สัมมาทิฏฐิ 10 โดยสยังอภิญญา.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.40 KB
วันที่แก้ไข16 พฤศจิกายน 2563

เนื้อหาในไฟล์

สัมมาทิฏฐิ 10 โดยสยังอภิญญา พ่อครูว่า…วันนี้คงจะได้ฤกษ์อธิบายหลักการธรรมะสำคัญของพระพุทธเจ้า สัตตาวาส 9 วิญญาณฐีติ 7 วิโมกข์ 8 อนุปุพพวิหาร 9 เมื่อตรวจสอบตามคำสอนพระพุทธเจ้าแล้วมันไม่เข้ากับหลักเกณฑ์อะไรพวกนี้เลย พูดกันไม่รู้เรื่องเลย มันก็เป็นการปฏิบัติธรรมของศาสนาพุทธ ไม่ได้เข้าใกล้ของพระพุทธเจ้าเลย ไกลกัน เป็นของเดียรถีย์ไปเลย ย้ำแล้วย้ำอีกอย่างพวกไปหลับตาปฏิบัติ มันโมฆะเลยเป็นเดียรถีย์ไปหมดเลย ศาสนาพุทธผ่านมา 2,500 กว่าปี ครึ่งพุทธกัปป์ของศาสนาพุทธไปแล้ว มันหมดสิ้นเห็นผิดเพี้ยนกันไปอย่างที่เรียกว่ากู่ไม่กลับ ต้องใช้คำนี้ จะพูดอย่างไรเขาก็ไม่ฟัง เพราะว่าเขาถือว่าอาตมาไม่มีเครดิต ไม่มีความน่าเชื่อถือ ไม่ใช่เป็นครูบาอาจารย์มาจากสำนักไหน มีอาจารย์สืบทอดมา ดันบอกว่าตัวเองรู้มาแต่ชาติก่อนด้วย เขาก็เลยยิ่งหมั่นไส้ เพราะเขาไม่มีความรู้เรื่องสยังอภิญญา ผู้ที่มีความรู้เป็นอภิญญาของตัวเอง เป็นผู้ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเอง เอาคำธรรมะนี้มาอธิบายให้แจ่มแจ้งชัดเจนตามที่ท่านตรัสไว้ในข้อที่ 10 ของสัมมาทิฏฐิ 10 เขาก็ไม่เชื่อกัน ข้อที่ 10 นี้เป็นข้อสำคัญ ที่ยากจะเข้าใจ สัมมาทิฏฐิ 10 ข้อนี้เข้าใจยากทั้ง 10 ข้อ มันก็เลยมิจฉาทิฎฐิไปทั้งหมด 10 ข้อ พูดได้เลยว่าเขามิจฉาทิฏฐิ สัมมาทิฏฐิเป็นประธานของการปฏิบัติมรรคมีองค์ 8 ข้อแรก เมื่อผิดเป็นมิจฉาทิฏฐิข้อแรกเลย ติดกระดุมเม็ดแรกผิดมันก็ผิดไปหมดเลย ทานก็ผิด ปฏิบัติศีลก็ผิด ปฏิบัติจะให้เกิดหุตังก็ไม่ได้แล้ว เข้าใจผลที่มันได้มาจากการปฏิบัติทานและศีลผิด สังเวยที่บูชาแล้วเป็นสำนวนโบราณ คือการได้รับผลแล้วสังเวยที่ได้บวงสรวงแล้วคือ จิต มันได้รับผลจากการปฏิบัติทานและศีลแล้วก็เกิดหุตัง เขาก็ไม่รู้สภาวะธรรมอันนี้ ก็ไปแปลกันเป็นภาษาที่เหมือนกับคนจีนไหว้เ

อ่านต่อ

จ้า สังเวยที่บูชาแล้ว เอาไก่ย่างเอาอะไรไปให้ถวายเจ้า สังเวยที่ได้บูชาแล้ว มันก็เลยไปกันใหญ่น่าสงสารไม่รู้จะพูดอย่างไร ยิ่งลึกเข้าไปกว่านั้นเข้าใจ สุกตทุกฎานังผลังวิปาโก หมายถึง กรรม มีกรรมมีวิบาก ปฏิบัติธรรมก็ได้ทุกข์บ้างสุขบ้างตามกรรมที่เราได้ปฏิบัติก็เป็นผลวิบาก สัมมาทิฏฐิที่ข้อที่4 ศาสนาพุทธเป็นศาสนาแห่งกรรมไม่ใช่ศาสนาแห่งก๊อด กรรมเป็นใหญ่กรรมเป็นทุกอย่างปฏิบัติกรรมได้ถูกต้องสัมมาทิฏฐิ บรรลุทุกอย่างสูงสุดเลย แม้แต่ที่สุดจะเป็นพระพุทธเจ้าก็ปฏิบัติกรรม ข้อที่ 5 ข้อที่ 6 ยิ่งไปกันใหญ่เลย มาตา มี ปิตา มีแม่มีพ่อมีก็ยิ่งไปกันใหญ่เลยไม่รู้เรื่องเลยว่ามันหมายถึงอะไร แม่มีพ่อมีมารดามีบิดามี อัตถะมาตา อัตถิปิตา ก็ไปแปลกันว่าบุญคุณของแม่มีบุญคุณของพ่อมีไปโน่นเลยเห็นไหม ซึ่งมันก็น่าเห็นใจเลยมันไม่มีสัมมาทิฎฐิแล้วไม่มีเนื้อหาสาระของโลกุตรธรรมของพูดแล้วมันก็เลยไม่รู้ มาตา ปิตานี้ มันหมายถึงเป็นแม่ทางปรมัตถธรรมศีลเป็นแม่ปัญญาเป็นพ่อ โพชฌงค์ 7 เป็นพ่อมรรคมีองค์ 8 เป็นแม่ ก็ไม่เคยเห็นคนอื่นอธิบายอย่างนี้ ถามว่าเอามาจากไหน อาตมาก็บอกว่าเอามาจากพระพุทธเจ้า ก็มันไม่มีคนอื่นพูด ไม่ได้บันทึกไว้ ไม่ได้เก็บมา คำสอนอันนี้ ก็ไม่มี หรือว่าท่านบันทึกไว้แต่คุณเข้าใจไม่ได้เอง มาตา ปิตา คุณเข้าใจไม่ได้ก็เลยปฏิบัติไม่ได้ ยิ่งสัตว์โอปปาติกะ กลายเป็นสัมภเวสีที่ล่องลอยไปเป็นวิญญาณ ล่องลอยไปเป็นรูปร่างตัวตนเป็นนิทานกี่เรื่องต่อกี่เรื่อง ที่เป็นเทวดาเป็นมารพรหม เป็นนิยายอะไรเยอะเลย เหมือนอย่างกับอาจารย์มั่น หนักเข้าก็ไปพบกับเทวดามาจากเยอรมันแล้วไปสอนการตอบโต้ธรรมะกัน มันก็น่าสงสารซึ่งเป็นมิจฉาทิฐิไปหมด อาตมาพูดก็ยิ่งน่าเห็นใจเขา เพราะว่าอาจารย์มั่นเป็นพระอาจารย์ใหญ่ของเขา ก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรอาตมาจะเป็นต้องพูดสัจจะความจริง ไม่ได้รังเกียจรังงอนอะไร แต่น่าสงสารเขาด้วย เขานึกว่าตัวเองบรรลุธรรมแล้ว ซึ่งเป็นการบรรลุมิจฉาปฏิบัติ มหาบัวก็เหมือนกันบอกว่าชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายแล้วว่ากันไป อาตมาต้องพูดว่าเขาเข้าใจผิดจริง แล้วก็เห็นอยู่ทนโท่แล้วหลงผิดไปยึดติดๆมันน่าสงสารไหม อาตมาสงสารจริงๆจึงต้องพูด พูดแล้วเหมือนกับถล่มทลายก็เพราะว่าพูดในสิ่งที่เขาผิดก็เลยต้องถล่มทลายหรือจะให้มายกย่องเชิดชูบูชาได้อย่างไร มันก็ต้องถล่ม เกิดมาทำหน้าที่นี้ เลี่ยงสัจจะนี้ไม่ได้ก็ต้องพูด ขนาดนั้นก็ยังไม่กระเตื้อง ไม่สะดุ้ง ไม่สะเทือน ไม่ฉุกคิด ไม่มีปรโตฆษะ ยึดมั่นถือมั่นเลยเพราะฉะนั้นจึงอโยนิโสมนสิการ ไม่สามารถจะมีโยนิโสมนสิการ คือปฏิบัติธรรมให้ถึงขั้นตรงลงไปถึงที่เกิดเหตุ หรือปฏิบัติธรรมได้สัมมาทิฏฐิถ่องแท้ แยกกายวาจาเข้าไปถึงที่เกิดกายวาจา ถึงกาย เวทนา จิต ธรรม ปฏิบัติธรรมหลับตาเป็นการปฏิบัติผิดจะไปปฏิบัติกายในกาย เวทนาในเวทนา จิตในจิต ธรรมในธรรมได้อย่างไร เขาก็ไปหลงผิดไปแล้วทำหลับตาได้ทิฏฐิ 62 อดีต 18 อนาคต 44 พระพุทธเจ้าประมวลมาหมดแล้ว เอาหลักฐานพวกนี้มายืนยันอ้างอิงอธิบาย เขาก็ไม่กระเตื้องเพราะว่ามันไม่มีพื้นฐานความรู้เลย ทุกวันนี้ศาสนาพุทธ สังโยชน์ข้อแรกคือ สักกายทิฏฐิ เขาก็เข้าใจคำว่ากายผิด อาตมาก็กำลังเขียนหนังสือเรื่องเกี่ยวกับ กาย ซึ่งเขียนแล้วก็มีรายละเอียดเพิ่มขึ้นอีกมากมาย ยังไม่หมด คนอ่านคงจะรู้สึกว่าคนเขียนหาเรื่องอะไรมาพูดนี่ แต่มันมีเหตุผลมีหลักฐานไหม ก็ศึกษา มาดู อาตมาไปเอามาจากไหนถ้าไม่มีสภาวะไม่มีเรื่องจริงอะไรเลยที่จะเอามาพูดได้ เอามายืนยัน สื่อให้เป็นภาษารู้ได้ ถ้าหากว่าอาตมาไม่มีสภาวะจะพูดได้อย่างไร ตำราก็ไม่มีเขียนไว้เลย อย่างนี้เป็นต้น

631113_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ สัตตาวาส 9 วิญญาณฐีติ 7 วิโมกข์ 8 อนุปุพพวิหาร 9 ตอน 1

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน