08 บทที่ 3 พริ้วลมบุญ.docx

โฟลเดอร์word
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์276 KB
วันที่แก้ไข28 เมษายน 2562

เนื้อหาในไฟล์

5056909 -762000 บทที่ 3 วิธีดำเนินการวิจัย การวิจัยเรื่อง ผลของการใช้บทเรียนออนไลน์ ต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมค่ายแพทย์วิถีธรรม ใช้รูปแบบการวิจัยกึ่งทดลอง ( Quasi Experimental Research ) วัดก่อนและหลังการทดลอง ( One Group Pretest-Posttest Design) เพื่อศึกษา ผลการ เปรียบเทียบ ความรู้ เจตคติ และการปฏิบัติการดูแลสุขภาพ ตนเอง ของกลุ่มทดลอง ก่อนและหลังการใช้บทเรียนออนไลน์ หลัก 3 อ แพทย์วิถีธรรม และ เพื่อศึกษาความพึงพอใจของ การ ใช้บทเรียนออนไลน์ หลัก 3 อ แพทย์วิถีธรรม โดยมีรายละเอียดขั้นตอนของการดำเนินงาน ดังนี้ 1 . ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 2 . เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล 3 การสร้างเครื่องมือและตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือ 4 . การเก็บรวบรวมข้อมูล 5. การวิเคราะห์ข้อมูล 6 . การพิทักษ์สิทธิตัวอย่าง ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ประชากร หมายถึง ผู้ที่ผ่านการอบรมค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรมหลักสูตร 9 วัน ณ สวนป่านาบุญ 3 ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัด ปทุมธานี จำนวน 80 คน เป็นกลุ่มแข็งแรง ไม่มีโรค ประจำตัว ที่อยู่ในวัยผู้ใหญ่ อายุ 35-59 ปี กลุ่มตัวอย่าง หมายถึง ผู้ที่ผ่านการอบรมค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรมหลักสูตร 9 วัน ณ สวนป่านาบุญ 3 ตำบลคลองสาม อำเภอ คลองหลวง จังหวัด ปทุมธานี จำนวน 30 คน เลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง ( Purposive Sampling ) เกณฑ์ในการคัดเข้า ( Inclusion Criteria ) คือ 1. ไม่มีโรคประจำตัว 2. วัยผู้ใหญ่อายุ 35-59 ปี 3. ผู้ที่ผ่านการอบรมค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรมหลักสูตร 9 วัน 4. มีความสามารถเรียนรู้ บทเรียนออนไลน์ ผ่านมือถือหรือคอมพิวเตอร์ได้ 5. สามารถอ่านออก และพิมพ์ข้อมูลได้ 6. ยินดีเข้าร่วมโครงการตลอดโครงการ โด

อ่านต่อ

ยขนาด ตัวอย่างได้มาจากการทบทวนวรรณกรรม ของ สุภาพร แนวบุตร และ มาโน ชญ  บูรณโชคไพศาล. 2559 : 97 อ้างถึงใน ชมนาด วรร ณพรศิริ กําหนด ขนาดกลุ่มตัวอย่างตามเกณฑของ Dempsey and Dempsey ที่ระบุ วาการวิจัยกึ่งทดลองควรใชกลุมตัว อย  าง ขั้น ตํ่า 30 คน แผนการทดลองโดยมีรายละเอียดของการทดลอง ดังนี้ ครั้งที่ 1 2 3 4 5 6 7 8 X1 X2 X3 X4 X5 X6 X7 X8 4341747 61849 0 0 3804978 61849 0 0 3306757 63754 0 0 2791518 61428 0 0 2290883 65024 0 0 1801624 59246 0 0 4871686 65850 0 0 1275715 69850 0 0 1104265 136525 0 0 กลุ่มทดลอง O1 O2 สัปดาห์ 1 2 3 4 5 6 7 8 8 สัปดาห์ แผน ภาพที่ 12 แผนการทดลอง O 1 หมายถึง การเก็บรวบรวมข้อมูลก่อนการทดลอง ( Pre test ) ของกลุ่มทดลอง โดยใช้แบบสอบถาม และ และแบบทดสอบทางด้านความรู้ เจตคติ การปฏิบัติ เกี่ยวกับพฤติกรรมด้านการรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย และการผ่อนคลายอารมณ์ O 2 หมายถึง การเก็บรวบรวมข้อมูลหลังการทดลอง ( Post test ) ของกลุ่มทด ลอง โดยใช้แบบสอบถาม และ แบบทดสอบทางด้านความรู้ เจตคติ การปฏิบัติ เกี่ยวกับพฤติกรรมด้านการรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย และการผ่อนคลายอารมณ์ X 1 – X 8 หมายถึง กิจกรรมให้ความรู้ ทบทวนทักษะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ แก่กลุ่มทดลอง เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 1. บทเรียนออนไลน์ เรื่อง หลัก 3 อ แพทย์วิถีธรรม ประกอบด้วย หน่วย ทื่ 1 อาหารสุขภาพปรับสมดุลร่างกาย หน่วยที่ 2 ออกกำลังกายด้วยการเดินเร็ว หน่วยที่ 3 อารมณ์ผ่อนคลายด้วยลมหายใจร้อนและเย็น 2. เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล เครื่องมือการเก็บรวบรวมข้อมูลนำมาจาก ฐา ปนี สิริรุ งเรื อง ( 2559 : 91) โดยใช้องค์ความรู้ เกี่ยวกับการรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย และการผ่อนคลายอารมณ์ ตามหลักการแพทย์วิถีธรรม มาสร้างคำถามในเครื่องมือครั้ง นี้ 2.1 แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป ได้แก่ เพศ อายุ สถานภาพสมรส การศึกษา อาชีพ 2.2 แบบทดสอบความรู้ เจตคติ และการปฏิบัติการดูแลสุขภาพเกี่ยวกับการรับประทาน อาหาร การออกกำลังกาย และผ่อนคลายอารมณ์ 2.3 แบบประเมินความพึงพอใจต่อ บทเรียนออนไลน์ วิธีการสร้าง และ การตรวจสอบ คุณภาพของเครื่องมือ ผู้วิจัยได้ทำการศึกษาและดำเนินการสร้างเครื่องมือ ดังนี้ 1. รูปแบบการสร้างบทเรียนออนไลน์ 3 อ แพทย์วิถีธรรม อาหาร ออกกำลังกาย อารมณ์ผ่อนคลาย สำหรับวัยผู้ใหญ่อายุ 35-59 ปี ที่ผ่านค่ายกิจกรรมแพทย์วิถีธรรม ตามแนวทางของ ADDIE MODEL (จินตวีร์ คล้ายสังข์. 2554 : 27 ) ซึ่งประกอบไปด้วย 5 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นวิเคราะห์ ( Analysis ) ขั้นการออกแบบ ( Design ) ขั้นการพัฒนา ( Development ) ขั้นการทดลอง ( Field ) 4 ) ขั้นการนำไปใช้ ( Implementation Phase ) และ ขั้นการประเมินผล ( Evaluation Phase ) 1.1 การวิเคราะห์ ( Analysis ) 1.1.1 วิเคราะห์ ปัญหา ( Problem Analysis ) จากการศึกษาข้อมูลทางด้านสาธารณสุข พบว่า ความเจ็บป่วยของประชากรทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย เกิดจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่ทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพสูงมากขึ้น เป็นปัญหาของชีวิต ของครอบครัว และเป็นภาระของประเทศทุกประเทศ ซึ่งปัญหาความเจ็บป่วยนี้เกิดจากพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสม ได้แก่ การรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม การขาดการออกกำลังกาย และปัญหาความเครียด เป็นต้น อันเป็นปัญหาและนโยบายแห่งชาติที่กระทรวงสาธารณสุขต้องเร่งแก้ปัญหามาเป็นระยะเวลายาวนาน ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกแจ้งว่า โรคไม่ติดต่อเรื้อรังสามารถแก้ปัญหาได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อทำให้เกิดการดูแลตนเองจนเป็นนิสัย สอดคล้องกับค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรมให้ประชนที่ยังไม่ป่วย หรือป่วยแต่ดูแลตนเองได้ เข้ามาเรียนรู้ในการดูแลสุขภาพพึ่งตนได้ โดยเน้นการปฏิบัติด้วยสิ่งที่ประหยัด เรียบง่าย ปลอดภัย ได้ผล แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ พึ่งตนเองได้ ใช้ทร ั พยากรท้องถิ่นเป็นหลัก และสามารถประยุกต์เข้ากับวิถีชีวิตได้อย่างยั่งยืน เป็นทางเลือกหนึ่งในการดูแลสุขภาพพึ่งตน จาการเก็บข้อมูลหลังการเข้าค่ายกลับไปใช้วิถีชีวิตที่บ้าน กับครอบครัว พบว่า ภายหลังการเข้าร่วมกิจกรรมค่าย และนำไปปฏิบัติเองจากการพูดคุยและเก็บข้อมูลกับผู้เข้าร่วมกิจกรรมค่ายที่กลับเข้ามาอบรมอีกหลายๆ ครั้ง บางครั้งไม่สามารถปฏิบัติเองได้ บางครั้งก็ปฏิบัติเองได้แต่ไม่ต่อเนื่อง เพราะครอบครัวไม่ปรับเปลี่ยนด้วย ทำให้รู้สึกโดดเดี่ยว บางครั้งมีปัญหาไม่รู้จะถามใคร สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาต้องกลับเข้ามาเรียนรู้ในค่ายใหม่ มาทบทวนและฝึกปฏิบัติ บางคนก็ ไม่สามารถจัดสรรเวลาที่จะมาได้ จนรอให้ป่วยหรือป่วยหนักค่อยกลับมาเรียนรู้ จากข้อมูลดังกล่าวน่าจะมีการทำกิจกรรมหลังค่ายที่ผู้ผ่านค่ายฯ สามารถนำไปเรียนรู้ ทบทวน และฝึกปฏิบัติด้วยตนเองได้ตลอดเวลา ได้ทุกที่ ตามความสะดวกของแต่ละคน ให้สะดวกต่อโลกและสังคมยุคปัจจุบัน ด้วยสาเหตุดังกล่าว ผู้วิจัยจึงสนใจ ทำวิจัยเรื่อง บท เรียนออนไลน์ ต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้เข้าร่วมกิจกรรมค่ายแพทย์วิถีธรรม ผ่านทางเครือข่ายสังคม เฟส บุ๊ค เป็นโปรแกรมใช้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพด้วยตนเอง หลังจากเรียนรู้จากค่ายสุขภาพแล้ว เพื่อให้ผู้เรียนรู้ได้ทบทวน ได้ทุกสถานที่และความสะดวกในการที่จะเรียนรู้ ในการดูแลสุขภาพตนเองให้มีสุขภาพแข็งแรง ป้องกันและลดความเจ็บป่วยด้วยตนเอง 1.1. 2 ว ิเคราะห์ผู้เรียน ( Indentification of Student ) ผู้วิจัยได้ทำการวิเคราะห์ผู้เรียนตามหลักทฤษฎีการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ ของม ัล คอ ล์ม โน ลส์ ( Malcolm S. Knowles learning theory of andragogy ) โดยมีลำดับการวิเคราะห์ดังนี้ 1.1.2.1 ธรรมชาติของผู้เรียน กลุ่มผู้เรียนเป็นผู้ใหญ่อายุระหว่าง 35-59 ปี รูปแบบการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ เป็นผู้นำตัวเอง ประสบการณ์นั้นนับว่าเป็นแหล่งที่มีคุณค่าสูงยิ่งสำหรับการเรียนรู้ มีวุฒิภาวะและเกิดความพร้อมในการเรียนรู้ มี ความมุ่งหวังในระดับสูง และกระบวนการวินิจฉัยในตัวเอง เขาจึงต้องการได้รับการเรียนรู้โดยอาศัยปัญหาเป็นศูนย์กลางของการเรียนการสอน ไม่ขอบบังคับ 1.1.2.2 ประสบการณ์พื้นฐานการเรียนรู้ ผู้ที่ผ่านการอบรมค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรมหลักสูตร 9 วัน มีความสามารถเรียนรู้ บทเรียนออนไลน์ ผ่านมือถือหรือคอมพิวเตอร์ได้ สามารถอ่านออก และพิมพ์ข้อมูลได้ ยินดีเข้าร่วมโครงการตลอดโครงการ มี เฟส บุ๊ค ( Facebook ) ส่วนตัว 1.1.2.3 จากการวิเคราะห์ธรรมชาติของผู้เรียนและประสบการณ์พื้นฐานการเรียนข้างต้นผู้วิจัยจึงเลือกรูปแบบจำลอง KAP ( Knowledge-Attitude-Practice ) ซึ่งใช้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับรูปแบบของพฤติกรรมมนุษย์และใช้เป็นการกำหนดโปรแกรมปรับเปลี่ยนหรือดัดแปลงพฤติกรรมตามที่ต้องการ (ทวีศักดิ์ เทพพิทักษ์. 2556 ) 1.1. 3 ว ิเคราะห์เนื้อหา ( Content Analysis ) บทเรียนออนไลน์ หลัก 3 อ แพทย์วิถีธรรมต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของผู้เข้าร่วมกิจกรรมค่ายแพทย์วิถีธรรม ที่เป็นหนึ่งในเทคนิคการเรียนรู้การดูแลสุขภาพพึ่งตนตามหลักการแพทย์วิถีธรรม นำมาสร้างเป็นบทเรียนออนไลน์ ดังนี้ บทเรียนออนไลน์ 3 อ แพทย์วิถีธรรมต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของผู้เข้าร่วม กิจกรรมค่ายแพทย์วิถีธรรม ที่จัดทำมีดังนี้ อ ที่ 1 เรื่อง อาหารปรับสมดุลร่างกาย อ ที่ 2 การออกกำลังกายด้วยการเดินเร็ว กดจุดปรับสมดุลร่างกาย อ ที่ 3 การผ่อนคลายอารมณ์ด้วยการฝึกลมหายใจ ร้อน/เย็น และทบทวนธรรม บทเรียนออนไลน์มีการนำเสนอเนื้อหาสาระไปทีละขั้นตอนอย่างเป็นลำดับ โดยแบ่ง เนื้อหาออกเป็นหน่วยย่อย ๆ ซึ่งเรียกว่า กรอบรูป ( Frame ) แต่ละกรอบอาจมีความสั้นยาวแตกต่างกันไปตามความเหมาะสมของเนื้อหา โดยจัดเรียงลำดับกรอบของบทเรียนเอาไว้ต่อเนื่องกัน จากง่ายไปหายาก การเรียนไปทีละขั้น แต่ละกรอบจะมีคำถามหรือแบบทดสอบเพื่อให้ผู้เรียนตรวจสอบความเข้าใจ พร้อมมีเฉลยคำตอบให้ทราบผลทันที โดยใช้ ครือข่ายสังคม การประยุกต์ระบบการจัดการเรียนการสอนผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์เข้ากับระบบเครือข่ายสังคม ระบบการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ ผ่านโปรแกรมมูเด ิล ( M oodle ) ประกอบด้วย คำชี้แจงการใช้บทเรียน จุดประสงค์การเรียนรู้ เนื้อหาที่แบ่งเป็นหัวข้อจัดตามลำดับหัวข้ออย่างชัดเจน เมื่อเรียนจบในหัวข้อย่อยๆ จะมีคำถามเพื่อตรวจสอบความเข้าใจทันที และมีเฉลยคำตอบให้ผู้เรียนตรวจสอบผลทันที เป็นการสื่อสารสองทาง ( Two way communication ) สามารถเลือกศึกษาได้อย่างรวดเร็วและเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะอยู่แห่งใดในโลก และมีการใช้ สื่อ ออนไลน์ ผ่าน เฟส บุ๊ค ( Facebook ) เพื่อช่วย ทำให้ผู้เรียนสะดวกในการรับทราบกำหนดการและข้อมูลข่าวสารจากอาจารย์มากยิ่งขึ้น ซึ่งเปิดใช้สำหรับงานวิจัยโดยตรง ( กนกรัตน์ จิร สัจจานุกูล และคณะ. 2557) โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้ 1.1.3.1 วิเคราะห์ความสอดคล้องระหว่างเนื้อหา ผู้วิจัยได้นำตารางความรู้เกี่ยวกับงานและสร้างแบบประเมินความคิดเห็นเพื่อหาความสอดคล้อง 1.1.3.2 กำหนดขอบข่ายในการนำเสนอเนื้อหา โดยแบ่งเนื้อหาออกเป็นหน่วยตามลำดับ กำหนดกิจกรรมการเรียนการสอน กำหนดรูปแบบในการนำเสนอตามขั้นตอนแบบจำลอง KAP ( Knowledge-Attitude-Practice ) ตารางที่ 1 สอดคล้องระหว่างเนื้อหา จุดประสงค์การเรียนรู้ความคิดรวบยอดและเวลา เนื้อหา จุดประสงค์การเรียนรู้ ความคิดรวบยอด เวลา (คาบ) หน่วยที่ 1 อ อาหารสุขภาพปรับสมดุลร่างกาย 1. พฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ทำให้ร่างกายไม่สมดุล 2. วิธีการตรวจสอบอาหารฤทธิ์ร้อน/เย็น 1 . ให้ผู้ต้องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพด้วยตนเองได้เรียนรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพด้วยการรับประทานอาหารสุขภาพปรับสมดุลร่างกาย 2. ให้ผู้ต้องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพด้วยตนเอง ได้เรียนรู้การเลือกใช้ผลไม้ พืช ผัก และชนิดของอาหารให้ อาหารสุขภาพปรับสมดุลร่างกาย หมายถึง การรับประทานอาหาร ไร้สารพิษ ไม่เบียดเบียนสิ่งมีชีวิต ปรุงรสเล็กน้อยเท่าที่พลังชีวิต เต็ม จัดสัดส่วนของการรับประทาน อาหารกลุ่มที่มีฤทธิ์ร้อน/เย็นเท่าที่พลังชีวิตเต็ม เคี้ยวอาหารให้ละเอียดเท่าที่พลังชีวิตเต็ม ร ับประทานอาหารตามลำดับ 12 ตารางที่ 1 (ต่อ) เนื้อหา จุดประสงค์การเรียนรู้ ความคิดรวบยอด เวลา (คาบ) 3. วิธีการปรุงอาหารปรับสมดุลร่างกาย หน่วยที่ 2 อ ออกกำลังกาย การเดินเร็ว กดจุดปรับสมดุลร่างกาย 1. การเดินเร็วตามหลักการแพทย์วิถีธรรม 2. กดจุด ผ่อนคลายกล้ามเนื้อตามหลักการแพทย์วิถีธรรม หน่วยที่ 3 อ อารมณ์ผ่อนคลาย ลมหายใจร้อน/เย็นและทบทวนธรรม เหมาะกับสภาพร่างกาย 3 . ให้ผู้ต้องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพด้วยตนเองได้เรียนรู้วิธีการปรุงอาหารสุขภาพ 1 . ได้เรียนรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ด้วยการออกกำลังกายด้วยการเดินเร็ ว ปรับสมดุลร่างกาย 2. ได้เรียนรู้การกดจุดผ่อนคลายเหมาะกับสภาพร่างกายก่อนหรือหลังจากการเดินเร็ว หรือรู้สึกไม่สบายตัว 3. ได้เรียนรู้วิธีการดูแลสุขภาพด้วยตนเอง ด้วยการออกกำลังกายปรับสมดุลร่างกายตามหลักการแพทย์วิถีธรรม 1. ให้เรียนรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพด้วยอารมณ์ผ่อนคลาย ลมหายใจร้อน/เย็น ตามหลักการแพทย์วิถีธรรม 2. ได้เรียนรู้การสร้างจิตวิญญาณให้ผาสุกที่สุดด้วยบททบทวนธรรม ทำให้อารมณ์ผ่อนคลาย 3. ได้เรียนรู้วิธีการดูแลสุขภาพด้วยตนเองด้านอารมณ์ การย่อยง่าย พลังชีวิตเต็ม หมายถึง กินแล้วรู้สึกสบายตัว มีความเบาร่างกาย และมีกำลัง ไม่ง่วงนอน ไม่ปวดเนื้อตัว การออกกำลังกายตามหลักการแพทย์วิถีธรรม ได้ประโยชน์ 3 อย่างคือ 1. ทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรง 2. ทำความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น 3. การเข้าที่เข้าทางของกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และกระดูก 3. อารมณ์ผ่อนคลายตามหลักการแพทย์วิถีธรรม ใช้หลักธรรมของพุทธเจ้าในการลด ละ เลิก การเบียดเบียนซึ่งกัน การไม่ยินดีในความชอบและความชัง การลดอัตตา การรู้พักรู้เพียรในการกระทำต่าง ๆ ที่เบียดเบียนตนเอง 6 1.1.3.2 ผู้วิจัยได้ศึกษาแนวคิดทฤษฎีการ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม KAP ( Knowledge-Attitude-Practice ) มี 3 ขั้นตอนดังนี้ ขั้นที่ 1 ความรู้ (K nowledge) Bloom ( 1988 : 201 ) กล่าวถึง ความรู้ ว่าความรู้ เป็นเรื่องการระลึกถึงสิ่งเฉพาะ ระลึกถึงวิธีและขบวนการต่าง ๆ มีวัตถุประสงค์ความรู้ในเรื่องขบวนการทางจิตวิทยาของความจำในการเชื่อมโยงการจัดระบบใหม่ ความสามารถของผู้เรียนที่จะรู้เกี่ยวกับ สิ่งแวดล้อมนั้น ๆ โดยแบ่งออกเป็นความรู้ต่อสถานการณ์หนึ่ง ๆ และความรู้ต่อเรื่องราวทั่วไปในระดับกว้าง ความรู้นับเป็นความสามารถในการใช้ข้อเท็จจริง ความคิด ความหยั่งรู้หยั่งเห็น ตลอดจนความสามารถเชื่อมโยงความรู้เข้ากับเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้ ( เกศินี จุฑาวิจิตร . 2542 : 76) ขั้นที่ 2 เจตคติ (A ttitude) หมายถึง ความรู้สึก ความเชื่อ ความคิดเห็นของบุคคลที่มีต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ซึ่งอาจจะเป็นสิ่งของ เหตุการณ์ บุคคล สถานการณ์ สถาบัน และข้อเสนอใด ๆ ในทางที่ ยอมรับหรือปฏิเสธ ซึ่งมีผลให้บุคคลพร้อมที่จะแสดงปฏิกิริยาตอบสนองด้วยพฤติกรรมอย่างเดียวกันตลอด ขั้นที่ 3 พฤติกรรมหรือแนวปฏิบัติ (Behavior/P ractice) หมายถึง การกระทำหรือการแสดงออกของบุคคลซึ่งผู้อื่นสามารถสังเกตเห็นได้ โดย ปกติคนส่วนใหญ่มักจะแสดงออกตามทัศนคติของตน ทัศนคติจึงเป็นเสมือนหางเสือของพฤติกรรม คือเป็นเครื่องควบคุมการกระทำของบุคคลโดยทั่วไป การโน้มน้าวให้บุคคลเปลี่ยนพฤติกรรมในทุกระดับของการสื่อสารสังคม และ ผ่านสื่อต่าง ๆ ความสัมพันธ์ระหว่างความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรม (ทัศนา ศิริโชติ. 2555 : 20 ) ความรู้เป็นพฤติกรรมขั้นต้นของความสามารถทางปัญญา เป็ นการรับรู้เกี่ยวกับคำจำกัดความ ความหมาย ข้อเท็จจริง ทฤษฎี วิธีการ เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกั บสิ่งเฉพาะ เรื่องทั่ว ๆ ไป บลูม (Bloom. 1975 : 48 . ทัศนา ศิริโชติ , 2555 : 23 ) ซึ่ง ทัศนคติเป็นความเชื่อ ความรู้สึก ของบุคคลทั้งในด้านบวกและด้านลบต่อสิ่งเร้าและพร้อมที่จะแสดงให้ทราบถึงแนวทางการตอบสนอง ต่อสิ่งเร้า ซึ่งเป็นพฤติกรรมทางจิตที่ไม่สามารถสังเกตได้โดยตรง แต่สามารถสรุปพาดพิงจากพฤติกรรม ภายนอกที่แสดงออก (Triandis, 1971 : 45 . ทัศนา ศิริโชติ . 2555 : 24 ) ทำให้เกิด พฤติกรรม ที่ เป็นการแสดงออกหรือการกระทำเพื่อสนองต่อสิ่งเร้าตามสถานการณ์ โดยมีพื้นฐานมาจากความร ู้ และทัศนคติ (ประภาเพ็ญ สุวรรณ . 2526 : 97 . ทัศนา ศิริโชติ . 2555 : 16 ) ชวาท (Schwatz, 1975 . ทัศนา ศิริโชติ . 2555 : 16 ) ได้จัดความสัมพันธ์ของความรู้ ทัศนคติและพฤติกรรมออกเป็น 4 รูปแบบ ดังนี้ 1. เจตคติหรือทัศนติ เป็นตัวกลางทำให้เกิดความรู้และการปฏิบัติ ดังนั้น ความรู้กับทัศนคติจึงมีผลต่อพฤติกรรม 2. ความรู้และทัศนคติมีความสัมพันธ์และทำให้เกิดพฤติกรรมตามมา 3. ความรู้และ เจตคติหรือ ทัศนคติต่างก็ทำให้เกิดพฤติกรรมได้ โดยความรู้และทัศนคติ ไม่จำเป็นต้องมีความสัมพันธ์กัน 4. ความรู้มีผลต่อพฤติกรรมทั้งทางตรงและทางอ้อม สำหรับทางอ้อมนั้นมีทัศนคติเป็นตัวกลางทำให้เกิดพฤติกรรมตามมา 1.2 ขั้นออกแบบ ( Design ) การออกแบบรูปแบบการการเรียนการสอนผสมผสานสื่อวิดีโอแชร์ริงผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ด้วย รูปแบบจำลอง KAP ( Knowledge-Attitude-Practice ) มีขั้นตอนดังต่อไปนี้ 1.2.1 เขียนผังงาน ( Flowerchart ) รูปแบบการสอนออนไลน์ตาม รูปแบบจำลอง KAP ( Knowledge-Attitude-Practice ) เพื่อกำหนดช่องทางสื่อสารภายในบทเรียน แล้วนำเสนอประธานและกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์ และผู้เชี่ยวชาญด้านบทเรียนออนไลน์ และผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อการสอน ตรวจสอบความถูกต้องและความเหมาะสม จากนั้นผู้วิจัยได้นำมาปรับปรุงแก้ไขตามข้อเสนอแนะ 1547513 128749 คำนำ 0 คำนำ 999249 167868 965621 14269 0 0 965621 14269 1554969 182937 สารบัญ สารบัญ 998855 102870 1554969 224071 คำชี้แจง กลุ่ม คำชี้แจง กลุ่ม 393509 191393 เริ่มต้นเข้าสู่บทเรียน 0 0 เริ่มต้นเข้าสู่บทเรียน 999249 191393 3903980 38844 แบบทดสอบก่อน เรียน รี ยน แบบทดสอบก่อน เรียน รียน 1550079 145833 จุดประสง ค์ การ จุดประสง ค์ การ 3902075 203309 บทความรู้ บทความรู้ 1036106 65663 2818765 108965 เนื้อหาที่ศึกษา 0 เนื้อหาที่ศึกษา 1550079 265430 บทเรียน บทเรียน 3902075 103424 สื่อ วีดิ ทัศน์ สื่อ วีดิ ทัศน์ 3429740 173786 2324372 173786 1036106 149337 3906391 264795 แบบทดสอบหลังเรียน แบบทดสอบหลังเรียน แผน ภาพที่ 13 แสดงขั้นตอนการเข้าถึงบทเรียน 1.2.2 การออกแบบหน้าจอ ( Screen Design ) ผู้วิจัยได้นำแนวทางการออกแบบเว็บเพจของ กิดานันท์ มลิทอง ( 2542 : เว็ปไซต์ ) มาเป็นแนวทางในการออกแ บบบทเรียนบนเครือข่าย อินเตอร์เน็ต ในรายวิชาเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อ ชีวิตซึ่งเป็นรายวิชาศึกษาทั่วไป ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ 1. ขนาดของเว็บเพจที่ไม่ใหญ่เกินไป 2. กำหนดความยาวของหน้าให้สั้น ความยาวของข้อความในหน้าอยู่ระหว่าง 200- 500 คำ 3. ใส่สารสนเทศที่สำคัญที่สุดในส่วนบนของหน้า 4. ใช้สีพื้นหลังที่สบายตา อ่านง่าย ไม่มีลวดลายมากเกินไป 5. ใช้แบบตัวอักษร สี และขนาดอักษรอ่านง่าย 6. มีรายการเมนูแสดงรายละเอียดของเว็บเพจ 7. เชื่อมโยงข้อมูลไปยังเป้าหมายได้ตรงกับ ความต้องการมากที่สุด 8. เนื้อหากระชับ สั้นและทันสมัย 9. สามารถโต้ตอบกับผู้ใช้ได้อย่างทันท่วงที 10. การเลือกใช้รูปภาพที่จะแทนที่คำบรรยายอย่างเหมาะสมแล ะไม่มาก จนเกินไป 11. ใช้งานง่าย 12. เป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยแบ่งเนื้อหาออกเป็นหมวดหมู่ เพื่อความเป็นระเบียบและหน้าใช้งาน 1.3 การพัฒนาบทเรียน ( Development ) 1.3.1 คัดเลือกโปรแกรมในการพัฒนารูปแบบการสอนออนไลน์ตาม รูปแบบจำลอง KAP ( Knowledge-Attitude-Practice ) โดยใช้โปรแกรม สร้างผลงานบทเรียนนำสื่อต่าง ๆ เช่น ข้อความ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เสียง หรือวีดิโอ 1 .3.2 นำรูปแบบการสอนออนไลน์ตาม รูปแบบจำลอง KAP ( Knowledge-Attitude-Practice ) ด้วยเครื่องมือโปรแกรม มูเดิล ( Moodle ) และโปรแกรมสำเร็จรูปอื่น ๆ ที่ สนับสนุนการสร้างบทเรียนในส่วนที่เป็นเนื้อหา ใ ช้ในการออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอน ในการสอนออนไลน์ 1.3.3 ออกแบบและพัฒนารูปแบบการสอนออนไลน์ ขึ้นสู่ออนไลน์ ใน โปรแกรม มูเดิล ( Moodle ) เข้าถึงได้ที่ https://morkeaw.moodlecloud.com/login/index.php เพื่อทำการทดสอบรูปแบบการสอนออนไลน์ตามกระบวนการแบบจำลอง KAP ( Knowledge-Attitude-Practice ) ต่อไป 1.3.4 ทดสอบและตรวจสอบ รูปแบบการสอนออนไลน์ตามกระบวนการ แบบจำลอง KAP ( Knowledge-Attitude-Practice ) จากนั้นใช้รูปแบบการสอนออนไลน์ตามกระบวนการ แบบจำลอง KAP ( Knowledge-Attitude-Practice ) ที่พัฒนาเสร็จเรียบร้อยแล้วไปให้ประธานและกรรมการควบคุม วิทยานิพนธ์ตรวจสอบความถูกต้อง และความเหมาะสมในการพัฒนารูปแบบการสอนออนไลน์กระบวนการ แบบจำลอง KAP ( Knowledge-Attitude-Practice ) ด้านเนื้อหา ด้านการออกแบบสื่อการสอน ด้านการสื่อสาร/การเชื่อมโยง จากนั้นผู้วิจัยได้นำไปปรับปรุงแก้ไขตามคำแนะนำ 1.3.5 แก้ไขปรับปรุงรูปแบบการสอนออนไลน์ตามกระบวนการ แบบจำลอง KAP ( Knowledge ตามที่ประธานและกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์ เสนอแนะ 1.3.6 สร้างแบบประเมินคุณภาพรูปแบบการสอนออนไลน์ตามกระบวนการ แบบจำลอง KAP ( Knowledge-Attitude-Practice ) สำหรับผู้เชี่ยวชาญโดยศึกษาเอกสาร ตำรา ที่เกี่ยวกับ การสร้างแบบประเมิน จากหนังสือการวิจัยเบื้องต้นของ บุญชม ศรีสะอาด ( 2545 : 50-100 ) และจากหนังสือหลักการวิจัยทางการศึกษาของล้วน สายยศ และอังคณา สายยศ ( 2543 : 20- 50 ) และกำหนด ค่าเป็น แบบมาตราส่วนประมาณค่า ( Rating Scale ) โดยผู้วิจัยได้แบ่งการประเมินออกเป็น 2 ด้าน ซึ่งประกอบไปด้วย ด้านเนื้อหา และด้านคุณภาพสื่อ โดยกำหหนดค่าคะแนนเป็น 5 ระดับ ตามวิธีของ Likert ดังนี้ ตารางที่ 2 มาตราส่วนประมาณค่า ( Rating Scale ) แบบประมินสำหรับผู้เชี่ยวชาญ ค่าเฉลี่ย ระดับความคิดเห็น 4.51- 5.00 3.51- 4.50 2.51- 3.50 1.51- 2.50 1.00- 1.50 ดีมาก ดี ปานกลาง พอใช้ ปรับปรุง 1.3. 7 นำแบบประเมินฉบับร่างเสนอต่ออาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์และอาจารย์ที่ ปรึกษาวิทยานิพนธ์ร่วมเพื่อตรวจสอบเบื้องต้นว่าแบบทดสอบที่สร้างขึ้นนั้น ครอบคลุมตามวัตถุประสงค์ ขอบเขตของงานวิจัย รวมถึงความตรงตามนิยามศัพท์เฉพาะความเหมาะสมของภาษาและสำนวนที่ใช้ หลังจากนั้นผู้วิจัยจึงดำเนินการปรับปรุงแก้ไขตามความเห็นและข้อเสนอแนะประธานและกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์ 1 .3.8 นำแบบประเมินที่ปรับปรุงเสร็จเรียบร้อยแล้วไปให้ผู้เชี่ยวชาญทำการประเมิน รูปแบบการสอนออนไลน์ตาม แบบจำลอง KAP ( Knowledge-Attitude-Practice ) พัฒนาขึ้น และนำแบบประเมินที่ได้รับคืนมาคำนวณหาประสิทธิภาพของบทเรียน 1.3.9 หลังจากนั้นทำการเก็บแบบประเมินจากผู้เชี่ยวชาญมาคำนวณหาประสิทธิภาพของบทเรียน ผลการประเมินรูปแบบการสอนออนไลน์ตามกระบวนการ แบบจำลอง KAP ( Knowledge-Attitude-Practice ) ที่พัฒนาขึ้นของผู้เชี่ยวชาญมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ ด้านเนื้อหา มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 4.40 ซึ่งอยู่ในระดับ ดี ด้านเนื้อหาสื่อมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 4.40 ซึ่งอยู่ในระดับดี 1.3.10 นำรูปแบบการสอนออนไลน์ตามขบวนการ แบบจำลอง KAP ( Knowledge-Attitude-Practice ) ที่ผ่านการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญแล้วว่ามีคุณภาพอยู่ในเกณฑ์ดี.สามารถนำไปทดลองใช้ ( Try Out ) กับนักศึกษาที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่างและไม่เคยเรียนเนื้อหานี้มาก่อน โดยนำรูปแบบการสอนออนไลน์ตาม ชบวนการ แบบจำลอง KAP ( Knowledge-Attitude-Practice ) ที่สร้างขึ้นไปใช้ 1.4 การนำไปใช้งาน ( Implementation ) 1 .4.1 แก้ไขปรับปรุงรูปแบบการสอนออนไลน์ตามกระบวนการ แบบจำลอง KAP ( Knowledge-Attitude-Practice ) ตามที่ประธานและกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์ เสนอแนะ วิธีการดำเนินการสร้างแบบสอบถาม ประกอบด้วย 5 ส่วน ดังนี้ ส่วนที่ 1 แบบสอบถามข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับคุณลักษณะบุคคล ประกอบด้วย เพศ อายุ สถานภาพสมรส การศึกษา อาชีพ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติหาค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ส่วนที่ 2 แบบทดสอบความรู

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน

word1.ปก.docx
19 พฤษภาคม 2565
wordภาคผนวก.docx
6 กันยายน 2564
word01 ปก พริ้วลมบุญ.docx
15 พฤศจิกายน 2563