190218 อบรมธรรมภาคเช้า-พ่อท่าน-แดนอโศก.txt
เนื้อหาในไฟล์
ข่าววันนี้วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2509 519 เครื่องทำการบรรยายในภาคเช้าที่ 4 ดาวได้พยายามทั้งศึกษาอย่างแท้จริงปฏิบัติตนด้วยแล้วก็ได้ฟังซึ่งผมเองเป็นผู้พูดเป็นส่วนใหญ่พวกเราเองก็ได้พูดในโอกาสต่อๆไปก็จะได้พูดผู้ที่รู้มาก่อนผู้ที่รู้มามากกว่าก็จะได้พูดในโอกาสต่อไปซึ่งจะเป็นการถ่ายทอดเป็นความเชื่อมโยงที่เราจะเชื่อมโยงเป็น การสืบต่อเป็นการลดงานและบริการช่วยงานรถงานก็คือรถงานผอมลงบ้างช่วยงานผมได้บ้างหากพวกรุ่นพี่ที่สามารถก็จะได้ช่วยกันในโอกาสต่อไปซึ่งผมกำลังพยายามที่จะหาทางมีมาตรการที่จะพยายามให้ให้ก้าวขึ้นมาแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะบีบเอาซะจนกระทั่งว่ามันยังไม่จบก็จะบีบให้มันสุกหรือว่ามันยังไม่ห่างก็พยายามที่จะบ่มให้มันสุกก็ไม่ถึงขนาดนั้นแต่ว่ามันก็จะก้าวไปละมาตรการต่างๆมันจะเป็นเองแล้วมันก็จะค่อยๆขยับไปในการรับช่วงเหตุการณ์ถ่ายเท หาขึ้นเป็นระยะๆเพราะพวกเราก็ต้องเข้าใจในความจริงส่วนนี้กันด้วยว่าเราก็จะต้องมีสิ่งที่เกิดในสิ่งที่ขยายต่อและจะต้องมีสิ่งที่ลดลงและมีสิ่งที่ขยายขึ้นอยู่ในตัวมันจะต้องมีขยายขึ้นสิ่งที่ลดลงอยู่อย่างนั้นแหละเป็นธรรมดาเราก็จะต้องพยายามไม่เอาอำนาจของกิเลสตัณหาขึ้นมาจากกั้นขวางลึกขึ้นมาปิดบังแล้วจะต้องพยายามทำแล้วพยายามที่จะสืบสานกันด้วยการช่วยกันร่วมไม้ร่วมมือแล้วก็พยายามทำความเห็นดีทำความเข้าใจกันให้ หล่อทั่วๆในเจตนาอันดีหรือในธรรมะหรือในสิ่งที่จะเกิดขึ้นอันดีให้แก่กันและกันที่เราได้มานั่งทำงานหรือว่ามานั่งกับพุทธให้แก่ตนทำประโยชน์ให้แก่ตนแต่ขึ้นมากมายมีญาติโยมต่างๆช่วยเหลือเพื่ออนุเคราะห์ขายทั้งอาหารมากินให้ทั้งอุปกรณ์ธรรมชาติสิ่งที่จะอำนวยความสะดวกตามมีตามได้ขอสงเคราะห์ได้เรียกว่าขอใช้ได้ตามที่เราเห็นว่าสมควรแล้วก็รับไว้ด้วยเราก็รับมากระทํา ต้องรู้ความจริงตามความเป็นจริ
อ่านต่อ
งพวกนี้อยู่ไม่ได้เพราะที่เราเป็นผู้ที่เขาเกื้อกูลอนุเคราะห์แล้วก็ส่งเสริมอยู่ได้ดีแม้เราไม่ได้อวดสิ่งที่เป็นเครื่องปลอกเครื่องล่อจะอวดแต่สิ่งที่เป็นธรรมะอันขาดเราอันเป็นไปเพื่อความขัดใจด้วยซ้ำไปเป็นไปเพื่อความฝืนกระแสใจเขาด้วยซ้ำไปแต่ผู้ที่มีปัญญาอันเข้าใจถึงสัจธรรมก็มีอยู่เขาก็ยังสามารถที่จะอนุเคราะห์เราได้อยู่จำนวนคนผู้รู้นั้นมีน้อยจำนวนคนพูดที่ไม่รู้ไม่มีมาก เพราะฉะนั้นเราก็มีคนกลุ่มที่ผู้รู้ผู้เข้าใจนั่นแหละอนุเคราะห์เราไว้โดยที่เราก็ต้องเข้าใจให้ดีว่าเราเองเราก็ทำสิ่งที่เป็นธรรมะออกไปนั้นเราได้หลอกล่อหรือว่าเรามีจิตลามกมีสิทธิ์ที่จะได้หวังโลก ตัดผมของแต่ละบุคคลนั้นๆก็ไม่ประหลาดอะไรแต่ว่าก็ให้รู้ตัวให้สำนึกให้สำเร็จให้มากกว่าเศษเสี้ยวของอะไรที่เรายังมีอยู่ติดตัวไหนอย่างไรที่มันไปยึดถือเป็นโทรศัพท์เป็นโรงพักออกมาจนกระทั่งกายกรรมวจีกรรมของประชาชนนั้นเราจะต้องค้นหาเหตุของตัวที่มันก่อให้เราเป็นอย่างนั้นมาเสมอเสมอ วจีกรรมแล้วก็ยังไม่รู้ว่าเป็นโทรศัพท์จากนี้ก็แย่เพราะฉะนั้นต้องให้รู้ว่านี่เป็นโทสอนแล้วนะเกิดวิรูปปักกะแล้วเป็นการที่คนพิการแล้วเป็นท่าทางที่เป็นนักจับไปแล้วมันสามารถไปช่วยท่าทางที่เป็นอยู่นั้นไม่เป็นบุคคลธรรมดาที่เปลืองจึงเป็นอยู่ได้อย่างสุภาพแล้วก็ไม่ได้ทำการเรียกว่าไม่รู้ปะคะพิการแล้วคนแล้วการที่แตกต่างไปจากสุภาพชนแล้วมันไม่สุภาพชนแล้วขนาดไหนขนาดไหนแสดงออกมาเป็นฤดูกาลนี้เราก็ยังไม่รู้ ก็ไม่เข้าใจเสียบ้างเลยทั้งๆที่อยู่กับเนื้อกับตัวของเรากำลังจะทำของเราเกิดอยู่เห็นอยู่แท้ๆก็ยังไม่เห็นเขาเรียกว่าคนตาบอดทำเองอยู่แท้ๆก็ยังไม่รู้ว่าเราทำร้ายที่สุดหูหนวกติวานนท์ออกมาแล้วเสียออกมาแล้วเสียงเข้าหูตัวก็ได้ยินแต่หูกระโดดไม่รู้แม่คำนั้นเป็นวิวาทะที่วาดแล้ววิวาทแล้วก็ไม่รู้ก็แสดงว่าหูหนวกเขาก็ติดหูได้ยินเสียงนั่นแหละหูหนวกตาก็มีภาษาข้างนอกของเราก็มีอยู่ครบถ้วนแต่เราก็ไม่รู้กายไม่รู้กาย ตาบอดหรือว่าตาบอดอะไรจะต้องพยายามสำเนียงให้รู้ในเสียงที่ 2 หรือให้รู้ในรูปที่ 2 หรือนามที่ 2 ใครรู้สิ่งที่เกิดเป็นสิ่งหนึ่งที่ออกมารู้ชัดเป็นกายกรรมวจีกรรมแล้วเราก็พึงรู้ตามสิ่งที่ประกอบอยู่ที่เรียกว่าเป็นอุปาทายรูปสิ่งที่มันเกิดอยู่เป็นสภาพใหญ่เราเรียกว่ามหาภูตรูปมหาภูตรูปที่มีดินน้ำไฟลมนั้นประกอบไปด้วยสิ่งอย่างชัดมหาภูตรูปที่เหลือแต่ไฟกับลมที่ประกอบเป็นกาย วจีกรรมอยู่นั่นก็ต้องรู้ให้ได้ว่าเป็นมหาภูตรูปด้วยที่มีอุปาทายรูปแฝงซ้อนอยู่โอปป้าทายารูปแสงซ้อนออกมาจากภายในออกมาจากจิตรูปปะติดได้ที่มันเกิดแล้วมันก็มาผสมเป็นสังขารปรุงแต่งรูปนอกออกมาถึงขั้นพอดีกรรมออกมาถึงขั้นกายกรรมต้องตามรู้สิ่งซ้อนเป็นสิ่งที่ 1 และสิ่งที่ 2 ที่เรียกว่าโสดทิพย์สดมันไม่ได้แปลว่าหูอย่างเดียวโสตะมันแปลว่าได้ยินได้รู้แปลว่าเสียงหรือมันแปลว่ารู้ โสตะสัตตะเพราะฉะนั้นถ้าผู้ใดไม่รู้สิ่งที่ลอยโสตะแต่ละสิ่งที่ลอยก็ได้สิ่งที่ลอยสิ่งที่เบาสิ่งที่แฝงสิ่งที่ต้องรู้ซ้อนมันเบามันร้อนมันเล็กรถอ่ะหรือมันเหนือโซตะเราเรียกว่าเนื้อก็ได้ถ้าเราไม่รู้จักโสตะไม่รู้จักสิ่งที่ควรรู้ที่ละเอียดอยู่เราก็ไม่รู้สิ่งที่อยากของสิ่งที่สะท้อนแสงประกอบกันและกันอยู่เรียกว่ารูปกับนามก็ได้หรือเรียกว่าสิ่งหนึ่งกับสิ่งที่สองก็ได้จะรู้สิ่งอย่างที่เรียกว่ามหาภูต แล้วเราก็ต้องพยายามรู้จักอุปาทายรูปเรารู้ๆเราก็พยายามดูนามเรารู้สิ่งหนึ่งแล้วเราก็ไม่อยากรู้สิ่งสองที่แขวนซ้อนอยู่ผู้ใดรู้สิ่ง 2 ตามจากสิ่งหนึ่งหรือสิ่งสองที่ประกอบอยู่กับสิ่งหนึ่งเราเรียกว่าคุณได้มีส่วนที่เป็นอภิญญาเป็นความรู้ดีแต่ความสามารถสิ่งนี้เกิดและเราก็ยังลงไปถึงอีกสิ่งหนึ่งได้ที่มันเป็นสิ่งที่เป็นสังขารหรือเป็นสิ่งที่โด่งดังมาให้เกิดอีกสิ่งหนึ่งเป็นเชื้อทำให้เกิดอีกสิ่งหนึ่งขึ้นมาจึงอยากใหญ่มันมาจากอะไรตามย้อนลงไปถึงเราก็จะเห็น โทรปลุกพระมโนปุพพังคมาธัมมามโนเสฏฐามโนมยาเราจะหยั่งลงไปรู้จิตนั่นแหละมันเกิดก่อนเพื่อนมันเป็นประธานถ้ามันเป็นตัวที่นำมาก่อนเป็นตัวที่เริ่มเกิดมาก่อนจึงเรียกว่าพระหรือผุพังมาเป็นประธานเป็นตัวนำพระพุทธเจ้าเป็นผู้คนพบว่าทุกสิ่งทุกอย่างเกิดมาแต่คิดนำมาก่อนกำหนดการที่คนมันเป็นรูปที่คนพิการแล้ว เกินขอบเขตแล้วถ้าเป็นสิ่งที่ดูเป็นสภาพที่รู้ชัดกว่านี้อาการของคนโกรธอาการของคนโรคถ้าไม่รู้เลยว่าโมหะหรือรู้ผิดเห็นว่าอย่างนี้ไม่อาจจะอาการของคนโกรธไม่ใช่อาการของคนโรคนึกว่าเป็นอาการของคนดีนั่นเรียกว่าโมหะกับถูกเป็นผิดรู้ผิดเป็นถูกเขาเรียกว่าโมหะถ้าผู้ใดไม่โมโหดูรู้ความจริงแล้วก็จะรู้ว่าโอ้นี่เป็นรูปของรูปภาพที่เป็นรูปของโทสะซึ่งมันเกินสภาวะของสภาวะหรือสุภาพจนสภาพที่ดีไปแล้วเราก็จะพึ่งรู้ในฤดูปักฐานนั้นๆได้ยิ่งอยากเขาก็จะอยู่ในสภาวะยาคน ปุถุชนธรรมดารูปกายของเขากายกรรมก็ดีวจีกรรมก็ดีแม่ก็จะพูดอย่างโลกอยู่เขาก็ไม่พึงรู้ว่าเขาโลกเขาไม่รู้บางทีร่ำร้องเอาแต่ๆๆอยู่แท้ๆเขาก็ยังไม่รู้ว่าเขาได้แสดงกายกรรมหรือวจีกรรมออกมาว่าเขาลูกเขาอยากได้อยู่อย่างเราเราขึ้นหน้าด้านหน้าออกมาทางกายกรรมปากกำลังอ้อนวอนขออย่างหยาบคายด้วยบางทีกูเห็นเอาด้วยไม่ใช่ขอธรรมดาเขาก็ยังไม่รู้ว่าเขาโลกบางทีเขาแสดงการกิจกรรมออกมาอย่างหยาบกร้านตบตีต่อยกันหรือว่าแสดงการทิ่มแทง รายการต่างๆออกมาอยู่หลักๆเขาก็ยังไม่รู้ว่ากายกรรมนั้นเป็นโทสะวจีกรรมออกมาเป็นวิวาทพบกันอยู่เกิดการแย่งอะไรก็ตามแต่ในลักษณะที่เขาถกเถียงนั้นมีปัจจัยที่เขาถกเถียงเพื่อที่จะเอาชนะอาคารกันด้วยการแย่งเนื้อแย่งวัตถุสมบัติแย่งอารมณ์แย่งกามารมณ์คืออย่างไรก็ตามแต่ที่เป็นของหยาบๆนั้นเขาก็ยังไม่รู้มันจะไม่หวานต้องให้ตามรู้อย่างซ้อนลงไปให้ชัดเจนรู้แล้วให้ละอายถ้าสิ่งใดเป็นที่รู้จัก ให้ละอายผู้ที่จะละเอียดก็ยังรู้วิธีปักฐานที่ละเอียดผู้ละเอียดย่อมรู้ในวิวาทะที่ละเอียดมันซ้ำซ้อนอยู่ขนาดใดขนาดใดต้องรู้ในสภาพเชิงซ้อนให้ได้ผู้ใหญ่จะทำได้งามยิ่งขึ้นก็ต้องรู้ถึงความละเอียดประณีตสุขุมขึ้นไปเรื่อยๆตามลำดับมันจะเป็นจริงตามภูมิแล้วเราก็จะรู้ด้วยเจตนารมณ์และรู้ตัวแม้ผู้ใดรู้ตัวแล้ววันนี้เรากำลังออกมาป่านนี้เพื่อผลขนาดใดเพื่อบุคคลที่กำลังอยู่ต่อหน้าเพื่อเจตนาอันเรียกว่ากุศลเจตนาอันดีของเรากระทำอยู่ผู้รู้ตัวย่อมรู้ตัวผู้ไม่รู้ก็เพิ่งรู้ มารับเองมีเจตนาดีหรือเจตนาร้ายอย่างไรซ้อนแฝงอยู่ในจิตเราต้องการข่มขู่เขาหรือต้องการเอาชนะค้างคาเป็นมาณที่จ่ายหรือหรือหรือหรือหรือว่าเจตนาดีเพื่อการให้เพื่อให้รู้หรือเพื่อให้สิ่งดีแก่ผู้อื่นอยู่เกินไปไหมถ้าทำขนาดนี้เกินไปไม่ผู้รับเนี่ยท้อแท้แล้วโกรธแล้วเคืองแล้วพยาบาลแล้วหรือเปล่าถ้าเกิดแล้วเครื่องแล้วพยาบาลมาแล้วหยุดเห็นให้ชัดรู้ให้ได้ทันอย่าไปต่อถ้าเห็นว่าเป็นไปได้รื่นเริงในธรรมไม่โกรธไม่พยาบาทอยู่ก็เพิ่ง เป็นผลที่ได้บางทีก็ปรุงแรงหน่อยแต่ไม่ได้เป็นวิวาทะรู้อยู่มีสติรู้ตัวก็กระทำนั้นกระทำสิ่งนั้นโดยรู้ตัวให้จริงแต่อย่าไปเปิดเกาะละเลยเป็นอันขาดก็มาไม่ได้มันเคยชินแล้วมันก็สั่งสมเป็นอธิบายบางทีเราอาจจะฟื้นก็ไม่รู้ว่าฝืนไปในทางที่ได้ดีหรือฟื้นไปในทางที่ได้เร็วที่ได้ดีก็ต้องฝืนขึ้นไปในทางที่ได้เร็วก็อย่าฝืนเลยแต่ต้องรู้ความจริง หรือการสะสมวาสนาให้ยิ่งการสะสมวาสนายิ่งก็เกิดมาแต่ปฏิเสธคุณและก็ต้องอดฝืนเพราะฉะนั้นปฏิวัติก็แปลว่าการอดทนฝืนอธิบายศาสดาก็แปลว่าการอดทนฟื้นที่จริงมาจากรักษารากศัพท์เรียกว่าอาทิแต่ว่าศาสนาหรือศาสนาก็เป็นความจริงเห็นชัดๆอยู่แปลว่าเป็นสิ่งที่เราสั่งสมให้ตนเป็นอยู่ได้วาสนาเราเป็นสิ่งที่เป็นเป็นอยู่ได้รู้ว่านี่เราแปลว่าที่อยู่หรือว่าเป็นที่เป็นที่อยู่หรือที่เป็นทำอยู่อันเป็นสำนักแต่ว่าผู้อยู่ผู้เป็นหรือเจ้าของเครื่องอยู่เจ้าของของที่อยู่เจ้าของที่เป็นเป้าหมายเอา [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] สิ่งใดที่เราเสพคุณหรือว่าเราฝืนอยู่แต่ฝืนแล้วมันได้เลวมันเป็นสิ่งที่จะสั่งสมตัวเลวอย่าฝืนยอดทันทีถ้าสิ่งใดฝืนอยู่แล้วจะสั่งสมความดีสะสมสิ่งดีก็ไม่ต้องทนฝืนอยู่ต้องมีธรรมะมีขันติที่ว่าวาสนาคงบาลีเลยและอธิบายก็ถูกไม่เป็นไรแล้วเข้าใจให้ได้ในความรู้นี่เป็นความรู้ผู้มีความรู้ก็แปลไว้ก็ถูกไม่เป็นไรนะถูกต้องเราก็ไม่รู้ว่ารักมันเป็นยังไงเราจะได้รู้ทั้งตื่นรู้ทั้งรู้เขาพูดมาเราก็รู้ตื้น ระรู้ลึกเราก็จะรู้ไกลไปเราไม่ขัดแต่เราเป็นไปด้วยลงร่องลงช่องกันมันจะได้ไม่ต้องถูกทิ้งเพราะรู้มากก็ไม่ถกเถียงแต่อนุโลมหรือว่ารู้ตามผู้อื่นรู้และเราก็สามารถดึงขึ้นสูงไปอีกได้ผู้ไม่รู้ขั้นสูงเขาก็จะติเตียนเราเขาก็จะว่าเราได้เหมือนกันแต่เรารู้ความจริงซะแล้วเราก็ไม่เป็นไรเพราะเขาไม่รู้ตามที่เรารู้แต่ที่เขารู้นั้นเรารู้มันก็ไม่แปลกอะไรแล้วก็รู้ความจริงว่าเขาไม่ได้รู้อย่างที่เรารู้หรอกแล้วเราก็ไม่ต้องไม่เห็นจะต้องไปโกรธไปเคืองอะไรครับเพราะว่าเขาไม่รู้นี่เขาก็ต้องยึดถือตามที่ผมก็รู้ว่าสูงนั่นแหละแต่ผิดพลิ้วไปเปลี่ยนแปลงไปทำอะไรที่มันไม่เหมือนเขาจะขึ้นอีกเขาก็จะต้องฝากลาวและ ก็ต้องเข้าใจความจริงว่าเราไม่ได้เข้าใจผิดอะไรเราเข้าใจถูกอยู่อย่างเขาเข้าใจเราก็เข้าใจเพราะฉะนั้นผู้ใดแต่มีสติสัมปชัญญะรู้ในกายกรรมรู้ในวจีกรรมอยู่แล้วก็พยายามปรับเปลี่ยนให้รู้เท่าทันวันนี้เป็นวิวาทะแล้วนี่เป็นที่รู้ปะทะแล้วเป็นสิ่งที่ไม่ดีแล้วไม่งามแล้วแล้วก็กลับมาเรื่อยๆผู้นั้นก็จะสูงขึ้นละเอียดขึ้นดีขึ้นมีความงามขึ้นด้วยก็ปรับปรุงเกิดขึ้นที่อยากจะเตือนพวกเราที่เราได้รับมาก็คือว่าพวกเราเนี่ยโดยความจริงเราก็ บอกว่าออกไปต่อสาธารณชนอาจมีสติตั้งเต็มแล้วก็สำรวมแล้วก็ระมัดระวังเป็นอยู่ดีและการเดินเหินก็เป็นจงกลมที่ดีอยู่ตลอดเวลาจะไปข้างนอกสู่สายตามวลชนมากเราก็จะรู้สึกว่าเราเองเป็นผู้ที่รักกระทบสัมผัสและก็รู้ในแม้เวลาเดินแม้เวลานั่งแม้เวลายืนเวลากระทำกับกริยาต่างๆเราต้องรวมดีอยู่ก็ขอให้ดีอนุรักษ์คณาประธานรักษาไว้ชีวิตสิ่งมาอะไรเมื่อเวลา 9:00 น พอเวลาหยุดหรือเมื่อเวลาได้ปล่อยให้โอกาสแล้วมันออกแรงไปเช่นเวลาสำรองก็ต้องรวมดี ข้างนอกฉันดวงดีไปบิณฑบาตกับสำรวมดีเวลาอยู่ต่อหน้าผู้อื่นต่อหน้าชนสำรวมที่พอเวลารับแต่ผู้อื่นนิดหน่อยแล้วเหมือนผึ้งแตกต่างเงียบๆอยู่เพิ่งกำลังดีไม่สนุกสนานเงียบอยู่พอมีอะไรไปกระทบที่เราจะเสียงดังอื้อเลยไม่มีขั้นตอนคือมันสะดุดคนก็ฟังก็สะดุดเงียบๆอยู่แล้วก็ขึ้นมาเลยมันเป็นลักษณะไม่มีขั้นตอนเลยมันดูแล้วมันก็ไหนว่าสงบ ไปพอกดเข้าไปตอนนี้มันอยากต่อยกันทีละก็ปล่อยก็แรงไปเลยเพราะฉะนั้นในลักษณะนี้เราต้องรู้ตัวเองพยายามรู้ตัวเองฝึกต่อนะถ้าเป็นของจริงนะนี่เป็นของจริงเป็นความดีที่เขาตะเกียงเรามาเราก็ปรับปรุงแล้วไม่ต้องไปโกรธเป็นแค่เรื่องว่าเป็นเครื่องอะไรสิ่งที่มันถูกต้องดีงามขึ้นแล้วก็เอามาปรับปรุงอะไรก็ค่อยๆคลายและเราจะปล่อยเราก็ค่อยๆปล่อยอย่าเพิ่งมาให้เป็นการปล่อยไปซะมืดทีเดียวหรือไม่ปล่อยได้ก็ได้สบายได้เป็นปกติแล้วก็แน่นอนแล้วพวกนั้นก็มีปัญหาอยู่ตลอดไปแต่ก็เห็นใจแล้วบางทีมันก็ต้องคลายบ้างไม่งั้นมันเครียดเกินไปมันหนักไปแล้วมันก็จะเป็นปัจจัยวิริยะเกินไปมันจะแห้งเกินไป มันวิริยะจนไม่มีเวลาที่จะผ่อนบ้างมันก็จะลำบากใจเหมือนกันเพราะฉะนั้นถ้าผู้ใดจะผ่อนก็ให้รู้ตนค่อยๆผ่อนลงมาเราจะได้กำไรเราจะได้กำไรค่อยๆผ่อนออกมาบ้างอยากให้ไปเกินเขตถ้าแกไม่เกินไปแล้วไม่งามเราก็ให้รู้ตัวว่าจุดนี้เป็นความพอเป็นสันติธรรมหรือเป็นการฝึกจิตของเราเป็นตัวกำหนดทิศทางเป็นตัวพอของเราไอ้ตัวพรรคของเราและเป็นขอบเขตของเราขณะนี้อาการประจำขณะนี้เราก็สบายแล้วก็สบายแล้วไม่ต้องดีดดิ้นจัดจ้านมากกว่านี้ก็ดีกับกระดาษนี้ก็พอแล้วไม่มีกันเนี่ยมันไม่งามแล้วต้องรู้ความกำหนดรู้เขตพอของเรารู้สันโดษ [ไม่สามารถถอดข้อความได้] โสดพอรู้จักเขตพอกำหนดเขตพอแล้วก็พอให้ได้ประมาณนั้นประเวณีกับหยุดให้ได้แม้หมดก็สงบเสงี่ยมอยู่ไม่ให้ใครรู้อดทนเอาแกไปกลับการฝึกปรือด้วยซ้ำโพธิอย่างนี้เราจะเป็นไปได้ถ้ามันเกิดแล้วมันไปไม่ได้จริงๆเรากำหนดมากไปอ่ามันน้อยไปแล้วจะตายจะขาดใจก็ไม่รู้ว่าจะขาดใจมันเป็นความน้อยเกินไปก็ไม่รู้เพราะฉะนั้นเราก็สามารถที่มาของเราให้พอดีถ้ามันเป็นได้อยู่มีการตั้งตนอยู่ในความลำบากอยู่มีความอดฟื้นพอประมาณเจริญด้วยธรรมะ ลำบากพอสมควรกุศลธรรมก็เจริญด้วยไปอย่างนี้จงทำเธออยู่ในความลำบากแล้วมันจะไปอ่อนเปลี้ยเพลียแรงเป็นปกติไม่เจริญในธรรมกุศลธรรมเสื่อมสภาพท้อแท้เหี่ยวเฉาไม่เป็นไปด้วยความพอดีเอาให้รู้เขตนี้จึงตายตัวไม่ได้ของแต่ละบุคคลอินทรีย์พลังไม่เท่ากันจึงได้แต่สูตรต่างๆนี่แหละให้แล้วเราก็พยายามดูจิตดูใจดูกำลังของเราให้ชัดเจนเมื่อไม่ประมาทยึดตราบใดที่ตั้งตนอยู่ในความลำบากอย่างพอควรพอมีสัจจะธรรมขันธ์จาคะ เอาจริงในการอดทนฝืนมีการฟื้นคอมและมีการอดทนมีจากครับมีการสลับหลุดจากทางวัดสลักหลุดมีการปล่อยได้วางได้มีการขาดได้สละได้ให้แก่ให้แก่โลกคืนแก่โลกไปได้สิ่งที่มันติดนั่นแหละมันคือแก่โลกไม่ได้สิ่งที่มันยึดถือนั่นแหละมันคือนรกไปได้แม้ว่าเป็นอยู่ปานใดปานใดผู้นั้นก็เจริญอยู่ปานนั้นปานนั้นก็ทำไม่ได้จริงๆเพราะในที่เราได้รับฟังเกินมาในเรื่องที่ว่าเราเหมือนผึ้งแตกรังเมื่อเวลาดูๆเห็นความสงบเห็นความสงบเพราะเหตุใดมนุษย์พยายามระมัดระวังและการจะคุยกันถกเถียงกันพวกเรา มีความแรงและพบกันมันมีสิทธิ์ตรวจถือถือดีก็รู้ดีเพราะเราไม่รู้ดีไปถึงจิตเพราะฉะนั้นมันหนักมันแรงมันหนักมันได้เพราะมันเห็นจริงมันจึงแดงแม้แต่พูดคนแน่นแน่นอยากให้คนอื่นรู้เพราะว่ารู้ว่าอันนี้ดีเอาไปเถิดด้วยความบริสุทธิ์ใจมันแน่นเพราะฉะนั้นแม้จะแน่นแล้วก็ต้องรู้ในวาระที่คนแน่นเพราะฉะนั้นในเวลาที่จะเอาชนะธนาคารกันถ้ารู้แล้วว่าเสียงนี้มันออกไปเป็นวิวาห์แล้วหรือรูปเห็นชัดอยู่เนี่ยคนอื่นก็ไม่เข้าใจเขาจะเห็นได้ว่าอันนี้เราวิวาทะถ้าจะกันเองก็จริงเราไม่ถือสากันแล้วเราเห็นอยู่รู้อยู่ว่านี่ไม่ใช่วิวาทะหรอกแต่เป็นศาลหลักฐานที่หนักหน่อยที่แรงหน่อยรถติดแล้วก็ยังไม่ได้โกรธ แล้วก็ไม่รู้แล้วมันยังไม่ได้โกรธกันยังไม่ได้ถือเครื่องแต่หนักแต่แรงแล้วก็ให้รู้ว่ามันแปลงอันนี้โดยเราเองอยู่ในที่ลับตาหรือว่าอยู่ในที่ที่เราก็ช้าไม่มีคนไม่แพงเห็นเขาไม่ติดตีนเพราะเขาไม่ใช่เราจิตของเขายังไม่รู้ยังไม่เห็นแล้วถ้าสมมุติเราอีกอย่างหนึ่งถ้าสมมุติเราว่าสมรรถนะถ้าสมมุติเรามาพูดสุภาพพูดสงบผมไม่เอิกเกริกชงชาเขาเรียกผมง่ายเพราะฉะนั้นในขณะที่เขาเองเขายังไม่รู้จริงว่าเรามีการพูดกันนี้พูดกันอย่างไรและจุดหมายต้องการธรรมะเขาก็ไม่รู้เพราะฉะนั้นสุ่มเสี่ยงทำให้เขาพูดไม่เข้าใจเพราะสิ่ง ปิดได้เดินได้ก็ให้ระวังเพราะฉะนั้นแล้วมันก็ดูไม่ได้รับความเลื่อมใสไม่ได้รับความศรัทธาเราจะยังความศรัทธาให้ศรัทธายิ่งขึ้นสิ่งใดที่เป็นไปเพื่อความเสื่อมศรัทธาเราก็จะไม่ให้กันไม่ให้เสื่อมเพราะเหตุว่าถ้าเขาเสื่อมศรัทธาเสร็จแล้วงานการที่เราจะพึงทำก็ปล่อยข้าก็รถคุณนายแล้วคุณภาพเพราะมันก็เสื่อมศรัทธาเราก็ยอมช่วยเขาไม่ได้หรือประกาศธรรมก็ไม่ได้มันก็ไม่เป็นไปเพื่อความเจริญในทางธรรมประโยชน์ตนก็มีอยู่และประโยชน์เขาก็ต้องให้มีด้วยไม่ใช่ว่าเราจะอยู่ด้วยตนคนเดียวแล้วจะหนีคนเดียวศาสนาพุทธไม่มีอย่างนั้นเพราะฉะนั้นศาสนาพุทธพระพุทธเจ้าถึงนักเริ่มเอา เตรียมตรงที่ว่าแม้จะออกสู่ที่สงบสงัดออกสู่ร่างกายโดยหลวงน้ำผึ้งผลไม้หล่นเก็บผลไม้หล่นกินแล้วก็คอยดักอาจารย์คอยดักผู้รู้และพึงมาให้เรารู้ได้บ้างเถิดไม่อยากรู้จักเริ่มแล้วฝันดีนะเนี่ยเป็นความดีเหลือเกินอนาคตออกสู่ความสงบนะถ้าไม่ได้โม่งโลกหรอกไม่ได้มุ่งมาแย่งโลกียะเลยคนพวกนี้มุ่งออกไปสู่ความสนุกสนานและมีความเรียกว่ามีความสุขมีความระมัดระวังไม่เบียดเบียนถึงขนาดไม่เจ็บแม้พืชไม่เด็ดและพืชกินจะกินผลไม้หล่น คนพวกนี้สูงนะไม่ใช่ไม่สูงกฎหมายเรียกว่าเดี๋ยวนี้ก็คือนักรบที่ออกสุราปลาหรือนักบวชหรือเรียกว่าพระธุดงค์ก็ได้เปรียบคนเดียวนี่เหมือนพระธุดงค์นั่นเองที่องค์กรป่าออกไปสู่ถ้ำสู่เขาแล้วเบียดเบียนคนด้วยไม่บิณฑบาตกินกินผลไม้หล่นในป่านั้นน่ะที่ไปเที่ยวพระธุดงค์คนนี้เคยขนาดไหน พระพุทธเจ้าก็บอกว่าเริ่มเสื่อมแล้วศาสนาเป็นความเสื่อมขั้นที่ 1 คิดดูซิพระพุทธเจ้านับความสนุกสนานไปเอาตอนนี้เป็นความเสื่อมเพราะฉะนั้นสมัยนี้ปัจจุบันนี้เสือกไม่อยากเสื่อมแล้วรถขนาดนี้แต่คนเรากำลังเริ่มนับว่าไอ้เคร่งที่สุดสูงกว่านี้ไม่มีเขาว่างั้นเพราะฉะนั้นผู้ที่สูงกว่านั้นไม่ใช่ออกอากาศสู่ความสงบเก็บผลไม้กินสุกกว่านั้นไม่ใช่อย่างนั้นแหละสูงกว่านั้นก็คือผู้ที่ได้ธรรมะแล้วมีอาจารย์พบอาจารย์แล้วหรือ รู้เองเห็นเองก็พบอาจารย์เองในตัวจิตแล้วมีพุทธกิจแล้วมีโพธิขึ้นแล้วหรือมีความรู้ขึ้นแล้วถือว่าเป็นผู้เจริญอยู่ก็ได้แล้วผู้นั้นได้อาจารย์แล้วหรือได้ทำมาแล้วก็ออกมาสู่ผู้อื่นถ้าได้แล้วไปสู่ผู้อื่นก็เจริญเหมือนกันแต่ได้เจริญเติบโตเพราะฉะนั้นพระธุดงค์ใดที่ได้รับทำแล้วอยู่ในราวตากผ้าแล้วก็ประจำมันก็ได้พบธรรมะเองก็ตามหรือได้พบครูที่จริงสอนแล้วครูเองก็ต้องออกมาเพื่อคนส่วนบุคคลตัวผู้ได้รับทำเองก็ออกมาเกิดถึงจะเรียกว่ามีความเจริญก้าวอยู่ถ้าอยู่จะรับปากอยู่อย่างนั้นก็เป็นแต่เพียงใด ไม่ออกมาศาสนาพุทธจะมีจุดที่ตายมีจุดที่มีประโยชน์มากสูงประหยัดพื้นที่ออกรางวัลและได้อาจารย์ก็ออกมาหรือแม้ผู้ที่ไม่ต้องห่วงเรากว่าแต่พบอาจารย์แล้วหรือได้ธรรมะแล้วจะเป็นนามธรรมไม่มีบุคคลและธรรมะเองแม้ไม่ต้องบอกเราป่าและก็ออกสอนคนก็เป็นความสูงกว่าอยู่เป็นธรรมดาและไม่สามารถที่จริงด้วยนะมันจะสามารถที่จะแก้ไม่สามารถที่จริงสามารถให้ผู้คนปฏิบัติได้ตามได้และก็รู้ลองเทียบเคียงธรรมวินัยแล้วเป็นไปจริงเป็นไปเพื่อความละอายเพราะว่าปล่อยวางไม่แบ เป็นไปเพื่อความหมดโลภะหมดโทรศัพท์จริงตกลงช่องก็เป็นธรรมะที่แท้เพราะฉะนั้นก็ไม่ขออธิบายต่อในเรื่องที่ความเสื่อมว่าแม้ที่สุดผู้ที่เสื่อมยิ่งกว่านั้นคือเสียงแบกตะกร้าเข้าป่าเพื่อขุดเพื่อตัดผลไม้มากมายกินแล้วรออาจารย์ก็ไม่ต้องพูดถึงยิ่งพูดที่สร้างเรือนไปไว้กับครูกับอาจารย์ก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึงแม้ที่สุดสิ้นเปลืองไฟที่เป็นมุข 4 ด้านอยู่ในทางที่มีไว้อย่างนี้มีไหมทุกวันนี้เยอะและผู้ที่เหมือนทำตนเป็นเหมือนผู้ที่จะแสวงธรรมหรือนักบวช เปิดประตูทิศตะวันตกหมายความว่าไปสถานที่ที่จะให้คนเขาเข้ามาแล้วก็ดักล่อซึ่งเป็นของศาสนาแต่ก่อนศาสนาพุทธเกิดศาสนาแบบเดียวกันนั่นแหละเดี๋ยวนี้ก็เหมือนกันสิ้นเดือนฝ่ายไว้เดี๋ยวนี้ซื้อซากที่จะหลอกล่อได้บุญหลอกล่อในสวรรค์บูชาไปบูชาน้ำเป็นสิ่งเป็นยันต์เป็นอัคคียันต่างๆและต่อมาหลอกล่อกินอยู่ยิ่งนักศึกษาอยู่กินแล้วก็หาอาจารย์รออาจารย์ยิ่งกว่านี้ปลูกเรือนไปปลูกลงแล้วก็ยังเป็นความเสื่อมระดับ 3 ยังมีมุกสีดำอยู่ในป่าที่จะมีคนไปมาอย่างมากและก็หลอกล่อได้กินเยอะไม่เป็นที่สนุกสนานเอาเลยเชียวล่ะก็นั่นแหละเป็นความเสื่อมระดับที่ 4 เป็นความเสื่อมสูงสุดที่พระพุทธเจ้าตรัสเอาไว้ถ้าแปลว่าความเสื่อมมากกว่านั้นท่านอธิบายความเสื่อมไว้เป็นหลักใหญ่ๆเข้าใจว่าศาสนาพุทธพระพุทธเจ้านี้สูงส่งละเอียดลออหาอธิบายนี้จะเกิดแต่ในสมัยพระพุทธเจ้ายังไม่เกิดนะมีแต่พยากรณ์ แต่เป็นสิ่งที่เห็นชัดรู้ชัดนะแล้วพยายามเข้าใจความหมายพระพุทธเจ้าท่านอธิบายไว้ให้ได้เพราะมันหมายความใดลึกซึ้งนะค้นหากรรมการประจำเขาไม่ค่อยเข้าใจแล้วมันย้อนแย้งเพราะว่าเขาคิดว่าเอ้ก็ศาสนาทุกวันนี้เป็นอย่างนี้เอาอย่างนี้มันอะไรจะอธิบายให้มันอะไรก็อธิบายเขาไม่ค่อยเข้าใจแล้วผมก็อยากให้คุณขึ้นมาอธิบายขึ้นมาชี้เกิดขึ้นมาค่อยๆชี้ขึ้นมาเรื่อยๆออกขึ้นมาจะเห็นได้ชัดขึ้นชัดขึ้นมาศาสนานี่มันมีปานนี้พอเราเข้าใจในเนื้อแท้ของเราแล้วเรารู้ว่าเราธรรมะเป็นอย่างนี้เพื่อที่จะออกไปแสวงทำโดยออกสู่ที่สงัดหรือไม่ออกส่วนที่สงัดบ้างเป็นอย่างนี้เพราะเข้าใจได้ว่าเออเป็นเดือนฝ่ายก็ตาม หรือว่าไอ้พวกที่ออกไปพักธุดงค์เป็นอรัญญวาสีก็ตามมาให้เอาแค่ใดเพราะฉะนั้นในมุมเหลี่ยมพระธุดงค์จริงพระธุดงค์แล้วก็ออกป่าที่สงบสงัดก็ดูน่าเคารพเลื่อมใสกว่าพระในบ้านพักที่อยู่มีโรงไฟก็ลงไปเดี๋ยวนี้ท่านเรียกว่าโรงไฟก็คือไอ้โบ๊ะวิหารเรือนบูชามีพระบูชาองค์โตแล้วก็มีธูปมีเทียนมีพระเครื่องที่จะปิดทองมีดอกไม้ธูปเทียนไว้ขายแล้วก็มีตู้ไว้บนบริจาคมีอะไรซึ่งมันเหมือนโบราณไม่มีผิดเลยเหมือนสมัยก่อนพระพุทธเจ้าก่อนศาสนาพระพุทธเจ้าที่ท่านได้กราบมาแล้วสมัยท่านไม่มีท่านก็บอกแล้วว่าเดี๋ยวนี้ไม่มีในโพสต์เดี๋ยวนี้ยังไม่เกิดท่านก็กลับไปแล้วก็คิดให้ดีว่ารูปร่างอย่างนี้มีหรือในสมัยอยุธยา เติมน้ำมันบูชาเติมน้ำมันเปลี่ยนเติมน้ำมันโดยบูชาได้แก่บูชาสักการะบูชาวัตถุเดี๋ยวนี้ไม่ชัดเลยเป็นก้อนเป็นภาพเลยจุดไฟบูชาเลยเป็นธูปไปเติมน้ำมันเปลี่ยนก็ไม่ต้องเติมน้ำมันเปลี่ยนไปคิดถึงเลยเป็นแท่งน้ำมันเลยแล้วก็ไปจุดบูชาในเดินไปนั่นแหละเดินไปหาที่มีพระพุทธรูปแล้วก็มีแผ่นถูกกันนั่นแหละคือเรื่องไฟชัดๆแล้วก็แสวงหากันอยู่ในเรือนฝ่ายนั้น หรือว่าคอยทำตนให้รู้ทำก็ทำถ้าอธิบายอย่างธรรมอธิษฐานด้วยนามธรรมก็ให้ตัวเองมาเป็นให้รู้ธรรมซึ่งมันรู้ยากมากเพราะมันเป็นสภาวะสิ่งแวดล้อมความเสื่อมมากแล้วนี่ถ้าเราไม่มีภูมิเราไม่เข้าใจเราก็ไม่รู้ความเข้าใจของพระไตรปิฎกที่มันอยากเอาไว้มันอะไรมันอะไรอ่านแล้วมันก็ไม่รู้เรื่องก็ถามจริงๆเลยพวกคุณอ่านบางคนอาจโสดนี้ผ่านอย่างนี้คุณรู้เรื่องละเอียดอ่อนขนาดใดผมเคยอ่านสูตรอย่างนี้ตั้งแต่ผมยังไม่รู้เรื่องผมก็อ่านแต่ผมก็ไม่ค่อยรู้เรื่องเหมือนกันแต่ก่อนผมจะรู้ว่าถ้าเมื่อเราจะรู้เรื่องแล้วเราต้องมีสภาวะธรรมที่พูดก็ได้ตามก็ไม่ค่อยรู้เรื่องและการปฏิบัติ มันก็จะงงจริงๆเพราะว่ากูมันไม่มีฐานมันไม่มีเข้าใจไม่ได้เพราะนี่มันอะไรกันก็พุทธศาสนาก็เกิดมาปู่ย่าตายายเค้าก็เห็นอย่างนี้แล้วจะบอกพุทธศาสนาอะไรไม่มีสิ่งนี้อะไรกันเพราะมันมันไกลมันนานมันได้มอมเมากันมาแล้วถ้ามันเสียหายกันมาแล้วดังนั้นจึงยากแต่ผมเองผมได้เข้าใจแล้วผมจะพูดให้พวกคุณฟังผมก็ต้องรอเวลาก็ควรจะพูดคนใดถึงวาระเมื่อใดอธิบายบ้างแล้วแม้แต่ในตอนที่ถึงพระสูตรนั้นก็อธิบายมาพอสมควรแล้วในภาษา งั้นผมก็เก่งขนาดนั้นแหละบางทีภาษาบางทีมันก็อธิบายลึกซึ้งไม่ได้เหมือนกันแต่คราวโน้นก็ค่อยๆอธิบายกันมาจนกระทั่งเดี๋ยวนี้ก็อธิบายกันจะเห็นได้อย่าเข้าใจผมก็อธิบายเก่งคุณก็มีฐานชัดขึ้นเพราะการเก่งผมก็เก่งขึ้นด้วยคนก็สูงขึ้นมารับด้วยการเข้าใจจึงทวีคูณมากขึ้นด้วยแต่ก่อนผมยังไม่เก่งเท่านี้ผมยังกระจัดกระจายไม่ได้มากกว่านี้คุณรับฟังคุณก็ถามครับก็ยังไม่เก่งเท่านี้ก็จึงเข้าใจได้ยากกว่านี้ก็เป็นจริงอันนี้ก็ไปด้วยกันพอๆกันด้วยแล้วเมื่อเราเข้าใจเพิ่มเติมขึ้นมีความสูงเพิ่มขึ้นทั้งสองฝ่ายแล้วเราก็พยายามรู้ว่าเราสูงขึ้นเราเข้าใจมากขึ้นแกพูดให้เข้าใจยิ่งขึ้นไม่ได้หมายความว่าพูดเพื่อที่จะเอาไปตี
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive