วัฏสงสารของวันข้างขึ้นข้างแรม.docx
เนื้อหาในไฟล์
วัฏสงสารของวันข้างขึ้นข้างแรม _จาก ญาติธรรม กทม. : เพราะเหตุใดพระพุทธองค์จึงได้ทรงกำหนดวันขึ้น-วันแรม 8 ค่ำ 14 ค่ำ และ 15 ค่ำ ให้เป็นวันธรรมสวณะค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ พ่อครูว่า...ไม่รู้ สู่แดนธรรมว่า... เป็นวิธีมองดูดวงจันทร์ 8 ค่ำ ดูง่าย ส่วนพระจันทร์เต็มดวงก็จะฟังปาติโมกข์กัน เพื่อให้จำง่าย พ่อครูว่า... แต่ก่อนไม่มีนาฬิกา การกำหนดวันที่ยังไม่มีปฏิทินอย่างทุกวันนี้ที่ทั่วโลกกำหนดไว้เหมือนกันหมดแหละ แต่ก่อนจะกำหนดก็ผู้ที่มีหน้าที่กำหนดวันเวลา แล้วคนธรรมดาสามัญไม่ค่อยรู้หรอกว่าวันนี้วันอะไร ผู้ที่เข้ามาทางธรรมะบ้างจึงจะมาดูวันเวลา จึงมีการกำหนด จนกระทั่งทุกวันนี้มีปฏิทินมีวันที่ กระทั่งมีการสื่อสารมีจุดศูนย์กลาง รู้จักการ โคจรวันเวลากำหนดบวกลบคูณหารกันไว้ทุกอย่างเป็นทศนิยม แม้แต่เวลามันก็ไม่ได้ลงตัว มันก็จะต้องทดไปเรื่อย เมื่อมันคลาดเคลื่อนไปมากเข้าเขาก็จะเพิ่มตัวเลขใหม่อีกที เพราะทุกอย่างการเคลื่อนไหวที่ไม่ได้อยู่กับที่ มันไม่มีอะไรเที่ยง สิ่งที่เที่ยงที่สุดคือสิ่งที่จบคือสิ่งที่สูญเสียสิ่งที่ไม่เคลื่อนที่แล้วไม่เปลี่ยนแปลงแล้ว นิจจัง(เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสตัง(ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง(ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง(ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง(ไม่กลับกำเริบ) นั่นถึงจะเที่ยงไม่มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นคุณธรรมเป็นนามธรรมขั้นปรมัตถ์ขั้นปัญญา ปฏิภาณปัญญาโลกุตระจึงจะรู้สิ่งนี้ เพราะฉะนั้นคำว่าเที่ยงและไม่เที่ยงจึงเป็นเบื้องต้นและเบื้องปลายของความรู้ รู้เบื้องต้นชัดเจนในสภาวะสักเรื่องหนึ่ง วงวนหนึ่ง เป็นคู่สองที่จะทำให้อะไรไม่มี ไม่มีอย่างเที่ยงเลย ก็ต้องมาเรียนรู้ธรรมะ จนกระทั่งรู้มากมากขึ้น โดยพระพุทธเจ้าท่านใช้คำว่าศีล ปฏิบัติไปแต่ละเรื่องแต่ละคู่เป็นเทว ก็เรียนรู้อัน
อ่านต่อ
ใดอันหนึ่งก็เอาอันนั้นเป็นหลักแต่ก็เอาอย่างอื่นเป็นการเปรียบเทียบไปอีกจนกระทั่งมากเพียงพอ ก็จะได้ข้อมูลหลากหลาย ชัดเจนแล้วก็ดีความรู้ลึกรู้ความจริงได้ถ้วนรอบเพียงพอ เราก็จะเกิดปฏิภาณปัญญานั้น ชัดเจนในการอยู่ในวัฏสงสารนี้ 640723_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ธรรมบรรยาย อัมพัฏฐสูตร ตอน 3