อนุโลมปฏิโลมขนาดไหนแค่ไหนใช้สัปปุริสธรรม 7 มหาปเทส 4 ของพระพุทธเจ้าเราก็จะใช้ประมาณได้อย่างสัดส่วนพอเหมาะๆๆ สิ่งที่จะเป็นประโยชน์คือความสมดุลมากไปก็ไม่ดีน้อยไปก็ไม่ดีง่ายๆ เป็นเรื่องสามัญ เราทำได้อย่างนั้นจริงๆจึงเป็นประโยชน์สูงประหยัดสุดที่แท้จริงไง การเรียนรู้..คนไม่เข้าใจว่าไปเรียนทำไมแล้วก็มาทำงานอย่างนี้ จริงๆแล้วงานอย่างนี้แหละ คืองานที่เป็นฐานของมนุษย์เพราะเรารู้สาระที่แท้จริงความเป็นอยู่ของมนุษย์นอกนั้นเป็นความฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็น มากยิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ และเป็นก้อนของความโลภ และเป็นก้อนของความโกรธแค้น สองก้อนนี่แหละมันทำงานเท่านั้นเอง แต่พวกเราทำงานไม่มีพวกนี้ แม้ยังมีเราก็รู้ว่าใครยังเหลืออยู่ ก็ระงับไม่ให้มันออก เพราะฉะนั้นก็เหมือนมันไม่มี คุณประโยชน์คุณค่าของมนุษย์ อย่างพวกเราหมู่กลุ่มชาวอโศกมันเป็นมนุษย์ที่มีประโยชน์ ที่เป็นประโยชน์โลกุตระ คนเข้าใจโลกุตระไม่ได้ดูเหมือนต่ำดูเหมือนเบาดูเหมือนเ
อ่านต่อ
งียบดูเหมือนนิ่งดูเหมือนไม่รอดพ้น ดูเหมือนไม่มีคุณค่าดูเหมือนมันน้อยมัน 0 แต่แท้จริงมันมีมหาศาล มีแรงมากมีอิทธิพลสูง แต่คนมันเป็นภาษาพูดเท่านั้นเองคนเข้าใจสภาพที่ซับซ้อนพวกนี้ไม่ได้ ซึ่งอาตมาเองต่อไปผู้รู้จะมากขึ้นจะมีคนที่เก่งภาษา เก่งการสรุปภาษา เอามาบอกใครๆได้อย่างเช่นคุณเปลวสีเงิน สื่อได้กะทัดรัดและใช้ภาษายังเป็นเจ้าภาษาเลย เก่ง อาตมาต้องอ่านคุณเปลวเขียนทุกวันเลย ยกเว้นวันที่แกไม่เขียน ก็อ่านของคนอื่นไป คนอื่นก็ไม่เลวอย่างคุณผักกาดหอม เป็นตัวแทนได้เลย พระพุทธเจ้าไม่ได้ศึกษาอะไรอย่างอื่นที่ยิ่งใหญ่อย่างอื่น แต่ท่านหันมาศึกษามนุษย์กับสังคม ไม่ว่าสังคมศาสตร์เศรษฐศาสตร์รัฐศาสตร์เป็นเรื่องมนุษย์กับสังคมเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ที่สุดพระพุทธเจ้าตรัสรู้หมดแล้วสารพัด 18 สาขาวิชาในยุคของท่าน ทำได้เกียรตินิยมหมดแหละ วิชาต่างๆเหมือนอย่างสมัยนี้แหละ ไปได้ปริญญาคณะต่างๆ ก็เหมือนกัน แต่เดี๋ยวนี้มันมากกว่า 18 สาขาวิชา แต่ท่านไม่เอาโยนทิ้งหมดมาเอาอันเดียวเอาเรื่องความเป็นมนุษย์กับสังคม นอกนั้นเป็นองค์ประกอบที่จะรู้เขารู้เรา แล้วท่านก็ช่วยเขา นี่ก็เหมือนกัน เดี๋ยวนี้ในยุคไหนก็เหมือนกันล้อเลียนกันไม่ได้ยากอะไร ทุกวันนี้อาตมาก็พยายามถอดแบบของพระพุทธเจ้ามา แม้ไม่เก่งเท่าพระพุทธเจ้าก็เถอะแต่ไม่ได้ผิดเพี้ยนไปจากกัน เปลี่ยนสภาพที่เป็นจักรวาลน้อยจักรวาลใหญ่ถอดแบบกันไป อาศัยสภาพเหมือนกัน แต่ว่ามันมีมากมายเก่งกาจ หรือว่าสูงส่ง กว่ากันเท่านั้นเอง อาตมาก็เป็นจักรวาลน้อยพระพุทธเจ้าก็เป็นจักรวาลใหญ่ น้อยใหญ่ก็มีลำดับอีกก็ค่อยว่ากันไป
640125_รายการโสเหล่โลกุตระ ออนไลน์ ครั้งที่ 25