570122_พ่อครูที่เวทีป้อมมหากาฬ เรื่อง วิวัฒนาการประชาธิปไตยไทยอย่างมหัศจรรย์.doc.docx
เนื้อหาในไฟล์
570122_เรื่อง วิวัฒนาการประชาธิปไตยไทยอย่างมหัศจรรย์ ที่เวทีป้อมมหากาฬ โดยพ่อครูโพธิรักษ์
วันนี้วันที่ 22 ม.ค. 2557 ที่เวทีป้อมมหากาฬ พ่อครูเทศน์เรื่อง วิวัฒนาการประชาธิปไตยไทยอย่างมหัศจรรย์ พ่อครูว่า … ลักษณะอย่างนี้ ความจริงที่ปรากฏมากขึ้น เขาก็ต้องต่อสู้ ฮึดสู้ใหญ่เลย จนมาถึงวันนี้ เขายิ่งดิ้นเขาก็ยิ่งหลุดหรือเขายิ่งสู้เขายิ่งเป็นจริง ว่าใครผิด หรือใครถูก การสู้กันโดยสันติธรรม โดยสัจธรรม แต่ถ้าสู้กันด้วยไม่สัจธรรม เอาใครมีกำลัง มีเล่ห์เหลี่ยมมากกว่า โกงมากกว่า ด้วยอำนาจเงินหรืออาวุธก็ชนะได้ เป็นเช่นนี้มาตลอดสำหรับคนมีใช้มาก ซัดกันด้วยอำนาจเงิน หากใครยึดอำนาจได้ ผู้นั้นเป็นผู้ชนะ แต่ทางสัจธรรมผู้มีความถูกต้องมีคุณธรรมชอบธรรมกว่าคือผู้ชนะ ไม่ต้องมีเงินทองทรัพย์สินมาเป็นเครื่องวัด แต่เรายืนยันความถูกความผิด ใครผิดแพ้ ใครถูกชนะ ใครดีชนะ ใครชั่วแพ้ การรบที่เราทำนี่เป็นการต่อสู้ที่ไม่เหมือนก่อนๆ ที่ต่อสู้กันมาแล้วใช้อำนาจเงิน อย่างการเมืองไทยตั้งแต่เริ่มมาเป็นประชาธิปไตย อำนาจเป็นตัวชนะมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ พ.ศ.2475 มาเรื่อยๆ จนล้มลุกมามาก มีอำนาจและเงินก็มาสมทบ จนรู้ว่าเงินสามารถเบิกทางให้ได้อำนาจใหญ่ขึ้นได้ ก็มีทั้งขุนศึกและนายเงิน ตอนแรกก็มีแค่ขุนศึก ต่อมาก็มีนายทุนมาสนับสนุนมากขึ้น แต่เดิมเขาก็ไม่อยากให้ใครรู้นะ นายทุนยังไม่ออกตัว อาศัยอำนาจที่บริหารปกครองบ้านเมือง ถือว่าอำนาจใหญ่เบ่งข่ม ให้ คนในสังคมกลัวเป็น Force power อำนาจข่มขี่คุกคาม เป็นอำนาจโลกีย์ เดรัจฉานก็ทำ แต่โบราณมาคนก็ทำกันมากจนกระทั่งเกิดภูมิปัญญามาเห็นว่าอำนาจแห่งความเมตตา อารีย์เป็นอำนาจก็ดีขึ้นมา แต่ก็เป็นการใช้อำนาจอย่างข่มขี่มีเล่ห์เหลี่ยม จนมาเป็นประชานิยม คือเอาความช่วยเหลือมาบังหน้า ไม่ได้เบ่งข่มแ
อ่านต่อ
ต่เป็นอำนาจที่ซ้อนอยู่กับทุนสามานย์ จนพัฒนามาเรื่อยในประเทศไทย แต่ต่างประเทศเขาก็ทำกัน แต่ละประเทศนับถือศาสนาไม่เหมือนกับพุทธ แต่ก็ไปสู่ความดีเหมือนกัน ไทยเราเป็นพุทธมาแต่อ้อนแต่ออก พัฒนามาจนถึงวันนี้เรามีทุนรอนมาแต่เดิม ของพุทธเป็นโลกุตระ ต้องลดอำนาจของลาภยศ มันกลับทวนกระแส แล้วเป็นอำนาจของคุณธรรมที่แท้สมบูรณ์ก็กระเตื้องขึ้นมา จนถึงรุ่นของเรา พ.ศ. 2500 เป็นต้นมา ย่างเข้าจนมาถึงบัดนี้ก็ชัดขึ้นมีโลกุตรธรรมมากขึ้น จนเห็นผลในบัดนี้ ซึ่งเป็นการแสดงความเป็นจริงของพฤติกรรมคน ที่ไ่ม่ล่อหลอก จริงใจ ปรารถนาดีต่อกัน ไม่ใช้อำนาจลาภยศสรรเสริญมาเป็นตัวผสมแรง แต่ใช้คุณธรรม ล้วนๆ มี สาราณียธรรม 6 พุทธพจน์ 7 1. สาราณียะ (รู้จักระลึกถึงกัน คำนึงถึงคนที่ควรเอื้อ) 2. ปิยกรณะ (รักกันสัมพันธ์ดี-ปรารถนาดีต่อกัน) . 3. ครุกรณะ (เคารพกัน รู้จักฐานะ รู้จักคุณวุฒิ) 4. สังคหะ (สงเคราะห์เกื้อกูลช่วยเหลือกัน) . . . 5. อวิวาทะ (ไม่วิวาทแตกแยกกัน) . 6. สามัคคียะ (พร้อมเพรียงกัน มีพลังรวมยิ่งใหญ่) . 7. เอกีภาวะ (เป็นปึกแผ่น มีน้ำหนึ่งใจเดียวกัน) จนสภาพตอนนี้จัดแบ่งเป็นสองกลุ่ม คือกลุ่มที่เราทำกับกลุ่มของรัฐบาลที่กระทำไม่ถูกต้อง จนเราต้องมาจัดการให้ดีขึ้นเป็นอำนาจสองอย่างคืออำนาจอย่างกดขี่ข่มเหงกับอำนาจโดยธรรมมีจิตวิญญาณประเสริฐ มีจิตวิญญาณพระเจ้า เป็นจิตวิญญาณของมนุษยสัมพันธ์ ก็มีการตำหนิติเตียนกับบ้าง ดีไม่ดีก็ด่ากันด้วย เพราะว่ามนุษยชาติก็จะมีอย่างนี้อยู่เป็นธรรมชาติแต่ไม่ทะเลาะวิวาท ไม่ทำร้ายร่างกายกัน เราอาจด่ากันได้ แต่ด่าก็คือตำหนิอย่างแรง ด้วยภาษาร้ายแรงก็เท่านั้น พระพุทธเจ้าท่านเรียกว่าหอกปาก มุขสตี ไม่ได้ทำร้ายเกินกว่านั้นเลย ไม่รุนแรงจนเลือดตกยางออก ไม่ทำ แล้วจะลดลงๆ จนสุภาพเรียบร้อยไม่ด่าว่ากันแต่ว่าสุดวิสัยก็ด่ากันบ้าง ตำหนิติเตียนกันแต่ว่าไม่มีทำร้ายร่างกายกันไม่ทำ ชาวเราที่รวมกลุ่มกันมารบกับที่เขาเป็น เขาก็ใช้แบบโลกๆ แต่พวกเราใช้อย่างอาริยะ ในแกนแท้ของพวกเราที่ทำ นอกจากยังมีพวกที่หลง ที่หลุดก็มีบ้าง ขาดหกตกหล่น พวกที่ภูมิธรรมยังไม่ถึง มาผสมผสมปนมาบ้างก็สุดวิสัยแต่โดยแท้แล้ว พวกเรารักษาคุณภาพของคุณธรรมได้อย่างดีทีเดียว ๅ3 เดือนมานี้เรามารวมตัวกันเป็น กปปส.นี่ เราทำได้ โดยเฉพาะแก่นหลักแก่นกลางดังที่เลขาธิการ กปปส. กำนันสุเทพ จะประกาศไปตลอดว่าเราสู้ด้วยสงบร ะ งับ ไม่ใช้อาวุธไม่รุนแรง นั่งสงบ และเรากองทัพธรรมทำมาตลอด เราถนัด ก็ยืนหยัดยืนยันมาได้จนทุกวันนี้ เรารบกันด้วยสงบ ไม่ใช้อาวุธนี่เป็นการสร้างอำนาจอธิปไตยชนิดที่เป็นพลังพิเศษแห่งความสงบ ถูกต้องดีงามเป็น Authority ไม่ใช่การรบด้วยการใช้กำลัง กดขี่ กดข่มกัน คุกคามกัน เราไม่ใช้กำลังอำนาจอย่างนั้น เราใช้คุณความดีกับความถูกต้อง ใครชั่วใครไม่ดีคนนั้นแพ้ ผู้ถูกต้องมีคุณงามความดี ผู้นั้นชนะ มาถึงวันนี้พิสูจน์กันไปแล้ว รัฐบาลทำไม่ชอบธรรมจนเขาผิด เขาแพ้ ยิ่งผิดก็ย ิ่ งแก้ตัว ไม่ยอมรับก็ทำอย่างรุนแรงซับซ้อน เขาก็ยิ่งหาความผิดทับทวีเป็นปฏิภาค จนถึงวันนี้ก็ย ิ่ งทำผิดไปอีกเพราะเขาทำจนหมดความชอบธรรมที่จะไปเป็นรัฐบาล หมดทั้งทางรัฐธรรมนูญ หมดในสัจธรรม จนเขากลายเป็นกบฏ เราทำอย่างถูกรัฐธรรมนูญจะมาเรียกว่าเราเป็นกบฏ ไม่ถูก แต่ที่จริงกบฏคือเขาแล้ว เขาหมดความชอบธรรมเพราะเราออกมาถึงเป็นล้านคน ก็เป็นจำนวนมาก ไม่ใช่เรื่องบังคับซื้อหา หลอกมาก็ไม่ แต่เป็นอิสระเสรีภาพ มาแสดงคะแนนเสียง ตามหลักประชาธิปไตย อย่างไม่เคยปรากฏในไทยมาก่อนเลย มีสองลักษระทั้งคุณภาพ และปริมาณ คุณภาพ ออกมาอย่างไม่ทุจริต ไม่ใช้อำนาจ เลห์กล ไม่ซื้อ ไม่บังคับ ไม่หลอกลวง มีอิสรเสรีภาพ รู้ด้วยปัญญาว่าขับไล่รัฐบาลขอยึดอำนาจคืน เพื่อจัดการใหม่ ปฏิรูปใหม่ ก็ได้ประกาศไปแล้ว ทำไปแล้วอย่างรัฐศาสตร์ตามสากลเลย เนื้อแท้คือประชาชนมาปฏิวัติ แม้ไม่มีภาษาเขียนในรัฐธรรมนูญ ทุกทีเขาปฏิวัติด้วยกำลังทหารหรือ Force ทั้งสิ้น แต่ครั้งนี้ไม่ใช่แล้ว หลายทีมีคนทำอย่างนี้ แต่ว่ามวลไม่มากพอ แม้จะยืนยันว่าถูกต้องและถูกต้องจริงด้วย แต่ก็มวลไม่ถึง จนมาถึงกลุ่มพธม. ก็พยายามใช้ คุณสนธิ ลิ้มทองกุลเป็นหลัก พยายามเอาธรรมนำหน้า จะได้จริงได้มากได้คุณภาพดีเท่าไหร่ก็ตามก็พัฒนามาเรื่อย อาตมาก็ได้นำชาวอโศกมาร่วม เอาธรรมะโลกุตระหรืออาริยธรรม มาแทรกผสมร่วมปฏิวัติ ค่อยๆวิวัฒนาการมา จนมาครั้งเสธ.อ้าย ก็ยังปริมาณไม่ถึง ทำด้วยสงบไม่มีอาวุธ ไม่เอากำลังข่มขี่คุกคามด้วย เราก็โดนจนต้องพักมา งวดหลังนี่มาสมทบกับกปท. เราก็มาสมทบ จนมาเป็นกปปส. ก็ยังใช้ ธรรม เป็นอาวุธ จนมาถึงขณะนี้ ทั้งปริมาณก็ก้าวหน้าอย่างไ่ม่เคยเกิดในไทยมาก่อน จนกระทั่งเป็นล้านคน ทางนิด้าได้ประเมินตามวิชาการแล้วว่าได้ถึง 10 ล้านคน ซึ่งมีทั้งปริมาณและคุณภาพที่เป็นคุณธรรมผสมอยู่ ประสิทธิภาพจึงประเสริฐนัก จะเป็นผลที่กล้าพูดได้ว่าชนะรายทางมาตลอดเวลา จะว่าไปแล้วข้าศึกหลังติดฝาแล้วนะ คู่ต่อสู้ดิ้นรนสุดที่แล้ว คุณเปลว สีเงินบอกว่าเป็นมวยสิ้นสภาพ รัฐบาลยิ่งลักษณ์นับวันเหลือแต่ตำรวจ สี่หรือห้านาย รายล้อม แซมปลัดกลาโหม เป็นการรบที่วิเศษ วิสุทธิ์ วิศิฏฐ์ เป็นการเริ่มการรบทางรัฐศาสตร์ของพวกเรา จงมั่นใจเถิด มีคิงส์วิลเลี่ยมที่ 3 ได้เคยพูดไว้ว่า... These is one certain mean by which I can be sure never to see my country's ruin; I will die in the last ditch. แปลว่า มีอยู่วิธีที่แน่นอนอยู่วิธีหนึ่ง ซึ่งสร้างความมั่นใจได้ว่า ข้าพเจ้าจะไม่ต้องเห็นความย่อยยับของประเทศข้าพเจ้า นั่นคือ...ข้าพเจ้าจะขอตายอยู่ในคูรบแห่งสุดท้าย.... นี่เป็นยกสุดท้ายแล้วนะ ถ้ามวยก็ยก 12 แล้วนะ มวยของพวกเราก็ไม่ใช่มวยหมัดน็อค ใช้กำลังหมัดเด็ดไปฆ่าไปทำร้ายแต่เป็นมวยที่ใช้คุณธรรมศิลปะ ความถูกต้อง การรบของเราถึงช้าเพราะพิสูจน์กับคนมีกิเลสยึดติดด้านทนก็ใช้ทั้งมวลทั้งความจริงมาแสดงยืนยัน เราต่อสู้กับคนที่เลวร้ายหน้าด้านหน้าทนมาก เลวร้ายต่ำทรามทุจริตอกุศลหนักซับซ้อน ใจจืดใจดำหนักเลย ที่เห็นคือตัวต้นหลัก ทำไม่ถึงอำมหิตกับน้องสาวขนาดนี้ ปล่อยให้เป็นหนังหน้าไฟอยู่ แทนที่จะยกธงขาวยอมแพ้ นี่คือความใจจืดใจดำก็เห็นคนมาทำไมถึงเลวร้ายได้ถึงขึ้นขนาดนี้ แล้วใช้ฤทธิ์ของโลกธรรมหลอกล่อให้คนงมงายหลงใหลติดยึดเป็นอำนาจโลกีย์ เขาทำได้แต่ก็ลดลงๆเรื่อยๆ ก็ต้องช้าเสียเวลาพอสมควรก็ขอยืนยันว่าต้องอดทนหน่อย มันนานก็เห็นใจกันต้องใช้ความอดทนอย่างมาก หนักหนาสาหัสมา จนป่านนี้แต่ก็เห็นผลก้าวหน้าชนะมาเรื่อยๆ เรารู้สึกว่าเราชนะรายทางอยู่จริงไหมหรือว่าเรากลบเกลื่อนเอา หลอกตัวเองไหมก็ใช้วิจารณญาณตรวจสอบดูนะ เราก็พัฒนามาเรื่อยๆจนจะยกสุดท้ายแล้วนะ ข้าศึกหลังติดฝาแล้วนะ มีผู้อธิบายว่าข้าศึกถ้าจะแพ้ก็ต้องหาวิธีที่จะดิ้นพลาดๆ เราก็เห็นว่าดิ้นจริงๆ จริงๆ เขาไม่มีสิทธิ์ที่จะประกาศพรก.ฉุกเฉินอะไรนี่นะ เป็นการประกาศพรก.ฉุกเฉินปลอม เป็นประกาศกงเต็ก เป็นแบงค์ปลอม(เปลว สีเงินใช้ภาษาว่า “สิ่งเทียมรัฐบาล” หรือ “รัฐบาลสิ่งเทียม”) เขาไม่มีสิทธิ์ทำได้ ที่จริงแม้รักษาการณ์เขาก็ไม่มีสิทธิ์ เขาหลุดไปโดยธรรม เราก็ประกาศโดยประเพณีสากล ไทยเราอาจไม่เคยมีประชาชนยึดอำนาจ แต่ประชาชนสามารถยึดอำนาจได้ โลกนั้นกลัวอำนาจปืนอาวุธ เมื่อมายึดเขาก็ยอมได้ พอยึดได้ก็สั่งให้ผู้ทำงานคณะต่างๆในประเทศ ทำหน้าที่ได้เลย สงบยอมได้เลย มารายงานตัว เป็นธรรมเนียมสากลเลย แต่การปฏิวัติโดยประชาชน ถ้ามีทหารมาทำร่วมก็ทำได้สำเร็จก็มี แล้วทหารก็ยกอำนาจให้ประชาชนทำ ทหารไม่ยึดอำนาจไว้เองก็มี ทำได้สำเร็จ ไทยเราก็เคยทำมาอย่างนั้นซึ่งไทยก็กำลังทำอย่างที่เป็นประชาชนทำมา แต่ถ้าทหารจะมาร่วมก็มาแสดงตัวว่าอยู่ข้างประชาชนไม่ต้องเอาอาวุธมาเลย แล้วประเทศไทยจะได้เป็นประชาธิปไตยที่สวยงามที่สุดในโลก ประชาชนไทยมารวมกันเป็นประชาชนปฏิวัติ ด้วยพลังงานสงบเรียบร้อย เอาความจริงความถูกต้องมายืนยัน ส่วนจะมีมือที่ สาม มาทำความรุนแรงแทรกแซงก็มี แต่ความรุนแรงไม่ได้เกิดจากพวกเราเลย ถูกใส่ความมาตลอด ต่อไปถ้าเจริญแล้วก็เป็นประเพณีว่าประชาชนจะปฏิวัติก็เป็นเพียงสัญลักษณ์ เมื่อเขาผิดก็ออกมาทำสัญลักษณ์ จะไปปิดกระทรวงนั้นกระทรวงนี้ก็ไปทำ เราก็จะมีประเพณีต่อไปซึ่งตอนแรกก็อาจดูเหมือนคุกคามที่คุณลูกหมีไปที่ดีเอสไอก็เป็นเพียงไปบอกว่าคุณหยุดอย่าไปทำงานให้รัฐบาลที่ผิด ก็ไปเอากุญแจไปใส่ลูกเล็กๆ บางทีเขาก็บอกให้ไปปิดเสียด้วยซ้ำ ต่อไปก็ไปเป็นพิธี เอาพลาสเตอร์ไปแปะว่าปิดแล้วนะ ไม่ต้องเสียเงินซื้อกุญแจ ไม่ร่วมมือแล้วนะ ประชาชนมาปฏิวัติ เขาเห็นด้วยเขาก็หยุด เป็นขนบ แบบแผนไป เขาก็ใช้รูปลักษณ์นี้จะเป็นรัฐศาสตร์ที่สวยงาม เป็นการเมืองประชาธิปไตยที่สวยงาม ตอนนี้เป็นรุ่นบุกเบิก อาจยังไม่งาม ไม่รู้ ไม่เข้าใจวิธีการ นี่คือวิวัฒนาการของประชาธิปไตย … จบ