สื่อธรรมะพ่อครู(ธรรมะ 2) ตอน ทำไมคนเราต้องปฏิบัติธรรม.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ธรรมะ 2) ตอน ทำไมคนเราต้องปฏิบัติธรรม _น้ำมนต์ ..ทำไมคนต้องปฏิบัติธรรมคะ พ่อครูว่า...ใครบอกให้มาถามหลวงปู่…(ถามเอง) ต้องเข้าใจว่าปฏิบัติธรรมคืออะไร หนูรู้ไหม ธรรมะเป็นของดีหรือไม่ดี ..ดี หากเราปฏิบัติให้เป็นธรรมะมันดีไหม...ดี เพราะฉะนั้นคนจึงต้องปฏิบัติธรรมะ ปฏิบัติคืออะไรรู้ไหม? ...เริ่มรู้...แล้วเราปฏิบัติคืออะไร? หนูปฏิบัติตัวเองไหม ...เป็นบ้าง ปฏิบัติแปลว่าทำ เราทำตนเอง ทีนี้ทำตนเองให้เป็นธรรมะ ธรรมะคือของดี ก็ปฏิบัติให้ตนเองให้เป็นคนดี น้ำมนต์เข้าใจแล้วแต่ผู้ใหญ่จะเข้าใจหรือยัง ภาษาธรรมดาแต่คนไม่ทำความเข้าใจให้ชัดเจน ที่จริงภาษามีครบ ดีๆทั้งนั้น แต่ตนเองได้เข้าไปถึงสภาวะนั้นหรือไม่ พูดกันดีทั้งนั้นเลอเลิศ แต่ตนเองเข้าไปถึงขั้นไหนในความหมายดีๆนั้นบ้าง อาตมาสรุปในโลกมีเทวะคำเดียว เทวะคือสอง สองคือ ภาษากับสภาวะจริง ทั้งนั้น แล้วทุกวันนี้คนสับสนภาษากับสภาวะจิต คนอยู่กับภาษาไม่เข้าถึงสภาวะจิต เข้าถึงน้อย รู้ภาษาดีๆๆ แต่เข้าถึงสภาวะน้อย แค่นี้ ศาสนาพุทธตีแตก สภาวะกับภาษา ธรรมะสอง แล้วทำสภาวะให้ดีตามภาษาให้ลงตัวเป็นหนึ่งให้ได้ ต้องแยกแยะกรรมกิริยาของตนเอง กายกรรมดี กับสภาวะและภาษาเป็นหรือยัง สภาวะกับภาษาดี คุณเป็นตามที่รู้หรือยัง กาย วาจา จิต ก็เท่านี้ ถ้าทำได้ดี ทีนี้ เทวนิยมไม่แยกแม้แต่สองสภาวะกับพยัญชนะไม่แยกเลย ดีอยู่ไหนก็อยู่กับพระเจ้า แล้วพระเจ้าเป็นไงไม่รู้ ตีไม่แตกแยกไม่ได้ คำสอนของพระเจ้าก็ไม่เข้าถึงสภาวะเอาแต่ภาษาอีก พุทธก็เหมือนกัน เป็นเทวนิยมกันเสียเกือบทั้งนั้น อาตมามาบวช โดนผู้รู้ที่คนว่ายอด ตีอาตมาว่า หาว่าอาตมาพูดสภาวะกับพยัญชนะสลับกัน ไม่หมายตามที่ท่านหมายไว้ จนเดี๋ยวนี้ท่านจะเข้าใจอาตมาแค่ไหนว่าอาตมาเข้าใจสภาวะกับพยัญชนะแค่ไหน คนร
อ่านต่อ
ู้จบ แยกสภาวะพยัญชนะได้ แล้วทำให้เป็นหนึ่งเดียว สิ่งที่เป็นพยัญชนะบอกว่าเป็นสิ่งดีหรือไม่ดี แล้วสภาวะทำให้ดีหรือไม่ดี เป็นหนึ่งเดียวกันก็จบ นี่คือสุดท้ายที่สรุปในคำสอน ความจริง ของพุทธเข้าใจยากที่สิ่งที่เป็นหนึ่งเดียวไม่ขัดแย้งลงตัวเป็นหนึ่งเดียวก็เท่ากับสิ่งหยุดสิ่งไม่เคลื่อนไม่ต้องมีสอง หนึ่งนี้มันจะคือครบทั้งหมด คือ 0 คำว่า 0 คำนี้ จึงเป็นทุกสิ่งทุกอย่างเลย รู้ทุกสิ่งทุกอย่าง ผู้ที่ตรัสรู้จะมีความรู้สึกอย่างนั้น พอรู้สึกว่าตัวเองรู้จบ รู้เป็น 0 รู้ครบ มันเป็นอจินไตย พอรู้แล้วจะรู้สึกว่า มันจะมีอะไรที่เราไม่รู้อีกหรือ มันจะมีความรู้สึกนี้ ในพวกเรานี้ผู้ที่เกิดอาการอย่างนี้มี มีคนหนึ่งที่เกิดอาการนี้แล้วแสดงออกมาเลย แสดงพยัญชนะภาษา แสดงจริงใจเลย อาตมาได้รับพอดีที่ท่านแสดงอาการนี้ออกมา มันเป็นอาการที่รู้จบ รู้จบนี่ก็ไม่ใช้ว่ารู้จบทีเดียวรอบเดียวนะ โอ้โห (ดช.ภูมิมาส่งสาร) มันก็เป็นรอบๆๆ เพราะฉะนั้นคนเรา มันเคยคิดเคยพิจารณา เคยพยายามจะรู้ให้ได้อยู่ในรอบอะไรก็แล้วแต่ ทำไมไม่ลงตัวข้องขัด พอรู้ได้ อ๋อก็จะเกิดความทะลุละลวงก็จะอุทานว่าจะมีอะไรให้เรารู้อีก ประเดี๋ยวก็จะรู้ว่ามีอีกเพราะมีเหตุปัจจัยในรอบต่างๆมีอีกให้รู เช่นเดียวกับอรหันต์แล้วจะมาศึกษาโพธิสัตว์เช่นเดียวกับอาตมา ก็จะต้องเรียนรู้สิ่งที่ตัวเราเองไม่เคยเป็น ต้องเรียนรู้เพิ่ม ส่วนที่ตัวเราเองเป็นมาแล้วอรหันต์เคยเป็นมารู้จบแล้ว อรหันต์ก็จบในตัวเอง โพธิสัตว์จึงคือผู้เรียนรู้ผู้อื่น ช่วยผู้อื่น ส่วนคนที่เหมือนตัวเรา เราช่วยได้แน่นอน แต่คนอื่นที่ไม่เหมือนตัวเรา เราไม่รู้จะช่วยเขาได้อย่างไร โพธิสัตว์จึงต้องมาเรียนรู้ผู้อื่น ประโยชน์ตนหมดแล้วเหลือแต่ประโยชน์ท่าน เราจะรู้ผู้อื่นจนกระทั่ง คนอื่นที่เขาว่ารู้กว่าเราเขารู้บัญญัติมากกว่าเราแต่เขาไม่มีสภาวะเท่าเรา พระพุทธเจ้าอุบัติมาในโลกไม่ใช่รู้ทุกอย่างทันที แต่ค่อยๆรู้ตามลำดับมาเรื่อยๆ ของเก่าที่รู้มาแล้วก็ค่อยตามมาเรื่อยๆ แม้แต่อาตมาก็ตาม เอาแต่ของเก่าที่อาตมารู้ พันเป็นเอนก โพธิสัตว์คือผู้มีลูกจำนวนพันเป็นเอนก ก็มาสอนลูกที่แตกต่าง พันเป็นเอนกก็จะได้ช่วยเขาไปเรื่อยๆ จนหลายพันเป็นเอนกๆ ก็มีประโยชน์ต่อมนุษยชาติมากไปเรื่อยๆ อัตภาพตั้งแต่เซลล์เดียว จนกว่ามาเป็นหลายเซลล์จนมาเป็นมนุษย์ มนุษย์อเวไนยสัตว์ก็อีกหลายล้านชาติ จนกว่าจะเป็นไวไนยสัตว์โลกีย์วนเวียนในดีชั่วแล้วก็ลืมวนอีก เป็นสมบัติผลัดกันชม แย่งกันดีแย่งกันชั่ว ผู้แย่งได้สมบูรณ์แบบครั้งหนึ่งก็เป็นศาสดาแล้วก็วนอีกไม่เที่ยงแท้แน่นอน เพราะดีแล้วจะหลงดี จะไม่รู้จักตัวตนโลกียะ ไม่ได้ละตัวตน หากยึดตัวตนว่าดี สุดท้ายคนอื่นจะมาชิงดี คนก็ผยองลืมตัว คนที่ไม่ผยองลืมตัวก็จะดีกว่าได้ทดแทนไป ก็ไม่เที่ยง แม้ศาสดาก็ไม่เที่ยง แต่หากเป็นศาสดาของพุทธจบสุดท้ายปรินิพพานเป็นปริโยสานแล้วก็ไม่มีใครมาแย่ง มีคนถามว่าเป็นพระพุทธเจ้าสุดยอดแล้วจะปรินิพพานทำไม อยู่ช่วยโลกไปสิ คนเขาไม่รู้ว่า คนเป็นพระพุทธเจ้านี้สอนคนช่วยโลกมาจนเบื่อแล้ว โพธิสัตว์ก็สอนคนมาไม่รู้กี่ล้านปีน่าเบื่อจะแย่ เพราะฉะนั้นให้ท่านปรินิพพานเป็นปริโยสานไปสิ พระพุทธเจ้าไม่มีภพชาติแล้วไม่มีสองสมัย กว่าจะเป็นพระพุทธเจ้านี้สอนคนมาไม่รู้กี่ชาติแล้ว 611210 รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 29