190611 อบรมธรรม-พ่อท่าน-สันติอโศก.txt

โฟลเดอร์2519 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร กำลังจัดหน้า
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์146 KB
วันที่แก้ไข25 เมษายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

ขณะนี้เวลา 4:40 น ของวันที่ 11 มิถุนายนพุทธศักราช 2519 ต่อจากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์และอบรมธรรมแก่ผู้ที่มาสำนักพระธรรมฐานสันติอโศกวันนี้เราประมาณทำวัตรเย็นหลักการทำวัตรของเราในระหว่างที่มีการชุมนุมกันพอสมควรเราก็จะมีทำวัตรกันเสมออาจจะเริ่มการทำวัดนั้นเราก็จะมีอย่างที่เราเป็นจารีตเป็นอย่างนี้แหละในสมัยพุทธกาล เป็นอย่างที่เราทำกันอยู่เนี่ยคือก่อนก่อนที่จะมีพระผู้ใหญ่หรือผู้ทรงคุณวุฒิลงมาร่วมสถานที่เราจะมีการศึกษากันเราจะมีการมีปัญหาธรรมะกันคืออะไรต่ออะไรกันอยู่ก็เรียกว่าเราเป็นการสนทนาธรรมเพื่อการประชาสัมพันธ์พอถึงวาระแล้วเราอาจจะทำวัดโดยวิธีการนิมนต์พระผู้ใหญ่ที่นั่งสมาธิร่วมกันหรือผู้ทรงคุณวุฒิหรือองค์ใดองค์หนึ่งที่เราจะยกขึ้นเป็นผู้สาธยายธรรมแล้วก็ ทำวัตรยกขึ้นนิมนต์ภันเตก็นิมนต์ด้วยปากอาวุโสก็กราบเคารพอย่างนั้นนิมนต์ขึ้นเชื้อเชิญขึ้นหรืออาราธนาให้แสดงธรรมสาธยายธรรมแล้วผู้ที่ได้รับนิมนต์หรือได้รับเชิญขึ้นเป็นผู้เป็นองค์ประกอบหรือเป็นธรรมก็จะขึ้นแสดงธรรมแต่สมัยพระพุทธเจ้าถ้าไม่มีปัญหาพระพุทธเจ้าเสด็จลงมาก็ไม่มีอะไรเลยทุกคนก็จะทำคารวะการทำคารวะเนี่ยยกเป็นเป็นยกเป็นต้นของการทำวัตรเช้า ทำคารวะเนี่ยเมื่อเวลาอยู่กับหมู่เมื่อเวลาลงมันอันตรายเมื่อเวลาที่จะอาราธนาให้แสดงธรรมจึงเป็นสัญลักษณ์หรือว่าเป็นการทำพระแล้วก็ทำขอขึ้นนิดหน่อยแค่นั้นเองก็เป็นที่รู้กันในๆว่าต่อไปจะมีการสวดมนต์หรือสาธยายธรรมต่อจากนั้นวิธีการสวดมนต์ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในศาสนาพุทธเรานั้นถือว่าของพระผู้ใหญ่ผู้ทรงคุณวุฒิก็สวดสวดมนต์โดยการสาธยายธรรมออกมาสู่การฟังอย่างนี้เรียกว่าสวดมนต์ที่แท้จริงที่ถูกต้องเมื่อเริ่มต้นสวดหรือสาธยายธรรม ออกมาทุกคนก็รับทำนั้นเป็นเพียงพอหรือว่าผู้ที่จะสาธยายธรรมจบถ้าเรายังพอใจจะซักใช้ได้

อ่านต่อ

หรือยังจะรักกับฉันให้ปัญหาต่างๆกับผู้ที่ทรงคุณวุฒิเช้าที่ยายนั้นอีกขอโอกาสที่จะซักถามแล้วก็ซักถามต่อไปนี้ก็เป็นเรื่องของการทำวัตรครบบริบูรณ์แต่การทำวัตรมันได้แตกแยกมันได้ขาดวิ่งออกมาจนกระทั่งรุ่นหลังๆมาผู้ที่จะยกขึ้นเป็นผู้ติดแสดงธรรมหรืออะไรก็ธรรมเนียมมันก็ยังมีอยู่สำหรับพระ แต่ว่าเขาก็ไม่เข้าใจกันเท่าไหร่ข้าราชการทำวัตรของเขาแต่ก่อนเขาเป็นพระพุทธเจ้ากันมากในสมัยพุทธกาลแล้วก็ยกของพระพุทธเจ้าเป็นหนึ่งเพราะต่อมาหลังๆเข้ามาพอขึ้นศาลากันแล้วก็อาวาสแต่ว่าเอาพระพุทธรูปในฆราวาสพระอ่าที่เป็นคนแต่ฆราวาสพระพุทธรูปถวายพระพุทธรูปก็รักษาพระยาธรรมไม่ได้สวดมนต์ไม่ได้คาดหวังเฉยอยู่อย่างเก่าก็ไม่มีธรรมแสดงผู้ที่เป็นคู่คือหมู่พระก็ต้องสาธยายธรรมขึ้นมาเมื่อสาธยายธรรมขึ้นมาก็มีผู้ใดผู้หนึ่งอ่าน ขยายไม่มีผู้รู้ไม่มีผู้รู้ก็เอาธรรมบทของพระพุทธเจ้ามาอ่านสู่กันฟังนักข่าวก็หลายๆองค์ก็อ่านพร้อมๆกันเข้าเพื่อที่จะรู้แล้วก็จะได้จำได้ด้วยมันก็ยังรอสวดมนต์สวดคาถามาดูมาอ่านกันว่าไปพร้อมๆกันติดปากด้วยจิตใจด้วยแต่รับรู้ไปพร้อมๆกันด้วยและกลายเป็นการสวดมนต์ที่มันติดๆกันมามันก็ค่อยๆพัฒนามาเรื่อยๆและสวดรองและกลายเป็นสวดมนต์สวดร้องไปเพราะการทำวัตรมันก็ค่อยๆขยับตัวมาอย่างที่เรารักเขากล่าวนี้เป็นมาพัฒนามาใช้เวลา สุดท้ายทำวัดเลยกลายเป็นมาถึงลงศาลาไหว้พระพุทธและทุกคนก็ท่องได้แล้วนี่ตอนนี้สุดท้ายนี้เป็นทองได้แล้วทุกคนก็อ่านแล้วจำแล้วมันก็อยู่ที่เราเพราะว่ากราบพระพุทธเสร็จกลับแล้วก็สาธยายกันเป็นบทสวดร้องจบแต่ก็กลับวัดการทำวัดจึงขาดยิ่งขาดตอนไปหมดเลยเหลือแต่เดี๋ยวนี้นะ 1 ขึ้นศาลากราบพระพุทธและก็สวดร้องเป็นหมู่โดยบทไหนที่ชักชวนกันแล้วก็จบไปทำวัดอันนึงอีกอันนึงก็จะมีการเคารพพระผู้ใหญ่สำหรับผู้ใหญ่มาแล้วก็พระมาก็มาเคารพเดี๋ยวนี้ไม่ใช่ เปล่าเนี่ยเอาธูปแพเทียนแพอะไรมามีดอกไม้ด้วยบางทีใส่กระทงใส่พรานอะไรมาแล้วก็มาถือธูปเทียนแพดอกไม้นั้นมามอบให้พระผู้ใหญ่แล้วก็กลับแล้วก็ติดสินบนอย่างนั้นแหละเอาเครื่องบูชาประกอบเป็นอันนี้มาให้เป็นเครื่องเครื่องอะไรก็ได้ให้มันรุงรังขึ้นอีกให้ดูว่ามันมีอะไรกลางคืนขึ้นเป็นเชิงของพี่ปูสุนัขขาหน้าเป็นเชิงของการตกแต่งประดับประดาหรือประกอบให้มันเอ่อขึ้นมาอีกเพราะว่ามันมันขาด 1 กันมันแบ่งเป็น 2 ส่วนและทางด้านคำว่าที่มาจากพระพุทธแล้วก็กราบพระพุทธรูปเราพระพุทธรูปแล้วจะดำเนินการส่วน คาถาและภาษาไทยใหญ่ไม่ใช่สาธยายสวดร้องเป็นหมู่ด้วยธรรมบทก็กลายเป็นทำวัตรอันหนึ่งแบ่งส่วนไปรีบไปมันขาดออกไปแล้วก็เป็นอันนึงเพราะฉะนั้นจึงมีองค์ประกอบและเสริมองค์ประกอบขึ้นมาตกแต่งประดับประดาอะไรแสดงขึ้นมาอีกหลายอย่างเพื่อจะให้มันดูเป็นเพราะสภาพของคำว่าจากทำวัดซึ่งเป็นอันหนึ่งอันหนึ่งอันเดียวและแตกไปเป็น 2 อันเป็นแสนจะเป็น 2 ชิ้นอย่างนี้ครึ่งหนึ่งคือใครวะพระผู้ใหญ่ชิ้นหนึ่งคือมานั่งรวมหมู่กันเข้าตรวจท้องไม่จ่ายมาเป็นธรรมวัดนี้แล้วเป็นจารึกเหลืออยู่ทุกวันนี้เขาบอกว่าทำวัดแล้วก็ถ้าสำหรับฆราวาสครับผู้ใหญ่ไม่เคยรู้แต่พระยังมีธรรมเนียมอยู่อ่า หลอกให้พวกเราเข้าใจเพราะเราจะต้องใช้ต่อไปเราจะใช้คำว่าแท้ก็ไม่ต้องเปิดต้องเข้าใจเพื่อที่จะได้สาธยายให้กับญาติโยมก็ฟังอธิบายด้วยเพราะเดี๋ยวนี้เราไปไหนๆเขาจะทวงเอาแล้วทำไมถ้าไม่สวดมนต์แล้วทำไมท่านไม่ทำวัดเขาจะทวงเอาแต่ถ้าเราจะไปหมู่หมู่หรือไม่หมูก็ตามแต่ 3 โมง 5 โมงขึ้นไปเนี่ยถ้ามีหลายๆองค์เนี่ยก็ถือว่าทำว่าจะต้องมีพระในหลายองค์โดยพระไป 2 องค์มีพระ 2 องค์ถ้าถือว่าเป็นแค่ 2 องค์นี้โคราช 2 องค์นี้ไม่เพราะแต่ส่วนร้องกัน เขาก็ไม่ทวงเอาว่าเออพระ 2 องค์นี้คงไม่ไปทำวัดไม่สวดร้องเพราะมันน้อยแต่ถ้า 4 องค์ขึ้นไป 5 องค์จะโตขึ้นไปมีพระ 5 องค์ 7 องค์ 10 พระองค์นี้แล้วไม่มีการทำวัตรเย็นไม่ตรวจร้องทำเมื่อมีพระมากๆตรงข้ามไปที่ไหนๆหรือว่าอยู่ที่ไหนๆก็ตามและอยู่ในสถานที่องค์ 8 องค์ขึ้นมาแล้วเขาจะทวงเอาว่าทำไมพระไม่ทำวัดหรือพระไม่สวดมนต์ความหมายของเขาเขาก็มาติดใจประเพณีประจำ เสียงต้นเสียงก็ขึ้นขึ้นเสียงบทร้องแล้วก็ตรวจร้องกันขึ้นขึ้นไปแล้วจบญาติโยมเขาจำจำเอาอันนี้จะเอาอันนี้เป็นธรรมหรือทำมันนิยมเอาอันนี้เป็นคำว่ายอมที่จริงมันไม่เคยทำไม่นิยมที่กินมันมันออกมาแล้วจากพุทธนิยมอ่ามาแล้วจะพูดถึงนิยมเป็นธรรมนิยมเหมือนกันแต่ไม่ใช่ของพุทธมันบานปลายออกมาแล้วที่มันไม่ใช่ยืนยันแล้วไม่ใช่ของพุทธเพราะมันผิดมันผิด 1 มิถุนายน [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] คือบทร้อยกรองไม่ติดวิธีตัดคือบทร้อยกรองเพราะฉะนั้นมึงเป็นบทร้อยกรองแล้วเอาบทร้อยกรองมาร้องคือร้องพร้อมกันเหมือนกันหมดทุกคำมาสวดขึ้นพร้อมกันท่านบอกว่าถ้าสวดธรรมะบทขึ้นพร้อมๆกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปมันจะพร้อมกันได้ก็บอกแล้วว่าไม่ต้องเอาคำรับรองมาตรวจพร้อมกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปให้มนุษย์สัมพันธ์ปฏิเสธมันบานปลายออกมาจนกระทั่งไม่รู้ไม่รู้ไม่รู้อวิชชาเข้ามาหรือโมหะหลงผิดเป็นถูกต้องถูกเป็นผิดแล้วทำเนียนของศาสนาอื่นซึ่งในศาสนาสมัยพระพุทธเจ้าไอ้สวดร้องอย่างนี้ก็มีอยู่ ศาสนาพราหมณ์ศาสนาอื่นที่กระทำมีอยู่พระพุทธเจ้าทรงเห็นแจ้งแล้วว่าอดีตอนุชนรุ่นหลังจะเอาตามกันต่อไปอีกถ้าจิตตัดบทเสียไม่ให้พระของพุทธศาสนาทำไม่ให้เกิดร้องเป็นหมู่จึงได้กล่าววินัยปกติข้อนี้ขึ้นไม่ให้เอาทำมาบดพระพุทธเจ้ายิ่งธรรมบทพระพุทธเจ้าเป็นเรื่องเป็นราวแล้วจะยุติธรรมยังไม่ได้ท่านรู้แล้วผลเสียเรื่องมันหลงขังกันแล้วมันได้แต่เปลือกมันจะได้แต่เสียงร้องเป็นวาริชที่เป็นบทกลอนหรือบทร้อยกรองติดตามเอาชื่นใจเต็มหมดนั้นมันเป็นสิ่งที่เกิดสิ่งที่พยายามชนะคิดเป็นบทร้องและบทสวดธรรมนั้นภาษานั้นแล้วก็ไปกำหนดมั่นหมายว่าอันนี้แหละต้องอย่างนี้ชิ้นนี้แหละสำหรับ ตัวนี้มาทีไรจะเอาแต่อัตราตัวนี้ไม่พยายามที่จะทำความเข้าใจในสิ่งนี้เธอจะเพียงมาสัญญามั่นหมายว่าเออใช่แล้วไม่ตายหรือว่ามีสัญญาว่าจะจำได้ละนิดหน่อยเป็นซิกแนวหรือเป็นสัญญาที่ดินทรายมันจากภาษาบาลีสัญญาตายมาจากภาษาบาลีนี่แหละฉันอยากฉันอยากสัญญากำหนดไว้ครั้งเดียวพอขึ้นหัวจำได้แล้วเพราะว่าเป็นร้อยกรองก็สบายแล้วก็ขึ้นหัวอันนี้ไปจำได้แน่นอนมันจะต้องไปนี้คนนั้นก็ชื่นใจแล้วพอแล้วเขาจะไม่เอาจิตใจมาใส่ใจเพื่อพิจารณาหรือเพื่อทำความเข้าใจในบทนี้ดูแล้วจะจำได้ถ้าคนติดเพลงนี้หวานเลยทดลองออกปากไปตามอร่อยๆในขยันชนะ อร่อยในสิ่งที่เคลือบไว้เป็นแต่เพียงผิวเผินเป็นแต่เพียงเปลือกของพยัญชนะเสียงก็ดีตัวแค่ภาษาคนดีตกลงได้แต่อัศวาทุกประการจะได้แต่วาทะเท่านี้เองคิดได้แค่นี้เองเป็นอัตราอัตราที่เกิดเต็มทีแล้วพระพุทธเจ้ารู้ข้อเสียอันนี้ชัดเจนท่านจึงกล่าววินัยข้อนี้ขึ้นแต่คนไม่เข้าใจนะคนไม่เข้าใจจึงจะติดอันนี้และถ้าผู้ที่เขาไม่มีปัญญาลึกซึ้งถ้าไม่สามารถที่จะทำได้ดีกว่านี้พระพุทธเจ้าก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกันผู้ไม่รู้แม้กระทั่งวินัยอันนี้ได้กล่าวไว้ตรงนี้มันก็จะค่อยๆร่อนออกมาแล้วก็จะติดทุนเพราะนี่จะทำอย่างผู้รู้ แต่อย่ายกตนเป็นผู้รู้ไปตีกลุ่มคนรักยังไม่ถึงเวลายังไม่ถึงบทบาทเขาจะสวดจะร้องเขาจะทำอะไรของเขาเราไม่ทำด้วยเราก็เปลี่ยนไปเฉยนิ่งไว้เมื่อเวลาเขาจะทำก่อนก็ทำถ้าได้เวลาได้โอกาสที่เห็นแล้วว่าอย่างดูแล้วว่าเออพอเหมาะพอสมและที่เราจะให้ปัญญาแก่เขาเราก็ค่อยๆจะย้ายไปเรื่อยๆๆจนแน่ใจว่านี่เขาศรัทธาเลื่อมใสแน่แล้วและปัญญาพอแล้วจะรับได้ว่ากันตรงๆก็อย่างที่ผมกำลังว่ากับพวกคุณอยู่แถวนี้ว่าคุณต้องบอกเลยจะตัดขาดแบ่งออกชัดเจนอธิบายผลร้ายผลดีอย่างเด็ดและเด็ดเดี่ยวว่าเราไม่ทำเราไม่ทำเราจะสวดพระนามว่าคาถาบ้างไม่มีเรายังไม่ได้เริ่มจากที่นี้เราพักมาแล้วผมผ่า ตรวจลอตเตอรี่ไปสวดมนต์เป็นบทร้อยกรองเหมือนกันแต่เราจะไม่พยายามให้หมดร้อยกรองนั้นเป็นรสเราจะไม่พยายามที่จะเป็นตัวตนเราติดกันหรือเราจะให้ญาติโยมติดถ้าเผื่อว่าบทร้อยกรองนี่นามันเพราะมันเป็นความรักของคนที่ติดในเนื้อหาสาระของภาษาก็จะเก็บแบบนั้นถ้ายิ่งเติมทำนองเติมสุ่มเสี่ยงเข้าไปแล้วเขาจะยิ่งเจ็บมากแต่เขาจะยึดติดมากเช่นเวลาจะสาธยายธรรมบทขึ้นมา มาการองแล้วอ่ะมันก็ผิดมากกว่าพระเอกจะมายังมันก็ไม่มีอะไรแล้วยังหมดปัญญามาคาถาอื่นหรือบทอื่นที่อาจารย์รุ่นก่อนก่อนแต่งขึ้นมาหาดลามเพลงก็ต่อกันเลยเพราะคนมันขึ้นหัวเสียงเหมือนกับร้องเพลงชาติไปร้องเพลงหมู่อะไรขึ้นหัวเสียงหมู่เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วก็รับลูกคู่ร้องกันหมดมันเป็นเรื่องของโลกชัดๆหรือแม้แต่ปัญหาของนะโมตัสสะถ้าเราจะออกเสียงของบาลีก็ถูกต้องเขาก็บอกออกเสียงเป็นภาษาธรรมดาซึ่งเราเองเราก็ไม่รู้แล้วว่าเสียงก็ดีสำลีเราจะบอก นะโมตัสสะยังไงก็ไม่รู้ถึงธรรมยุตเขาก็พยายามที่จะให้คล้ายเสียงบาลีกันตามที่เขายึดตัวนั้นก็ขึ้นหน้าที่ตรงนี้จะขึ้นโทสะตรงนั้นต้องออกเสียงเน้นต้องออกเสียงลำคออะไรก็ตามแต่เพราะว่าเสียงต่างๆเนี่ยมันใช้วรรคกะทะข้างละเนี่ยมันมาตามเสียงของต้นรากของอวัยวะเสียงที่จะต้องขึ้นเพดานต้องขึ้นเพดานมันจะต้องทำเสียงตามทั้งหมดซึ่งก็ถือว่ามาจากเดิมแล้วก็จะทำให้เป็นธรรมชาติของเขาที่มันเป็นยากเต็มทีเดี๋ยวนี้มันออกมาไกลแล้วภาษาสื่อความหมายมันออกมาไกลๆมาลีมันเกิดมาจากธรรมชาติเก่าแก่มากเดี๋ยวนี้มันไม่เหมือนและไม่เหมือน มึงไม่เหมือนแล้วเราก็เป็นแต่เพียงเอามาใช้ลำลองเป็นที่หมายกันก็ได้แล้วจะบอกนะโมตัสสะภะคะวะโตอะระหะโตสัมทำทำนองไทยๆฟังแล้วก็ไม่ขัดหูอะไรเหมือนเอาภาษาฝรั่งมามาพูดแล้วเมื่อวานนี้ก็อ่านซูมก็แหย่อาจารย์จินตนาในเรื่องตัดสินตุ๊กตาทองเรียกว่าศาลอ่ะอาจารย์จะพูดอย่างนี้เลยมันไม่มันมันขวางหูขวางตาคนเขายกตัวอย่างคำว่าเมื่ออาจารย์จินตนาออกมาประกาศผลของการหนังที่ได้รับอันนี้ได้รับรางวัลถ่ายทอดอาจจะเป็นวันนี้เราอาจจะเสียเงินก็เป็นฝรั่งยิ่งกว่านี้ก็แล้วกันมาประกาศอันนี้เป็นรางวัลทายโชคอะไรของเขา ถุงขยะก็บอกว่าอาจารย์ประเทศไทยเนี่ยไม่ต้องไปทำเสียงอย่างนั้นหรอกถ้าทำเสียงอย่างนั้นเป็นคนจะไม่ค่อยรู้ถ้าเราจะให้คนไทยรู้เราพูดอยู่ในเมืองไทยคนไทยฟังถ้าบอกว่าอันนี้เป็นรางวัลของไตเติ้ลหวานเลยคนรู้หมดเป็นภาษาของหนังเท้าหนังตั้งแต่ยกรีเฟล็กตั้งแต่เป็นผู้อำนวยการตั้งแต่คนธรรมดาฟังบอกว่าจะเป็นรางวัลไตเติ้ลนะรับรองจนภาษาคำว่าไตเติ้ลเนี่ยมันจะเป็นทับศัพท์เป็นภาษาไทยๆแค่นั้นแหละแล้วก็เราก็รู้ว่ารากศัพท์มาจากภาษาฝรั่งก็ไม่เป็นไรก็จะพูดอย่างนั้นก็ได้แต่พูดอย่างนั้นก็น่าจะได้ไม่งั้นจะต้องไปพูดว่าใครชอบสูงก็พูดแล้วก็เหมือนกับลิงเหมือนกันนักร้องลูกทุ่งมีตัวรอตามท้าย แต้วอะไรไม่เหมือนกันเลยเขาแหย่เค้าเชิญว่าเตือนกันยังขำๆไม่จะเตือนกันอย่างว่าอะไรก็มีเชิงตลกประสมท่านเรียกว่ามันค่อยยังชั่วในเชิงตลกจึงเรียกว่ากลบเกลื่อนให้มันน่าไปในทางเบาถ้าเป็นเตียงนึงแรงไปทางตรงเป็นแข็งหนักแต่เขาไม่ศรัทธาหรือว่ามันไม่อยู่ในช่วงที่เหมาะสมนั้นมันไม่ได้ให้มันโกรธกันอันนี้ก็เป็นศิลปะอันนึงในการที่จะกระทำบางครั้งก็ไปเรียนก็เลยทักท้วงกันด้วยมีตลกนิดๆแต่ตลกไม่ได้กินเป็นเรื่องของโลกแต่บางทีเราก็เอามาใช้ในการทำได้เราจะต้องเข้าใจว่าเราเอาสมมุติในโลกนี้มาใช้ถ้าอย่างไรเพื่อที่จะเหมาะกับการ มันถึงจะได้ผลดีทำให้เกิดแตกแยกไม่เกินบาทมั้งไม่เกิดเป็นไปโดยทางร้ายทั้งมวลให้พวกนี้เราก็จะต้องเข้าใจในสมมุติอาจารย์ยกตัวอย่างให้ฟังแล้วว่าภาษาที่มันใช้อย่างยกตัวอย่างอาจารย์สนาที่พูดที่ใช้อย่างเงี้ยแล้วทางนี้ก็เอาผมยกตัวอย่างมาเนี่ยเหมือนกันกับบาลีภาษาเดี๋ยวนี้ไทยเราบอกว่านะโมตัสสะภะคะวะโตอะระหะโตสัมมาสัมพุทธัสสะเขาจะมีใครๆอย่างนี้แหละมันก็เข้าใจกันแล้วแทนที่จะเข้าใจเพื่อที่จะโยงใยมาตอนนั้นถึงแม้ยังไงมันก็มาแปลอยู่ดีถ้าแปลจะติดใจและพอยกกับนะโมตัสสะมันหมายถึงอะไรก็รู้แล้วมันไม่ต้องไปอะไรมากเพราะฉะนั้นถ้าเราจะกล่าวเป็นประณามราคา น้ำจะเป็นหมู่ก็ได้แล้วว่าอันนี้เป็นบทคาถาเป็นบทร้อยกรองที่จะแต่งเอาไว้แล้วสั้นๆหรือว่าทำเพื่อจะได้ไม่กล่าวไว้คนละทีเสียเวลาแล้วก็รู้เหตุหมายว่าทำไมต้องกล่าวพร้อมกันน่ะกลับพร้อมกันเพราะว่ามันจะได้ไม่เสียเวลาเพราะทุกคนนี่เหมือนกันหมดเลยจากสนามนี่หมายความว่าเชิดชูภาษาบาลีเป็นนามธรรมแปลว่าเชิดชูก็พอเป็นไทยกลายเป็นว่าดูถูกนานๆเพราะว่าเป็นภาษาไทยคำว่าพระนางกลายเป็นญาติมันดูถูกไปซะแล้วเนี่ยการปรับหัวเป็นหางนี่คือฝ่ายหนึ่งแสดงเพื่อเชิดอีกฝ่ายหนึ่งให้ฝ่ายหนึ่งได้สูงขึ้นแล้วเอาคำนี้มาช่วยตัวเอง เอาภาษานี้มันช่วยตัวเองกับคนที่ต่ำกว่านั้นกลายเป็นคนที่ต่ำกว่านี้ถูกกฎเพราะถ้าเราจะกล่าวธรรมและการแสดงอะไรออกมามันคือแสดงเราจะได้สภาวะของเรานี่แสดงธรรมเราเป็นผู้สูงแสดงธรรมของเราเราก็จะแสดงสิ่งที่สูงสิ่งที่เป็นเราสิ่งที่เป็นไปแล้วเป็นอาหารตาหรือเป็นสิ่งที่เป็นสภาวะแล้วที่เราแล้วเราก็แสดงสิ่งนี้ออกมาสิ่งนี้จึงเป็นสิ่งสูงผู้ฟังอื่นจะต้องคารวะครับเพราะฉะนั้นพวกนั้นเหมือนถูกกดถูกกันมาลงฟังสภาวะ 2 ด้านนะคนในนี้มันกลับกันตรงที่มันไม่เข้าใจสภาวะ 2 ด้านนี้แล้วเวลาไปใช้และใช้ไม่ถูกเพราะงั้นถ้าเผื่อว่าผู้ใหญ่กล่าวกันนานผู้ใหญ่และกำลังแสดงธรรมผู้ใหญ่ กำลังแสดงสิ่งสูงผู้น้อยแต่ถ้าพูดถึงผู้ใหญ่หรือเปล่าคุณของผู้ที่มีคุณนั้นออกมาเรียกว่าพระนามพระคาถาทีนี้พอเข้าใจไม่หมดเข้าใจสภาพอย่างนี้ไม่หมดภาษาไทยก็ภาษาไทยก็ดีขึ้นมาภาษาไทยอเมริกาเรียกผู้ใหญ่มากล่าวว่าผู้น้อยอย่างเงี้ยและพัฒนาเขาไม่ได้เป็นทางทำเสียมันเทศนาวิธีเทศนาคือการสาธยายธรรมพระเทศนาวันนี้โดนแม่เทศนาแล้วแม่เทศนาคือสอนจะให้ดีแต่เขาก็ไปหยิบเอาไอ้นี่มาประชดประชันออกมาพูดแบบนั้นเป็นการด่าเป็นการกำราบขายเหมือนกันครับ ถ้าผู้ใหญ่ประนามออกไปแสดงธรรมอันสูงให้รู้ก็ส่วนมากก็แสดงทั้งตัวให้รู้ว่าดีทำอย่างนี้สิทำอย่างฉันไม่รู้อะไรฉันทำอย่างนี้ได้แล้วเธอทำอย่างนี้เข้าใจผิดทางโน้นก็โกรธเป็นมานะแต่ว่าเขามายกตนข่มเราพูดเป็นเชิงจนกระทั่งออกมาจนกระทั่งหาว่าเป็นคำสั่งถ้าถูกกันนานแล้วก็ทำต่ำเหมือนถูกด่าและคำสั่งถูกตรวจและตามถูกใจเทศนาและต่ำโพดและก็ลูกมีความรู้สึกต่ำในคำนี้ไม่ดีธรรมดาอย่าให้เราได้รับทำการนำนะอยากให้เราได้รับคำสัญญานะอยากให้แล้วเราได้รับคำสวดนะอยากให้เราได้รับคำเทศนาอย่างภาษาไทยให้คำปรึกษาที่ยกมาเนี่ยมันกลายเป็นเชิงเสียอย่างมีเพราะในลักษณะเชิงเสียพวกนี้เป็น คำว่าน้ำก็เหมือนกันเหมือนกับคำว่าด่าคำว่าสวดคำว่าเทศนาไม่ได้เชิญเข้าใจไม่ได้เชิญเสียมือการโฆษณาเหมือนกันกำลังกินเข้าใจกันกลับไปกลับมาเดี๋ยวนี้เหมือนคำว่าประนามแปลว่าเชิดชูที่เราเป็นผู้น้อยกว่าพระพุทธเจ้าเราก็สมมุติว่าอยู่ไหนก็ไม่รู้หรอกพระพุทธเจ้าประกาศถึงคุณพระพุทธเจ้าหรือคุณต้องทำหรือคุณก็ส่งที่ท่านปฏิบัติดีปฏิบัติชอบแล้วอยู่ไหนก็ตามมีในที่นี้ก็ตามแต่ละนามพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์คือเราเชิดชูคุณความดีของการมีอะไรอิติปิโสภะคะวาเป็นต้นเพราะว่าขาโตเป็นต้นสุปฏิปันโนเป็นต้นเป็นบทอย่างนั้นเป็นบทที่ร้อยกรองอาจารย์ รถแต่งขึ้นไว้ไม่ใช่พระพุทธเจ้าแต่งเองเป็นคำกล่าวคุณเป็นคำเชิดชูคุณน่ะผู้น้อยกล่าวเชิดชูแล้วก็เห็นว่าดีก็เอาเราจะเป็นนามธรรมบ้างโดยต่างคนต่างกันมาคาถาถ้าใครกล่าวไม่เป็นก็หมดนี้เป็นบทสั้นๆรัดกลุ่มและถูกต้องดีแล้วอิติปิโสภะคะวาอะระหังสัมมาสัมพุทโธเป็นผู้อย่างนี้อย่างนี้อย่างนี้ก็ดีแล้วสวากขาโตก็เป็นอย่างนี้อย่างนี้อัตราลิโกอะไรต่างๆนานๆถูกแล้วแต่ว่าการกระทำทุกอย่างเป็นผู้ที่จะเป็นอย่างนี้อย่างนี้อากาศปลุกเวลาอย่างนี้ถูกแล้วก็เอาอันที่ถูกนี่เรามากล่าวเป็นถูกๆอนุชนรุ่นหลังจะได้เข้าใจได้ว่าอ๋อท่านดียังไงดีตามบทนี้แหละคาถากัน ไปทำความเข้าใจให้ได้บทสวดปฏิปันโนนี่แหละแล้วคำว่าพระพุทธเจ้าที่กล่าวว่าดีแล้วมันดียังไงดีเพราะอาการดีเพราะฉันฐิติโกดีเพราะเอหิปัสสิโกเอออย่างนี้ถูกแล้วมันก็เป็นของยืนยงก็ดีก็ไม่เป็นไรถูกต้องดูว่าเราจะไปนานเราก็มาเป็นนามธรรมคาถานี้ขึ้นกล่าวพร้อมกันเป็นหมู่ก็เอาแต่อยากให้มีสำเนียงเป็นวันที่ 3 แล้วเข้าใจกีตาร์เราเข้าใจคำร้อยกรองอันนี้ไว้แต่ถ้าติดคำว่าตอนนี้มันเพราะหรือนี่มันชวนฟังหรือว่าล้มครั้งพอได้กล่าวคำนี้แล้วรู้สึกว่าแหมสบายใจนั่นแหละเป็นคำขังเฉยๆนะถ้าเรากล่าวขึ้นแล้วเราก็เข้าใจเนื้อหาสาระซึ่งอยู่ซึ่งอยู่และเห็นจริงในบทนักกล่าวว่าอกาลิโกก็หยั่งลงไปหาแก่นอากาศหายใจที่เรารู้สึกซาบซึ้ง แม่นี่มันเป็นอย่างนี้แม้แต่พระพุทธเจ้า 2500 กว่าปีเดี๋ยวนี้นานมาแล้วตั้ง 2500 กว่าปีก็ยังไม่กำหนดไม่จำกัดการไม่กำหนดว่าจะต้องเป็นดวงจากคราวโน้นถามว่าของพระพุทธเจ้าเนี่ยมันดีอย่างนี้หนอถูกนิดหน่อยใช้ได้นานอย่างนี้แหละอากาศเห็นไหมเนี่ยเราก็ทำได้แล้วที่เราสาธิตโกงเราก็ทำได้ที่เราได้มีปฏิเสธแล้วหรือจะให้คนอื่นมาพิสูจน์เขาเรียกร้องเข้ามาพิสูจน์ได้แล้วก็เอามาได้จริงๆคอยคว้ามาได้จริงๆไม่ใช่ดอกฟ้ากับหมาวัดดอกฟ้าเป็นคนเลือกเอามาดอกฟ้าทุกคนก็มาแล้วจะต้องได้ไม่ใช่ดอกฟ้ากับหมาวัดจะมาขู่กันอยู่ว่าไอ้นี่สูงเหลือเกินไกลเหลือเกินยากเหลือเกินอย่าไปหวังเลยเหมือนดอกฟ้ากับหมาวัดอย่าหวังเลย โอปะนะยิโกขวดนมน้องมาได้สูงจริงเป็นดอกฟ้าจริงแต่ควรโน้มน้องเอามาให้ได้เอามาได้และได้จริงเห็นไหมในการพิธีกรเราได้แล้วปัจจัตตังเห็นจิตใจรู้จิตใจจริงแล้วแม้เราจะไม่สามารถคนอื่นฟังยังไม่ได้มันเป็นปัจจัตตังมันรู้ในใจมันยังไม่เก่งเป็นภาษาบรรยายจะแสดงออกเป็นสมมติให้คนอื่นดูได้ก็ปฏิบัติตามรู้แท้มันไกลอยู่ในใจเรานี่เลยคิดแต่พอวิญญาณได้รู้ได้ทราบถึงได้เป็นบัณฑิตแล้วแต่เป็นวิญญูชนแล้วได้เป็นผู้ฉลาดรู้ผู้ฉลาดและสัมผัสสิ่งมีชีวิตแต่พออันนี้ฉลาดพูดจริงเห็นจริงของเราอยู่ในนี้น่าจะยังไม่แก่เป็นอรหันต์ท่านปฏิสัมภิทาญาณอรหันต์ท่านสาธยายด้วยตนเองบัญญัติดอกไม้คนอื่นเขารู้ได้ตามที่มันก็ได้รู้ ธรรมะของพระพุทธเจ้าเป็นอย่างนี้ไม่ใช่ธรรมะที่พิสูจน์ไม่ได้ยืนยันไม่ได้ได้แล้วเอามาแสดงอวดคนอื่นเรียกร้องให้คนอื่นมาดูอีกไม่ได้ไม่ใช่ธรรมะของพระพุทธเจ้าแม้ได้โดยตนเป็นปัจจัตตังแล้วรู้ได้แต่ใจแม่มันไม่เก่งแสดงออกยังไม่ได้ก็รู้อยู่แสดงออกไม่ได้แต่มั่นใจเหลือเกินแน่ใจเหลือเกินเป็นคนฉลาดและจะเป็นเวชพงศ์วิญญูแปลว่าแท้ๆแน่ๆจริงๆโดยที่ตัดพอดีไปผู้รู้เวลาที่จะเป็นผู้รู้แล้วเกิดรู้แล้วเวลา แม้เราได้แค่นี้บอกได้แค่นี้เราก็บอกได้แค่นี้เหมือนพระอรหันต์ที่แสดงว่าไปถามว่าถ้าไม่รู้เหรอคณะกรรมการอาหารและผลต่อหน้าสำนักพระพุทธเจ้าแม้ว่าต่อหน้าพระพุทธเจ้ายังอยู่อย่างนี้ใช่เปล่าใช่เราได้สุดยอดมากยืนยันใช่เป็นพระอรหันต์ต่อวันแล้วเป็นยังไงยังได้อย่างนี้ไม่รู้จำไม่ได้ จะได้ให้ออกแสดงไม่ได้พระอรหันต์นั่นเป็นพระอรหันต์ไม่ได้มันจะแสดงให้ไม่ได้คือสมาธิต้องคลานเข้าไปหาพระพุทธเจ้าให้บริจาคสาธยายให้เขาแล้วไปยืนยันตัวจริงเหรออือพระพุทธเจ้ารู้จักกันต่อในเดียวกันแต่ท่านไม่ตอบนายเดียวกันตรงคำถามคุณยายได้ก็รักษาสัญญาได้เข้าใจฉันยืนยันเรียบร้อยอย่างนี้ได้ของตนและไม่ได้ก็มีอยู่มีอยู่แต่ถึงแม้ตอนนั้นก็ตามเพราะทหารก็ยังจะมีความจริงในตัวเป็นผู้สงบเป็นผู้นำนับเป็นผู้เป็นฝ่ายซ้อนอยู่ในที่แล้วมันลงตัวอยู่ในที่เห็นเป็นไปได้รูปได้รูปที่เป็นไปได้รูปร่างเลยอาการกิริยา เท่าที่จะเป็นไปได้ที่มันจะลงร่องลงช่องเพราะฉะนั้นเราจะต้องเข้าใจแสงสุดท้ายของพระอริยะสงบระงับใจเราวางแล้วเราก็จะต้องพยายามให้การปฏิเสธการมันลงไปในรูปรอยของความวิเศษที่ถูกต้องวิเวกวิบาก + a กับบิ๊กบอกว่าบวก a กับชั้น 1 ต้องมีพฤติกรรมชั้น 1 และจะต้องไม่ให้มีพฤติกรรมทางแม้แต่ชั้น 2 พยายามเข้าใจคำว่านิเวศน์แต่ว่าชั้น 1 อย่างคนไทยเราก็บอกพี่หนึ่งแล้วก็เป็นยอดสุดยอดพฤติกรรมแล้วไม่ก็ไม่ ไอ้กุ้งเอาตัวยิงทำให้มันแปลได้ทั้ง 2 อย่างแปลว่าไม่ก็ได้ปฏิเสธเลยกลับเอาเปิดเลยกลับไปเลยถ้าแปลว่าเกิดเลยแต่มันก็เกิดสิ่งที่ 1 ชั้น 1 มีพฤติกรรมชั้น 1 ถ้าไปพฤติกรรมแรกทั้งสองต้องให้ตายถ้าจะลดลงบางครั้งที่จะใช้พฤติกรรมชั้น 2 ก็ใช้โดยสมมติเราไม่มีมานะเราจะลดมาทำสมุดนี้ตามชั้นนี้เพราะต้องอนุโลมเขาไม่งั้นมันไกลกันมันช่องว่างเหลือเกินเขาขึ้นไปถึงแล้วก็รับไม่ติดเวลาไปติดแล้วก็จะเห็นอะไรก็ไม่เห็นธรรมะเพราะฉะนั้นเราจำเป็นบางทีเราต้องลดธรรมะลดตัวเรานี่แหละประกอบพฤติกรรมดังนี้เพื่อที่เขาจะได้รับสิทธิ์เขารู้ว่าอย่างนี้สูงแต่อย่างนี้มันขาดลอยครับจึงต้องทำตนลงมาได้น้อยลงมา ร่วมพฤติกรรมขั้นนี้แต่สูงผลการเรียนเป็นยังไงตอนนี้ก็สูงศรัทธาแล้วพร้อมแล้วพอใจยินดีพระสงฆ์แล้วก็ลดลงมาหาพฤติกรรมอันนี้ตามกาละตามเทศะตามหมู่ชนอันควรเป็นบางครั้งบางคราวเขาบอกว่านิเวศวิทยาเข้าใจเนื้อหาสาธารณภัยหัวหน้าจะต้องทำให้การวิเวกกายวิเวกไม่ได้หมายความว่าป่าป่าวิเศษของป่าปลามันก็อยู่ตามธรรมดาที่ดีที่สุดของมันเป็นชั้น 1 ของมันเองแต่เราก็เรียกว่าสนุกสนานตามเรื่องก็แล้วแต่เพราะว่าคนมันปรุงจนกระทั่งมันเป็นความร้อนหมดแล้วมันก็หนีไปหาปลากระป๋องมันไม่เบียดเบียนอะไรกันมากแต่มันก็มีมีศักดิ์สิทธิ์เรียนถ้าเราไม่รู้จะอยู่กับสัตว์ ก็อยู่กับสัตว์ไม่ได้ให้อยู่ป่าไม่ได้แต่อันนี้เราไม่พูดล่ะเสนาชนะสปายะหรือสถานที่สปายะมันไม่ใช่เสนาชนะวิเวกมันทำได้มันทำชั้น 1 มันก็อย่างนั้นแหละมันก็เป็นอยู่อย่างนั้นแหละมันทำมันเองก็อย่างที่มันเป็นถ้าเราเกินขอบเขตที่จะเอามาพูดเธอก็ตอบแทนที่จะเอามาให้มันทำนอกจากเราไปทำให้มันอ้าทีนี้พูดถึงเวทและพัฒนาอังกฤษกลายร่างหมายความว่ามันโตอันใหญ่มาประชุมสวนชัดเจนส่วนใหญ่คนที่ตัวเราร่างกายอาการกริยาจะต้องพัฒนาการกริยากายประกอบและสิ่งที่ประกอบด้วยองค์ประกอบจะมีม้านั่งจะใช้จะมีเสื่อ และอาคารจะมีแม้แต่พื้นแม้แต่โต๊ะแม้แต่ข้างนอกข้างในแล้วจะใช้มันอย่างไรประกอบอย่างไรมันถึงจะเป็นกายวิเวกประกอบอย่างไรมาถึงจะเป็นพฤติกรรมชั้น 1 แม้เราจะนั่งโต๊ะแม้เราจะนั่งพื้นแล้วเราจะใช้เสือแล้วเราจะเดินผ่านแต่รูปพวกผ่านแล้วมีอาการท้องมีอาการอะไรพยายามทุกองค์ประกอบที่เราจะประกอบกันขึ้นมาเป็นสมมติเนี่ยอธิบายการเกิดนะปัจจุบันสภาวะที่เกิดและให้มันตรงอยู่ให้มันประกอบกันเป็นไปชั้น 1 ความเป็น ผมได้ว่าได้อย่างไรจะใช้ถึงชั้นต้องใช้มือใช้แขนอะไรออกมาประกอบถ้าไม่มาก็ไม่ต้องประกอบตั้งใจดีพอพอสมควรแล้วก็ควรใช้คือบางครั้งไม่ต้องใช้โดยตลอดการจะต้องจองไว้ก็ไม่ต้องใช้บางครั้งบางคราวก็นั่งพูดโดยไม่ต้องมายกมือเลยสักมือหักก็เป็นก็เป็นอยู่หาแล้วแต่เราต้องใช้ปัญญาของเราให้รู้ได้ว่าเราเองเราไม่ต้องใช้หรือไม่ใช้เหมาะควรหรือไม่เหมาะควรเพราะงั้นบางทีเราจะยกมือยกไม้ประกอบอาจจะยกมือยกไม้อย่างไรเพราะทุกคนทุกคนคิดหรือว่าคนไม่ควรทิ้งเราเองเราไปที่นี่ไม่มาไม่ต้องชี้แสดงอาการเล็กน้อยเพราะให้เข้าใจว่าเราจะหมายถึงเขา เพื่อให้ไปหาทางโน้นเขาทำท่าทีอะไรเข้าไปนิดหน่อยผู้นั้นจะรับรู้แล้วกับผู้ใหญ่แล้วเธอต้องให้เกียรติก็ให้เก็บไว้ว่าผู้ใหญ่เขาควรจะรู้เรา

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน