สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน ตลาดอาริยะกับตำนานสงกรานต์ปีใหม่ไทย.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน ตลาดอาริยะกับตำนานสงกรานต์ปีใหม่ไทย พ่อครูว่า....วันนี้อาตมาจะขยายความจากพฤติการณ์ ของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผ่านไปหยกๆ ที่ผ่านไปหยกๆคือ สงกรานต์กับตลาดอาริยะ ขอพูดถึงเรื่องสงกรานต์ก่อน ก็เคยอธิบายมาไม่รู้กี่ที สงกรานต์เป็นเรื่องซับซ้อน บานปลายงมงายไป ทุกวันนี้หนักเข้า เป็นเรื่องเล่น แฝงการหาเงิน หนักเข้าเป็นเรื่องลามก เป็นเรื่องที่รู้กันอยู่และพยายามควบคุมกันอยู่ เมืองไทยก็ยังดี ที่อื่นเอาตามอย่างก็ไม่รู้ ก็เลยลามกไป เราก็ต้องดึงมาสู่ความเรียบร้อยสุภาพเป็นผู้ดี ต้นเรื่องที่สุด สงกรานต์เป็นเรื่องของน้ำ หน้าแล้งน้ำก็น้อย เป็นธรรมชาติ ที่จริง หน้าแล้งน้ำมันน้อย ขาดแคลน ผู้ใดมีน้ำ ได้รับน้ำ ถือว่าเป็นผู้ที่มีโชคมาก ถือว่าเป็นผู้ที่ต้องยกไว้ว่าท่านมีบารมีสูง ท่านได้รับน้ำไม่ขาดแคลนน้ำ ชุ่มเย็นด้วยน้ำ คนที่ได้น้ำโดยสุจริต โดยตนเองสร้างเองได้ เป็นพระเจ้า แต่แม้สร้างน้ำเองไม่ได้ หน้าแล้งจัด ก็เลยเกิดน้ำใจ ต่างคนต่างก็พอมีเล็กๆน้อยๆก็แชร์กัน คนนี้เอาไปจอกหนึ่งเล็กๆ เอาไปมากเดี๋ยวไม่ไหว บ้านเราต้องใช้น้ำ ผู้นี้ควรไปเคารพคารวะ เป็นผู้ที่มีความรู้มีการเสียสละเป็นประโยชน์ต่อสังคม เป็นผู้ควรยกย่องเชิดชูสรรเสริญ ก็ไปแสดงความสรรเสริญ ก็จะไปให้ท่านสุขเย็นด้วยน้ำก็คนละจอกน้อยๆ ถ้าคนนี้มีคนเคารพมาก พันจอกหมื่นจอก ก็อาบได้เลย สบายเย็นตัว เป็นเรื่อง แชร์ที่ยิ่งใหญ่ หรม. ครน. เสียสละกันคนละนิดออกไปทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ นี่คือสัจจะที่ต้องเข้าใจดีๆ แล้วก็ทำให้เรียบร้อยประเสริฐเลิศยอดก็ทำกันได้ ต่อมากิเลสของคน คนนี้ก็อยากใหญ่ คนนี้ก็อยากได้เป็นผู้ได้รับการรดน้ำ ไม่มีใครก็ให้ลูกหลานมารด บังคับ เสแสร้ง pretender มารดน้ำปู่ รดน้ำพ่อนะ ก็เกิดการสร้างภาพซ้อนๆขึ้น
อ่านต่อ
หนักเข้าไม่ต้องพ่อต้องปู่หรอก รดพี่ได้ ต่อมาก็บอกว่ารดข้านะ ให้เป็นคนที่ควรได้รับการยกย่อง ก็เกิดความไม่จริงขึ้นได้เรื่อยๆ หนักเข้าต่างคนต่างสาดกันเล่นเลย น้ำนี้ขาดแคลน แต่เอามาสาดกันเล่น แล้วมันเสียหายไหม แต่พวกเราทำสงคราม แต่ไม่เสียหายน้ำ แน่นอนว่าไปสาดกันทั่วไป น้ำกระจายหายไปไม่กลับคืนมาสู่มวลน้ำที่จะใช้เป็นประโยชน์ กระจายทิ้งไป นี่คือความสูญเสียที่เกิดจากอวิชชา เกิดจากความโง่ แล้วก็เกิดความสนุก บำเรอ โดยเอาน้ำเป็นเครื่องมือมาสาดในวันสงกรานต์ น้ำก็หมดไปเสียหายไป กว่ามันจะรวมตัวกันให้มาใช้ได้ เป็นประโยชน์อีกก็เสียเวลา ซึ่งโดยวิธีที่คุณจะ ดูดเอาคืนมา ก็เสียเวลา ทุนรอน แรงงาน ไม่เข้าท่า อย่างนี้เป็นต้น การเล่นสงกรานต์จริงๆแล้ว มันเป็นการแชร์จริงๆ แต่ละคนเสียสละคนละนิด มารวมกันเป็นน้ำในกาละมังหนึ่งตุ่ม หลายคน 100 คนพันคนหมื่นคนแสนคน คนที่ควรได้รับการยกย่องก็ควรให้การยกย่องจริงๆ แต่คนมันมีกิเลสก็อยากจะเท่ห์ อยากได้รับการเคารพยกย่อง ก็ไม่จริง คนที่อยากให้เขายกย่อง ที่แท้มันไม่ถึงคุณค่าจริง ที่ควรได้รับการยกย่องก็ไม่จริง สังคมก็พรางลวงกันอย่างอยากเด่น ดังอยากสูง เป็นผู้ได้รับการยกย่องเชิดชู ก็เกิดการสูญเสียกันไป ทีนี้สัจจะจริงๆ ผู้ควรได้รับการยกย่องก็มีจริง ไม่ต้องแยกหลายคนหรอก หรือมีจริงๆ แล้วคนก็มีมากพอ ก็แบ่งเป็นสองคนสามคนที่ควรได้รับการยกเว้น คนหนึ่งเอก อีกสองคนรองก็น่าจะพอ ในสังคมใหญ่ สื่อสังคมที่ไม่ใหญ่ก็น่าจะคนเดียวพอ เป็นการใช้น้ำสื่อในหน้าที่ขาดแคลนน้ำ แล้วก็จะหมุนเวียนใช้น้ำอย่างถูกต้อง สอดคล้องกับภาวะธรรมชาติ ที่จำเป็น แล้วใช้เป็นจิตวิทยาสังคม ทีนี้มาถึงชาวอโศก ก็เกิดสงกรานต์อย่างธรรมชาติ เรียกว่าสงกรานต์อย่างธรรมชาติ มาได้เล่นน้ำสงกรานต์ เพราะมีน้ำตก มีน้ำพุ มีน้ำลำธาร มีแม่น้ำ แม้จะไม่ใช่แม่น้ำใหญ่หรือทะเล หรือแม่มูลก็ไม่ห่างนัก ไปกระโดดได้ แล้วเราก็มีบึงหรือบุ่งที่ย่อยจากลำน้ำมูล เรามีบุ่งไหม เราก็ทำให้หมุนเวียนสะอาด ทำปฏิกิริยากันสะอาดสังเคราะห์กันในตัว เกิดการหมุนเวียนแตกตัว ทำให้เกิดแก่ง น้ำตก ทำให้ออกซิเจนเข้าไปแทรกในน้ำ มันได้จริง แม้จะยังไม่สมบูรณ์แบบ ก็มีภาวะตก แตก มีภาวะสูงต่ำ ก็จะทำให้ครบไปเรื่อยๆ ตามประสาที่เราเงินน้อยทรัพย์สินน้อย ใช้แต่แรงงานไปตามลำดับ ทีนี้เราทำขึ้นแล้ว คนที่มาสัมผัสมารู้ โดยเราเองเปิดให้มา เขาก็จะมาเล่นน้ำตกเล่นน้ำแก่งด้วย และมาด้วยตลาดอาริยะ ตลาดเป็นสถานที่แบ่งแจก ด้วยการค้าพาณิชย์ แลกเปลี่ยนกันโดยใช้ตั๋วเงิน ธนบัตร เป็นตัวแรกด้วยอัตราราคา ซึ่งอัตราราคาที่จะแลก เราก็ทำด้วยจริงใจว่า เรามีวัตถุที่ผลิตได้ เราเป็นพ่อค้าแม่ค้า เราไม่เอาเงินมาเป็นตัวสินค้า เอาแค่เงินมาเป็นสินค้าพวกนี้ บาปกินหัว หาวิธีกั๊กหรือใช้เงินต่อเงินอย่างไร ให้ฉันมีเงินมาก แบบทุนนิยม พวกให้กู้เงินเพื่อได้ดอกเบี้ย เขาก็ได้เปรียบตรงนี้ พวกนี้บาป บาปตกกับพวกนี้ พวกทุนนิยม นายทุน ที่กักตุนให้ตัวเองแล้วเอาเงินเป็นสินค้า เป็นอำนาจให้คนยอม เราจะได้เปรียบคนอื่น เราก็รีดเลือดจากหลังคน ทำนาบนหลังคน หรือรีดจากเลือดคนอื่นมา ซึ่งคนที่ให้ถูกรีดก็ต้องคนจน คนจนที่เดือดร้อนก็มาให้ขูดรีด แต่เราคนจนแบบเราไม่มีเท่าคุณ แต่เรามีพอของเรา ไม่ไปให้คุณขูดรีดได้ สรุปเราจัดตลาดอาริยะ เพื่อช่วยคนจน แต่คนรวยจะร่วมด้วยก็ไม่ว่า ถ้าคุณไม่ละอายมีเงินมากแล้วก็จะมาแย่งซื้อก็ไม่ว่า ส่วนคนรวยที่จะมาช่วยกันแชร์ให้คนอื่นก็สาธุอนุโมทนา ช่วยแชร์ให้คนจนจริงๆ เป็นระบบสังคมที่ช่วยเกื้อกูลคนได้อย่างแท้จริงและจริงใจ และปัญญา เสียสละด้วยใจจริง ปัญญารู้และทำ ตลาดอาริยะนี้ เขามาเห็นสถานที่ บอกว่า แล้วคนจนอาบได้หรือเปล่า ก็คนจนนี่แหละอาบได้ คนรวยเขาไม่อาบหรอก คนรวยต้องไปอาบที่หรูๆ มีสกี มีเครื่องบันเทิงอะไรเยอะแยะก็เป็นเรื่องชัดเจน คนมีปัญญาก็จะรู้ แต่อย่างโน้น มลพิษหลายอย่างมันเยอะ ในสังคมชั้นสูง แต่ของเรามีแต่สะอาด และเราได้สร้างภูมิคุ้มกันด้วย ไปโน่นมีแต่ภูมิคุ้มกันต่ำ พิษผสมแฝงมีเยอะ อาตมาพูดความจริง ไม่ได้ตู่นะ สรุปความว่า สังคมใด หรือในหมู่กลุ่มที่มีผู้ให้ด้วยความบริสุทธิ์ใจมากกว่าผู้ขอรับหรือผู้ไปรับเอา สังคมนั้นคือสังคมเจริญ เพราะฉะนั้นสังคมที่จะเอาแต่รวยไม่รู้จักพอนั้น ตัดไปได้เลย สังคมที่เอาแต่รวยไม่รู้จักพอ พวกนี้พวกบาป พวกไม่มีกุศล ไม่รู้จักฐานะที่ควรเป็น แต่สังคมใด หมู่กลุ่มไหน ที่มีคนรู้จักพอ และไม่เอารวย มีพอสมควร รวยพอตัว ถ้าจะเรียกว่ารวยก็คืออุดมสมบูรณ์ พอตัว ไม่ขาดแคลนไม่เบียดเบียนใคร พึ่งตนเองรอด และแถมช่วยคนอื่นด้วย เป็นประโยชน์คุณค่าต่อผู้อื่นอย่างแท้จริง นี่คือสังคมสมบูรณ์แบบ อาตมาไม่ลำเอียงไม่มีอคติอะไร ตรวจสอบชาวอโศกมาถึงวันนี้แล้วครบ ได้ทั้งภายนอกที่เป็นวัตถุและภายในที่เป็นจิตวิญญาณ ถูกต้องจริง มีปัญญาจริง ไม่ได้เฉโก ปัญญาที่ไม่มีตัวตน ไม่มีเล่ห์ที่โค้งงอให้แก่ตน 600416_วิถีอาริยธรรม บ้านราช ตลาดอาริยะสงกรานต์ปีใหม่ไทย 2560