ชาติ ผัสสะ เวทนา.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.42 KB
วันที่แก้ไข24 มกราคม 2564

เนื้อหาในไฟล์

ชาติ ผัสสะ เวทนา เริ่มต้นด้วยพยัญชนะ หรือภาษาหรือคำพูดของพระพุทธเจ้า ว่า ชาติ มีชาติ จึงเกิดภพ เป็นปัจจัยหรือมีปัจจัยเป็นภพ “ภพ” กับ “ชาติ” แตกต่างกันอย่างไร? “ ชาติ” คืออาการของจิตที่มันเริ่มเกิดพระพุทธเจ้าก็ให้เรียนว่าจิตเริ่มเกิดเริ่มดำริ เรียกว่า “ตักกะ” ให้ฝึกอ่านตัวนี้เลย เพราะฉะนั้นจะอยู่ดีๆมันก็เกิดดำริขึ้นมาโดยไม่มีเหตุปัจจัยข้างนอกไม่มีกระทบสัมผัสทางตาหูจมูกลิ้นกาย มันก็เป็นชาติเหมือนกัน แต่เป็นชาติที่เรียกว่าสัญญาการกำหนดรู้ที่เกิดมาโดยไม่มีเหตุปัจจัย ซึ่งเมื่อไม่มีเหตุปัจจัยมันก็มีแต่เรื่องเก่า เรื่องเก่านี้ เป็นเรื่องที่เคยเกิดจริงกับตัวเรา อดีตพระพุทธเจ้ารวบรวมไว้ในทิฏฐิ 62 เรื่องเก่าก็มีประมาณ 18 ความเห็น ทิฏฐิ 18 ความเห็น มันไม่มีชีวิตต่อไปได้อีกก็ได้ก็มีแค่พยัญชนะที่จนที่สุดไม่ได้ก็คิดไปทั่วๆไปหาที่สุดไม่ได้ คำว่าหาที่สุดมิได้ คนนี้ไม่มีสิทธิ์ที่จะเป็นอรหันต์ คนที่หาที่สุดมิได้ไม่มีสิทธิ์จะเป็นอรหันต์เช่นพวกที่หลงความรู้ในสังคมมีการหลงความรู้สูง สรุปความรู้ความรู้มันเยอะเหลือเกิน ความยึดถือ เท่านั้นเอง ส่วนอนาคตก็คิดไปเป็นไปได้ ก็ได้ เป็นไปไม่ได้ก็ได้ จนในที่สุดไม่มีสามารถที่จะคิดอะไรต่อไปอีกก็ได้ หาที่สุดไม่ได้ ก็คิดไปเพ้อฝันไป พวกที่หาที่สุดไม่ได้ คำว่าหาที่สุดไม่ได้นี้ คนนี้ไม่มีสิทธิ์ที่จะเป็นพระอรหันต์ เช่นพวกที่หลงความรู้ในสังคมมนุษยชาติหลงความรู้ ความรู้มันเยอะเหลือเกินก็รู้สึกสนุกอย่างเช่นปราชญ์ผู้รู้คนหนึ่งในประเทศไทย น่าสงสารที่ท่านติดในความรู้และท่านก็ไม่หยุดเลยไม่หันมาเรียนรู้จิตเจตสิกรูปนิพพานให้จริงจังแล้วจบ เป็นพระอรหันต์ให้ได้ก็เลยหาที่สุดไม่ได้ ท่านก็เลยไม่รู้ว่าท่านจะได้เป็นพระอรหันต์เมื่อไหร่ เพราะท่านไม่หันมาหยุดเพราะความรู้ที่จะ

อ่านต่อ

ให้เป็นอรหันต์ของท่านนั้นมันเกินไปแล้วความรู้ท่านมีมากจริงๆ ความรู้ที่ท่านมีมากเอามาใช้ปฏิบัติไม่ต้องเอามาเต็มที่ท่านรู้เพราะท่านรู้มากเกินล้นที่จะเป็นอรหันต์ เอามาประมาณหนึ่ง ปฏิบัติเท่าที่จะมีองค์รวม เพราะฉะนั้นถ้ามาตั้งต้นที่ชาติมาดูว่าจิตเราเกิด อะไรเกิดเป็นสำคัญ กิเลส เรียนรู้กิเลสให้จริง ในชีวิตทุกเวลาทุกสัมผัสที่มีเวทนาเกิด วิจัยในเวทนา เวทนาจึงเป็นตัวที่เป็นกรรมฐานหลักของศาสนาพุทธ อันเดียวนี่แหละพระไตรปิฎกเล่ม 10 ข้อ 60 ธรรมทั้งสองเหล่านี้ รวมเป็นอันเดียวกันกับเวทนา โดยส่วนสอง (เทฺว ธมฺมา ทฺวเยน เวทนาย เอกสโมสรณา ภวนฺติ ฯ ) จับสองเอามาทำงาน เรียนรู้ภาวะ 2 ที่มันเกิดของเวทนานี่แหละแล้วทำให้เป็นหนึ่ง ให้สำเร็จ มันเกิดเป็น 2 เกิดเป็น 2 ก็เรียนรู้ 2 จึงจะจัดการกับเทวะนี้ได้ เช่นมันมี 2 สุขกับทุกข์ คุณก็ทำเหตุแห่งทุกข์ให้มันลดลงก็จะเหลือเรียกอนุโลมว่ามันเป็นสุข เอาพยัญชนะมาเรียกนะ มันก็จะเหลือเช่น กามสุข ที่แท้มันเป็นทุกข์เป็นกามทุกข์ ไม่ใช่กามสุข แต่คุณใช้มายาหลอกตัวเองเท่านั้น พระพุทธเจ้าให้จับตัวใดตัวหนึ่งให้จับตัวทุกข์ก่อนก็มารู้จัก กามทุกข์ แต่เขาไม่รู้จักเขาเรียกว่ากามสุขแล้วดันเรียกว่ากามคุณด้วย ก็โง่ ที่จริงมันกามทีนวะต่างหาก เป็นกามโทษไม่ใช่กามคุณ อนุปุพพิกถา 5 พระพุทธเจ้าท่านสอน ในเรื่อง 1. ทาน การสละ การให้ 2. ศีล การชำระขัดเกลา ด้วยเจตนางดเว้น 3. สัคคะ (สวรรค์) 4. กามานัง อาทีนวัง โอการัง สังกิเลสัง โทษของกาม ความต่ำทรามของกาม ความเศร้าหมองของกามทั้งหลาย . . 5. เนกขัมมะ อานิสัง อานิสงส์การออกจากกาม แม้แต่สอนกันก็ไม่สามารถแยกแยะ กามโทษ กับ กามคุณได้ คนโง่อวิชชาก็บอกว่ากามเป็นสุขเป็นกามคุณก็โง่ถูกหลอกไป กามเป็นโทษเป็นอาทีนวะ โว้ย นี่คือคำสอนพระพุทธเจ้าท่านเรียกว่ากามทุกข์ กามโทษ นักสอนธรรมะที่ไหนก็ไม่พูดอย่างอาตมา อาตมารู้อย่างนี้ก็พูดไม่เหมือนเขา เขาก็หาว่าพูดเอาเอง อาตมากำลังยืนยันคำสอนพระพุทธเจ้าทั้งนั้นไม่ได้พูดเอาเอง

คนที่รู้จักอาการของจิต อาการ ลิงค นิมิต อุเทส อาตมาอุเทศ คือชี้แจงอธิบายแจกแจง

นิมนต์พ่อครูจิบน้ำ สมณะฟ้าไท...วันนี้เข้าห้องเรียนพระอภิธรรมกัน เรียนเพื่อทำการลดกิเลสไม่ใช่เรียนเพื่อไปสอบเอาลาภยศสรรเสริญสุข พ่อครูว่า...เรียนให้รู้สัจจะ ธรรมะ คือกิเลสแล้วล้างกิเลสให้หมดก็จบ จะได้เป็นพระอรหันต์จะได้รู้จักกรอบแห่งการเอามาอธิบายกัน ไม่ต้องไปเสียเวลารู้เรื่อง โลกจินตา มันเป็นความคิดของชาวโลก โลกคิดกันไปเยอะ จะไปตามดูหาที่สุดไม่ได้ จะไปตามความคิดของชาวโลก เขาคิดไป หากเราจะไปตามความคิดเขาก็ถูกจูงจมูกถูกหลอกไปหาความรู้อะไรมากมายไม่มาหาการปฏิบัติให้จบก็เลยไม่รู้จักกรอบ รู้สิ่งที่ควรจะต้องเอามาใช้อธิบายกับบุคคลแต่ละกลุ่มแต่ละหมู่ มันก็เลยได้แต่รู้ๆๆๆ ผู้ที่ฟังอาตมาพูดเข้าใจจะสะดุ้งเฮือก ว่าโพธิรักษ์พูดถูก ใครเข้าใจได้อย่างนี้อาตมาอนุโมทนาสาธุ เพราะสงสารจริงๆ ผู้ที่หลงความรู้เนี่ย พูดภาษาอังกฤษ ไม่รู้จักจบความรู้และเอาความรู้นั้นมาสาธยายให้ชาวโลกเพื่อให้เขารู้ว่าฉันรู้มากก็มีงานเยอะไม่รู้จักจบ อาตมาไม่มีงานแล้วอาตมาจบกิจ อาตมาประกาศไปแล้วว่าไม่ทำอะไรแล้ว เคยพูดภาษา แต่อาตมาก็ทำอยู่อย่างธรรมดา ที่พูดคือภาษาจบกิจ

640124_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ เรียนรู้ปฏิจจสมุปบาทที่ ชาติ ภพ ตัณหา

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน