สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน ตลาดอาริยะและบุญนิยม 4 ระดับ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.34 KB
วันที่แก้ไข3 สิงหาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน ตลาดอาริยะและบุญนิยม 4 ระดับ ยกตัวอย่างอีกอัน ที่คนไม่เข้าใจเรา จัดตลาดอาริยะทำไมโก้นักหรือ อาตมาว่าไม่ได้ทำเพื่อหาชื่อเสียง สื่อสารมวลชนไม่เคยมาทำข่าวตลาดอาริยะจัดมา 38 ครั้งแล้วที่จริงมากกว่า 38 ครั้ง เพราะแต่ก่อนบางปีทำมากว่าสองครั้ง สื่อสารก็ไม่มาทำข่าวให้ เขาอาจหาว่า แม้เสียสละก็โฆษณาตัวเอง จะมาทำข่าวให้ทำไม 2.มันไม่เชิญ เราไม่เคยออกหนังสือเชิญสื่อเลย อย่างนี้มันน่าน้อยเมื่อไหร่ แต่ทำมาตั้ง 38 ครั้ง สื่อสารมวลชนมีทั้งประเทศ ไม่มีหน้าไหนกล้ามาทำข่าวตลาดอาริยะ นอกนั้นตลาดเละเทะ เขาประจบกันให้ซองขาว ก็ไปทำข่าวกัน ขออภัยผู้ที่ไม่มีเรื่องแปดเปื้อนเท่านี้ เราจัดทำไม เราทำในแต่ละปีเพื่อช่วยเหลือประชาชน ในประเทศไทยคนจนคนที่ขาดแคลนมันมีมาก มัน ถึงได้เห็นอย่างนี้ หลายคนบอกว่า จัดแล้วจะขาดทุนได้เท่าไหร่ แต่จะเท่าไหร่ก็แล้วแต่ มากหรือน้อยคนก็มากันเท่านี้ สื่อสารมวลชนก็ไม่ได้โฆษณาให้สักเจ้า เราจัดมาก่อนที่เราจะมีโทรทัศน์อีก แต่ก่อนไม่มีโทรทัศน์คนก็ยังมาไม่น้อย เดี๋ยวนี้มีโทรทัศน์คนเข้ามากันเพิ่ม จนต้องสร้างโรงเรือน เพราะว่าเห็นใจ ยืนตากแดดเข้าคิว กำธนบัตร เปียกๆชุ่มอ่อนหมดเลย เป็นลมไปหลายคน มันร้อนตากแดดกัน เพื่อซื้อของที่ไม่ได้ใหญ่โตเลยไม่ได้มากมาย แต่เขาอยากได้ ทนได้ ของใช้ประจำปี ของใช้ที่จำเป็นไม่เป็นสิ่งที่ฟุ่มเฟือยสุรุ่ยสุร่าย ถ้ารัฐบาลทำอย่างนี้ได้จะได้แต้มมากกว่าไปทำประชานิยมขี้หมา เราทำอาคารใหญ่นี้ชั้นบนก็ทำการศึกษา และทำตลาดชั้นล่าง พูดไปก็เผื่อว่าทางราชการหรือหน่วยงานอยากจะใช้งานทำประโยชน์ก็ได้ ตอนนี้จะมีตลาดนัด อาทิตย์ละสามวัน ศุกร์เสาร์อาทิตย์ มันก็ไม่ได้อยู่ในเมืองห่างจากเมืองมา 6กม.ก็ไม่ได้ไกล เข้ามาหน่อย เราก็จัดตลาดนั

อ่านต่อ

ด ที่ขายของในเชิงบุญนิยม ก็ขายถูก ไม่ได้จัดแบบทุนนิยมที่จะขูดรีดค้ากำไร เอาเปรียบเอารัด แต่จะสะพัด ของกินของใช้ไปสู่ผู้บริโภค เอาสถานที่ใช้ให้เป็นประโยชน์แก่สังคมประเทศชาติ มีความบริสุทธิ์ใจที่ว่าเราไม่ได้สร้างสถานที่เพื่อเป็นธุรกิจการค้า เพื่อจะไปเอาเปรียบอย่างที่ทุนนิยมทำร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เป็นลักษณะบุญนิยมจริงๆ บุญนิยมมี 4 ระดับ ขายต่ำกว่าราคาตลาด พยายามทำให้ต่ำกว่าราคาตลาด เราพยายามขายให้ต่ำกว่าราคาตลาด ต่ำได้เท่าไหร่เจริญเท่านั้น อันดับต้นที่สุด ขายเท่าทุน ก็ยิ่งกว่าขายต่ำกว่าราคาตลาดที่ยังเอากำไร ขายต่ำกว่าทุน อันนี้ตลาดอาริยะ แจกฟรี ตลาดอาริยะจะมีขายต่ำกว่าทุน เช่นอาหารจานละบาท ทำมาตั้งแต่เร่ิมต้นจัด ตอนนั้นราคาข้าวแกงจานละ 5 บาท เราก็ขายจานละ 1 บาท แต่เดี๋ยวนี้ข้าวแกงจานละ 35 บาท เราก็ยังขายอาหารจานละ 1 บาท เดี๋ยวนี้ ก๋วยเตี๋ยวชามละ 30 40 บาท ก๋วยเตี๋ยวชามละ 400 ก็มี เราทำไปทำไม ทำเอาเด่นเอาดังหรือ ก็เห็นใจชาวสื่อสารมวลชนที่เข้าใจเราไม่ได้ ว่าเราทำอย่างจริงใจเพื่อประชาชน ทำอย่างถ่วงดุลสังคม พวกเขาไม่อยากทำข่าวจะทำให้เหมือนกับส่งเสริม อาตมาไม่ได้โกรธหรือไม่ชอบใจพวกสื่อสาร แต่พูดด้วยจิตวิทยาสังคม เป็น ไซโคโลจี้ psychology ของมนุษยชาติ มันดีเกินไป หมั่นไส้ ไม่เชื่อว่าเอ็งจะดีได้ ก็ไม่ส่งเสริม ถ้าส่งเสริมสิ่งที่ดีให้แก่สังคม สังคมจะได้หรือเสีย ก็ได้ สื่อสารมวลชน น่าจะเข้าใจ พูดไปแล้วเหมือนอ้อนวอนร้องขอ หรือไปว่าเขาด้วย เหมือนไปลบหลู่ความเข้าใจของเขา แต่อาตมาอธิบายวิชาการสื่อสารสนเทศ คือนิเทศศาสตร์ เป็นความลึกซึ้งในจิตใจวิทยา เราทำแล้วเขาไม่แยแส บอกว่าไม่ใช่เรื่องของสังคม ที่จริง เป็นเรื่องของสังคมที่ควรจะส่งเสริมเผยแพร่อย่างยิ่ง อย่างเรามีบุญนิยมทีวี เขาก็ถือว่าไม่ใช่สื่อสารมวลชน แต่เราไปขอจดทะเบียนกับทางการ ทุกวันนี้เขาก็ว่า เราทำไมไม่ไปทำข่าวแบบเขา เราก็ว่าจะไปทำแบบเขาทำไม อาตมาก็ว่าตอนนี้เป็นข่าวธรรมะ มีไหม แต่เดี๋ยวก็ข่าวกีฬา เดี๋ยวก็ข่าวบันเทิง มอมเมาโฆษณาให้หลงใหล ระเริงเป็นขิฑฑาปโทสิกะ หลงในความรื่นเริงซึ่งเป็นโทษ พระพุทธเจ้าตรัสว่า มีคนโง่สองแบบใหญ่คือ ขิฑฑาปโทสิกะ คือกาม กับ มโนปโทสิกะคืออัตตา ก็หลงสองชนิดนี้เป็นโทษภัยแก่สังคม ขิฑฑาปโทสิกะก็หลงบันเทิงเริงรมย์สนุกสนาน คือกามสุขขัลลิกะ มโนปโทสิกะคือหลงจิตนิยามไปจนเป็นโทษ คืออัตตกิลมถะ

วันนี้ได้เก็บเอาเรื่องมาวิเคราะห์วิจัย ผู้ที่ฟังด้วยดีย่อมเกิดปัญญา

600427_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ สังคมชาวอโศก ชาวบุญนิยมคืออะไร

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน