ผู้แพ้ ผู้ยอม ผู้เสียสละ คือผู้เจริญ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.56 KB
วันที่แก้ไข5 มีนาคม 2566

เนื้อหาในไฟล์

ผู้แพ้ ผู้ยอม ผู้เสียสละ คือผู้เจริญ พ่อครูว่า... เพราะฉะนั้นในพวกเรา โดยรวม อาตมาพามาทำเป็นสังคมสารานียธรรม 6 ชุมชนเราทุกชุมชนชาวอโศกเป็นชุมชนสารานียธรรม 6 อยู่กันอย่าง เมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรม ตำรวจตกงานหมด ไม่มีคดีในหมู่พวกเราด่ากันก็ไม่มี พูดกันแรงๆหน่อยก็นอกนั้น ดีไม่ดีไม่ชอบใจ ต่างคนต่างเงียบ ต่างคนก็ไม่พูด จะมาด่ามาทะเลาะกันไม่มีในพวกเรา จะถึงทะเลาะกันตีกันฆ่ากันไม่มี นี่เป็นผลสำเร็จจริงนะ คนอยู่ที่นี่ร้อยพ่อพันแม่ ดูซิมารวมกันอยู่ ใช่ไหม มาจากไหนต่อไหนมาเป็นพี่น้องกันจริงๆเลย อยู่กันอย่างอนุโลมปฏิโลม ศัพท์ของในหลวง ร. 9 คืออยู่กันอย่างอนุโลมอะลุ่มอล่วยกัน ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน ถ้อยทีถ้อยอาศัยนี่คือ มีผู้รู้จักแพ้ มีผู้รู้จักยอม มีผู้รู้จักเสียสละ เพราะ การมาเป็น ผู้แพ้ ผู้ยอม ผู้เสียสละ คือผู้เจริญ เป็นผู้ไม่ยอม ผู้จะเอาเปรียบชนะให้ได้ ไม่ยอมสละเด็ดขาด กูต้องเป็นผู้ได้ นี่คือพวกอันธพาล อยู่ในโลกนี่แหละเทวนิยมเขาจะเป็นอย่างนั้น นี่ดูสิยูเครนกับรัสเซียยังไม่ยอมกันเลย ยังไม่มีใครเสียสละ และพวกก็ต่างคนต่างถือหางกัน ใครจะได้ผลประโยชน์อะไรก็ฉวยโอกาสนี้กันไป เพื่อที่จะสร้างผลประโยชน์ให้แก่ตัว จนกระทั่งคนกลัวว่ามันจะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 แต่อาตมาบอกให้เลยว่าไม่เกิด ทำไมไม่เกิดรู้ไหม เพราะลึกๆมันรู้กันแล้วถ้าขืนเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 ปรมาณูลูกเดียวลงที่ไหนๆบรรลัยหมดทุกประเทศ ตูม 1 ของปรมาณูทุกวันนี้มีฤทธิ์ถึงขั้นครึ่งประเทศตายหมดเลยนะ กว่าครึ่งประเทศมันปึ๊ดเดียว มันรู้ฤทธิ์กัน ก็เลยบอกว่าอย่าทำเป็นเล่นไปนะ ถ้าเกิดสงครามโลกแล้วนี่ทุกคนมีปรมาณูอยู่ในมือกันทั้งนั้น แล้วใครคะนองกูทนไม่ได้กดปัง แล้วเป็นยังไง ลองคิดเล่นๆต่อ ถ้าประเทศใดกดปุ่มปรมาณูใส่ประเท

อ่านต่อ

ศนั้น ประเทศใดประเทศหนึ่งตูมเข้าไป ประเทศอื่นๆเขาจะมองอย่างไร จะดูดายไหม แล้วมันจะเป็นยังไง มันจะเป็นอย่างนี้ประเทศที่กดปุ่มฆ่าเขาก็จะมีพวกเหมือนกัน มันก็จะไปช่วยสิมันก็จะไปช่วยสิ พวกนี้ก็จะต้องรุม พวกนี้ก็จะต้องช่วย มันจะไม่ไปช่วยกันทีเดียวหมดทั้ง 200 กว่าประเทศนี่มันไม่หรอก มันก็จะไปช่วยกันกลุ่มนึง แล้วมันก็จะเรียกร้องกันหมด คือมันจะเลวร้าย พูดกันไม่รู้เรื่อง นี่คือกลียุค ซึ่งคนทุกวันนี้ก็ฉลาดขึ้นแล้วที่จะรู้จักภัยรู้จักโทษ รู้จักความฉิบหายทีรุนแรง ทุกวันนี้มันรู้มากขึ้น และมันก็ทำความฉิบหายความรุนแรงได้มากด้วย สมัยก่อนนี้ฆ่ากันด้วยหอกด้วยดาบ เก่งนะ สมัยนี้อะไรก็ไม่รู้ ไม่เห็นรูปเป็นร่างเลย ไม่เห็นตัวเห็นตนเลย หนีไม่ทัน ไหวไม่ทัน มันร้ายแรงรุนแรงมาก สรุปแล้วพวกเราชาวอโศกนี้ หลุดพ้นมาจากอำนาจบ้าๆบอๆเหล่านั้น มาได้แล้ว และมันก็มีอิทธิพล อย่านึกว่าชาวอโศกไม่มีอิทธิพล แต่ไม่ใช่อิทธิพลของชาวอโศก เป็นอิทธิพลของธรรมะพระพุทธเจ้าเป็นอิทธิพลของธรรมะพระพุทธเจ้า ซ้อนอยู่เห็นไหม ชาวอโศกนี้ดูมีอิทธิพลแต่ไม่ใช่อิทธิพลของชาวอโศก แต่เป็นจากความรู้ของพระพุทธเจ้าที่เรามาปฏิบัติ เกิดพฤติกรรม เกิดจิตวิญญาณ เกิดพลังงานนั้นออกไปเป็นกระแส เป็นรังสี ออกไป ตั้งแต่รูปหยาบจนถึงนามธรรม ถึงรัศมีแสงสีอะไรออกไป ซึ่งมันไม่มีรูปร่าง จนกระทั่งเป็นนามธรรม มันไม่มีรูปร่าง ที่ใช้ศัพท์ว่าแสงสีหรือรังสีอะไรพวกนี้ พูดศัพท์ทางวิชาการว่าเป็น กัมมันตภาพรังสี กัมมะ อันตะ ภาวะของกัมมะ อันตะ เป็นกัมมันตภาพ รังสีของกัมมันตภาพรังสี มันมีพลังงานออกไปแล้วพลังงานเหล่านี้มันมีฤทธิ์ป้องกันค้ำยันบุคคลเข้าสู่กระแส ถูกรังสีก็ทนไม่ได้ กัมมันตภาพรังสีของปรมาณูเข้ามาใกล้มันได้ที่ไหนเล่า เห็นไหม นึกถึงรูปธรรม นามธรรมก็นัยยะเดียวกัน เพราะฉะนั้นนามธรรมขั้นจิตวิญญาณของคนมีคุณค่าระดับโลกุตรธรรม มีกัมมันตภาพรังสีของโลกุตรธรรม แล้วโลกุตรธรรมคืออะไร คือความอยู่เหนือไม่ต้องไปปะทะ นึกออกไหมทำรูปให้ดูคุณอยู่ล่างเราก็อยู่บน ไม่ได้ปะทะไม่ได้มาปรบมือกันนะ ไม่ได้มาวุ่นวายกันนะ แต่อยู่เหนือ คุณก็อยู่ชั้นล่างเราอยู่ชั้นเหนือ ลอยกันอยู่คนละชั้น รู้จักขนมชั้นไหม มันอยู่กันคนละแผ่นมันไม่ปนกันนะ ต้องไปอ่านคนคืออะไรทำไมสำคัญนัก ขนมชั้น มันไม่ไปปนกันมันอยู่กันคนละชั้น มันมีกัมมันตภาพรังสีขั้นอยู่ มันไม่เข้าไปเชื่อมต่อกันแล้ว ขนมชั้นต่อขนมชั้นมันติดกันนะ แต่มันมีกัมมันตภาพรังสีของแป้ง สี น้ำตาล อะไรแล้วแต่ มันไม่เข้าไปปนกัน ขนมชั้นหลายๆชั้น แล้วก็หลอกคนกินว่านี่คือขนมชั้นนะจ๊ะ ที่จริงแล้วก็คือแป้งเดียวกันหมดนั่นแหละใส่สีต่างกัน ดีไม่ดีน้ำตาลเท่ากัน ความมันเท่ากันความหวานเท่ากัน แต่สีต่างกันเท่านั้นหลอกคน ขนมชั้นหลอกด้วยสี แล้วคนก็บอกว่าวันนี้ฉันกินขนมชั้น ปัดโธ่เอ๊ย ที่จริงแล้วกินแป้งกับน้ำตาล อาจจะมีมะพร้าว กะทิบ้างนิดหน่อย แต่ขนมชั้นไม่ได้ใส่กะทิอะไรมากมายจะมีแป้งและน้ำตาลเป็นส่วนใหญ่ ขยายความอะไรต่ออะไรสู่พวกเราฟังจะได้เข้าใจเพิ่มขึ้น สรุปแล้วชีวิตของเราหรือชีวิตของคนทุกคน ในความเป็นปุถุชน ก็มีความทุกข์มีความวุ่นวายอะไรมากมาย พอมาเป็นกัลยาณชนก็รู้จักฐานของความดี มันก็แบ่งชั้นเลย มีชั้นมีวรรณะ แล้วชั้นวรรณะพวกนี้ที่อยู่ในสภาพของวิชาความรู้ ก็เป็นชั้นวรรณะ ที่มีประโยชน์แก่กันและกัน ผู้ที่ชั้นสูงก็ช่วยชั้นล่าง ผู้ที่สูงกว่าก็ช่วยกว่าชั้นล่างกว่าเสมอ แต่ในอวิชชาในเรื่องของความโง่ แบ่งชั้นวรรณะแล้ว ข่มกัน เอาเปรียบกัน ดูถูกกันดีไม่ดีเหนือชั้นเหนือก็ฆ่าเลย มีสิทธิ์ฆ่า คนนี้เป็นทาส คนนี้เป็นนายทาส จะเป็นเจ้าของทาส ในยุคนี้ไม่มีความเป็นทาสแล้ว แต่ก็ยังข่มกันเป็นเจ้าเป็นนายกันอยู่ จึงมีคำว่า นายทุน คำว่านายทุน มีคำว่านาย แต่บุญ ไม่มีคำว่า นายบุญ 660305 พ่อครูเทศน์เปิดงาน ปฏิญาณศีล 8 งานพุทธาภิเษกฯครั้งที่ 47 ปฐมอโศก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน