570130_พ่อครูที่เวทีป้อมมหากาฬ เรื่อง การปฏิวัติ ๖ แบบ.doc.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2557
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์339 KB
วันที่แก้ไข24 พฤษภาคม 2566

เนื้อหาในไฟล์

วันนี้วันที่ 30 ม.ค. 2557 ที่เวทีป้อมมหากาฬ พ่อครูเทศน์เรื่องการปฏิวัติ 6 แบบ พ่อครูว่า … อาตมาได้พูดถึงเรื่องปฏิวัติก็ทวนกันนิดหนึ่งว่า การปฏิวัติ นี่เป็นการเปลี่ยนแปลงโดยฉับพลัน หมุนกลับ อย่างเร็ว ที่เราทำนี่ยิ่งกว่าการหมุนเร็ว แต่เป็นลักษณะความเจริญที่ยิ่งกว่าเยอะเลย พัฒนา หมุนหนีไปจากที่เป็นอยู่เดิมไม่ทวนกลับมาเป็นอย่างเก่าแล้วทีเดียว เรียกว่าปฏิวัติ เป็นการเปลี่ยนแปลง 1 .การปฏิวัติโดยอำนาจอาวุธ มีทหารมีรถถัง มาบังคับรัฐบาลนั้นให้ยอมแพ้เลย ซึ่งไม่ถูกต้องตามลักษณะประชาธิปไตย ที่ใช้อำนาจเบ่งข่ม ผิดธรรมะผิดสัจจะที่ควรมีควรเป็น ซึ่งพอโลกเจริญก็เป็นที่รู้กันทั่วว่า การปฏิวัติแบบนี้ไม่เอากันแล้ว อย่างเรามาทุกวันนี้เขาก็หาว่าเราเป็นสายล่อฟ้าให้ทหารปฏิวัติ แล้วแบ่งอำนาจกับทหาร ซึ่งเราบอกว่าเราไม่ใช่ เราไม่เอา ซึ่งปฏิวัติแบบนี้เขาทำกันทั่วโลก หรือใช้อีกคำว่า รัฐประหาร เมื่อยึดอำนาจได้ก็เรียกว่า ประหารอำนาจเก่า หรือปฏิวัติ แต่ความจริงแล้ว การปฏิวัติเป็นภาษาดี คือการเปลี่ยนแปลง หมุนกลับไปสู่ความเจริญ จะเรียกว่ารัฐประหารก็ได้ ให้อำนาจคืนสู่มือประชาชน ให้คณะใหม่มาทำงาน 2 . ประชาชนร่วมกับทหาร ร่วมกับอำนาจบาตรใหญ่ อำนาจอาวุธ ยึดอำนาจมาด้วยกดขี่แย่งชิง ได้อำนาจมาประชาชนก็ยังไม่ได้มีส่วนร่วม ยังไม่เห็นแก่ประชาชนอย่างแท้จริง 3 . การปฏิวัติตัวเอง ตัวเองครองอำนาจอยู่แล้ว แต่ว่าเปลี่ยนเป็นตนเองอีกรัฐบาลใหม่ อย่างจอมพลถนอม เป็นต้น อยากเปลี่ยนล้มอำนาจเดิมคณะเดิม แล้วตนเองยึดเอง แล้วได้อำนาจเต็มเปลี่ยนได้ดังใจ 4 . ประชาชนร่วมกับพลังอำนาจจากนอกประเทศ ที่เขามีอำนาจมาช่วย ด้วยอาวุธยุทธภันฑ์ เป็นต้น นี่เป็นอีกแบบหนึ่ง 5 .การปฏิวัติโดยประชาชน จริงๆ อาจแบ่งได้สองแบบ 5 .( 5 . 1 ) แบบโดยปร

อ่านต่อ

ะชาชนแต่เป็นอำนาจโลกีย์ เป็นอำนาจที่ไม่ต้องใช้อาวุธ ทำด้วยความดีงาม แต่เป็นการบังคับกดขี่กันพอสมควร ก็อาจมีการตายการฆ่ากันบ้าง เพราะคนมีอำนาจก็ไปฆ่าเขา ซึ่งเมืองไทยยังไม่ได้ทำ 6 .( 5 . 2 ) แบบประชาชนใช้อำนาจที่เป็นอธิปไตยแท้ๆ Sovereign powerสุดยอดของประชาธิปไตย คืออำนาจแห่งความถูกต้องดีงาม ชอบธรรม ถูกสากล ถูกรัฐธรรมนูญ เป็นอำนาจที่ไม่เบ่งข่มทำร้ายกับอำนาจเก่า อย่างที่เราทำอยู่นี่ ทำด้วยกลุ่มของมวลประชาชน ปฏิวัติอย่างสงบ ไม่มีอาวุธเลย เอาความดีงาม ความถูกต้องมายืนยันว่าคุณผิดอย่างไรทั้งทางกฎหมายและวัฒนธรรม หลักเกณฑ์ เรามาแจกแจงกัน คุณทำไม่ดีนะ ประชาชนให้คุณทำแทน แต่คุณไปทำเสียหายไม่ดีไม่งาม ฟ้องไปถึงตุลาการ ถึงองค์กรอิสระ ที่มีหน้าที่ชี้ผิดถูก มีการตัดสินพิพากษาได้ เป็นตุลาการภิวัฒน์ ส่วนประชาชนก็ทำอย่างดีงาม ไม่ละเมิดไม่รุนแรงไปทำร้ายทำลายเขา ไม่มีอาวุธ บริสุทธิ์สะอาดอย่างกปปส.ทำ แต่ที่มีรุนแรงบาดเจ็บล้มตายก็ไม่ใช่เราก่อ แม้ที่ดาบตำรวจมายิงเราก็ไม่ใช่เราทำก่อน เขามีอาวุธพกมา แล้วมายิงใส่พวกเรา แต่เขาไปปลิ้นปล้อนกลับกลอก หาว่าเราไปยิงเขาทำร้ายเขา เขาก็ต้องป้องกันตัว แล้วเราไปรุมประชาทันฑ์เขา เรามีแค่นกหวีดกับส้นตีน ก็เลยอ่วมเลย เข้ารักษาที่โรงพ ยาบาล ซึ่งการปฏิวัติมี 5 แบบอย่างที่บอกไป หรือเป็น แบบที่ 6 ที่เป็นเรื่องลึกซึ้งมหัศจรรย์ ขอให้เรารักษาความดีงาม ออกมาเป็นล้านคนแล้วก็ให้ทำต่อไป ปักหลักมาเป็นเวลาหลายเดือนแล้วนะนี่ นี่ย่างเข้าเดือนที่ 5 แล้วไม่รู้จะทำลายสถิติ แต่ก่อนที่พธม.ทำมา 193 วัน เราพยายาม แต่เขาดื้อด้านโด้อย่างนี้ ถ้าเป็นประเทศอื่นเขาออกไปหมดแล้วไม่หน้าด้านหน้าทนกันอย่างนี้หรอก การปฏิวัตินี่ต่างกับปฏิรูป ซึ่งปฏิรูปนี่เป็นการเปลี่ยนแบบค่อยเป็นค่อยไป ตามขั้นตอน เป็นลำดับ ส่วนการปฏิวัตินี่เปลี่ยนเร็ว มันจะต่างกันอยู่ การปฏิรูปเป็นการศึกษา พัฒนา คนจะค่อยๆปฏิบัติทำไปตามลำดับให้การศึกษาเรียนรู้ เป็นการปฏิรูปไปตามชีวิตตามสังคม เป็นธรรมชาติอยู่แล้ว ส่วนปฏิวัตินานๆจะมีที การเปลี่ยนก็ต้องเปลี่ยนพฤติกรรม การให้การศึกษาจึงสำคัญ เมื่อมีความรู้ก็จะเปลี่ยนการกระทำได้ การศึกษาจะศึกษาโดยตรงหรือโดยอ้อมก็ตาม ทุกวันนี้มีสถาบันมีการศึกษากัน แต่น่าเสียดายที่เรียกกันไปแล้วหลักสูตรการสอน เป็นเจตนาที่ไปสอนความรู้ความสามารถทางเทคนิค ทำได้ทำเป็นในสิ่งต่างๆ รู้เข้าใจมากฉลาดมาก แต่การศึกษาทั้งหลายทั่วโลก ไม่คำนึงถึงธรรมะ นี่คือสิ่งเสีย อย่างอิสลามเขาคำนึงศาสนาจึงไปรอด เขาเอาศาสนาเป็นหลักในการศึกษา เขาอยู่กับธรรมะ แล้วมีการเรียนรู้ในชีวิต ก็เห็นว่าเขาทำได้ดี แล้วจะอยู่กันได้ยาวนาน ส่วนพุทธเราทิ้งเลย ไม่ไปวัดวา ยิ่งในกรุงนี่เห็นเงินเป็นพระเจ้า เห็นงานการเป็นชีวิตชีวา ความรู้ที่ได้เรียนจากสำนักสูงๆ ก็เอาความรู้ไปบำเรอกิเลส เพราะไม่ได้เรียนรู้ธรรมะ แต่พุทธสอนให้รู้ว่าความรู้ที่ได้ลดกิเลสดีกว่าอันอื่น ส่วนการสร้างทำทางโลกอื่นๆเป็นรอง การรู้จักกิเลสนี่เป็นเอก การกำจัดกิเลสเป็นเอก หากจิตรู้จักกิเลส ก็เป็นโสดาบัน เป็นความรู้ที่สามารถรู้ตัวตนกิเลส เรียกสักกายะ มีวิธีลดกิเลส ด้วยหลักวิชาของพุทธ แล้วทำให้ตรงตามหลักคำสอน กิเลสตายสูญได้เลย นี่คือการเรียนลดกิเลสของพุทธ ซึ่งไม่ได้ลดความรู้ฝีมือเทคนิคแต่อย่างใด แต่ไม่ได้ลดความสามารถเลย แถมจะมีความรู้ธรรมะรู้จักลดกิเลสด้วย แม้มีความรู้ทางโลกอย่างใดก็ตาม แต่รู้ลดกิเลสเป็นหลักประกันว่า คนนี้ไม่เอาความรู้ไปบำเรอกิเลส เมื่อมีความรู้สามารถก็สร้างสรร ไม่เอาเปรียบ ฆ่ากิเลสได้ โสดาบันก็รู้ว่าเอาเปรียบทุจริตไม่ดี เริ่มแต่โสดาบันก็เป็นผู้ลดพิษภัยต่อสังคม อาจเห็นแก่ตัวบ้างแต่ไม่ทุจริต ศีลข้อ 1 ความโกรธก็มีอยู่แต่ไม่ฆ่าแกง ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ทำร้ายสัตว์ใดให้ตาย เป็นสัจจะจริง ไม่เป็นภัย คนก็ยิ่งไม่ฆ่า ศีลข้อ 2 แม้ไม่ลักขโมยของใคร ศีลข้อ 3 ผัวเดียวเมียเดียว ใจระมัดระวัง กายก็ไม่ละเมิด แม้ใจก็ระวังสังวร แต่กายนี่ถ้าเป็นโสดาบันไม่ละเมิดแน่ ไม่จัดจ้าน ระงับได้ข้างนอก แต่ในจิตก็มีอยู่แต่พยายามลด ศีลข้อ 4 ไม่พูดปด ไม่โกหก ศีลข้อ 5 ไม่มีอบายมุข คือรูปรสกลิ่นเสียงที่จัดจ้านไม่เอาแล้ว ไม่มีการพนัน ไม่มีราคะจัด ไม่มีความรื่นเริงบันเทิงจัดจ้าน ไม่เล่นกีฬาบันเทิงเริงรมย์ ก็จะมีปัญญารู้ว่าสิ่งใดควรลดละ ไม่คบคนที่พาไปเสื่อมต่ำ สูงกว่านั้นเป็นศีล 8 หรือศีล 10 ก็ยิ่งไม่ต้องติดยึดในเงินทองวัตถุสมบัติข้างนอก ถ้าบรรลุแล้วเป็นอนาคามี ไม่ต้องแย่งชิงกับใครเลย แต่ทำงานเสียสละเพื่อสังคม ถ้าบริหารประเทศก็ประเสริฐเลย แต่คนไปเข้าใจผิดสอนผิดไม่นึกว่าพุทธจะมีฆราวาสที่บรรลุธรรมมาบริหารประเทศ แต่ถือว่าผู้บรรลุธรรมต้องไปอยู่ป่าเขาถ้ำ ไม่ยุ่งไม่เอาลาภยศสรรเสริญ กาม แต่ไม่เข้าใจอัตตา เสริมอัตตารูปภพอรูปภพตลอดเวลา พุทธเป็นศาสนาเมือง แต่ไปป่าได้ไปฝึก แต่บางคนไม่ต้องไปป่าเลยก็ได้ บรรลุธรรมในเมืองเลย แต่ทุกวันนี้สอนกันผิดมากมาย ที่อาตมาพูดนี้ไม่เหมือนเขา อาตมามีหลักฐานในพระไตรปิฎก แล้วมีคนมาทำตามได้ ก็ได้เป็นหมู่กลุ่มอโศก อยู่กันเป็นหมู่บ้านในประเทศไทย ออกมานี่มาปฏิบัติจริง ไม่ได้มาเพื่อลาภยศสรรเสิรญ ที่ออกมาเป็นชาวอโศกนี่เป็นผู้มีภูมิธรรมสูงพอสมควร เขาอาจไม่เชื่อว่าที่ออกมาไม่เอาโลกธรรม เพราะเขามีแต่หลอกคนอยู่ตลอดว่าจะไม่เอาแต่เอามากมาย ที่ทำนี่ลึกซึ้งทวนกระแส แต่ทำมาก็อบอุ่นใจที่มีคนเห็นทำได้ จนเป็นสังคมที่เป็นแบบพุทธ ตัดสินใจขึ้นป้ายที่ราชธานีอโศกว่า “แผ่นดินพุทธ” มีวัฒนธรรมจารีตประเพณีเลย มาพูดถึงเรื่องสังคมประเทศชาติ ซึ่งพุทธนี่แหละที่จะเป็นการบริหารที่ดี เพราะไม่แย่งโลกธรรม ส่วนตัวของคนบรรลุจะทำเพื่อประเทศชาติ อันควรสร้างให้แก่สังคม ผลผลิตอะไรควรทำก็ทำ แต่ตนเองไม่สะสม มีอาศัยกินใช้เพียงพอ แม้จะเรียกว่าเศรษฐกิจ ก็พยายามสร้างสิ่งที่เป็นอุปทาน อุปสงค์สิ่งที่สังคมต้องการ จำเป็นสำคัญสูง เราก็รู้เราก็ทำให้ เป็นคนรู้สามารถ สร้างอุปทานให้ตามอุปสงค์ของสังคม ตั้งแต่ต้องการทางวัตถุ ต้องการข้าว ต้องการอาหารที่สะอาด ไร้สารพิษ ต้องการสินค้าที่เป็นปัจจัย 4 อโศกเราศึกษา ผลิต สร้างแก่ตนเองใช้เพียงพอ แล้วให้ทำมากเผื่อแผ่ออกแก่สังคม ความรู้ไม่สูงไม่มาก แต่สิ่งผลิตนั้น ไร้สารพิษ ไม่ใช่แค่ปลอดสารพิษ เป็นธัญญาหารธรรมชาติ เป็นสิ่งจริงที่ชาวอโศกทำมาเรื่อยๆ แม้แต่การเมืองเราก็ออกมาทำ ไม่ได้มาแย่งโลกธรรม แต่มาช่วยให้การเมืองดีขึ้น เพราะการปกครองที่ควรทำ บริหารที่ควรทำเป็นอย่างไร สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ เป็นอย่างไร มีหลักเอื้อเฟื้อ มีสาราณียธรรมอย่างไร มีทิศทางเจริญของสังคมอย่างไร จนนำพระราชดำรัสในหลวงแบบพอเพียง แบบคนจน แบบขาดทุนคือกำไรนี่ พุทธอธิบายได้หมด ตรงกันหมด เรียกว่ารัฐศาสตร์มีเศรษฐศาสตร์ในตัว มีการแบ่งแจกกันในตัว เศรษฐศาตร์คือมีอะไรในสังคมแล้วแบ่งแจกกันให้ได้เพียงพอทั่วถึง อย่างเหมาะควร ซึ่งในการแบ่งแจกกัน เราทำด้วยเมตตาเกื้อกูล กิเลสหวงแหนลดลง ก็แบ่งกันได้ง่ายได้พอ เป็นสังคมที่สบายไม่ฆ่าแกงแย่งชิง อยู่กันอย่างอบอุ่น สังคมศาสตร์คืออยู่กันอย่างมีวัฒนธรรม พึ่งแก่เจ็บตายกันได้ วิเศษ แม้อโศกทำได้บ้างไม่ดีอย่างที่พูดเสียทีเดียวแต่มีรูปลักษณ์อย่างนี้ เมื่อปฏิบัต ิ ให้มีความรู้มีธรรมะด้วยก็จะบริบูรณ์มีหลัก ศีลเด่น เป็นงาน ชำนาญวิชา หรือศีลเคร่ง เก่งงาน ชำนาญวิชา หรือว่า ศีลเต็ม เข้มงาน สืบสานวิชชา การพัฒนามนุษย์นี่เป็นการศึกษา สังคมจะเป็นสุข เมื่อการศึกษามีอิทธิพลเปลี่ยนแปลงมนุษย์ เป็นกาย วจี สุจริต ซึ่งมาจากใจที่เปลี่ยนแปลงดีขึ้น เป็นสังคมเจริญ ซึ่งยากที่จะเข้าใจ ไทยเราโชคดีที่มีพระมหากษัตริย์เป็นอาริยะ ที่ให้เป็นเศรษฐกิจพอเพียง ทำแบบคนจน ทำแบบขาดทุนของเราคือกำไรของเรา เป็นเรื่องน่าตลก ฟังแล้วก็จะเป็นไปได้อย่างไร ขาดทุนแล้วจะได้อย่างไร ขาดทุน ซึ่งไม่ง่าย การทำงานของคนในสังคม หลักเศรษฐศาสตร์ที่เขาทำกัน เขาคิดทุนนี่คิดหมดเลย ทั้งข้าวของโสหุ้ย แม้ที่สุด ค่าแรงงานของเราเขาก็คิดอยู่ในทุน มีค่าโฆษณา ค่าภาษีที่จ่ายออกไป ค่าที่จะทำให้ต่ำกว่าทุนได้คือ ค่าแรงงาน จบ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน