สื่อธรรมะพ่อครู(วิโมกข์ 8 สัตตาวาส 9) ตอน สัมผัสวิโมกข์ 8 ด้วยกาย.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(วิโมกข์ 8 สัตตาวาส 9) ตอน สัมผัสวิโมกข์ 8 ด้วยกาย อาตมาทุกวันนี้พูดใหญ่มากยืนยันหนักแรงมากเหมือนคนหลงตัวหลงตนสูง แต่อาตมาขอยืนยันว่าไม่ได้หลงตัวหลงตน แล้วอาตมาไม่ได้อยากใหญ่ ไม่ได้มีความกระสัน ไม่ได้มีความปรารถนาพวกนี้ อาตมามาทำสัจธรรม เอาสัจธรรมปลูกฝังลงแทนแดนที่เน่ามากแล้ว พยายามปรับขึ้นมา ปรับทั้งดิน น้ำ ไฟ ลม เพื่อให้พืชพันธุ์ธัญญาหารที่เป็นธรรมะ เจริญงอกงามขึ้นมาเป็นโลกุตรธรรม ได้แล้ว มีชาวอโศก มีคนจำนวนหนึ่งที่ได้รับมรรคผลอันนี้แล้วจริงจัง แล้วก็อยู่เย็นเป็นสุข อย่างคนวรรณะ 9 ที่สัมผัส วิโมกข์ 8 ด้วยกาย วรรณะ 9 ที่สัมผัสวิโมกข์ 8 ด้วยกายคือ เป็นผู้ที่รู้ กาย กาย คือข้างนอกและข้างใน ข้างนอก เอาวิโมกข์ 8 มาขยาย 1. ผู้มีรูป ย่อมเห็นรูปทั้งหลาย (รูปี รูปานิ ปัสสติ) ผู้มีรูปย่อมเห็นรูปทั้งหลาย คนตาบอดไม่มีรูป ย่อมไม่เห็นรูปทั้งหลาย เพราะฉะนั้นคนตาบอดจึงปฏิบัติธรรมพระพุทธเจ้าเป็นอรหันต์ไม่ได้ เพราะไม่ครบทวาร 5 แค่ทวารเดียวนะ หู จมูก ลิ้น กาย สัมผัสก็ยังดีนะ แต่ก็คือผู้ไม่มีรูปเพราะตาบอด คือสัมผัสทางตาไม่ได้ แตงโมก็คือแตงโม ฟักข้าว พวกคุณนั่งอยู่ หรืออะไรที่ตาเรากระทบกับแสงที่สะท้อนมากับรูป ผู้ที่มีรูปต้องเห็นรูปทั้งหลาย เป็นการบังคับเลย การปฏิบัติธรรมะพระพุทธเจ้าต้องมีวิโมกข์ 8 ต้องสัมผัสภายนอกภายใน คุณตาดี คุณต้องลืมตา รูปมีให้คุณสัมผัส ปัสสติคุณต้องเห็น ข้อจำกัดของวิโมกข์ 8 ข้อที่หนึ่งหากคุณไม่เข้าใจไปนั่งหลับตาก็โมฆะมองต่างจากศาสนาพุทธทั้งหมด แม้แต่วิโมกข์ 8 ข้อที่ 1 ก็จบแล้ว คุณไปหลับตาก็ไม่สัมผัสวิโมกข์ 8 ข้อที่ 1 มีรูปแต่คุณก็ไปหลับตาปฏิบัติตาดีก็ทำให้ตาบอด แล้วมันจะไปได้เรื่องอะไร ปัสสติไม่มี ไม่เห็น ตาดีไม่เอา แต่ทำตาบอด รูปมี กูก็ไม่ดู ก
อ่านต่อ
็ไม่รู้เท่านั้นเอง
2. ผู้ไม่มีความสำคัญในรูปภายใน (10/66) ย่อมเห็น รูปทั้งหลายในภายนอก (อัชฌัตตัง อรูปสัญญี . เอโก พหิทธา รูปานิ ปัสสติ) . (พ่อครูแปลว่ามีสัญญาใส่ใจในอรูป) เขาแปลเพี้ยนไปหมด อัชฌัตตังคือภายใน พหิทธาคือภายนอก ภายในมีทั้งรูปและอรูป อัชฌัตตังคือภายใน รูปก็ละไว้ในฐานที่เข้าใจภายใน ผู้มีสัญญีต้องกำหนดรู้เห็นทั้งภายนอกและภายใน และการเห็นภายนอกภายในนี้ไม่ขาดจากกาย ไม่ขาดจากสัมผัสภายนอก แม้คุณจะเห็นรูปหรืออรูป อนาคามีไม่ใช่คนตาบอดที่หลับตา แต่เป็นคนลืมตา แต่ในกามภพเหนือมันหมดแล้ว เห็นรูป ที่เป็นรูปาวจร อรูปาวจร ก็เห็นภายนอกภายในครบพร้อม สัมผัสวิโมกข์ 8 ครบทั้งภายนอกภายใน การปฏิบัติธรรมะพระพุทธเจ้าทั้งหลายไม่เคยมีในการนั่งหลับตาเลย สัมผัสวิโมกข์ 8 ด้วยการไม่เคยมีการนั่งหลับตา ย้ำอีกครั้งที่ 84000 ว่าการไปนั่งหลับตานั้นเลิกเลยมันไม่มีในศาสนาพุทธ ที่ว่าสัมผัสวิโมกข์ 8 ด้วยกายนี้ ข้อ 2 นี้ยิ่งชัดเจนว่ามีทั้งภายนอกภายในมีทั้งรูป รูปได้หมด
3. ผู้ที่น้อมใจเห็นว่าเป็นของงาม (สุภันเตวะ อธิมุตโต . โหติ, หรือ อธิโมกโข โหติ (พ่อครูแปลว่า เป็นโชคอันดีงามที่ผู้นั้นโน้มไปเจริญ สู่การบรรลุหลุดพ้นได้ยิ่งขึ้น) พตปฎ. ล.10 ข.66 / ล.23 ข.16 สุภันเตวะอธิมุตโตหรืออธิโมกโขก็แล้วแต่ น้อมใจเป็นของงามเขาแปลเช่นนี้ แต่อาตมาแปลว่า ผู้นั้นมีโชคดี จิตใจก็เจริญโน้มน้อมไป จิตใจมันมีทิศทางเจริญไปในทางนี้ สู่การบรรลุหลุดพ้นได้ยิ่งขึ้นๆ ถ้าใช้คำใหญ่ก็เรียกว่า สัมโพธิปรายนะ ไปสู่ที่สูงที่สุดแต่ถ่ายเดียวเลย นี่เป็นวิโมกข์ 8 สามข้อที่สำคัญ จากนั้น ข้อที่ 4 5 6 ก็เป็นขยายความ 4. ผู้ล่วงพ้นรูปสัญญา(พ้นรูปฌาน) เพราะดับปฏิฆสัญญา จะต้องเริ่มเอาปฏิฆะก่อนเพราะ ไม่ใส่ใจถึงนานัตตสัญญาโดยประการทั้งปวง จึงบรรลุอากาสานัญจายตนะ ด้วยมนสิการว่าอากาศหาที่สุดมิได้ (สัพพโส รูปสัญญานัง สมติกกัมมะ ปฏิฆสัญญานัง อัตถังคมา นานัตตสัญญานัง อมนสิการา อนันโต อากาโสติ อากาสานัญจายตนัง อุปสัมปัชชะ วิหรติ) กำหนดรู้อัตตาทั้งหมด แล้วก็ทำให้หลุดพ้น ในนานัตตสัญญา ให้พ้นหมดดับความไม่ชอบใจทั้งหมดจึงบรรลุ อากาสานัญจายตนะ 5. ผู้ที่ล่วงพ้นอากาสานัญจายตนะโดยประการทั้งปวง จึงบรรลุวิญญาณัญจายตนะ ด้วยมนสิการว่า วิญญาณ หาที่สุดมิได้ (สัพพโส อากาสานัญจายตนัง สมติกกัมมะ อนันตัง วิญญาณันติ วิญญาณัญจายตนัง อุปสัมปัชชะ วิหรติ ฯ) จิตอาตมามีแต่ความว่างตลอด ไม่มีอะไรสะดุดเลย มีกระทบกระแทกกระเทือน แต่จิตอาตมาก็ว่าง ไม่สะดุด ผ่านไป ใครจะมาสะดุดอาตมาก็รู้หมดใครเอาขี้หมาหรือระเบิดมาโยนใส่แต่อาตมาก็รู้ว่ามีอะไร จิตอาตมาไม่มี แต่รู้ว่ามีอะไรมา รู้ความจริงตามความเป็นจริงชัดเจน เขาโยนขี้หมามาอาตมาก็เอามาทำปุ๋ย เขาโยนอิฐก้อนหินมาก็ทำเป็นพื้น เอายาพิษมาก็เอามาสะกัดเป็นเซรุ่มเป็นประโยชน์ ไม่เอามาทำลาย ตัวเองมีภูมิคุ้มกันมีความรู้ คุณโยนยาพิษเข้มข้นมารู้เรามีภูมิคุ้มกันก็เอามาทำเป็นยา โยนแก๊สน้ำตามาก็แสบ เป็นสรีรทุกข์ มันทำปฏิกริยากับสรีระ ก็รู้ ไม่โง่นะ อาตมาไม่เก่งเจโตสมาธิ หากอาตมาเล่นพวกนี้ไม่แสบได้ แต่อาตมาเลิกเล่นแล้ว เคยเล่นจนหนังเหนียว อิทธิปาฏิหาริย์มี แต่อาตมาไม่เอาแล้ว สู้สามัญปกติดีกว่า อาตมาเคยถูกรถยนต์ชน แต่อาตมาหนังเหนียว ขาควรมีเนื้อแตก อาตมาก็วิ่งแรง รถชนขาอาตมา อัดขาอาตมาเข้ากับหม้อน้ำมอเตอร์ไซค์ใหญ่ดักลาส คันเบ้อเร่อหม้อน้ำใหญ่มอเตอร์ไซค์กระเด็นไปเกือบร้อยเมตร แต่ดีที่พี่ลอยเหนือรถ รถเลยไม่ทับ เสร็จแล้วอาตมาขาไม่แตก แต่รักษาอยู่ไม่รู้กี่เดือน รักษาด้วยน้ำมนต์ด้วยพลังงาน ไม่ได้รักษาทางวิทยาศาสตร์เลย ตอนนั้นเล่นไสยศาสตร์ แต่ขนาดนั้นก็ยังใช้ขี้ผึ้งที่เข้ายันต์ อยู่ตั้งหลายเดือนกว่าจะหาย หากแตกคงรักษาแผลสดไม่หาย ต้องใช้ไม้ค้ำยัน
6. ผู้ที่ล่วงวิญญาณัญจายตนะ โดยประการทั้งปวงจึงบรรลุอากิญจัญญายตนะ ด้วยมนสิการว่า ไม่มีอะไร (สัพพโส วิญญาณัญจายตนัง สมติกกัมมะ นัตถิ กิญจีติ อากิญจัญญายตนัง อุปสัมปัชชะ วิหรติ)
สมณะฟ้าไท สรุปจบ... 620707_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ปฏิบัติสายนั่งหลับตาไม่ใช่วิชชาของศาสนาพุทธ