สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน ความเพียรและความพยายาม.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.26 KB
วันที่แก้ไข3 สิงหาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน ความเพียรและความพยายาม _จาก ภูเพียรธรรม กราบนมัสการเจ้าค่ะ ขอโอกาสเรียนสอบถามธรรมะ เจ้าค่ะว่า ความเพียรและความพยายาม มีความหมาย หรือความต่าง หรือการเสริมหนุน ซึ่งกันและกันอย่างไร หรือเป็นคำคำเดียวกันหรือไม่ ใช้ต่างกันหรือใช้แทนกันได้อย่างไร เจ้าค่ะ ขอความเมตตา กรุณาช่วยชี้แนะ และให้ความกระจ่างด้วยเจ้าค่ะ ขอกราบขอบพระคุณ และกราบนมัสการเจ้าค่ะ พ่อครูว่า...ความเพียร(วิริยะ) และความพยายาม (วายามะ) วิริยะคือความหมาย ไปทางกว้างทางมากทางเยอะ ส่วนวายามะ คือความหมายละเอียด เป็นทางการ เพ่ง ขวนขวาย วิริยะแรง กว้างไกล วายามะสั้นแคบเพ่ง ติดกับตัวเสมอ วายามะจึงอยู่ใกล้ตัว แต่วิริยะนี้ไปกว้างไกล ถ้าคนไหนมีแต่วิริยะ ก็จะไม่เร็ว แต่ถ้ามีวายามะจะถึงเร็ว เพราะใกล้ตัว ละเอียด จะบอกว่า คำเดียวกันนั้น ไม่ใช่แน่ คนที่ยังไม่ละเอียด ก็ใช้แทนกันได้ เป็นความเพ่งเพียร ความขยันอุตสาหะ

แล้วยกตัวอย่างมา สามอย่างคือ เพียรพยายามจะมีผล ๓ ความเพียร (วิริยะ) จะมีผล ความพยายาม (วายามะ) จะมีผล เพราะ... ๑. ไม่เอาทุกข์ทับถมตน ที่ไม่มีทุกข์ทับถม ๒. ไม่สละความสุข ที่เกิดโดยธรรม ๓. ไม่เป็นผู้หมกมุ่นในความสุขนั้น (พระไตรปิฎกเล่ม ๑๔ "เทวทหสูตร" ข้อ ๑๒) หมกมุ่นในความสุขในทางโลกียะ หมายถึงการเสพรส (พ่อครูไอตัดออกด้วย) การไม่เอาทุกข์ทับถมตน คือเราไม่มีทุกข์ทับถม คือเราไม่ทุกข์ไม่สุข คือกลางๆว่างๆ ไม่ทุกข์ไม่สุขทับถมตนแล้ว ก็อย่าไปสร้างอารมณ์ อารมณ์ที่ไม่กลางไม่ว่างแต่ถ้าเอาอารมณ์ทุกข์มา ก็แน่นอนว่าโง่ ก็อย่าไปหาอาการ ต้องรู้ ว่าอาการทุกข์ อาการโทมนัส ที่ลึกละเอียด หรือสุข หรือโสมนัส อาการพวกนี้ ต้องอ่านเองรู้เอง เป็นปฏิฆสัมผัสโส มีอธิวจนสัมผัสโส

อ่านต่อ

ตาม สุข ทุกข์ โสมนัส โทมนัส อุเบกขา น้ำหนักท่านก็แบ่งไว้ห้าอย่าง ก็ต้องอ่านให้รู้ด้วยตนเอง ปัจจัตตัง ไม่มีใครรู้แทนเราได้ ก็รู้ผิดก็ผิดของเรา เรารู้ถูกก็ถูกของเรา สุข ตัวนี้ ถ้าเป็นโลกุตระ คือความว่าง เป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว ใครที่ทำได้แล้ว ก็เป็นความสุขโดยธรรม ก็อย่าไปทิ้งมัน ให้สละสุขที่เกิดโดยธรรม ไม่ได้ไปแย่งเบียดเบียนใคร เราก็อย่าไปละล้างมัน แต่ให้อาศัยไป สาม ไม่เป็นผู้หมกมุ่นในความสุขนั้น แม้จะได้สุข ที่เป็นความว่างนี้ก็ตาม สุขนี้ก็ได้เสพ สบายว่างแล้ว ก็อย่าหมกมุ่น ถ้าหมกมุ่นก็ไม่ต้องทำงาน ไม่ต้องคิดต้องทำอะไร เอาไปฝังเสียเลยสิ เพราะอยู่ไปก็เปลืองพื้นที่ เปลืองแผ่นดินอากาศ ถ้าตาย เสร็จแล้วก็ไม่ต้องเปลืองสิ่งเหล่านี้ พูดให้ชัด อุปวาโท พูดให้กระทบเสียหาย กับปฏิกโกสนา คือแรงด้วยเนื้อหา แล้วกระทบสิ่งที่เขามี ก็เลยแรง มันมีพื้นที่ความชั่วเขาโต พอกระทบ ก็กระจายเต็มพื้นที่ของเขาเลย ของเขามีเยอะ ก็เต็มที่เลย เรากระทบแรง ก็ยิ่งกระเทือนเต็มพื้นที่เลย ฆ้องแตกเลย ฝีหนองแตกเลย

600313_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ชมพูทวีปอยู่ที่เมืองไทยนี้

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน