บทที่ 5 ฟ้าปลื้ม.docx

โฟลเดอร์word
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์23 KB
วันที่แก้ไข15 กุมภาพันธ์ 2563

เนื้อหาในไฟล์

บทท่5 สรป อภปรายผล และขอเสนอแนะ การศกษาเรอง พฤตกรรมการปองกนโรคและบาดเจบจากการท างานของพนกงานสถาบน ขยะวทยาดวยหวใจ กบผประกอบอาชพเกบขยะ เปนการวจยแบบผสมผสานระหวางการวจย เชงคณภาพและการวจยเชงปรมาณ โดยการสมภาษณพนกงานสถาบนขยะวทยาดวยหวใจ ของชมชน สนตอโศก กรงเทพมหานคร และผประกอบอาชพเกบขยะในเทศบาลเมอง จงหวดสรนทร จ านวน ประชากร 125 คน เกบขอมลไดทงหมด 125 คน คดเปนรอยละ 100.00 สามารถสรปและอภปราย ผลไดดงตอไปน สรปผลการวจย 1. องคประกอบของขยะมลฝอยจากแหลงกาเนด องคประกอบของขยะมลฝอยจากแหลงก าเนดของสถาบนขยะวทยาดวยหวใจ พบวา มเศษอาหารขยะเปยกมากทสด (รอยละ 30.01) องคประกอบขยะมลฝอยจากแหลงก าเนดของเทศบาล เมอง จงหวดสรนทร เปนเศษอาหารขยะเปยกมปรมาณมากทสด (รอยละ 39.02) และหากดใน องคประกอบของขยะมลฝอย ทางกายภาพจากแหลงก าเนดของหนวยงานราชการ ตลาดและชมชน ใน เทศบาลเมอง จงหวดสรนทร มความคลายคลงกนโดยองคประกอบของขยะมลฝอยทางกายภาพจาก แหลงกาเนดของหนวยงานราชการและตลาด พบขยะเศษอาหารขยะเปยกมปรมาณมากทสด (รอยละ 43.51 และ 45.01 ตามล าดบ) องคประกอบของขยะมลฝอยทางกายภาพจากแหลงก าเนดของชมชน มปรมาณเศษอาหารขยะเปยกมากทสด (รอยละ 45.01) ในสวนองคประกอบของขยะมลฝอยอนตรายนนพบวา ขยะมลฝอยอนตรายจากแหลงก าเนด ของสถาบนขยะวทยาดวยหวใจ มปรมาณนอยเพยงรอยละ 1.15 สวนขยะมลฝอยอนตรายจากแหลงก าเนด ของหนวยงานราชการ ตลาด และชมชน ในเทศบาลเมอง จงหวดสรนทร์มปรมาณสรปรวมเฉลยของ ขยะมลฝอยอนตรายจากทง 3 แหลง คดเปนรอยละ 5.51 ปรมาณตามแหลงชมชนหนวยงานราชการ และตลาด คดเปนรอยละ 9.11, 5.81 และ 2.02 ตามลาดบ 2. คณลกษณะสวนบคคลของกลมตวอยาง ลกษณะสวนบคคลของประชากร จ านวน 125 คน แบงเปนผประกอบอาชพเกบขยะ จ านวน 90 คน คดเปนรอยละ 72.00 และพนกงานสถาบนขยะวทยาดวยหวใจ จ านวน 3

อ่านต่อ

5 คน คด เปนรอยละ 28.00 โดยคณลกษณะทางเพศของกลมสถาบนขยะวทยาดวยหวใจเปนเพศหญง (รอยละ 51.35) ในขณะเดยวกนทกลมผประกอบอาชพเกบขยะสวนใหญเปนเพศชาย (รอยละ 74.38) ระดบการศกษา กลมสถาบนขยะวทยาดวยหวใจสวนใหญ มการศกษาระดบปรญญาตร หรอสงกวา (รอยละ 51.39) ในขณะเดยวกนทกลมผประกอบอาชพเกบขยะสวนใหญ มระดบการศกษา ระดบประถมศกษา (รอยละ 62.17) รายไดตอเดอนและความเพยงพอของรายไดของกลมตวอยาง พบวา สถาบนขยะวทยาดวย หวใจสวนใหญไมรบรายไดจากการท างานเนองจากเปนจตอาสา (รอยละ 100.00) สวนผประกอบอาชพ 97 เกบขยะสวนใหญมรายไดตอเดอน 5,000-10,000 บาท (รอยละ 60.01) และในขณะเดยวกนในดาน ความความเพยงพอของรายไดสวนใหญตอบวามรายไดเพยงพอ แตไมเหลอเงนออม (รอยละ 60.02) ระยะเวลาในการท างาน (อายงาน) ของสถาบนขยะวทยาดวยหวใจ มระยะเวลาในการท างาน อยในชวงระยะเวลา 1-10 ป(รอยละ 97.11) มจ านวนเวลาทท างานในหนงวน ท างานนอยกวา 8 ชวโมงตอวน (รอยละ 45.68) และจานวนวนทางานตอสปดาห์ทางานมากทสด 7 วน (รอยละ 45.69) สวนของผประกอบอาชพเกบขยะ มระยะเวลาในการท างาน (อายงาน) อยในชวงระยะเวลา 1-10 ป (รอยละ 55.57) มจ านวนเวลาทท างานในหนงวน โดยท างาน 8 ชวโมงตอวน (รอยละ 64.41) และ จานวนวนทางานตอสปดาห์ทางานมากทสด 6 วน (รอยละ 48.88) 3. ปจจยทสงผลตอพฤตกรรมการปองกนโรคและบาดเจบจากการทางาน 3.1 ปจจยความรเกยวกบขยะและการการปองกนและบาดเจบจากการทางาน การศกษาในครงน พบวาปจจยดานความรเกยวกบเรองขยะและความรเกยวกบการปองกนโรคและ บาดเจบจากการท างาน พบวา พนกงานสถาบนขยะวทยาดวยหวใจสวนใหญมความรอยในระดบมาก ทระดบคาเฉลย 9.26 (S.D.=0.89) (รอยละ 92.56) ในขณะเดยวกนผประกอบอาชพเกบขยะ มความรอย ในระดบมากเชนกน ทระดบคาเฉลย 7.74 (S.D.=1.46) (รอยละ 77.44) 3.2 ปจจยการรบรขาวสาร พนกงานสถาบนขยะวทยาดวยหวใจสวนใหญรบรขาวสาร อยในระดบปานกลาง ทระดบคาเฉลย 2.70 (S.D.=0.91) แตในขณะเดยวกนผประกอบอาชพเกบขยะ ไดรบขอมลขาวสารดานการปองกนโรคและการบาดเจบจากการท างานโดยรวมอยในระดบปานกลาง ทระดบคาเฉลย 2.66 (S.D.=0.75) 3.3 ปจจยเจตคตและความพงพอใจในการท างาน พนกงานสถาบนขยะวทยาดวย หวใจโดยสวนใหญมเจตคตและความพงพอใจในการทางานอยในระดบมากทสด ทระดบคาเฉลย 4.64 (S.D.=0.21) ในขณะเดยวกนกลมผประกอบอาชพเกบขยะมเจตคตและความพงพอใจในการท างาน โดยรวมอยในระดบมาก ทระดบคาเฉลย 3.54 (S.D.=0.40) 3.4 ปจจยความเชอดานสขภาพ พนกงานสถาบนขยะวทยาดวยหวใจ มความเชอดาน สขภาพในระดบมากทสด ทระดบคาเฉลย 3.96 (S.D.=0.32) ในขณะเดยวกนทผประกอบอาชพเกบ ขยะ มความเชอดานสขภาพสวนใหญในระดบมาก ทระดบคาเฉลย 3.62 (S.D.=0.68) 3.5 ปจจยแรงสนบสนนทางสงคม พนกงานสถาบนขยะวทยาดวยหวใจไดรบการ สนบสนนทางสงคมโดยรวมอยในระดบนอย ทระดบคาเฉลย 2.30 (S.D.0.27) ในขณะเดยวกนท ผประกอบอาชพเกบขยะ ไดรบการสนบสนนทางสงคมโดยรวมอยในระดบนอย ทระดบคาเฉลย 3.18 (S.D.=0.647) 4. พฤตกรรมการปองกนโรคและบาดเจบจากการทางาน พนกงานสถาบนขยะวทยาดวยหวใจมพฤตกรรมการปองกนโรคและบาดเจบจากการ ท างานโดยรวมมพฤตกรรมทเหมาะสมอยในระดบมากทสด ทระดบคาเฉลย 4.38 (S.D.=0.16) ใน ขณะเดยวกนทผประกอบอาชพเกบขยะมพฤตกรรมการปองกนโรคและบาดเจบจากการท างาน โดยรวมมพฤตกรรมทเหมาะสมโดยรวมอยในระดบมาก ทระดบคาเฉลย 3.78 (S.D.=0.40) 98 ผลการศกษา จากการวเคราะหขอมล สามารถอภปรายผลการศกษาตามวตถประสงคของการวจย ดงน 1. องคประกอบของขยะมลฝอยจากแหลงกาเนด 1.1 สถาบนขยะวทยาดวยหวใจ เขตบงกม กรงเทพมหานคร จากการศกษาคณลกษณะและองคประกอบของขยะมลฝอยจากแหลงกาเนดของ สถาบนขยะวทยาดวยหวใจ พบวา มขยะเศษอาหารหรอขยะเปยกในปรมาณทมากทสด รองลงมาเปน ไม กงไม ใบไม และพลาสตก สวนมลฝอยอนตรายอยในอนดบท 9 (รอยละ 1.00) และสอดคลองกบ การรายงานของส านกขาวออนไลนไทยพบลกา (2012 : 1) ไดกลาววาสดสวนของขยะมลฝอยทวโลก พบวา สดสวนของขยะ โดยเรยงจากมากไปนอย ดงน้ (1) วตถอนทรยมากทสด คดเปนรอยละ 46.00 รองลงมาเปน (2) อน ๆ คดเปนรอยละ 18.00 (3) กระดาษ คดเปนรอยละ 17.00 สวนขยะพลาสตก คดเปนรอยละ 10.00 ซงอยในอนดบท 4 ขององคประกอบขยะทงหมด สอดคลองกบสอดคลองกบ การรายงานของกระทรวงทรพยากรธรรมชาตและสงแวดลอม 2558 พบวา คนไทย สรางขยะในป 2558 เฉลย 1.1 กโลกรม ตอวน หรอรวมแลวปละ 27 ลานตน โดย 1 ใน 5 เปนถงพลาสตก และสอดคลอง กบการศกษาของ Jenna R. Jambeck. et. , al. (13 Feb 2015) พบวา ในป 2558 การทงขยะพลาสตก ลงสมหาสมทรของประเทศไทย มากเปนอนดบ 6 ของโลก และยงคาดการณวา จะมขยะพลาสตก 1 ตน เกดขน ตอทกครงทมการจบปลา 3 ตน และนอกจากนนยงแตกตางกบการศกษาของอจฉรา อศวรจกลชย, พมลพรรณ หาญศก และเพยงใจ พระเกยรตขจร (2554 : 17) ทไดสารวจองคประกอบ ขยะของมหาวทยาลยมหดล ศาลายา พบวามพลาสตกเปนองคประกอบสงสด รอยละ 39.88 จะเหนไดวา ขยะพลาสตกทเกดขนในสถาบนขยะวทยาดวยหวใจมปรมาณมากอยในอนดบตนตนขององคประกอบ ขยะ ทงนอาจเนองมาจากสถาบนขยะวทยาดวยหวใจมกจกรรมสาคญเกดขนมากมายหลายกจกรรม เชน การบณฑบาตซงถอกจวตรประจ าวนของสมณะ (นกบวชชาย) และสกขมาต (นกบวชหญง) ซงพบวา มอาหารบรรจถงพลาสตกเปนจ านวนมาก แมทานสมณะจะมนโยบายใหประชาชนน าอาหารบรรจปนโต ใสบาตรแทนแลวกตาม แตยงไมไดรบความนยมเทาทควร ดงนนจงสงผลใหขยะถงพลาสตกเกดขนใน สดสวนทสงรองจากขยะเปยก จนท าใหทางสถาบนขยะวทยาดวยหวใจ ไดหาแนวทางการจดการ ถงพลาสตกทเกดขนดวยการลางถงพลาสตกใหสะอาดตากใหแหงแลวน าไปขายรวมกบขยะอน ๆ เพอลดการ ทงขยะถงพลาสตก สรางรายไดอกชองทางหนงอกดวยนอกจากนนสถาบนขยะวทยา ดวยหวใจ ไดมการบรหารขยะทเกดขนในสถาบนขยะวทยาดวยหวใจและองคกรตาง ๆ ทเกยวของใน “ระบบบญนยม” เชน กองทพธรรมมลนธ มลนธบญนยม โรงเรยนสมมาสกขาสนตอโศก (สส.สอ) โรงเรยนสนตบาล (ระดบอนบาล-ประถมศกษา) บรษทฟาอภยจ ากด สานกพมพกลนแกน บรษทพลงบญ จากด เครอแหงกสกรรมไรสารพษแหงประเทศไทย (คกร.) รานกดนฟา รานอาหารตาง ๆ ในบรเวณตลาด ของชมชน สนตอโศก ศาลาฟงธรรม ฐานงานการผลตสนคาชมชน จดลางภาชนะและลางถงพลาสตก อาหารบณฑบาต จากนโยบายการจดการ“ขยะเปนศนย” ไดเกดคานยมใหมขนมา มการตอบรบการ รวมมอกนทงชมชนจนเปนปกตของวถชวตประจ าวนในการจดการขยะทเกดขน ดงนนขยะทเกดขนใน สถาบนขยะวทยาดวยหวใจ จงถกน าไปกอใหเกดประโยชนไดเกอบทงหมดทงขยะเศษอาหารน าไดน าไป ท าปยหมกชวภาพ และสงตอใหหมนเวยนใชในการท ากสกรรมไรสารพษ ตามนโยบายส าคญของพอ ครสมณะโพธรกษ โพธรกษขโต ทตงไววา “สามอาชพกชาต” ซงสอดคลองกบการศกษาของบญทวา 99 พวงกลด (2554 : 194) กลาววา สามอาชพกชาตของชาวอโศก คอกสกรรมไรสารพษ ปยสะอาด และ ขยะวทยา รวมทงสอดคลองกบการศกษาของขวญดน สงหค า (2556 : 29) กลาววา การศกษาแบบ บรณาการของศรษะอโศกหรอระบบการศกษาแบบบญนยมโดยมลกษณะเปนหลกสตรทสอดคลองกบ กจกรรมภายในของชมชนทเนนการท าสามอาชพกชาติและยงสามารถแปลงขยะใหเปนเงนเพอน ามา หนน “บญนยมทว” ไดอยางเปนประโยชนสงประหยดสดไดอกดวย 1.2 ผประกอบอาชพเกบขยะ เขตเทศบาลเมองสรนทร์จงหวดสรนทร จากการศกษาคณลกษณะและองคประกอบของขยะมลฝอยจากแหลงก าเนดของ ตวแทน 3 แหง คอ หนวยงานราชการ ตลาด และชมชน ในเขตเทศบาลเมองสรนทร จงหวดสรนทร พบวา มขยะเศษอาหารมปรมาณทมากทสด ตามล าดบ รองลงมาเปน ไม กงไม ใบไม และพลาสตก โดยทวไปขยะมลฝอยทเกดขนในเขตเทศบาลเมองสรนทร หรอแหลงชนทอยอาศยสวนใหญ พบวาม การทงขยะทกประเภทรวมลงอยในถงเดยวกน โดยไมมการแยกขยะแตละประเภทออกจากกนอยาง ชดเจน อกทงเปนขยะทมาจากการฝากมาทงทพนทอนนอกเหนอจากขยะทเกดขนจากประชาชนใน เขตเทศบาลเมองสรนทรเทานน แตเปนขยะทมาจากแหลงอนมาฝากทงรวมอยดวยจงทาใหปรมารขะ ในเขตเทศบาลเมองสรนทรมปรมาณมากเพมขนอกดวย ซงสอดคลองกบการศกษาของ Liikanen et al. (2016) ท าการศกษาขยะในเขตเทศบาลของประเทศฟนแลนด พบวา ขยะชวภาพ (Biowaste) ม ปรมาณมากทสดรอยละ 48.40 ทงนเปนขยะจากหองครวมมากถงรอยละ 81.00 สวนขยะจากสนาม หญาหรอนอกบานเรอนมเพยงรอยละ 1.90 และขยะทพบมากในลาดบทสอง ไดแก่พลาสตก รอยละ 15.80 ในประเทศโอมานกมแนวโนมเชนเดยวกน คอ ขยะจากหองครวมปรมาณสงมากกวารอยละ 30 รองลงมา ไดแก พลาสตกรอยละ 15.10 (Baawain et al. , 2017) ส าหรบประเทศจอรแดน พบวาม ปรมาณขยะจากหองครวสงกวาในจงหวดสรนทร กลาวคอพบมากถงรอยละ 59.00 และพลาสตก รอยละ 20.00 (Saidan et al. , 2017) สวนมลฝอยอนตรายในภาพรวมทง 3 แหง ของพนทศกษาน อยทอนดบท 5 รอยละ 6.00 และพบวามปรมาณขยะอนตรายสงกวาประเทศตาง ๆ จ านวนมาก ไดแก ประเทศจอรแดน พบเพยงรอยละ 0.30 ส าหรบมลฝอยอนตรายในเขตเทศบาลและจากหนวยงานตาง ๆ (Saidan et al. , 2017) และจากประเทศออสเตรเลย พบวามมลฝอยอนตรายรอยละ 0.60 (Ball et al. , 2017) ส าหรบประเทศจน พบวา ขยะอนตรายมปรมาณรอยละ 4.60 (Liu et al. , 2017) ซงชใหเหน วาผประกอบอาชพเกบขยะในอ าเภอเมอง จงหวดสรนทรนนมโอกาสเสยงตอการสมผสมลฝอยอนตราย สงกวาพนทตาง ๆ ตามทกลาวมา โดยเฉพาะผประกอบอาชพเกบขยะจากชมชนในเทศบาลเมองมาก ทสด เนองจากมสดสวนขององคประกอบขยะมลฝอยอนตรายจากชมชนอยทรอยละ 9.11 รองลงมา เปนจากหนวยงานราชการรอยละ 5.81 และตลาดรอยละ 2.02 ตามลาดบ ซงสอดคลองกบการศกษาของ Asari and Sakai (2011) และ Reinhart and Pohland (1991) ทพบวาชมชนมกมขยะมลฝอย อนตราย เชน แบตเตอร หลอดไฟ และกระปองสเปรย เปนตน นอกจากนนยงพบวาขยะอนตรายทพบ เปนประจ าในบานเรอนของคนทวไป ไดแก ภาชนะสทาบาน นายาท าความสะอาด ยาและเครองส าอาง หมดอายุเปนตน (เทศบาลตาบลนาแพร. 2560 และภทรพล. 2560) ดานรายไดตอเดอนและความเพยงพอของรายไดของกลมตวอยาง พบวา สถาบนขยะวทยา ดวยหวใจ สวนใหญไมรบรายไดจากการทางานเนองจากเปนจตอาสา (รอยละ 100.00) ทงนเนองจาก แรงจงใจในการมาท างานทพนกงานสถาบนขยะวทยาดวยหวใจ คอการปฏบตธรรมและสนใจเรอง 100 สขภาพทางเลอกแบบพงตนตามแนวเศรษฐกจพอเพยง รวมทงมความเหนวา “...ยงใหไป ยงไดมา...” การใหหรอการเสยสละเปนบญททกคนพงสะสมใหเปนอรยทรพยใหกบตนเอง สอดคลองกบหลกการ พฒนาในพระบาทสมเดจพระเจาอยหวรชกาลท 9 ทมตอพสกนกรไทย ไดกลาววา ขาดทนคอก าไร คอ “การให 0” และ “การเสยสละ 0” ดงมพระราชด ารสวา “ขาดทน คอ ก าไร (Our loss is our gain) การเสย คอ การได ประเทศชาตกจะกาวหนา และการทคนอยดมสขนน เปนการนบเปนมลคาเงนไมได 0” ถาร รก สามคค รเสยสละคอการได ประเทศชาตกจะกาวหนาและการทคนอยดมสขนน เปนการ นบทเปนมลคาเงนไมได.” (ส านกงานคณะกรรมการพเศษเพอประสานงานโครงการอนเนองมาจาก พระราชด าร 2548 : 17-24) และสอดคลองกบการศกษาของใจเพชร กลาจน (2558 : 780) ทพบวา แรงจงใจในการเขามาเปนจตอาสาแพทยวถธรรม คอ (1) ตองการรจกวธดแลตวเอง ตองการเรยนร หรอตองการท าตนเปนตวอยาง (2) การศกษาและปฏบตธรรม (3) การพบความผาสกกบตนเองหรอ เปนหมอดแลตวเองได และสอดคลองกบการศกษาของ ณรงค สายวงศ และคนอน ๆ (2557 : 1) ได กลาววา อาสาสมครของฉอจของไตหวนสวนหนงเปนชาวบานทวไป อกสวนหนงเปนนกวชาชพ เชน แพทย วศวกร สถาปนก อาจารย นกธรกจ ผบรหาร ฯลฯ ทมความรความสามารถและมรายไดทมนคง ซงท างานโดยไมรบคาตอบแทน แลวยงสมทบทงในรปเงนบรจาคประจ า และรบผดชอบคาใชจายใน การท างานเอง เชน คาชดเครองแบบอาสาสมคร คาพาหนะเดนทาง ไปท างานอาสาสมครทงในไตหวน หรอในตางประเทศ สวนในดานสขภาพของชาวสถาบนขยะวทยาดวยหวใจทมพนฐานของความเชอ ดานสขภาพทพงตนและศรทธาการแพทยทกแผนรวมทงแพทยทางเลอกซงไดรบความนยมสงสด ซง สอดคลองกบการศกษาของอนเออ สงหคา (2555 : บทคดยอ) กลาววา แนวทางการดแลสขภาพของ ชาวอโศก คอ สขภาพองครวม 8 อ. ไดแก (1) อทธบาท 4 (2) อารมณ (3) อาหาร (4) อากาศ (5) ออกก าลงกาย (6) เอนกาย (7) เอาพษออก (8) อาชพ และยงสอดคลองกบการศกษาของจนทรา เฮงสมบรณ (2555 : 97) ไดกลาววา นกปฏบตธรรมชาวอโศกเปนผใหทงทางดานแรงงานหรอนามธรรมทเปนกศลเปนทาน เกดเปนบญแกผอนและสงคมตอไป รวมทงสอดคลองกบการศกษาของแซมดน เลศบศย (2555 : 93) พบวา การปฏบตตนของชาวอโศกเปนการปฏบตตอตนเองและผอนอยางมธรรมะพทธ คอถอศล 5 ละอบายมข รบประทานอาหารมงสวรต อยบนวถชวตทเรยบงาย สมถะ สงบ ขยน ออนนอมถอมตน เสยสละไมโลภ มความกลมกลนกนทงชมชน วด และ โรงเรยน เชนเดยวกบสงคมไทยในอดตมวถชวต ผกพนกบหลกการทางพทธศาสนา มวฒนธรรมองหลกวถพทธ มระบบเศรษฐกจแบบพงตนเองหรอ เศรษฐกจพอเพยง หรอเศรษฐศาสตรเชงพทธ ชาวอโศกยอมรบวาสขภาวะนนม 4 องคประกอบคอ ทางกาย ทางจตใจ ทางจตวญญาณ และทางสงคม สรางหลกประกนสงคมทแทจรงรวมกน นนคอ “เปนทพงเกด พงแก่พงเจบ พงตายกนได” สวนกลมผประกอบอาชพเกบขยะสวนใหญมรายไดตอเดอน 5,000-10,000 บาท (รอยละ 60.00) และในขณะเดยวกนในดานความความเพยงพอของรายไดสวนใหญตอบวามรายได เพยงพอ แตไมเหลอเงนออม (รอยละ 60.01) สอดคลองกบการศกษาของ Debassu Eskezia1. et al. (2016 : 855) ไดศกษาการประเมนความถของการไดรบบาดเจบจากการประกอบอาชพและปจจยท เกยวของของพนกงานเกบขยะ ทมความเสยงสงตอการเสยชวตและอบตเหตและท าใหอาจถงกบ เสยชวตเนองมาจากการท างานทก าลงทวความรนแรงเพมขนในประเทศทก าลงพฒนาอยางเชน เอธโอเปย พบวา พนกงานเกบขยะมรายไดตอเดอนตามกเปนผทนอนไมหลบ สงผลใหไดรบการบาดเจบ 101 อยางรนแรงจากการท างานเกบขยะ สอดคลองกบเกษมณีแควนนอย และบวพนธ์พรหมพกพง (2554 : 135-143) ไดศกษา คณภาพชวตการท างานของแรงงานอพยพลาวในสถานประกอบการ จงหวด ขอนแกน พบวา แรงงานอพยพลาวทเดนทางมาท างานในประเทศไทยมรายไดและรายจายรวมถงหนสน เพมขน และการมรายไดจากการทาเกษตรกรรมเพยงอยางเดยวไมสามารถทจะเลยงดครอบครวได ส าหรบระยะเวลาในการท างาน (อายงาน) ของสถาบนขยะวทยาดวยหวใจ มระยะเวลาใน การทางานอยในชวงระยะเวลา 1-10 ปี(รอยละ 97.10) มจานวนเวลาททางานในหนงวน ทางานนอย กวา 8 ชวโมงตอวน (รอยละ 45.70) และจานวนวนทางานตอสปดาห์ทางานมากทสด 7 วน (รอยละ 45.70) สวนของผประกอบอาชพเกบขยะ มระยะเวลาในการท างาน (อายงาน) อยในชวงระยะเวลา 1-10 ปี(รอยละ 55.60) มจานวนเวลาททางานในหนงวน โดยทางาน 8 ชวโมงตอวน (รอยละ 64.40) และจ านวนวนท างานตอสปดาห ท างานมากทสด 6 วน (รอยละ 48.90) เมอท าการเปรยบเทยบกบ ผประกอบอาชพเกบขยะในประเทศอน ๆ ซงพบวาสถานภาพทางเศรษฐกจและสงคม (Socio-Economic Characteristics) สงกวาประเทศเอธโอเปย จากการศกษาของ Bogale , Kumie , and Tefera (2014) พบวา ผประกอบอาชพเกบขยะนนสวนใหญเปนเพศหญง 71.20% ระดบการศกษาชนประถมศกษา (Primary School) รอยละ 54.90 ระยะเวลาการท างานตอวนเฉลย 8 ชวโมง รายไดตอเดอนประมาณ 200-1,000 บาท (200 to 900 birr) และยงพบวาผประกอบอาชพเกบขยะสงทสดคอมากกวา 70 ป 2. พฤตกรรมการปองกนโรคและบาดเจบจากการท างานของพนกงานสถาบน ขยะวทยาดวยหวใจ และผประกอบอาชพเกบขยะ 2.1 พฤตกรรมการปองกนโรคและบาดเจบจากการท างานของพนกงานสถาบน ขยะวทยาดวยหวใจ โดยรวมอยในระดบมากทสด ซงมพฤตกรรมโดยเฉลยเรองการไมสบบหรขณะ ปฏบตงาน และไมดมสราขณะปฏบตงาน มพฤตกรรมเหมาะสมในระดบมากทสดเปนอนดบท 1 คด เปนรอยละ 100.00 รองลงมาเปนการซกเสอผาหลงเลกงาน มพฤตกรรมเหมาะสมในระดบมาก และ การสวมแวนตาเพอปองกนสงแปลกปลอมกระเดนเขาตาเปนลาดบพฤตกรรมทเหมาะสมในระดบนอย ทสด เนองจากพนกงานสถาบนขยะวทยาดวยหวใจสวนใหญ เปนนกปฏบตธรรมและมความสนใน เรองการดแลสขภาพทางเลอกแบบองครวมตามหลกสขภาพดดวย 8 อ. เปนหลก อกทงเปนสงคม แบบ บวร (บาน-วด-โรงเรยน) สอดคลองกบเศรษฐกจพอเพยงและเปนสงคมทถอศล ละอบายมข กน มงสวรต ปลอดอบายมข จงไมสบบหรและไมดมสราเปนปกต ขณะปฏบตงาน รวมทงการเขาใจ ความหมายของขยะตรงกนวา หมายถง ขยะภายนอกอนไดแก ขยะทวไปทงขยะเปยก ขยะแหง ขยะ อนตราย ทตองจดการไปตามระบบทวไปในปจจบน สวนความหมายของขยะภายใน หมายถง กเลส โลภ โกรธ หลง ทเปนหนาทของทกคนทจะตองก าจดออกดวยการเอาธรรมของพระพทธเจามาใชให เหมาะสมกบตนเอง ณ ขณะนน โดยมสมณะโพธรกษ โพธรกษขโต เปนทพงทางจตวญญาณของทก คนในชมชน (ฟาปลม ศรจนทร์วโรจน์ไววานชกจ และวาสนา แกวหลา. 2559 : 1) อกทงมแนวทาง ทชดเจนในการปฏบตตนขณะทางานเพอปองกนโรคและบาดเจบจากการทางานไดเปนอยางดี นอกจากนนพฤตกรรมการออกก าลงกาย ยดเหยยดกลามเนอกอนหรอหลงปฏบตงาน พบวาพนกงานสถาบนขยะวทยาดวยหวใจมพฤตกรรมอยในระดบเหมาะสมมากทสด ทงนอาจเปน เพราะพนกงานขยะวทยาดวยหวใจเปนกลมคนทมเปาหมายของชวตอกทมงพฒนาตนเองดานสขภาพ และธรรมะควบคกนกบการชวตประจ าวน ซงสอดคลองกบการศกษาของพระมหานงค อบไพ (2546 : 102 170) กลาววา การปฏบตธรรมทน าไปใชในชวตประจ าวนหากไดปฏบตทเตมเปยมดวยศรทธานน สงผล ใหมความเชอมนในการปฏบตตอกายใจ ทาใหหายจากโรคตาง ๆ ได้ทาใหเปนผมจตใจเขมแขง หนกแนน มนคง สงบ เงอกเยน สภาพออนโยน สดชนผองใส มเมตตากรณา รจกส ารวจขอบกพรองของตนเอง และไมเพงโทษผอน เปนการเตรยมจตใหอยในสภาพพรอมและงายตอการปลกฝงคณธรรมอน ๆ เสรมสรางนสยทด ซงปจจบนเรยกวา "ความมนคงทางอารมณ" และสรางภมคมกนใหเกดแกจตเพอ การด าเนนชวตในปจจบนอยางมสตรเทาทนพฤตกรรมทางกาย วาจา ใจและ กอใหเกดความสข และ มสตในชวตประจ าวนมากขน อนจะชวยใหสงคมไทยมปญหาลดนอยลง และอยากใหบุคลอนมา ปฏบตตาม และสอดคลองกบแนวทางการท างานใหปลอดภยของส านกควบคมโรคจากการประกอบ อาชพและสงแวดลอม กรมควบคมโรค กระทรวงสาธารณสข (2559 : 12) กลาววา การปฏบตงานทด ควรดแลสขภาพใหแขงแรงอยเสมอดวยการออกก าลงกายสมาเสมอ พกผอนใหเพยงพอ และ รบประทานอาหารทมประโยชน 2.2 พฤตกรรมการปองกนโรคและบาดเจบจากการท างานของผประกอบอาชพเกบขยะ โดยรวมมพฤตกรรมทเหมาะสมอยในระดบมาก ซงมพฤตกรรมคนเกบขยะสวนใหญมพฤตกรรม ทเหมาะสมคอ อาบนาสระผมทกครงหลงเลกงานเปนอนดบสงสด รองลงพฤตกรรมการลางมอกอน รบประทานอาหาร และพฤตกรรมการไมรบประทานอาหารระหวางปฏบตงานเปนอนดบสดทาย สอดคลองกบการศกษาของวรรณรา ชนวฒนา (2556 : 8) ทศกษาพฤตกรรมการปองกนโรคและการ บาดเจบจากการท างานของซาเลงทประกอบอาชพเกบขยะ พบวา ระดบพฤตกรรมการปองกนโรค และการบาดเจบจากการท างานอยในระดบทเหมาะสมมากรอยละ 60.00 และเมอพจารณาเปนรายขอ พบวา ซาเลงทมอาชพเกบขยะขาย มพฤตกรรมในการดแลสขวทยาสวนบคคลทเกยวของกบการ อาบนา และสระผมทกครงหลงเลกงานโดยมการปฏบตทกวน อาจเปนเพราะวาการจดเกบขยะจะ สมผสกบขยะมลฝอยทปนเปอนไปดวยสงสกปรกเชอโรค และสงทเปนอนตรายมากมาย เชน เศษแกว แตก เศษโลหะ ตะป และสตวทเปนพาหะน าโรค ท าใหรางกายพนกงานเกบขยะมกลนเหมนและ สกปรก เนองจากการจดเกบขยะตองเสยงกบการสมผสกบขยะทมคมซงท าใหเกดการบาดเจบไดงาย ไมสอดคลองกบการศกษาของกลยาณีโนอนทร์และนศากร เชอสาธชน (2555 : 521) ทศกษาปจจย ทมความสมพนธกบพฤตกรรมการปองกนโรคและการบาดเจบจากการเกบขยะในชวงนาทวมของ พนกงานเกบขยะ : กรณศกษาในส านกงานเขตแหงหนง กรงเทพมหานคร พบวาในภาพรวมพนกงาน เกบขยะมพฤตกรรมปองกนโรคและการบาดเจบจากการท างานอยในระดบตา (รอยละ 60.49) แสดง ใหเหนวาพนกงานเกบขยะและหนวยงานทเกยวของยงตระหนกถงความปลอดภยและเตรยมแผนการ รบมอไมดพอ ดงนนทกฝายควรทจะตระหนกและเตรยมแผนการรบมอกบนาทวมใหพรอมกวาน้และ แตกตางกบการศกษาของ S Mohammed , PA Latif (2014 : 22) กลาววาพนกงานเกบขยะใน มาเลเซยความเสยงตอภยทางสขภาพหลายประเภท ทลวนแตหลกเลยงไดดวยการใชอปกรณปกปอง อนตรายสวนบคคล พฤตกรรมการปองกนโรคและบาดเจบจากการท างานของผประกอบอาชพเกบขยะ พบวา ยงมพฤตกรรมการดมเหลาและสบบหรซงเปนปจจยหนงทท าใหเกดความเสยงตอการเกดโรคไดซง สอดคลองกบการศกษาของ (จตต มงคลชย และสจตรา วาสนาด ารงด. 2558 : 4 - 10) กลาววา กลมพนกงานเกบขนขยะมความชกของอาการระบบทางเดนหายใจ รอยละ 40.01 และความชกของ 103 ผลการตรวจสมรรถภาพปอดผดปกตรอยละ 31.89 ซงปจจยเสยงตอสขภาพ ทสาคญ ไดแก่การไมใส อปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลขณะปฏบตงาน การสบบหร การมาท างานทกวน และท างาน ชวงเวลากลางคน สอดคลองกบการศกษาของโกสนท มณอนทร วนดา เจยระไน และอศวน มณอนทร (2554 : 68) กลาววาผใชแรงงานเปนผทใชแรงในการท างานเปนสวนใหญ และหลงจาก เสรจสนภารกจการท างานในแตละวนแลวจะท ากจกรรมในเวลาวางดวยการดมเครองดมแอลกอฮอล สบบหร ตลอดจนยาเสนในปรมาณมากจากพฤตกรรมดงกลาวของผใชแรงงานสงผลใหคณภาพชวต ของบคคลนนอยในระดบทตาและมอตราการเจบปวยสง และสอดคลองกบการศกษาของ Zemichael Gizaw et al (2014 : 181) ไดศกษาผลการตรวจวดการบาดเจบจากการท างาน และปจจยรวม ในกลม พนกงานจดการขยะมลฝอย ในเมองกอนดาร และเมองบาเฮอรดาร ในปจจยรวมทสงผลใหเกดการ บาดเจบจากการท างาน มาจากสาเหตการบรโภคสราและการสบบหรของพนกงานเกบขยะ พนกงาน มอายมาก และรบท างานมากวาหนงงาน อกทงไมไดรบฝกหดทางดานความปลอดภยและสขอนามย หรอขาดแคลนอปกรณปองกนความปลอดภยสวนบคคล หรออาจมอปกรณปองกนความปลอดภย สวนบคคลแตไมไดน ามาใชในขณะท างาน รวมทงการขาดการพกผอนทเพยงพออกดวย และ สอดคลองกบการศกษาของ Athanasiou M and et al ( 2010 : บทคดยอ). ไดศกษาประเมนสขภาพ และสขภาพระบบทางเดนหายใจของเทศบาลแรงงานขยะมลฝอยชมชน ของพนกงานเทศบาลของ Keratsini (MSWWs) กลาววาเมอปรบใหพนกงานเกบขยะลดการสบบหรลง ท าใหความชกของ อากการทางเดนหายใจลดลงดวย นอกจากนนพฤตกรรมดานการออกก าลงกาย ยดเหยยดกลามเนอกอนหรอหลงปฏบตงาน ของผประกอบอาชพเกบขยะ มพฤตกรรมทเหมาะนอยทสด ทงนเพราะพนกงานเกบขยะใหสมภาษณ กบผวจยวาสวนใหญเหนวาการท างานเปนการออกก าลงกายไปในตวแลวเหนอยมากแลวจงไมตองท า การออกก าลงเพม ไมสอดคลองกบการศกษาของปยาภรณ เพญประไพ (2558 : 58) ไดศกษาการ ปฏบตกจกรรมการยดกลามเนอและปรบทาทางการท างานทยาวนานของกลมคนท างานแกะสลกไม และคนท างานอาชพอนทมลกษณะการนงท างาน ทอาจท าใหคนท างานแกะสลกไมเกดความทอใน การปฏบต และไมเปนผลดตอสขภาพ และสอดคลองกบการศกษาของศรพรรณ ศรสกล (2554 : บทคดยอ) กลาววา ภาวะสขภาพของพนกงานเกบขยะทเกดจากการปฏบตงาน พบวา และการถกของ มคมบาดพบมากทสด รวมทงมอาการ เจบ ปวด เมอยกลามเนอ 3. เปรยบเทยบพฤตกรรมการปองกนโรคและบาดเจบจากการท างานของพนกงาน สถาบนขยะวทยาดวยหวใจ กบผประกอบอาชพเกบขยะ การเปรยบเทยบพฤตกรรมการปองกนโรคและบาดเจบจากการท างานของพนกงาน สถาบนขยะวทยาดวยหวใจ กบผประกอบอาชพเกบขยะ พบวา พนกงานสถาบนขยะวทยาดวยหวใจ มคาเฉลยแตกตางกบผประกอบอาชพเกบขยะอยางมนยส าคญทางสถตทระดบ 0.05 แตทง 2 กลม กยงถอวาอยในระดบทด คอ มากทสดและมาก ตามล าดบ สอดคลองกบการศกษาของวรรณรา ชนวฒนา (2556 : 8) ทศกษาพฤตกรรมการปองกนโรคและการบาดเจบจากการท างานของพนกงาน เกบขยะ พบวา ระดบพฤตกรรมการปองกนโรคและการบาดเจบจากการทางานอยในระดบสง รอยละ 60.02 แตไมสอดคลองกบการศกษาของกลยาณ โนอนทร และนศากร เชอสาธชน (2555 : 521) ท พบวาในภาพรวมพนกงานเกบขยะสานกงานเขตแหงหนง กรงเทพมหานคร ในชวงนาทวมมพฤตกรรม 104 ปองกนโรคและการบาดเจบจากการท างานอยในระดบตา (รอยละ 60.49) และไมสอดคลองกบ การศกษาของวราภรณ ทองยง (2552 : 97) ทพบวาพนกงานเกบขยะสวนใหญมพฤตกรรมการ ปองกนโรคและการบาดเจบจากการทางานในภาพรวมระดบปานกลาง (รอยละ 48.01) 4. ปจจยทมความสมพนธกบพฤตกรรมการปองกนโรคและบาดเจบจากการท างาน ระหวางพนกงานสถาบนขยะวทยาดวยหวใจ และผประกอบอาชพเกบขยะ พนกงานสถาบนขยะวทยาดวยหวใจ พบวา พฤตกรรมการปองกนโรคและบาดเจบจาก การท างานของพนกงานสถาบนขยะวทยา

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน

word1.ปก.docx
19 พฤษภาคม 2565
wordภาคผนวก.docx
6 กันยายน 2564
word01 ปก พริ้วลมบุญ.docx
15 พฤศจิกายน 2563