ชาวพุทธไม่ต้องเข้าต้องออกในการทำฌานทำสมาธิ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.51 KB
วันที่แก้ไข23 กรกฎาคม 2564

เนื้อหาในไฟล์

ชาวพุทธไม่ต้องเข้าต้องออกในการทำฌานทำสมาธิ พ่อครูว่า...คำว่าเข้าพรรษาออกพรรษา เป็นลักษณะ 2 ของคนที่ยังไม่มีทิศทางเดิน ส่วนคนที่มีทิศทางเดินแล้วจะวนน้อยลง วนกลับมาที่เก่าคือเข้า แล้วออกไปที่เดิมแต่วนไป หากวนไกลก็กว่าจะกลับเขาก็นาน มีวนเข้ากับวนออก ผู้ใดที่ปฏิบัติธรรมตามลำดับ เรื่องไหนที่เรายังวน ยังมีสุขมีทุกข์ยังมีสภาพ 2 เกิดแล้วก็ดับ เกิดขึ้นตั้งอยู่เสื่อมไปดับไป ผู้นี้จะนานจะวนนาน เพราะฉะนั้นคำสั้นๆที่ว่าไม่ต้องเข้าไม่ต้องออก หรือเข้าไม่ต้องออก เข้าก็เข้าไปตรงๆไปเลย ให้วนน้อยที่สุด ถ้าวนน้อยที่สุด ภาษาสิริมหามายา วนน้อยที่สุดคือวนเร็วที่สุด ยิ่งวนนานจนไม่กลับมาเลย หรือไม่วนเลย ตรง 180 องศา คนนั้นคือผู้ที่พุ่งเข้าหานิพพานแน่นอน จริงๆแล้วพูดที่ตรงไม่วนเลยคือผู้ที่มีนิพพาน ที่อาตมาหยิบมาเพื่อไขให้เห็นว่า พวกหลับตาปฏิบัติเข้าฌานออกฌานเข้านิโรธออกนิโรธ เข้าสมาบัติออกสมาบัตินั่นแหละอยู่แล้ว ซึ่งเป็นรูปธรรมของ เดียรถีย์ มันไม่มีจบหรอก ต้องมาเรียนรู้ธรรมะของพระพุทธเจ้า ไม่มีเข้าไม่มีออก หรือไปเลย เข้าหรือออกไปทิศเดียวไม่มีเข้าๆออกๆ เข้าก็เข้าไปสู่นิพพานเลย ไม่มีการเข้าๆออกๆ นี่ก็เป็นประเด็นที่เข้าใจยาก เป็นเทวะ เป็นสภาวะ 2 ที่ผู้รู้จริงแล้วไม่มีภาษาจะพูด ภาษาพูด แย้งได้ทั้งนั้น สัจจะที่รู้ตรงกันเป็นสัจจะที่เป็นหนึ่งเดียว 0 แล้วหยุดเลย ไม่ต้องเป็น2อีกเลย เพราะฉะนั้น 0 กับ 1 นี้ใช้แทนกันได้ ถ้าเรายังมีชีวิตเราก็มีนึง ตายไปแล้วก็มีแต่สูญหายไปเลย เพราะฉะนั้นต้องอาศัย 1 อยู่ มันก็ต้องอยู่กับ 2 ด้วยการอนุโลมปฏิโลม การอยู่ด้วยการอนุโลมปฏิโลม ผู้ที่มีฐานที่ตั้งแข็งแรงเป็นโพธิสัตว์อย่างเช่นอาตมา เข้าใจดีว่าอนุโลมปฏิโลมกับเขา ต้องโน้มต้องยอม ยืดหยุ่นให้เขาพอสมควร แต่ก็หาทางตำหน

อ่านต่อ

ิหาทางเตือนหาทางติให้เขารู้ตัว ว่าที่อนุโลมให้ยืดหยุ่นให้คุณนั้น ไม่ใช่ว่าคุณถูกนะแต่คุณยังผิดอยู่ เพราะฉะนั้นตำหนิจัดๆแรงๆมากๆ อันนั้นควรจะได้ประโยชน์ อาตมาติ ในเรื่องหลับตา ติแม้ในเรื่องลืมตานั้นก็ จริงๆแล้วมันมากกว่าคนหลับตา คนไปนั่งสมาธิหลับตามุ่งนิพพานมันมีเป็นจำนวนน้อย แต่คนลืมตานี่แหละ มันควรจะไปนิพพานทั้งนั้น ทีนี้ผู้ที่รู้ว่าการปฏิบัติธรรมของพระพุทธเจ้าลืมตาปฏิบัติ น้อยกว่าหลับตา จะไปเข้าใจผิดว่า ถ้าจะไปนิพพานต้องไปนั่งหลับตา คนไปหลงเชื่อว่าการไปนิพพานต้องไปนั่งหลับตานั้นจะมีจำนวนมากกว่าคนที่เข้าใจว่า ผู้มุ่งนิพพาน คนเข้าใจมีสัมมาทิฏฐิแล้วว่าพระพุทธเจ้าสอนไม่ต้องไปนั่งหลับตา ทำฌาน ไม่ต้องหลับตา ทำสมาธิไม่ต้องหลับตา ทำในขณะทำอาชีพทำกรรมกิริยาทุกอย่างกัมมันตะ ทำในขณะพูดทำในขณะคิด นั่นแหละเป็นการทำสมาธิทำฌาน มรรคองค์ 8 ก็ชัดอยู่แล้ว แต่เขาเข้าใจเสื่อม ก็มี สังกัปปะ วาจา กัมมันตะ อาชีวะ 4 ข้อนี้ชัดเจน แต่เขาก็งมงาย พูดเท่าไหร่ก็ไม่เข้าใจหนังเหนียวแทงด้วยหอกร้อยเล่มเช้ากลางวันเย็นก็ไม่เข้า ติไม่สะดุ้งไม่สะดุดไม่รู้สึก อย่าว่าแต่คำถามนี้เลยแต่แทงด้วยหอก พูดแรงๆเจ็บๆ มันน่าจะรู้สึกคนมันน่าจะสำนึก ว่า อ๋อ เราผิดหรือนี่เราหลงงมงายยึดติดถือผิดหรือนี่ แต่ท่านถูก เรายังไปจัดการต่อว่าท่านด้วย จะเอาท่านลงด้วย หาว่าท่านมาทำผิดอีกด้วย ที่แท้ตัวเองผิด เพราะฉะนั้นผู้นี้ถ้าสำนึกผิดแล้วจะละอาย คำว่าละอายคำนี้จึงยิ่งใหญ่มาก อาตมาตอนนี้กำลังเขียนหนังสือเรื่องปัญญา 8 ข้อ 1 ต้องเกิดความละอาย ผู้ที่ละอายแล้วเกิดจิตสำนึกที่เราได้ปกปิดกิเลสไว้เก็บกิเลสไว้ไม่ยอมเปิดเผย ไม่กล้าเปิดเผย เพราะตัวเองละอายซ้อนเข้าไปอีก กลัวคนจะรู้ว่าตัวเองโง่ตัวเองผิด ตัวเองไปตำหนิไปจัดการกับผู้ที่ท่านถูก ก็เลยไม่กล้าเปิดเผยตัวเองไม่กล้าบอกว่าตัวเองผิด ไม่กล้ารับผิดว่าตัวเองผิด มันจะซวยซ้ำไปอีกนานแสนนานมาก่ง ชาตินี้คุณรู้แล้วว่าเราผิดนะ ไม่ต้องพูดเลยว่า ชาตินี้คุณก็ยังไม่สำนึกผิดไม่ต้องพูดเลย แต่คุณยังหลงว่าตัวเองถูก งั้นไม่ต้องพูดถึง ตอนนี้พูดถึงมีความสำนึกผิดนะ ถ้าชัดเจนจะรู้ว่าเราผิดจริงๆ แต่กิเลสที่ตัวเองละอายที่จะเปิดเผยตัวตนเองว่าตัวเองผิด ยิ่งใหญ่มากเลยอันนี้ ถ้าผู้นี้กล้าสารภาพเปิดเผยต่อสาธารณชน ต่อชาวพุทธด้วยกัน ว่า อาตมาผิดจริงๆที่ได้ไปตู่ท่านโพธิรักษ์ แล้วก็เกิดความละอายความเกรงกลัว ความรักความเคารพ หิริ อาย โอตตัปปะ กลัว ก็จะยังไม่รักไม่เคารพอาตมา แน่นอน เขากลัวตนเองถูกเปิดเผยว่าตัวเองผิด ซึ่งน่าสงสารมากคนพวกนี้ ทำอย่างไร ผู้นี้จะกล้าสารภาพต่อธารกำนัล เมืองไทยมีความจริงอันนี้อยู่ มีท่านที่พอรู้ว่าตัวเองผิดอยู่ไหนเถรสมาคม จะหาคนกล้าสักคนหนึ่งได้ไหม สมณะเดินดินว่า... ใน 100 คนจะมีคนกล้าสัก 1 คน ใน 1,000 คนจะมีปราชญ์สัก 1 คน ใน 100,000 คน จะมีคนพูดจริงสัก 1 คน ส่วนคนทำดีโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนนั้นไม่รู้ว่าจะมีอยู่ไหม ...พุทธพจน์ พ่อครูว่า... ถ้าเผื่อว่าสังคมเมืองไทย มีผู้กล้า ที่จะกล้าสารภาพว่าตัวเองผิด โดยเฉพาะ ท่านที่ได้ยอมรับนับถือกันอยู่ในเถรสมาคม การกล้าอันนี้ เป็นวีรกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่จะทำให้เกิดคลื่นแห่งธรรมะ เป็นคลื่น covid ชนิดหนึ่ง จะเปลี่ยนแปลงความเป็นพุทธในเมืองไทย เหมือนกับตั้งหน้าตั้งตาสู้กับโควิด อันนี้เหมือนกันกับโรคโควิดคาอยู่ในเถรสมาคม ยิ่งกว่าวัคซีนเลยถ้ากล้าสารภาพมันจะเป็นการรักษาที่ชะงัดด้วย โควิดจะหาย หรือว่าความผิดความโง่ความเข้าใจจะสลายหายไป ในประชาชนคนไทยพุทธศาสนิกชนคนไทย เอาละหวังลมๆแล้งๆ หวังไปตามสายลมว่าความจริงที่พูดไปจะเป็นจริงขึ้นได้หรือไม่ฝากไปกับสายลม 640723_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ธรรมบรรยาย อัมพัฏฐสูตร ตอน 3

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน