คนที่ประเสริฐที่สุด คนที่สูงที่สุดคืออะไร.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.92 KB
วันที่แก้ไข24 กรกฎาคม 2564

เนื้อหาในไฟล์

คนที่ประเสริฐที่สุด คนที่สูงที่สุดคืออะไร พ่อครูว่า...วันนี้เป็นวันเสาร์ที่ 24 กรกฎาคม 2564 ที่บวรราชธานีอโศก พวกเรานี้ศึกษาธรรมะมา ยิ่งอยู่กับอโศกนานก็ยิ่งได้ศึกษามาก แล้วเราพูดถึงเนื้อหาธรรมะที่เป็นสาระแก่นสาร ที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสรู้แล้วเอามาเปิดเผยเอามาสอนให้พวกเรารู้ความจริง ความจริงที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้นั้นคือความเป็นคน พระพุทธเจ้าก็มาไขความเป็นคน ให้รู้จักรู้แจ้งรู้จริง ว่ามันประกอบไปด้วยอะไร แล้วที่สุด แห่งที่สุดจริงๆ มันจะทำให้ความเป็นคนนี้หายไปจากวัฏสงสาร หายไปจากเอกภพมหาจักรวาล หรือว่าหายไปจากกาละ หายไปจากกาล ของเอกภพของมหาจักรวาลนี้ มันจะทำได้ไหม พระพุทธเจ้าค้นพบว่าทำได้ นั่นเป็นประเด็นสำคัญ พระพุทธเจ้าสามารถที่จะเป็นนักวิทยาศาสตร์ทางมนุษยวิทยา ทางชีววิทยา ทางวิญญาณวิทยา สามารถรู้แจ้งรู้จริงว่าคืออะไรหมด ทั้งวิญญาณ ทั้งชีวะ ทั้งมนุษย์ ความเป็นคน ท่านรู้จบ และที่ว่ารู้จบคือสามารถทำให้อัตภาพ ที่มันเป็นตัวเราตัวตนคนหนึ่ง เลิกเป็นคนคนนึงเลยได้ หายไปเป็นดินน้ำลมไฟ กลายไปเป็นดินน้ำลมไฟเลย ได้ เลิกเลย นี่เป็นประเด็นสำคัญที่สุด จึงพิสูจน์ได้ว่าจิตวิญญาณหรืออัตภาพทั้งหลาย มันไม่ได้อยู่นิรันดร หรือมันไม่ได้ไปอยู่กับพระเจ้าที่ไหนเลย เพราะตัวเองทำให้สลายเป็นดินน้ำไฟลมไปเลยได้ พระเจ้าหน้าแตกเลย ประกาศว่าวิญญาณต้องมาอยู่กับตนเอง ตนเองเป็นผู้สร้างวิญญาณ เป็นผู้กำกับวิญญาณเป็นเจ้าวิญญาณในมหาจักรวาลมีทั้งหมด เลยกลายเป็นเปิดโปงความไม่รู้ของพระเจ้า ว่าพระเจ้ารู้ไม่ครบ รู้ไม่หมด พระเจ้าจึงกลายเป็นตนเองก็ต้องนิรันดร เพราะตัวเองทำความสลายตนเองไม่ได้ เลยจำนนต้องเป็นสิ่งนิรันดรอยู่อย่างนั้น แล้วก็เลยยกตัวยกตนว่าเป็นเจ้าของทุกสิ่งทุกอย่าง พระพุทธเจ้าก็มาเปิดเผยรายละเอียดต่อไปอี

อ่านต่อ

กว่า จ้างก็ไม่ใช่ พระเจ้าจะมาทำให้คนเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ เปิดเผยว่า เจ้าของอัตภาพเองนั่นแหละทำให้ตนเองเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ จะให้ดี จะให้ชั่ว จะให้เจริญจะให้เสื่อมก็ตนเองทั้งนั้น ตนเองเป็นเจ้าของการกระทำทุกอย่าง ทั้งการกระทำทางใจ ทางวาจา ทางกาย ก็ตนเองทั้งนั้น เพราะฉะนั้นประเด็นต่อมา ถ้าจะอยู่เป็นชีวิตคน ถ้าไม่อยู่ก็สลายเป็นดินน้ำไฟลมไปได้ แต่ถ้ายังมีชีวิตอยู่ก็ต้องอยู่อย่างคนประเสริฐ คนดี ไม่ทำบาปทั้งปวง สัพพะปาปัสสะ อกรณัง ถ้ามีกรรมก็มีแต่กรรมดี กุสลัสสูปสัมปทา ไม่เป็นอกุศลเลยเพราะว่า สจิตปริโยทปนัง เพราะได้ทำจิตให้รู้จักรู้แจ้งรู้จริงให้จบหมดเลย ก็เลยเป็นเจ้าของจิตเป็นเจ้าของวิญญาณที่สามารถเป็น วสวัตตี ยังจิตให้เป็นไปในอำนาจได้ ไม่มีการใฝ่ต่ำเลย มีแต่การใฝ่สูง ถ้าจะเรียกว่าคำว่าสูงว่าต่ำ มีแต่สูงกับสูงเจริญไปแต่ฝ่ายเดียว ถ้าจะยังชีพมีชีวิตอยู่ ก็เป็นผู้ประเสริฐ

คนที่สูงที่ประเสริฐที่สุดก็คือ ไม่มองอะไรเป็นความต่ำ ที่เราจะต้องไปรู้สึกกด รู้สึกข่มรู้สึกดูถูก เขาจะต่ำโดยสัจจะก็เป็นเรื่องของเขา เราไม่ต้องไปรู้สึกกด รู้สึกข่ม แต่คนต่ำคือคนที่ควรจะต้องช่วยเหลือให้สูงขึ้น ให้เจริญขึ้น จึงมีหน้าที่เมื่อตนเองบรรลุสูงสุดแล้ว เป็นผู้ที่ไม่ทำบาปทั้งปวง กรรมทุกกรรมมีแต่ทำกุศล ทำจิตให้สะอาดผ่องใสจากกิเลสที่เป็นตัวเหตุจากอวิชชา ทำให้คนโง่กำกับกรรมของตนเองให้เจริญแต่ถ่ายเดียว ไม่มีเสื่อม จนกระทั่งทำให้จิตตนเอง เจริญถ่ายเดียวไม่มีเสื่อม ไม่มีอะไรที่จะทำไม่ดี ได้อย่างแข็งแรงสมบูรณ์ถาวร ก็จึงเหลือหน้าที่อยู่ที่ว่า ถ้าจะไม่สลายอย่างที่พูดตอนต้น จะยังมีชีวิตอยู่ ไม่สลายไปตอนที่ตายจะยังวนเวียนเกิดอีกอยู่ ผู้ที่บรรลุอรหันต์แล้ว สามารถที่จะวนเวียนเกิดอยู่นี้อย่างไม่ทำบาปทั้งปวง ทุกกรรมที่ทำมีแต่ดี จิตวิญญาณก็ถือว่าจบกิจ แล้วยังมีสูงกว่านั้นอีกเป็นพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้านี้เรียนรู้ก็จะรู้แจ้งรู้จริงอย่างแท้จริงเลยว่า แท้ๆพระเจ้าขี้โม้ คำว่าพระเจ้านิรันดรไม่มีจริง อย่างชัดเจนยิ่งกว่าพระอรหันต์อีก เพราะเป็นอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า มันเป็นความจริงที่จริงที่สุด ในโลกนี้ผู้ที่ยังมีโอกาสมารู้จักความจริงที่ประเสริฐที่สุดดีที่สุดดีที่สุด คือ 1. ทำอัตภาพ ทำจิตวิญญาณตนเองให้สูญสลายเป็นดินน้ำไปลมไปได้ นี่คือสุดเก่งแล้ว 2. ถ้าจะอยู่เป็นมนุษย์อีกต่อไป จะอยู่ไปให้ยาวนานเป็นพระอวโลกิเตศวรที่มีปณิธานว่า จะช่วยคนให้เป็นพระอรหันต์จนหมดโลก แล้วตนเองค่อยปรินิพพานเป็นปริโยสาน มันเป็นปณิธานที่ยิ่งใหญ่จนกระทั่งว่า มันจะมีจริงหรือ มันจะเป็นไปได้หรือ คิดอย่างนี้ทำอย่างนี้ จะอยู่ไปอย่างไร จะวนเวียนอยู่อย่างนี้ไม่มีเบื่อหรือ เกิดมาก็เอาแต่ช่วยคนสอนคนให้คนปรินิพพาน เป็นปริโยสาน จนคนบรรลุอรหันต์หมดทั้งโลก มันเป็นปณิธาน เป็นเป้าหมายของสิ่งที่มนุษย์โลกในโลกนี้จะทำได้หรือ ก็เอาเถอะ มันก็เป็นอะไรที่เป็นจุดสวยๆงามๆสูงสุด ที่ได้ตั้งไว้ ให้คนมุ่งทำให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ มันเป็นปรัชญาเป็นปณิธานที่ประเสริฐที่สุดแล้ว 640724_พ่อครูเทศน์เวียนธรรม วันอาสาฬหบูชา

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน