กายเวทนาจิตธรรม จิตเจตสิกรูปนิพพาน.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.47 KB
วันที่แก้ไข12 พฤศจิกายน 2563

เนื้อหาในไฟล์

กายเวทนาจิตธรรม จิตเจตสิกรูปนิพพาน _ศิษย์เก่า อโศก : คำว่า " กาย เวทนา จิต ธรรม " และ " จิต เจตสิก รูป นิพพาน" อธิบายธรรมะในด้านใดครับ และธรรมะ 2 เรื่องนี้สัมพันธ์กันอย่างไรครับ ในหนังสือเปิดโลกบุญนิยม พ่อท่านอธิบาย วิญญาณฐิติ 7, วิโมกข์ 8, สัตตาวาส 9 ซึ่งธรรมะทั้ง 3 หัวข้อนี้ ต่างก็มีระดับขั้นเหมือนกันหลายระดับ (รูปฌาน, อรูปฌาน 4) เหตุใดพระไตรปิฎกแยกพูดเป็น 3 เรื่องครับ พ่อครูว่า…วิญญาณฐิติ 7 วิโมกข์ 8 สัตตาวาส 9 และอนุปุพพวิหาร 9 4 หัวข้อนี้อาตมาจะมาอธิบายให้เห็นความปฏิสัมพันธ์ ของ 4 หัวข้อนี้อย่างลึกซึ้ง วิญญาณฐิติ 7 คือวิญญาณที่ตั้งอยู่ตรงนี้ปัจจุบันนี้ก็มีวิญญาณ แล้วก็ต้องตั้งอยู่ ณ บัดนี้ ตั้งอยู่อย่างไ รตั้งอยู่ทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย ทั้งตาหูจมูกลิ้นกายก็ไม่มีที่ตั้งและเป็นเวรสัมภเวสี แต่ถ้าวิญญาณที่ไม่มีที่ตั้ง คุณมีแต่ใจก็เป็นวิญญาณสัมภเวสี ไม่มีตาหูจมูกลิ้นกายเป็นที่เกิดที่ตั้งเป็นสัมภวะเป็นแดนเกิดเป็นที่ตั้ง เป็นฐีติ เป็นสัมภาวะหรือปภวะ มันไม่มีสภาพนี้อยู่ก็พูดกันไม่รู้เรื่อง เพราะฉะนั้นพวกนั่งหลับตานี้ตีได้เลยสัมภเวสีทั้งนั้น ไม่มีสัมภวะ ไม่มีปภวะ พวกสัมภเวสีแสวงหาที่เกิดหรือพวกงมงายไม่ยอมแสวงหาที่เกิด เพ้ออยู่กับอะไร เอามาพูดกับเขาไม่ได้หรือเขาก็มาพูดด้วยได้ใครจะมารับรองด้วยได้ เพราะคุณไม่ได้แสดงออกมา พอแสดงออกก็อยู่กับของคุณคนเดียว ต่างๆคุณก็ไม่ได้แสดงออกอย่างนี้ เพราะคุณจะไม่พูดเรื่องทางตาเป็นรูป ทางหูเป็นเสียง คุณจะไม่พูด คุณก็จะมีแต่อยู่ในภพ กายทิพย์ไปนู่นเลย เป็นพวกนิรมาณกาย สัมโภคกาย เป็นพวกอาทิสมานกาย พวกที่ต่างคนต่างตาบอดพูดกับคนตาบอดแล้วไปดูหนังใบ้ ที่ไม่มีภาพด้วย บอกว่าสนุกจัง คนตาบอดก็บอกว่าเห็นภาพสนุก คนหูหนวกเขาบอกว่าได้ยินเสี

อ่านต่อ

ยงสนุกจัง ทั้งที่มันไม่มี มีสิ่งเปรียบเทียบถึงถึงอย่างนี้ พระพุทธเจ้าท่านเปรียบเทียบอะไรไว้สุดยอดเลยอย่างเช่นในอาหาร 4 อุทาหรณ์เปรียบเทียบของท่าน ในอาหาร 4 ยิ่งวิญญาณาหาร เจ้าประคุณเอ๋ยทำไมมันดื้อด้านมันโง่เง่าขนาดนั้น

กาย เวทนา จิต ธรรม มันเป็นนัยยะที่มาแจกในระยะที่มีละเอียดขึ้นฝันดี ส่วนจิต เจตสิก รูป นิพพานนั้นเป็นหลักใหญ่ ความเป็นจิต แยกจิตออกมาเป็นเจตสิก แล้วจิตเจตสิกนี้ก็แยกมาจากวิญญาณ วิญญาณธาตุมาเป็นจิตเจตสิก เจตสิกก็เป็นสิ่งที่ย่อยลงไปเรื่อยๆจากจิต จิตท่านก็มาแยกเป็นหัวข้ออีกตั้ง 89 หรือ 121 เสร็จแล้วก็มีแยกเป็นเจตสิก แต่ว่าเจตสิกที่นำมาอธิบายนั้น เจตสิกสำคัญที่ศาสนาพุทธเอามาใช้ก็คือเวทนา อันอื่นมี แต่ก็ไม่ต้องเอามาพูดเลยเรียนที่เวทนานี้ให้จบบริบูรณ์เวทนา 108 จบเป็นพระอรหันต์เลยแล้วจะรู้อันอื่นไปโดยปริยาย ธรรมทั้งสองเหล่านี้ รวมเป็นอันเดียวกันกับเวทนา โดยส่วนสอง (เทฺว ธมฺมา ทฺวเยน เวทนาย เอกสโมสรณา ภวนฺติ ฯ ) ล.10 ข.60 ซึ่งจะเรียนรู้ที่ละ 2 ไปเรื่อยๆ กาย เวทนา จิต ธรรม จะเป็นตัวที่แยกลงละเอียด ส่วน จิตเจตสิก รูป นิพพาน ก็ให้รู้ว่าเป็นมิติอย่างไร อย่างนี้เจตสิก อย่างนี้รูป ก็บอกรูปกับนาม รูปมีทั้งรูปนอกและรูปใน จิตเจตสิกคือมีสองเหมือนกัน รูปก็มีรูปนอกรูปใน ส่วนนิพพานคือตัวจบ นิพพานก็ตัวใหญ่ จิตเจตสิกก็ตัวใหญ่ รูปก็ตัวใหญ่ ส่วนกาย เวทนา จิต ธรรมนั้น ก็เอาจิตนั่นแหละมาแจก เอากายมาแจก เรียนรู้ก็ต้องมาเรียนรู้เรื่องกายและจิต แยกกายแยกจิตให้เป็นให้ได้ ให้สัมมาทิฏฐิ แล้วจะรู้ละเอียดไปจนกระทั่งถึงนิพพาน

631111_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ สันติภาพตัวจริง คือหัวใจของทุกศาสตร์

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน