สื่อธรรมะพ่อครู(ปกิณกะ) ตอน เป้าหมายชีวิตพรหมจรรย์ของพ่อครู.docx
เนื้อหาในไฟล์
เป้าหมายชีวิตพรหมจรรย์ของพ่อครู อาตมาเอาชีวิตของอาตมา มาทำอย่างไม่ได้เงินทอง ลาภ ยศ สรรเสริญ คนจะชังน้ำหน้าด้วยซ้ำ เพราะว่าพูดตรงๆ อย่างไม่ไว้หน้า ไม่เกรงใจใคร คนก็เลยยิ่งจะไม่ชอบหน้า อาตมาก็ไม่มีปัญหา เพราะมั่นใจว่า อาตมามีทุนชีวิต ไม่ได้พูดอย่างเอาใจใคร ให้ใครมาชม อาตมาจะพูดความจริง พระพุทธเจ้าไม่ได้สอนว่า ผู้ที่จะมาเผยแพร่พรหมจรรย์นี้ มาประกาศพรหมจรรย์นี้ เพื่อที่จะให้คนมาเคารพ เพื่อที่จะให้คนมานับถือ เพื่อที่จะได้บริวาร ไม่เลย ขอยืนยัน จะมาสอนธรรมะ ประกาศพรหมจรรย์ อธิบายเรื่องศาสนา พรหมจรรย์ก็คือพระธรรมวินัย ก็คือศาสนา พระพุทธเจ้าตรัสไว้ชัดเจนว่า ภิกษุทั้งหลาย ! พรหมจรรย์เราประพฤติ มิใช่เพื่อ... หลอกลวงคน ให้มาเคารพนับถือ (น ชนกุหนัตถัง) มิใช่เพื่อเรียกคน มาเป็นบริวาร (น อิติ มังชโน) มิใช่เพื่ออานิสงส์เป็นลาภสักการะ และเพื่อเสียงสรรเสริญ มิใช่เพื่อจะได้เป็นเจ้าลัทธิ หรือค้านลัทธิอื่นใดให้ล้มไป มิใช่เพื่อให้มหาชนเข้าใจว่า.. เราได้เป็นผู้วิเศษอย่างนั้น ก็หามิได้ ภิกษุทั้งหลาย ! ที่แท้ พรหมจรรย์นี้ เราประพฤติเพื่อสำรวม เพื่อละ, เพื่อคลายกำหนัด, เพื่อดับทุกข์สนิท ฯ (พรหมจริยสูตร พตปฎ.เล่ม 21 ข้อ 25)
พ่อครูว่า… ที่มาประกาศนี้ เพื่อให้คนลดละกิเลส พูดแรงก็แล้ว อาตมาเป็นจอมยุทธ์ ที่ใช้จนจะหมดเคล็ดวิชา หมดวรยุทธ์แล้ว สุดท้าย เป็นจอมยุทธ์ที่พ่ายแพ้ สมณะฟ้าไทว่า… ก็ไม่ได้พ่ายแพ้ เพราะทุกวันนี้ มีคนเปลี่ยนแปลงชีวิตได้ พ่อครูว่า.. อาตมาไม่เสียแรงเปล่า ยังทำงานมีผลจริง คือ มีคนมา ละหน่ายคลาย อย่างที่พระพุทธเจ้าตรัส ที่มาทำงานก็เพื่อให้คน ละ, เพื่อคลายกำหนัด ไม่ได้ทำเพื่อให้คนมานับถือ หรือแค่คนมาเป็นบริวาร ไม่ใช่เพื่อให้รับว่าอโศกนี้ยิ่งใหญ่ หรือเพื่อล้มล้างล
อ่านต่อ
ัทธิอื่น แต่เพื่อจะให้เข้าใจธรรม เพื่อละ, เพื่อคลายกำหนัดจากกิเลส แล้วพวกคุณก็มาลดละได้ ไม่ได้พูดเล่น ยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม ในนี้มีผู้หญิง ถ้าคุณไม่มาอยู่กับชาวอโศก ป่านนี้คุณไปแต่งตัวสวยเก๋หรูหราหมด แต่เข้ามาอยู่ในอโศกมีไหม ก็ไม่มี ไม่มีทาปากทาหน้า ตกแต่งผม เสื้อผ้าหน้าแพร ก็ต้องไม่ตกแฟชั่นก็ไม่มี นี่คือผลสำเร็จ ธรรมะ 30 ถึง 40 ปีแล้วก็ยังได้ เข้ามาที่นี่ ถ้าใครหลงฝูง แต่งชะเวิบชะวาบเข้ามา อาตมาเคยเห็นบางคนหลงเข้ามา ก็รีบเข้าห้องน้ำ ล้างหน้าตาที่แต่งมาเต็มที่ เขาอายเลยเข้าไปล้าง อาตมาก็ว่า คนนี้รู้สึกไว เพราะเข้ามาในชาวอโศก ไม่มีคนแต่งหน้าแต่งตาเลย ประเภท คุณหญิง สาวไฮโซในอโศกหาไม่ได้ มีแต่สาวโลโซแต่แข็งแรง อาตมายกตัวอย่างนี้ ไม่ได้หลงตัวหรืออวดเบ่งข่ม แต่ทำงานมาขนาดนี้ ไม่ได้ท้อแท้เลย อาตมารู้ว่ามันยาก มันเป็นธรรมะทวนกระแส ปฏิโสตัง ทวนกระแสโลกโลกีย์ แล้วก็ได้สิ่งเหล่านี้มาขนาดนี้ ที่ได้นี้ไม่ได้ได้ธรรมดา แต่ได้หยั่งลงถึงราก ธรรมะพระพุทธเจ้านั้น เมื่อบรรลุ คือเข้าถึง สัมปทา ผู้บรรลุนั้นถึงราก จะเข้าใจเข้าถึงราก เข้าใจเกิดปัญญา เข้าถึง หยั่งลง เรียกว่าโอคทา จิตที่หยั่งลง จะเปลี่ยนแปลงคนนั้น วันนี้ชาตินี้ เปลี่ยนแปลงได้เข้ามาอโศก จะได้ถึงชาติต่อๆไป จะเป็น DNA ของตระกูลปุถุชน ที่อาตมาพาทำ ผู้มาเป็นสมาชิกแท้ของชาวอโศก เขาจะรู้จิตของชาวอโศก นั่นแหละคือ ผู้ที่มีอริยมรรคอริยผล นี่คือการบรรลุ เพราะฉะนั้น พระโสดาบันของชาวอโศกนี้มีเยอะ แต่เขาไม่รู้หรอกว่า พระโสดาบันคืออะไร โสดาบัน คือจิตที่รู้จักมีอัญญะ มีธาตุรู้ ต่างไปจากโลก ที่มาเปลี่ยนแปลงชีวิตเป็นโลกุตระ อย่างน้อย ก็เริ่มต้น ตั้งแต่ละจัดจ้านอบายมุข เงินทองทรัพย์สินที่ จัดจ้าน รูปรสกลิ่นเสียงที่ จัดจ้านไม่เอาแล้ว แต่ก่อนนี้โลภไม่หยุด ต้องแข่งเอายศชั้นก็ไม่หยุดต้องเอาให้ได้ ลาภยศสรรเสริญคือโลกธรรม รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสก็ไปตามโลกเขา นั้นคืออบายตอนนี้ไม่เอาแล้ว ยิ่งภูมิธรรมสูงกว่าโสดาบัน ก็จะไม่เหมือนเก่าแล้ว ไม่เป็นอย่างเก่า เป็นสกิทาคามี จะไม่ไปแข่งดีแข่งได้ ได้ก็ได้ ตามคุณธรรมความสามารถ ที่เราปฏิบัติในสังคม จะได้ลาภ ยศ สรรเสริญ ตามคุณธรรม ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ไม่ได้ทุกข์เพราะการเสื่อมลาภ ไม่ได้ดีใจเพราะได้ลาภ ยศ สรรเสริญ ไม่เหมือนเก่า ยิ่งอนาคามีเลยนี่ แม้มีลาภ ยศ สรรเสริญ อยู่กับสังคม ชาวอโศกที่ทำงานกับโลกจะรู้ตัวเองเลย ฟังดูจะเข้าใจตัวเองว่า แต่ก่อนอยากจะได้ยศได้ขั้นได้เหรียญตรา รู้สึกว่ามันวิเศษ แต่เดี๋ยวนี้ไม่รู้สึกอย่างนั้น ไม่ไปตื่นเต้นดีใจไหมจะได้ อย่างจริงๆแล้วยกตัวอย่างชัดๆ อย่างลุงจำลอง ได้รับรางวัล เกาหลีก็ให้เหรียญยกย่อง ฟิลิปปินส์ ให้รางวัลแมกไซไซ ก็ไม่ได้ตื่นเต้นอะไร ไม่เหมือนกับทางโลก ที่จะต้องพาไปฉลอง สิ่งเหล่านี้มันเป็นของจริง อาตมาเอาธรรมะพระพุทธเจ้า มาเปิดเผย แล้วพวกคุณเอาไปทำได้ เป็นอาริยธรรมอย่างนี้ได้จริงๆ อาตมาถึงบอกว่า อาตมาไม่ได้สูญเปล่า ทำงานไม่เป็นหมัน ทำงานศาสนาที่เป็นอาริยธรรม โลกุตรธรรมได้ผล ทำงานในชาตินี้ ก็พอเป็นไปได้ ซึ่งจริงๆ อาตมาก็ประกาศแล้วว่า อาตมาเป็นโพธิสัตว์ มาทำงานที่จะสืบสานกอบกู้พุทธธรรม ของพระพุทธเจ้า พูดแล้วพูดอีกว่า มันเสื่อมไปแล้วจริงๆ มันผิดเพี้ยนไปจริงๆ พูดอย่างจริงใจมั่นใจว่า อาตมาไม่ได้กล่าวตู่ ไม่ได้ไปดูถูก แต่มันถูกจริงๆ มันเสื่อมจริงๆ มันผิดเพี้ยนไปจากสัจธรรม ของพระพุทธเจ้า แม้แต่รวมตัวกัน เป็นสังคมพุทธศาสนาก็ตาม มันลดค่าของสัจธรรม อาริยธรรม ของพระพุทธเจ้าไปหมดแล้ว มันไม่มีอารยธรรมแล้ว ในกระแสหลักกระบวนใหญ่ พูดอย่างนี้ขออภัยเถอะ พูดความจริง เป็นโอกาสเวลาที่จะพูดความจริง ไม่ได้พูดดูถูกดูแคลน ตำหนิสิ่งควรตำหนิ ยกสิ่งควรยก ตำหนิก็ไปตำหนิเขาส่วนใหญ่ ยกก็ยกอโศกอีก ยกตัวเอง มันน่าหมั่นไส้ มันเลี่ยงไม่ออก ก็เลยต้องพูดตามจริงตามตรง 600323_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ Mixtureการศึกษาบ้านวัดโรงเรียน