570112_พ่อครูที่เวทีมัฆวานฯ เรื่องเผด็จศึกด้วยสันติปฏิวัติ.doc.docx
เนื้อหาในไฟล์
570112_เรื่องเผด็จศึกด้วยสันติปฏิวัติ ที่เวทีชุมนุมมัฆวานฯ โดยพ่อครูโพธิรักษ์
วันนี้วันที่ 12 ม.ค. 2557 ที่เวทีชุมนุมมัฆวานฯ พ่อครูโพธิรักษ์เทศน์เรื่องเผด็จศึกด้วยสันติปฏิวัติ พ่อครูว่า … พวกเรามาอยู่กันนี่ เราชนะรายทางมาเรื่อยๆ เราได้มาด้วยธรรมะ เรายืนหยัดยืนยันในหลักธรรม สงบ สันติ อหิงสา ไม่รุนแรง จนกระทั่งแม้คณะที่เคยรุนแรงก็ต้องลดบทบาทความรุนแรงลงมา แต่เขาก็ขึ้นอยู่บ้างเพราะอำนาจพลังธรรมะ ส ิ่ งเหล่านี้มองด้วยตาเปล่าไม่เห็นแต่มีจริง คนทั้งโลกนับถือศาสนาพระเจ้า เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มองไม่เห็น เป็นเรื่องจริงแต่กว่าจะมีความรู้ได้ต้องศึกษาจริงๆจึงรู้ การศึกษาอย่างไม่มีโลกุตระจะรู้ได้ยากเพราะไม่เห็นเหตุผล ไม่เป็นหลักวิทยาศาสตร์จะเห็นได้ยาก แต่เขาก็มีประสพการณ์จริง นับถือกันมาชั่วนาตาปี ส ิ่ งศักดิ์สิทธิ์ พระเจ้ามีมานานแล้ว เทวนิยม ส่วนของพระพุทธเจ้า เป็น อเทวนิยม ไม่ใช่ไม่นับถือพระเจ้าแต่รู้แจ้ง มีรูปมีนามรู้ได้จริง ใครไม่เข้าใจว่าพุทธเป็นอเทวนิยม ไม่มีพระเจ้า ไม่มีผี ก็ไม่เข้าใจพุทธ ซึ่งพุทธนั้นมี แต่ก็ยากที่จะเข้าใจได้ง่าย ผู้ศึกษาสัมมาทิฏฐิจะเห็นได้ด้วยญาณ ปัญญาอย่างสัมผัสของจริงเลย เห็นแจ้งรู้จริง เรียกว่ามีวิปัสสนาญาณ (ปัสสะคือสัมผัสของจริง) ตอนนี้คนก็ทยอยมามากเลย ภูเก็ตเหมามา 5 ลำเลย ส่วนทางใต้เห็นว่าต้องซ่อมรางรถไฟ ทำไมประจวบเหมาะเสียเหลือเกิน คนที่มีปัญญาน้อยก็สร้างเรื่องอย่างนี้แหละ มาฟังกวีบทหนึ่ง ชื่อว่า … เผด็จศึกการเมืองอันธพาลเป็นสันติปฏิวัติเป็นปาฏิหาริย์ ( 1 ) แปดสิบเอ็ดศกแล้ว เลยมา ไทยเสื่อมกว่าอตีตา ต่ำร้าย หวังปฏิวัติิพัฒนา สู่ศิ- วิไลซ์แฮ แต่ตลกกลับกลายคล้าย นรกใต้เผด็จการ ( 2 ) ตำนานระบอบบ้าน เมืองไทย ขานประชาธิปไตย ใหญ่โก้
อ่านต่อ
แต่ถลุงชาติเถื่อนไถล ถลำถล่ม ทลายแล จนประชาออกต้านโต้ มืดฟ้ามัวดิน ( 3 ) วิญญาณไทยตื่นรู้ สัจกรรม เพราะนักการเมืองทำ ชั่วช้า ครบสุดทุจริตนำ หมู่กบฏ หมดเลย อันธพาลการเมืองท้า บิ่นบ้าเกินเลว ( 4 ) เหลวเป๋วรัฐล่มล้ม สิ้นสิทธิ์ ตามธรรม ต้องเลิกทุกรัฐกิจ ออกได้ ให้มวลประชาคิด ปฏิรูป อาริยะปฏิวัติใช้ สงบสู้พิชิตกัน ( 5 ) สันติ นี้แหละเข้า ปะประหัต ปราศจากอาวุธหมัด- เด็ดแท้ รัฐบาลกัดฟันซัด สุดเล่ ด้านโง่โด้ง่านแพ้ ชนะนี้มหัศจรรย์ ( 6 ) ธรรม์นี้สุดลึกซึ้ง ในกรรม เผด็จศึกการเมืองทำ ขนบไว้ สันติปฏิวัติสำ- เร็จสุด วิเศษแฮ ต่างร่วมมือกันให้ กิจนี้ประลุผล ( 7 ) คนไทยปฏิวัติด้วย สันติธรรม ยิ่งใหญ่ไทยทำสำ- เร็จได้ อันธพาลรัฐบาลจำ- นนเพราะ ตนผิด หนึ่งขนบจารึกไว้ เกียรติก้องการเมือง. สไมย์ จำปาแพง ๘ ม.ค. ๒๕๕๗ [นัยปก เราคิดอะไรฉบับ 282 ประจำเดือน กุมภาพันธ์ 2557 ]
พ่อครูว่า … สังคมตอนนี้มีคนที่มีกิเลสครอบงำจึงพาให้ทำสิ่งที่ต ่ำ ตามกิเลส คนไปเข้าใจว่ายิ่งศึกษามากยิ่งดี แต่ว่าไม่ได้ลดกิเลส ไม่ได้ศึกษาการลดกิเลสจนเลวร้ายใกล้กลียุค แต่เมืองไทยนี้จะรอด เป็นผลของธรรมะ เป็นผลของประเทศไทยมีศาสนาประจำชาติ มีมาตั้งแต่เกิดประเทศไทย มีเชื้อพุทธ เป็น ดีเอ็นเอพุทธ ไม่ได้ถูกกลบเกลื่อนครอบงำด้วยกระแสกิเลสไปทั้งหมด ถ้าไม่มีเชื้อก็ยากมาก เปิดฉากขึ้นมาก็พยายามใช้คุณธรรมระดับโลกุตระ เช่น เอาความสงบไปสู้กับความรุนแรง หอกดาบมีดปืน นี่แหละคือโลกุตระ มันทวนกระแส ปฏิโสตัง ถ้าเขารุนแรง คนจะเอาชนะก็ต้องรุนแรงกว่า นักมวยใครหมัดหนักกว่าต่อยเข้าเป้ากว่าก็ชนะ แต่นี่ไม่ใช่ เรากลับกัน เป็นส ิ่ งเข้าใจยากแต่เป็นผลสำเร็จรายทางมาเรื่อยๆ จนมาถึงวันนี้ ประชาชนตื่นรู้ วิญญาณไทยตื่นรู้ เพราะนักการเมืองทำชั่วช้าก็เลยทำให้คนเห็น เอามาเปิดเผยอย่างที่เราทำ ใครมีวิธีการมีความสามารถก็เปิดเผย เอาหลักฐานต่างๆมายืนยันจนกระทั่งเข้าใจเห็นชัดเจนขึ้น ส่วนฝ่ายที่ทำผิดไม่ถูกเขาก็ต้องปกป้องตัวเอง หนักเข้าก็โกหก ตลบแตลงไป เราก็เห็นได้ว่ายิ่งปกปิด ยิ่งทำก็ย ิ่ งเห็น ก็ยิ่งถูกเปิดโปงจนกระทั่งวันนี้ มีวาทะกรรมออกมาจาก ผบ.ทบ.บอกว่า ถ้าไม่มีแผล กามันก็ไม่จิก โอ้โห คำนี้นี่ชัดเจนมาเลย แผลหมายถึงอะไร ก็คือความเสียหายความชั่วร้ายซึ่งเขาก็ด้านมากเลย อาตมาก็หาคำมาใช้คือคำว่า โด้กับคำว่าง่าน (โง่ยกกำลังด้านเรียกว่าง่าน ส่วนด้านยกกำลังโง่เรียกว่าโด้) เราออกมาแสดงสิทธิ์ 1 คน 1 เสียง ออกมาแสดงเสียงจริงๆ สดๆ ออกมายืนยันว่าฉันต้องการอะไร ไม่ต้องมีแผล มาชี้ความจริงเลย ไม่ใช่เป็นแค่เลือกตั้งผู้แทนไปเท่านั้น สิ่งเหล่านี้คนไม่ค่อยเข้าใจว่าประชาธิปไตยคือการเลือกตั้ง ถ้าไม่เลือกตั้งไม่ใช่ประชาธิปไตย อย่างนั้นเราก็เข้าใจ แต่การเลือกตั้งนั้น ผู้ไปเลือกนั้นบริสุทธิ์สะอาดไหม ผู้ไปเลือกบริสุทธิ์สะอาดไหม? เขาจะเลือกตั้งให้ได้เพราะวางค่ายกลไว้แล้ว ถูกซื้อตัวเหมือนสินค้าเหมือนวัวเหมือนควาย ซื้อเข้าสภา คอกไหนเงินดีก็ไป มันต้องพูดกันชัดๆอย่างนี้ ผู้ที่เป็นสส.ดีสะอาดบริสุทธิ์ก็ขออภัย ส่วนสส.ขายตัวเหมือนวัวควายนั้นมากกว่า เสียเวลาเลือกตั้งทำไม ความคิดเขาได้เปรียบก็ดึงดันเลือกตั้งเพราะว่ามีค่ายกล ที่ ได้เปรียบ ทั้งที่พรรคไทยรักไทยก็ยุบไปแล้ว พรรคพลังประชาชน ก็ล้มละลายอีกถูกยุบอีก แต่ตอนนี้ใช้อำนาจบาทใหญ่คุมไว้อยู่ เลือกมาก็ถูกยุบๆ วันพรุ่งนี้น่าจะเป็นวันพิชิตชัยนะ การรวมคนครั้งนี้ อันนี้เราไม่ต้องไปริสยากัน คนเรามีบุญบารมีต่างกัน ซึ่งคนไทยก็จะรู้ว่า แข่งอะไรก็แข่งได้แต่อย่าแข่งบุญวาสนา ตอนนี้คุณสุเทพขึ้นมาเป็นบารมี ได้รับเลือก คว้าบุคคลแห่งปีของเอเชียประจำปี 2013 ด้วยผลโหวต 116,000 เสียง ตามมาด้วย มาลาลา ยูซุฟไซ เด็กสาววัย 16 ปีชาวปากีสถาน หลังจากเว็บไซต์ http://asiasociety.org เปิดให้บุคคลทั่วไปโหวตเลือกบุคคลแห่งปีของเอเชียตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2556 ล่าสุด 10 มกราคม 2557 เมื่อมีการปิดการลงคะแนน ผลปรากฏว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตนักการเมืองจากประเทศไทย ในฐานะแกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (กปปส.) มีผลคะแนนโหวต 116,000 เสียง หรือคิดเป็น 88% ยกให้เป็นบุคคลแห่งปีของเอเชีย ประจำปี 2013 ตามมาด้วย มาลาลา ยูซุฟไซ (Malala Yousafzai) เด็กสาววัย 16 ปีชาวปากีสถาน ซึ่งรณรงค์ต่อสู้เพื่อสิทธิการศึกษาของเด็กผู้หญิงในปากีสถาน ได้รับผลโหวตตามมาลำดับที่ 2 ด้วยคะแนน 12,000 เสียง หรือคิดเป็น 9% ทั้งนี้ มีรายงานว่า ช่วงแรกของการเปิดให้โหวตลงคะแนน คะแนนของ มาลาลา ยูซุฟไซ ดูไหลรื่น เช่นเดียวกับโหวตของผู้กำกับภาพยนตร์ของจีน เจี่ย จางเคอ (Jia Zhangke) แตกต่างจากคะแนนโหวตของสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ยังนิ่งไม่มีผลคะแนนโหวตด้วยซ้ำ แต่พอเริ่มต้นปี 2014 ช่วง 2-3 วันแรก มีผู้เข้าหน้าเว็บเพื่อลงคะแนนโหวต 172,000 เพจวิว ในจำนวนนี้กว่า 165,000 มาจากประเทศไทย ผ่านทางเฟชบุค และกระดานสนทนา กระทั่งทำให้ผลโหวตของสุเทพนำโด่งถึง 97% และถือเป็นผลคะแนนโหวตที่มากกว่า อิมราน ข่าน (Imran Khan) บุคคลแห่งปีของเอเชียปี 2012 กว่า 10 เท่า จากนั้นเว็บไซต์ http://asiasociety.org ได้ออกบทวิเคราะห์ที่ไปที่มา เรียนรู้ปรากฎการณ์ สุเทพ เทือกสุบรรณ ทำไมถึงได้คะแนนโหวตอย่างท่วมท้นด้วย ก็อย่าไปริสยากัน คนเราใครทำประโยชน์ให้สังคมแก่ประเทศชาติ ส่วนรวม เป็นเรื่องสุดยอดน่าอนุโมทนาก็น่ายกย่อง เป็นบุญของประเทศที่มีคนเช่นนี้เกิด และการเกิดเช่นนี้ เราไม่มีความโหดร้ายรุนแรง นอกจากเขามาคุกคามเรา ใช้เล่ห์เหลี่ยมสารพัดแต่คนไทยตื่นรู้ว่าต้องสงบ สันติ อย่างคุณสุเทพบอกว่า ถ้าเขามาแรง เรานั่งลงสงบ แล้ว สวดมนต์ จะพิมพ์บทสวดมนต์แจกเลย มันน่าดีใจ น่าชื่นใจที่มันชนะด้วยความสงบสยบความรุนแรง เป็นสิ่งวิเศษ เป็นคุณธรรมของสังคมไทย เป็นความเจริญของสังคม โดยสามัญสำนึกของมนุษย์โลก เขามีความเข้าใจแต่เขาเองทำได้ไหม ออกมารวมตัวเป็นธรรมฤทธิ์แห่งความสงบไหม? ตอนนี้แข่งกันว่าใครจะมีความสงบแน่จริงกว่ากัน เอาให้ชัดฝ่ายทักษิณ ถ้าเขาทำสงบแข่งกับเรานะ ใครเป็นของจริงก็ชนะ เขาก็มีมวลสงบเหมือนกัน ตอนนี้เปลี่ยนสีแล้วจากแดงเป็นขาว ใส่เสื้อขาว ปล่อยลูกโป่ง ฉลาดนะ ยืนบนสะพานไม่กล้าเบียดกันบนถนนเพราะมันกว้าง ไม่เหมือนเราไปเบียดกันบนถนน มีลูกโปงคนละอันปล่อย แล้วเหมือนหมู่ตัวอสุจิเคลื่อนที่ ปรากฏว่า เขาคงเห็นแล้วคงไม่ดีก็เลยตัดภาพนี้ออก เขาก็พยายามทำ อาตมาว่าเป็นนิมิตดี ก็ขอบคุณอนุโมทนาที่เขาก็พยายามรักษาความสงบ แข่งกันใครจะสงบกว่ากัน แต่แข่งกันว่าใครหน้าด้านกว่าเราไม่แข่งนะ ตัวจิตเป็นประธานที่ทำให้ออกมาเป็นกายกับวาจาก็ล้วนแล้วมาจากจิตเป็นประธาน ถ้าไม่มีจิตวิญญาณ คนก็พูดไม่ได้ เราก็ใช้หลักวิชาในการปฏิบัติ มีวิชชาจรณสัมปันโณ เป็นของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ที่เข้าถึงบรรลุทั้งสิ้น มีหลักสูตรเป็นไตรสิกขา โพธิปักขิยธรรม 37 เป็นต้น เป็นเรื่องที่จะเรียนรู้ จิตในจิต มีญาณหยั่งรู้ในอธิปัญญาสิกขา จิตนั้นไม่มีสีกลิ่นรูปรสรูปร่าง แต่พวกมิจฉาทิฏฐิจะเห็นจิตเป็นตัวตน พระพรหมก็มีจิตวิญญาณ เทวดา มาร ผีก็ไม่มีรูปร่าง แต่เขาก็เห็นเป็นตัวเป็นรูปร่าง เห็นว่าคนมีตาทิพย์จะเห็นผีได้เป็นตัวๆ จิตเป็นพลังงาน ไม่มีตัวตนรูปร่างสีสัน เช่น เวลาคุณโกรธ ใครเคยอ่านจิตตนไหม มันไม่มีสีสันรูปร่างตัวตน นั่นแหละ ถ้าได้เรียนรู้อันนี้ก็ได้รู้ทุกคน อ่านได้ เมื่อเกิดอาการ มันไม่มีรูปร่างเส้นแสง อาการโกรธ รัก โลภ ก็มีอาการต่างๆกัน เวลาศึกษาธรรมะ เมื่อมีสุขก็เรียกว่าเป็น 1 .เทวดาสมมุติเทพ ขึ้นสวรรค์หอฮ่อ แล้วก็ไปปั้นรูปเป็นเทวดา มีชฎาด้วยนะ แต่แปลกที่เทวดาผู้หญิงไม่ใส่เสื้อ มีสังวาลย์ประดับ เป็นเทวดาโบราณ มันเป็นจินตนาการ ทั้งที่มันไม่มีตัวตนรูปร่าง ความทุกข์ทรมาน โกรธแค้นไม่สบายเป็นอาการจิตทั้งนั้น เทวดาของพระพุทธเจ้าแบ่งเป็น 3 ชนิด การลดละกิเลสตนได้ก็ได้ประโยชน์ตน แล้วก็จะมีพลังไปช่วยเหลือสังคม เทวดาสมมุติเทพ 2 . อุบัติเทพ 3 .วิสุทธิเทพ เทวดาคือจิตวิญญาณที่สุข อร่อย สนุกสนานบันเทิง จิตเทวดาทั่วไปของปุถุชนคือสมมุติเทพ แล้วก็หลงวนตรงนี้ เข้าใจความเป็นเทวาดชนิดโลกุตระไม่ได้ ส่วนอุบัติเทพกับสมมุติเทพนั้นเป็นโลกุตระ ใครทำจิตตนให้อกุศลจิตตาย กิเลสตาย จิตจะเกิดใหม่ เป็นการเกิดที่เรียกว่า โอปปาติกโยนิ เกิดอย่างไม่มีซาก เกิดตามเหตุปัจจัย ถ้าปฏิบัติสัมมาทิฏฐิ จิตจะล้างกิเลสแล้วเกิดใหม่ ความเกิดของจิต ภาษาวิชาการเรียกว่า หยั่งลง ถ้าไม่เกิดก็หยั่งลงเป็นกุศลอกุศล แต่สามารถทำให้อุบัติได้ โอกกันติ คือหยั่งลงสู่อาริยบุคคล เป็นนิพพัตติ เกิดอย่างลดกิเลส ฆ่ากิเลสตายไป เป็นโสดา บัน สกิทา คามี อนาคา มี อรหันต์ ผู้ศึกษาอย่างมีวิชชาแท้ ก็จะเห็นสัตว์นรก เปรต เดรัจฉาน ซึ่งไม่มีปีกมีขามีตัวแต่อย่างใด แต่เป็นสัตว์โอปปาติกะ สมมุติเทพเป็นความสุขสบายอร่อย คือการบำเรอกิเลส เช่น อยากได้ลาภ ได้เงินทอง ถ้าได้มาก็สบายใจ กิเลสก็อ้วนโตขึ้น บำเรอตัณหา อยากได้กามคุณ 5 มาเสพรส อาการสุขนั่นคือสมมุติเทพ เป็นความหลอกไม่ใช่ความจริง ถ้าได้เสพกามคุณ 5 เป็นสุขเท็จ เป็นเทวดาเก๊ เมื่อมาเรียนรู้กิเลสที่เป็นตัวปลอม เป็นอาคันตุกะมายึดครองเรา ท่านเรียกว่าแขกหรือผู้มาเยือนจิตเรา ไม่ใช่ตัวจริง มาเยือนแล้วมายึดเลย แล้วเจ้าของจิตก็โง่ให้กิเลสยึด ทั้งนั้นเลย มีทุกคน ก็มีคนหาทางออก จนมาเรียนรู้ว่ากิเลสฆ่าได้ ลดได้ตามลำดับ เป็นอาริยบุคคลตามลำดับ จนหมดความสุขขัลลิกะ อารมณ์สุขหายไปเลย ซึ่งเป็นเรื่องลึกซึ้งจริง แม้เขาสอนกันในพุทธก็ไม่ถูก เช่น เราสัมผัสทางลิ้นแล้วอันนี้เค็ม ภาษาไทยเรียกว่าเค็ม ภาษาจีนจะเรียกอื่น ภาษาฝรั่งจะเรียกอื่น แต่ว่าความเค็มจะลิ้นของคนเผ่าไหนก็รับรู้ได้เช่นกัน มันเค็มเหมือนกัน รสเค็มเป็นรสสัจจะ แต่คนนี้ชอบเค็มก็จะมีอาการอร่อย นี่คือเท็จ คนบางคนไม่ชอบเค็มบอกไม่อร่อยอันนี้ก็เท็จ แต่ถ้าจริงแตะลิ้นก็เค็มเหมือนกัน ชาติไหนๆก็รับรสได้เหมือนกัน แล้วแต่จะเรียกภาษาต่ากันไป พระพุทธเจ้าเรียกว่าเสียง 2 อันหนึ่งเป็นทิพย์อันหนึ่งเป็นสามัญ ที่เขาหลอกว่ามันอร่อย หลอกว่ามันชัง เมื่อชอบก็อร่อย เมื่อชังก็ไม่อร่อย ทั้งสองอาการนี้เกิดจากเหตุ ถ้าพอใจตรงอุปาทานเรียก อนิฏฐารมย์ ถ้าชอบใจก็อิฏฐารมย์ อย่างสามีภรรยา ถ้าภรรยาทำอาหารไม่ชอบใจ สามีก็จานบินเลย ถ้าอร่อยก็ชอบใจ เป็นเทวดาสมมุติ ไม่มีตัวตนรูปร่างสีสันหรอก แต่รู้ได้ด้วยญาณปัญญา เราศึกษาก็ลดละได้ตามลำดับ อย่างสิ่งหยาบๆแรงๆก็ลดเถอะ บางอย่างเป็นพิษภัยด้วย จะชอบทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ก็ตามเป็นกิเลส หรือแม้ลาภ ยศ ไปหลงใหลได้มากมาย ขี้โลภ ไปเบียดเบียนทำร้ายผู้อื่นไม่ดี ชีวิตคนเราก็อาศัยได้ ทั้งทวาร 5 สัมผัส ทั้งโลกธรรม แต่เราเรียนรู้กิเลส ดับกิเลส ดับให้สนิท ฆ่าแล้วสบายไม่ต้องไปบำเรอ กิเลส ตัณหา อุปาทาน แล้วอย่าไปคิดว่าถ้าไม่ได้สิ่งเหล่านั้นจะเหี่ยวแห้งตาย ไม่มีรสชาติ ไม่ใช่เลย เราพ้นแล้วเราสบาย เอาเวลา แรงงานทุนรอนคืนมาได้เลย เราลดกิเลสได้หมดเป็นวิสุทธิเทพเลย จิตวิญญาณสะอาดบริสุทธิ์ เป็นจิตวิญญาณพรหม เป็นศาสนาที่รู้แจ้งในเทวดา มาร พรหม เราเป็นมารก่อน แล้วก็เป็นอุบัติเทพ วิสุทธิเทพ แล้วก็เป็นพรหม เป็นพระเจ้าสะอาดบริสุทธิ์ถาวรเลย ไม่มีสุขทุกข์ ไม่ดูดไม่ผลัก กลางสบาย วางเฉยต่อโลกธรรม รู้แจ้งโลกมีโลกุตรธรรม ช่วยโลกมีประโยชน์ต่อโลกมาก พหุชนหิตายะ(เพื่อหมู่ชนเป็นอันมาก) พหุชนสุขายะ(เพื่อความสุขของหมู่ชนเป็นอันมาก) โลกานุกัมปายะ(รับใช้โลก ช่วยโลก) ไทยมีพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ สอนให้เป็นคนดีช่วยเหลือสังคม เช่นเดียวกับศาสนาอื่น แต่พุทธเป็นรากเห ง้ าของไทย เราก็ต้องเอาพุทธแต่แรกก็เลยอาจเป็นเชิงข่มบ้างก็ขออภัย ทุกวันนี้อาตมาเห็นผลว่าเป็นเวลาวาระ เป็นสยามเทวาธิราช เป็นพลังงานศักดิ์สิทธิ์ ที่มองไม่เห็น ของแต่ละคนๆ พลังงานที่ดีเป็นกุศล สะอาดจากกิเลส มีประสิทธิภาพสูงมาก กิเลสมันหมักดองไว้เรียกว่าอนุสัยอาสวะ มันไม่ทำงานแต่ไม่หมดไป คนไม่ศึกษาจะกำจัดกิเลสจริง ก็ไม่หมดอาสวะอานุสัยหรอก ต้องเรียนรู้จริงๆ กิเลสไม่ทำงานไม่ได้หมายถึงหมด มันยังอยู่ แม้มีสามัญสำนึกมีจิตดี คนเราก็มีกิเลสอยู่ แต่ถ้าเป็นพลังที่ไม่มีกิเลสชั่วคราวก็มีจริง ย ิ่ งคนลดกิเลสได้ด้วย ก็ยิ่งจริง พฤติกรรม กาย วาจา ใจ เป็นองค์รวม มารวมกันเป็นล้านคนก็มีอำนาจฤทธิ์ศักดิ์สิทธิ ์ มองไม่เห็นตัว นี่คือพลังงานที่แท้จริง มาเถอะ แต่ละคน มาทำกุศล ปรารถนาดี เพื่อที่จะไปต้านกับพลังที่ไม่ดี จนกระทั่งเขาหยุดชั่วคราวหรือเลิกไปเลย เราจะมาสร้างพลังบริสุทธิ์แทนอันเก่าที่มี ผี มาร ซาตาน ทำชั่ว จนบ้านเมืองแย่แล้ว เลวร้าย กดขี่ข่มเหง สารพัดที่โกหก ตอแหลตลอดหมด แล้วก็ไปมีหน้าที่ใหญ่ เลยเป็นอำนาจบาตรใหญ่ คนที่ตกอยู่ใต้โลกธรรม ถ้าไม่ปฏิบัติตามอำนาจบาตรใหญ่ ก็เสียลาภยศ สรรเสริญ เสียกาม เสียโลกธรรม เอาเงินมาจ้างเป็นผีโม่แป้ง เขาเอาเงินมาซื้อก็ให้เขาซื้อ เรากำลังทำให้มารสยบ ซาตานสยบ ผนึกกันให้เกิดพลัง สยามเทวาธิราช เป็นพลังศักดิ์สิทธิ์ไม่เห็นตัวตน แต่มีประสิทธิภาพ พรุ่งนี้เป็นวันนัด เป็นรอบที่ 4 ซึ่งรอบแรกเขาดูถูกว่าเรามาไม่ถึงแสนหรอก เพราะแต่ละครั้งที่รวมตัวกันมา ไม่เคยเลยที่ทำได้อย่างมาก ได้อย่างเก่งก็เรือนหมื่น เรือนแสนบางครั้งหลวมๆ ก็เท่านั้น แต่วันที่ 24 พ.ย. นี่เกินล้านเลย พอมาวันที่ 9 ธ.ค. ประเมินกันว่า 5 ล้านคน ไม่ต้องเอาข้อมูลจากตำรวจนะท่านตกคณิตศาสตร์ ทีนี้เทวดาสุเทพ เป็นเทวดาจริงเลย ทีนี้เหนื่อยไม่เป็นเลย ลองซิออกมาชวนเดินจากตรงนั้นตรงนี้ เดินวันละ 10 กม. วันละ 20 กม. โอ้โห อาตมาพาพวกเราจาริก เรื่องเดินนี่รู้ดีว่าไม่ใช่ง่ายๆ พอมาครั้งที่ 3 เมื่อ 22 ธ.ค. ก็มากกว่าวันที่ 9 อีก แยกกลุ่มกันอยู่ก็คำนวณยากอยู่ พอมาครั้งที่ 4 นี่ คิดอย่างตัวเลขคือ อะไรก็ตามทั้งรูปและนาม เมื่อเกิดพลังงานแรกเป็น 1 ก็ไม่เกิดอะไรมาก แต่พอมีเกิด 2 ก็เป็นพลังงานระนาบ ไม่มีอะไรมาก ไม่โค้งไม่วน อยู่ในระนาบ จะยาวไปตามระนาบจนกว่าจะเกิดองศาแยกตัวเป็นพลังงานอีกอันขึ้นมาเป็น 3 เส้า มันจะวิ่งดิ้นวน วงกลม อย่างเรียบร้อยมีแรงสมบูรณ์ ถ้าเบี้ยวก็วิ่งไม่ตรง แต่ว่าถ้าตรงก็จะวิ่งวนเร็วมาก เป็น Cyclic order เป็นหนึ่งหน่วยแห่งพลังงานแข็งแรง พลังงานจะทดไปเรื่อยๆ เป็นหนึ่งแยกไปอีก แล้วเป็น 5 เป็น 6 ก็จะเป็นสองสามเหลี่ยม จนกว่าจะเป็น 9 จึงเป็น Cyclic order ทับทวีไปเรื่อยๆ คราวนี้ พลังงานของประชาธิปไตย อำนาจประชาชนที่เอาความสงบสยบความรุนแรงจะเกิด 4 พลังงานจะแรงขึ้นจาก 4 ถ้าได้เรียบร้อย จะมี 5 มี 6 ทับทวี ถ้าเป็นสัจจะจะเป็นเช่นนั้น ถ้าไม่ใช่สัจจะจะฝ่อไป พลังงานเรามองไม่เห็นเพราะเป็นนามธรรม เกิดจากจิตวิญญาณมนุษย์ที่เกิดความเข้าใจเป็นปัญญา มีพลังงานเป็นศรัทธาหรือเจโต มีทั้งสองอย่างมา เข้ามารวมกันเป็นพลัง ถ้ามีแต่ปัญญาไม่มีศรัทธาหรือเจโตก็ไม่เกิดแรงอะไร แต่นี่ทั้งเชื่อมัน เข้าใ และรู้จริงจะมีพลังสูง เรามาประท้วงด้วยธรรมะที่จะให้เข้าใจเรียกว่าปัญญา และให้แต่ละคนเกิดความเชื่อเพราะเข้าใจเห็นจริง ไม่ใช่ถูกครอบงำความคิด ไม่ใช่ ไม่ได้ถูกหลอก แต่ถูกหลอกก็มีกำลังได้เหมือนกัน ถูกครอบงำ ด้วยลาภ ยศ สรรเสิรญ ได้เงินก็เชื่อแล้ว ได้ยศตำแหน่งก็มาทำ ก็มีกำลัง แต่ไม่เหมือนกับเชื่อเองด้วยปัญญาชาญฉลาด เราจึงเปิดเผยความจริงให้มากๆหมดๆ ประจานไปเขาก็โกรธ ต้องการให้คนตื่นรู้ ใครไม่ถูกครอบงำความคิด เป็นจิตเปิด ก็ไม่ถูกครอบงำ ตั้งใจฟัง ฟังด้วยดีย่อมเกิดปัญญา ฟังด้วยไม่หลงติดยึด รับรู้ศึกษาตามดีๆ มีเหตุผลหลักฐานต่างๆมาชี้ เราจึงรบด้วยความรู้ความจริง ไม่ได้ใช้เรี่ยวแรงอาวุธ เราชนะด้วยความจริง ความถูกต้อง ความรู้ จึงได้ประโยชน์ทุกอย่าง ประโยชน์ในการรบก็ชนะ ประโยชน์ในการรู้ก็ชนะ รู้ความจริงความถูกต้อง เกิดความเฉลียวฉลาดด้วย เพราะเขาไขเหตุผลเหลี่ยมคูเล่ห์กล ความซับซ้อนปิดบังอำพรางเราก็ยิ่งรู้ยิ่งฉลาด ได้ขึ้นมาหมดเลย นอกจากได้ความรู้ ความ จริง ความ ฉลาด ก็ออกมาช่วยแก้ไขความไม่ดี ไม่จริง ไม่ถูก ให้ดีขึ้นต่อสังคม ลงทุนลงแรงอย่างภูเก็ต เหมาเครื่องบินมา 5 ลำเลย จะเหมารถไฟเขาก็บอกว่าเสียจะต้องซ่อมถึงวันที่ 14 ด้วยนะ ทำไมกะวันแม่นอย่างนี้ อย่างกระทรวงสาธารณสุขต้องยกนิ้วให้เลย หมอณรงค์ได้ใจจริงเลย อาตมาว่ากระทรวงอื่นๆน่าจะเอาอย่างนะ ช่วยกอบกู้ชาติเสียที เรารออยู่นะ ใครรู้แล้วแต่ไม่กล้าก็ให้กล้าๆหน่อย เราจะได้พ้นปลักตม ไม่อึดอัดหรือไง เราลองเอาซิว่าแต่ละกระทรวงจะอึดอัดไหม? ถึงเหตุปัจจัยแล้วนะ ถึงจุดระเบิด จุดชวาน แล้วมาบรรจบครบรอบแล้วถ้า 10 กระทรวงมาพรึ่บก็จบเลย มันจะเป็นความฝันกลางลมหนาวไหมหนอ อยากให้ฝันเป็นจริงไหม? ใครจะว่าอยากก็อยากซิ เราไม่ต้องเอามีดเอาปืนมาทำร้ายทำลายกัน เอาความจริงความรู้ ถูกต้องมาแสดง แล้วคนที่รู้ก็มารวมกันเป็นธรรมฤทธิ์แน่นอน ถ้าออกมาเป็นความถูกต้องเป็นพลังที่มารวมกัน แต่ละคนมารวมกัน เป็นถึงขั้นเป็นกระทรวงๆ ไม่เป็นไรหรอก กระทรวงกลาโหมมาช้าหน่อยก็ได้ เพราะคุณมีพลังแรงมากเลยนะ คุณจะไม่กล้าก็ไม่ออกมาก็ได้ แต่จะออกมาอย่างถือปืนมานี่ไม่เอานะ ออกมาอย่างเป็นประชาชนนะ ให้กระทรวงอื่นออกมาเถอะ ถ้าอึดอัดก็ออกมาเลย พรุ่งนี้เปิดตัวกันเลย ต้องขอบคุณกระทรวงสาธารณสุขจริงๆ สิ่งไม่เคยเห็นก็เห็นนะ เป่านกหวีดกันเลยนะ คนที่มีความกล้านี่ คนเป็นพันเป็นแสนเป็นล้านนี่จะมีซักคนที่มีความกล้าซัก 1 คนก็มีได้ยากแล้ว อารยะคือผู้ฉลาดที่จะรู้ความจริงตามความเป็นจริง ไม่หลงความหลอกมาเป็นความจริง ก็เกิดไปตามลำดับๆ ประเทศไทยนี่กล่าวได้ว่าเป็นชมพูทวีป ไม่ได้กล่าวลอยๆ พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า ชมพูทวีปมีเครื่องแสดง 3 อย่าง สุรภาโว สตมันโต อิทพรหมจริยวาโส นี่คือคุณสมบัติมนุษย์ชมพูทวีป ใครมีครบ สามารถทำให้โลกลูกนี้ คือกายยาววา หนาคืบ กว้างศอก พร้อมสัญญาและใจนี้ ทำให้สะอาดจากกิเลสเรียกว่ามีความประพฤติหรือจรรยาของพระพรหม ใครก็ตามมีโลกลูกนี้ สามารถบรรลุพรหมจรรย์ไปเรื่อยๆนี่แหละคือผู้ที่เป็นชมพูทวีป ใจของคนสามารถเกิดพรหมจรรย์ ลดกิเลสลงได้ ต้องมี 1 .สุรภาโว 2 .สติมันโต สุระแปลว่ากล้า ภาโวคือสิ่งที่เกิดขึ้น ถ้าเกิดขึ้นแข็งแรง ถ้าเอาตัวเรากายเรา คนๆหนึ่งมีอาการ 32 แข็งแรงครบบริบูรณ์ก็ถือว่ามีสุรภาโวระดับหนึ่ง ยิ่งมีกาย วาจา แข็งแรง แกล้วกล้าอาจหาญ อย่างที่มีสติมันโต มีสติเป็นองค์ธรรมสำคัญ เป็นธาตุสำคัญด้วย ระลึกรู้ตัว จากสติเป็นสัปชัญญะ เป็นปัญญา เป็นหลักสำคัญเลย เมื่อรู้จักสติแล้วเอาสตินำเป็นโพชฌงค์ 7 หรือมรรคองค์ 8 แล้วพิจารณาเป็นสติปัฏฐาน ลดกิเลสไปได้เรื่อยๆ สติก็เป็นสติสัมโพชฌงค์ เจริญด้วย สติ ธัมวิจัย วิริยะ สัมโพชฌงค์ มีสตินำ ผู้ที่มีพร้อมทั้ง สุรภาโว สติมันโต อิทพรหมจริยวาโส คนๆนั้นคือชมพูทวีป เป็นนามธรรมที่มีในคน ในถิ่นแคว้นใดมีคนชมพูทวีป มีน้อยก็เป็นชมพูทวีปน้อยๆ มีมากก็เป็นชมพูทวีปมากๆ แล้วในไทยเป็นพุทธศาสนิกชน 95 % จนชาวโลกเขาเห็นแล้วว่าไทยเป็นแหล่งกลางของศาสนาพุทธเพราะมีสภาพของพุทธศาสนาอยู่ในคนจริงมากประเทศไทยจึงเป็นชมพูทวีปเช่นนี้ อย่างอินเดีย ศรีลังกา พม่าก็มีคนพุทธเยอะ ลาวก็มี เวียดนาม ญี่ปุ่น จีนก็มีพุทธ แต่คิดค่าเฉลี่ยทั้งปริมาณและคุณภาพ ตกลงประเทศไทยมีเหนือชั้นกว่าทุกประเทศ ตอนที่พระพุทธเจ้าประกาศพุทธศาสนาในอินเดีย แน่นอนอินเดียเป็นชมพูทวีปในสมัยพระพุทธเจ้า แล้วอยู่มาพอสมควร คนแผ่มาเรื่อยๆ จนมาถึงวันนี้อย่างที่อาตมาว่า ทำสถิติตรวจสอบว่าไทยนี่ค่าเฉลี่ยสูงกว่าประเทศใดๆ ไทยจึงชื่อว่าเป็นชมพูทวีป เรามาร่วมกันเพื่อพิชิตผู้บริหารที่ทำชาติย่อยยับ กู้มา 2 ล้านๆ แล้วว่ากันว่าจะเป็นหนี้ไปถึง 50 ปี มันอำมหิตโหดร้ายจริงๆ มันแสดงว่า ไม่มีภูมิปัญญาจะหาเงินมาเลี้ยงประเทศ ไม่สามารถหารายได้แก่ประเทศได้ ตั้งหน้าตั้งตากู้ หมาที่ไหนก็ทำได้ ใช่ไหม และมันมีนัยซ่อนจะกู้อะไรมาตั้งเยอะแยะ อ้างว่าจะมาทำรถไฟความเร็วสูง เพื่อขนผัก มันขายขี้เท่อ ต่างประเทศเขาสร้างรถไฟความเร็วสูงเพื่อขนคน … จบ