สื่อธรรมะพ่อครู(บวร) ตอน ต้องมีบารมีพอจึงมาสู่โลกุตระได้.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.82 KB
วันที่แก้ไข6 สิงหาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(บวร) ตอน ต้องมีบารมีพอจึงมาสู่โลกุตระได้ _ภูเลิศ...สืบเนื่องจาก ป้าร้อยร่มบุญ ทำงานปฏิสันถาร ว่าเราก็น่าจะไปเช็คแฮนด์กับโรงเรียนที่อยู่รอบๆบ้านเรา เราก็ได้ไปมา 4 โรงเรียน ผมก็ได้ช่วยถือของไปด้วย โรงเรียนบ้านกุดระงุมโรงเรียนบ้านเทพพิทักษ์(โรงเรียนคริสต์) โรงเรียนบ้านวังกางฮุง และโรงเรียนบ้านกุดปลาขาว 4 โรงเรียนนี้ที่เหมือนกันคือทุกคนยินดีมากที่เราไปทักทาย ทุกคนก็อยากทำกิจกรรมร่วมกับเราอยากมารู้จักอโศกให้มากขึ้น สองคือพอเราพูดถึงสไลเดอร์หรือสวนน้ำของเรา ไม่มีเด็กคนไหนในโรงเรียนที่ไม่เคยมาทุกคนยกมือหมด ไม่มีใครไม่รู้จักพระปาง I love you คือ พระพุทธาภิธรรมนิมิต อันนี้คือทุกคนใน 4 โรงเรียนที่เห็นตรงกันหมด คือมาอีกอันหนึ่งคือ ที่แปลกคือว่า ทั้ง 4 โรงเรียนนี้จำนวนนักเรียนเขาน้อยลง ลดลง สาเหตุก็คือว่า มันมีระบบเรื่องเกี่ยวกับการแย่งตัวเด็กไปเรียน มีโรงเรียนมาโฆษณาให้มาเรียนต่อมีการให้หัวคิว ว่าถ้าได้เด็กคนนี้เหมือนขายประกัน ทำให้บางโรงเรียนมีนักเรียนน้อยมากเช่นโรงเรียนบ้านกุดปลาขาวมีนักเรียนเหลือแค่ 12 ถึง 13 คนมีครูอยู่ 3 คน สภาพมันเศร้ามาก คำว่าโดนโรงเรียนที่มีค่านิยมว่า เรียนโรงเรียนนี้สิสังคมถึงจะยอมรับ ทุกโรงเรียนจะถามว่าทำไมโรงเรียนสัมมาสิกขาไม่มาโฆษณาที่โรงเรียนเขาบ้าง เขาไม่รู้ว่าจะเข้ามาติดต่ออย่างไร แล้วก็ ทุกคนจะพูดเหมือนกันหมดว่า พอพาเด็กมาเล่นน้ำเสร็จแล้วไม่รู้จะคุยกับใครต่อไม่รู้ว่าจะรู้จักชาวอโศกได้อย่างไร เท่าที่คุยมาก็สรุปว่า เขาอยากรู้จักเรามาก เราก็ได้โอกาสออกไปเช็คแฮนด์กับเขาก็มีความยินดี มีประโยคที่แปลกที่ทั้ง 4 โรงเรียนพูดเหมือนกันว่า ใกล้เกลือกินด่าง พวกเราว่าพวกเขาเหมือนใกล้เกลือกินด่างทำอย่างไรจะกินเกลือได้จริงๆไม่ต้องกินด่างพ่อครูมีอะไรแนะน

อ่านต่อ

ำก็ช่วยด้วย พ่อครูว่า.. เขาเป็นคนใกล้เกลือกินด่างเขาพูดถูก เพราะว่า 1. บารมีเขายังไม่ถึง เขาก็ได้แต่ใกล้เกลือกินด่าง เขาก็ไม่รู้ว่าจะมากินเกลือกับเราได้อย่างไรเขาก็ได้แต่กินด่างกับเขาอยู่อย่างนั้นแหละ เพราะว่าเขาเองเขาไม่รู้จะกินอย่างไรเกลือมันกินได้ด้วยหรือ ก็ดูท่าทีมันดีนะ แต่เขาก็ไม่มีบารมีไม่มีแรงไม่มีอะไร เขาก็ไม่เข้ามา ก็จะให้ไปให้เขารู้โดยไปบอกมันไม่ชัดหรอก เขาต้องมาสัมผัสที่นี่ เราก็ไม่ได้มีการปิดบังไม่มีรั้วอะไรเลย เปิดให้มา แต่เห็นไหม บารมีของคนมันไม่ได้ ขนาดใกล้ๆยังมาไม่ได้ ป่วยการถึงคนที่อยู่ไกลเลยมันจะได้อย่างไร เรื่องเหล่านี้มันลึกซึ้ง ธรรมะของพระพุทธเจ้าไม่ได้ว่ามันจะเป็นได้ง่ายๆ แปะๆปะๆไม่ได้ ทำไปเถอะ ก็เราจะขยันเชื่อมต่อก็เป็นเรื่องดีที่จะทำให้เกิดการขยายผลไปบ้าง แต่การขยายผลไปนั้น คนที่อยู่ข้างนอกนี่ ผู้จะมาได้ต้องมีบารมี เราจะไปตามหาลูกหลานไปตามหาคนที่ไม่มีบารมีไม่มีทางมาได้หรอกป่วยการกล่าวไปถึงคนที่อยู่ห่างไกลจนไม่รู้เรื่องว่ามีด้วยหรือแบบนี้ หรือว่าภูมิปัญญาไม่มีเลยแม้จะมาสัมผัสแล้วก็ไม่รู้ เหมือนกับปริพาชกที่พบพระพุทธเจ้า ถามหาว่าจะไปหาพระพุทธเจ้า พอบอกว่าเราเป็นพระพุทธเจ้าก็แลบลิ้นใส่แล้วไปเลย อย่าว่าแต่ฟังธรรมะทั้งคืนอย่างกามนิตเลย หรือภิกษุในตำนานซึ่งเขาเอาไปเขียนเป็นนิยาย คุยกับพระพุทธเจ้าทั้งคืนตอนเช้าก็ขอไปตามหาพระพุทธเจ้าต่อ คุยสนุกมากทั้งคืนแต่อย่างใดก็ขอเดินทางไปหาพระพุทธเจ้าต่อ พระพุทธเจ้าจะว่าอย่างไรเพราะเขาไม่ได้รู้สึกเลยเราจะไปบังคับเขาได้อย่างไร เขาก็ชอบใจแล้วนะพอใจแล้วนะสนุกมากยินดีมาก แต่ไม่เอา จะไปเอาตามที่ทิฐิของเขาเห็น ก็ต้องปล่อยเขาไปก่อน ขนาดพระพุทธเจ้ายังไม่รู้เลย ก็เรานี่แหละพระพุทธเจ้าจะไปไหน มันข่มเขาโคขืนให้กินหญ้าไม่ได้หรอก ภูมิเขามีแค่นี้แหละพระพุทธเจ้าจึงบอกว่ายากจะไปสอนคน อย่างนั้นอาตมาถึงไม่ได้ไปหลอกล่อไม่ได้ไปหาเสียง แล้วพวกนี้จะได้มาก ก็ขนาดนี้อาตมาก็เมื่อยแล้วขนาดเป็นเด็กและผู้ใหญ่ที่เข้ามาเองตามบารมี ก็มีบารมีทั้งนั้นไม่อย่างนั้นเข้ามาไม่ได้หรอกนี่คือสัจจะ

คุณThailand in. Chineseยังติดอยู่ในการนั่งหลับตาสมาธิอยู่มันจะเป็นการปฏิบัติในภพไม่ได้บรรลุหรอก ยิ่งเข้าใจว่าจะเป็นพระอรหันต์ต้องไปบวช ฆราวาสไม่มีทางบรรลุอรหันต์ได้หรอก ขนาดเชื่อว่ามาบวชแล้วถึงบรรลุอรหันต์และคุณมาบวชหรือยัง ถ้ามาทางนี้คุณก็ต้องมาอย่างน้อยก็ต้องมาบวชที่นี่มาให้บวชได้ง่ายๆนะ คุณจะพอมาเป็นนักบวชของชาวอโศกได้หรือ มาลองดูสิ จะบวชทางโน้นคุณก็ยังไม่บวชเลย บวชประเภทมีอุปัชฌาย์กับชุดก็บวชได้แล้วไม่ยากเย็นอะไร ก็ลองดูสิคุณก็ยังไม่ลองเลย ทางนี้อาตมาว่าเขาไม่ได้ให้คุณบวชทันทีหรอกคุณจะมีค่าอุปัชฌาย์อย่างไรก็ตาม จะจ่ายแล้วได้บวชไม่มีทางหรอก ต้องมาเป็นผู้ปฏิบัติ ปะ นาค เณร จนได้เป็นสมณะ แต่ละขั้นๆ รับรองว่า เอ็นสะท้าน ก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรเพราะสภาวะที่อาตมาสื่อก็ยังไม่เก่งจะอธิบายให้ถึงธรรมะ 2 ระหว่างพยัญชนะกับสภาวะ มันกลับไปกลับมา ถ้าไม่บรรลุเป็นปัจจัตตังก่อนไม่มีทางเจริญได้เลยต้องเอาตัวมาปฏิบัติจึงจะเกิดบรรลุเป็นปัจจัตตัง คือ ปัจจะ กับอัตตะ ปัจจะคือแสงสว่าง ความรู้ กับตัวเรา อัตตา ต้องเข้ามาทำให้ได้เป็นของตัวเราเองเสียก่อนเริ่มต้น อัญญธาตุ เริ่มต้นเป็นพระโสดาบันจากศีลข้อที่ 1 ก่อนศีลข้อที่ 2 ศีลข้อที่ 1 เรื่องเกี่ยวกับสัตว์นั้นหยาบกว่า ศีลข้อที่ 2 เกี่ยวกับพืชเกี่ยวกับข้าวของ ส่วนข้อที่ 3 ตาหูจมูกลิ้นกายนั้นยากกว่า 2 ข้อแรกอีก เรื่องของกามคุณ 5 เพราะฉะนั้นถ้าไม่มาทดสอบเป็นเบื้องต้นอย่างจริงจังแยกแยะปรมัตถสัจจะกับสมมติสัจจะไม่ใช่ง่ายๆหรอก เพราะสัจจะก็อย่างหนึ่งธรรมะก็อย่างหนึ่ง สมมุติสัจจะกับสมมุติฐาน ปรมัตถสัจจะกับปรมัตถธรรมก็คนละเรื่อง คุณเรียนรู้ที่เป็นสัจจะก็ได้สมมติสัจจะเป็นบัญญัติอย่างไรก็เรียนรู้ได้ เป็นเรื่องของบัญญัติภาษา แต่คุณต้องเกิดสภาพ ธร หรือธรรมะ ทรงไว้ในจิตของเราเองจิตของเราต้องเกิดสภาวะเป็นปัจจัตตังขึ้นมาเองมันจะถึงจะเป็นการทรงไว้ ต้องปฏิบัติต้องเรียนรู้จนได้ จาก ปัจจัตตัง มาเป็นปัจเจก มาเป็นสยังอภิญญา สยัมภู ปัจเจกสัมมาสัมพุทธะ และอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ

620805_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 61

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน