สื่อธรรมะพ่อครู(ปฏิจจสมุปบาท) ตอน ตรวจสุขที่บดบังไม่ให้เห็นทุกข์.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์10 KB
วันที่แก้ไข3 สิงหาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(ปฏิจจสมุปบาท) ตอน ตรวจสุขที่บดบังไม่ให้เห็นทุกข์ เน้นเรื่องสุข ที่มันบังทุกข์ ลึกซึ้งละเอียดมาก จนกระทั่งสุข ที่เขาไปสร้างภพว่าง ไปสร้างสุขมาบังทุกข์ตัวเอง หรือไม่ก็ไปสร้างสุขตัวปลอม ถ้าคุณล้างกิเลสได้จริง จากหยาบ โอฬาริกอัตตา มโนมยอัตตา ก็เหลืออรูปอัตตา ที่มีสุขขั้นอรูป บังทุกข์อยู่ คนที่หลงขั้นอรูป มันว่างจริงๆ แม้จะเหลือน้อยแล้วนะ ก็อรูป เช่นคำว่า อากาสานัญจายตนะ เป็นธาตุว่างภายนอก ส่วนวิญญาณัญจายตนะ ธาตุรู้ คือวิญญาณ วิญญาณก็อยู่ข้างอากาสา ก็ว่าง ก็ต้องตรวจด้วย อากิญจัญญายตนะ ก็ตรวจด้วยการกระทบสัมผัสทางอายตนะ ว่ามีสิ่งอะไรเหลืออยู่ ที่เป็นละอองธุลี ก็จะให้ไม่มี นิดหนึ่งน้อยหนึ่ง ก็ไม่ให้เหลือ เศษธุลีละออง ของความไม่บริบูรณ์ ไม่สมบูรณ์ ก็ต้องตรวจแล้วตรวจอีก เอาออกให้หมด แล้วคุณเองก็เห็นความหมด ว่ามันไม่มีแม้นิดน้อยหนึ่ง พระพุทธเจ้าก็สำทับอีกว่า ให้ตรวจด้วยเนวสัญญานาสัญญายตนะ ต้องรู้ว่าอากิญจัญ คืออะไร ไม่รู้ไม่ได้ ต้องรู้ ต้องใช้ความกำหนดหมาย รู้ให้ได้ เกิดจากเหตุปัจจัยที่เป็นของจริง ในปัจจุบันที่ละเอียดอย่างไร ก็ต้องใช้สัญญา กำหนดรู้ให้ได้ว่า พ้นความไม่รู้ พ้นอวิชชานุสัยเลย ต้องถอนรากถอนโคน ความไม่รู้ ให้เกลี้ยง พ้นเนวสัญญายตนภูมิ ไม่เหลือไม่รู้ ไม่รู้ไม่ได้ จึงพ้นอวิชชานุสัย หมดสูงสุดเลยอวิชชาสวะ ไม่มีเหลือที่ไม่รู้ ไม่มีเลยที่ไม่รู้ รู้จนสุดเกลี้ยง ก็ล้วนแล้วแต่ต้องใช้สัญญา ใช้การกำหนดรู้ จากธาตุสัญญาของเรา มีคนอยากให้ขยายความคำว่า ขันธ์ คือองค์รวมของรูปนาม ถ้าคุณยังมีสัญญาขันธ์ ที่มีเศษของความไม่รู้ ต้องมีทั้งตัวถูกรู้ แล้วตัวปัญญา ตัวญาณทัศนะวิเศษ ธาตุรู้ของคุณ ต้องสัมผัสของจริงหลัดๆ ปัจจุบัน ไม่ใช่ไปสร้างเอง จะสัมผัสเหตุปัจจัยอะไร ก็แล้ว

อ่านต่อ

แต่ เช่น สัมผัสกับกองเงิน คุณมีสิทธิ์เอามาเป็นของคุณเลย มันมีมากกว่าใครๆเลย ในโลก มากกว่าเศรษฐีที่มีในโลก มารวมกันอีก ก็เงินมีมากกว่านั้นอีก คุณก็สัมผัสอยู่ปัจจุบัน คุณก็ต้องกำหนดสัญญา โดยเฉพาะกำหนดไปที่เวทนา อาการอารมณ์ความรู้สึกว่า มี นิดหนึ่งน้อยหนึ่งอยู่ไหม ต้องรู้ให้พ้นอากิญจัญญายตนะ ต้องรู้อย่างไม่มีตัวไม่รู้ โดยใช้ สัญญาเวทยิตตังนิโรธังโหติ ใช้สัญญา กำหนดรู้เคล้าเคลียอารมณ์ ทั้ง 108 พิสูจน์จนปัจจุบัน ในทุกปัจจุบัน ก็สูญ เป็นล้านๆๆๆครั้ง หรือมากที่สุด เราได้ผ่านกองเงินล้านๆๆๆ มากกว่า 3 เศรษฐีมารวมกัน เราสัมผัสมาตั้งหลายครั้งแล้ว เราก็ยังเฉย ในทุกปัจจุบัน ก็มีฐานอดีตที่ไม่หวั่นไหว ไม่กระดิก ทั้งอดีตและปัจจุบัน มันยืนยัน เพราะฉะนั้น ในอนาคต มันจะมาอีก หรือจะมามากกว่านี้อีก คุณจะเอาไปทำไม เอาไปหว่านไปตีหัวคนเท่าไร มันก็ไม่หมดง่ายๆหรอก มีเงินมากขนาดนั้น สิ่งที่พิสูจน์นี้ จะต้องพิสูจน์ในปัจจุบัน มีสัมผัสจริง ยืนยันจริง แล้วอ่านจิตของคุณ ในขณะสัมผัสของจริง ไม่ใช่ไปเดาเอาว่า เราจะมีเงินอย่างนั้นอย่างนี้ มันจะเป็นจริงที่ไหน คุณก็โมเมอยู่อย่างนั้น ต้องสัมผัสจริงสิ แล้วจะรู้ว่า มีนิดนึงน้อยหนึ่งไหม ถ้ามีความหวั่นไหว จะต้องมีญาณ อ่านจิตให้ละเอียด ความหวังเล็กน้อยละเอียดบางเบาขนาดไหน จะต้องรู้อย่างลหุตา อย่างสูงสุดเลย ถ้ายังเสพ ยังมีบางเบา เรียกว่าลหุตา ถ้ายังบางเบา ยังวิการอยู่นะ ยังมีวิกลวิการอยู่นะ ต้องไม่ให้มี แม้แต่บางเบา ลหุตา มุทุตา กัมมัญญตา มีกายวิญญัติ วจีวิญญัติ ที่อธิบายอยู่นี่ คือการเคลื่อนของจิต มโนวิญญัติ มีการกระดุกกระดิก การเคลื่อนของจิต มันมีอยู่ไหม นี่คืออะไรเปรียบสภาพจริง ที่เราเรียกแทนว่า พลังงาน ยังไม่เป็นวัตถุ ยังไม่เป็นก้อน เป็นอะไรเลย เป็นจิตลมๆแล้งๆ ละเอียดกว่าเป็นความร้อน แสง เสียง แม่เหล็ก ไฟฟ้า ละเอียดยิ่งกว่าอากาศ ละเอียดกว่าอากาสา วิญญาณัญจา อากิญจัญญา เนวสัญญา ทฤษฎีของพระพุทธเจ้า ละเอียดอย่างนี้ คุณทำได้ ก็พ้นทุกข์แน่นอน ถ้าทำให้เกิดเป็นสภาวะได้จริง พ้นเนวสัญญานาสัญญายตนะได้ ก็คือนิโรธของพระพุทธเจ้า ยังเป็นปัจจุบัน จะเป็นรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส รูปภพ อรูปภพใดๆ ก็แล้วแต่ สัมผัสอยู่ในปัจจุบัน เราก็รู้ว่า เราหลุดพ้น จิตเราดับสนิท ไม่มีอะไรกระดิกเลย สุดยอดไหม

นี่แหละคือ ความสุข ที่จริงแล้ว มันยังมีอะไรที่ยังไม่ว่างอยู่ ก็คือความทุกข์ทั้งนั้น ชาติปิทุกขา มีความทุกข์แม้เล็กแม้น้อยก็ยังมี สุดท้าย ทุกข์ของพระอรหันต์ ท่านเรียกว่า ทรถ ทรถ นี่นะ โดยพยัญชนะของมัน ท หมายถึง ความมีสภาพ เป็นความแกล้วกล้าอาจหาญ หมายถึงทหาร ทหาร ทหัง ถ หมายถึง ความไม่มีสภาพ ถ หมายถึงความสงบ ส่วน ร คือคำกลาง ร.เรือ หรือร.ระ ร.เรือจะลอยอยู่บน ตัวร.ฤ ร.เรือง เป็นคำที่แสดงภาวะสูงส่ง หรือเรือ คำว่า เรือ เป็นพยัญชนะ หรือว่าเป็นสภาวะ ที่ศาสนาใช้สูงสุด เรือโนอาห์ฝ่ายศรัทธาหรือเจโตก็ใช้ เป็นสิ่งที่ลอย อยู่บน อยู่เหนือสูง จบ ไม่มีอะไรที่จะเหนือเรือ อาตมาเลยหยิบจับอันนี้ มาใช้เป็นนาวา ของลัทธิบุญ หรือศาสนาบุญ ที่อาตมานำมาใช้ปางนี้คือ เรือ เรือลำนี้ชื่อว่า รามรักษ์ ยังไม่เสร็จเสียที คำว่าเรือ เป็นสิ่งที่อาศัยสุดท้ายเลย ศาสนาเลยเอามาใช้ อาตมาก็ไม่ได้เจตนามากมาย จะใช้เป็นความหมายได้ แต่ก็ใช้บาลีว่า นาวา เป็นเรือ ตอนนี้กำลังสร้างอาคาร สัมมาสิกขาวิชชาราม นาวาบุญนิยม (ว.นบ.) จะใช้ในทางสร้างสรร เป็นโลกุตระ ไม่เอาไปสร้างบาป เป็นเรือที่เป็นบุญอย่างสัมมาสิกขาวิชชาราม ทรถ ของพระอรหันต์ มีสามพยัญชนะ ท คือ แข็งขัน คล่องแคล่วมีแรง ถ.คือ หมายถึงความไม่มีสภาพ ถ หมายถึงความสงบ ร.คือตัวกลาง ที่เป็นลักษณะโลกุตระ มีลักษณะเหนือ ไม่ได้ข่มใคร มีแต่ช่วยเขา เพราะสูงส่งกว่า เหนือกว่า ดีกว่า ประเสริฐกว่า เป็นผู้รับใช้จริงจังยิ่งกว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นนักประชาธิปไตย ที่รับใช้ประชาชนอย่างสุดยอด ตามฐานานุฐานะของพระองค์ ท่านเป็นคนติดดิน แต่ก็มีศักดิ์ศรี มีฐานะอย่างสมควรที่สุด ไม่สับสนเลย งดงามมาก ในพระจริยวัตรของในหลวง รัชกาลที่ 9 สุดยอด 600222_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ หมดสุขหมดทุกข์เพราะหมดบุญ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน