สื่อธรรมะพ่อครู(อัตตา_อนัตตา) ตอน อนัตตาต้องเป็นไปตามลำดับ.docx
เนื้อหาในไฟล์
อนัตตาต้องเป็นไปตามลำดับ _3867มงคล38 ในคำสอนตถาคตที่พ่อครูสอนฯ ในโลกนี้คงไม่มีใครทำความดีให้เจริญ สูงสุดได้ครบ38ประการ ได้ในชั่วโมงเดียววันเดียวปีเดียว ได้เลย นอกจากจิตเห็นอนัตตาสะอาดสว่างสงบ ในทุกปัจจุบันขณะนั้นขณะเดียว! ถูกไหม? พ่อครูว่า… คนมักตีความตื้นๆ ว่าอนัตตตา คือความไม่ใช่ตัวตน ไมมีตัวตนและก็มักพูดตื้นๆว่า คนเข้าใจอนัตตา จะสะอาด สว่าง สงบ เป็นคุณธรรม ปุ๊บเลย คนที่เข้าใจสภาวะ ความไม่มีตัวตน ไม่ใช่ตัวตนได้ คนก็จะสว่าง โพลง สะอาดวาบ สะอาด สว่าง สงบได้เลย อาจารย์ไหนก็อธิบายอย่างนี้ อาตมาก็ว่า ทำไมสอนกัน เพ้อเจ้อเพ้อพกอย่างนี้ เพราะคำว่าอนัตตา ก็เข้าใจว่า มันไม่มีอัตตา คนที่จะเกิดสะอาด สว่าง สงบ ไม่ใช่ปรุงปุ๊บปั๊บ จะเห็นอนัตตาเลย คุณพิจารณาให้หัวแตก เป็นร้อยเสี่ยงก็ไม่ได้ ใครจะใช้ตรรกะขบคิด คิดให้หัวแตก ร้อยชาติพันชาติ ก็ไม่มีทางบรรลุอนัตตา จะบรรลุได้ จะต้องเรียนรู้ความจริงอนัตตา 3 ขั้น โอฬาริกอัตตา มโนมยาอัตตา อรูปอัตตา คนที่อวิชชา มีอัตตา 3 นี้ทั้งนั้น ไม่ได้ศึกษาละล้าง อัตตามาก่อน ครั้งแรก คือโอฬาริกอัตตา คืออัตตาที่หยาบ สัมผัสเกี่ยวข้องกับตา หู จมูกลิ้น กาย ใจ สิ่งที่อยู่นอกทั้งหมด อยู่ในกามภพ เต็มไปด้วยตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจทวารทั้ง 5 กระทบในลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข ในกามคุณ 5 ด้วย รูป รส กลิ่นเสียง สัมผัสเสียดสี สิ่งเหล่านี้เกิดจากการสัมผัส และเกิดสภาพ สุข แท้จริงสุขคือของเก๊ ส่วนจริง รากเหง้าคือทุกข์ ทุกข์คือเหตุคือสมุทัย สมุทัยคือตัวทุกข์ ตัวสมุทัยคือตัณหา หากล้างเหตุ สภาวะตัณหาคือตรวจเหตุแห่งทุกข์ ถ้าล้างออกไปได้หมด ทุกข์ก็หมด สุขก็หมด มีแต่สุขที่ว่าง สุขที่ดี สุขที่แท้ ปรมังสุขัง วูปสโมสุข ผู้ใดได้ล้างอัตตา ตามลำดับ แล้วอ่านจิตตั้งแต่ ที่มี
อ่านต่อ
กิเลสจากภายนอกคือกามตัณหา ก็อยู่กับการกระทบสัมผัสตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ แต่กิเลสไม่มี สัมผัสในลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียะสุข ก็ไม่เกิดกิเลส ผุฏฺฐสฺส โลกธมฺเมหิ จิตฺตํ ยสฺส น กมฺปติ แต่ยังเหลือกิเลสภายใน เรียกว่า มโนมยอัตตา และอรูปอัตตา ก็เหลือ 2 ตัวนี้ที่จะต้องเอาออก เป็นอัตตาขั้นที่สอง มโนมยอัตตา ก็ล้างกิเลสขั้นนี้ออก คือรูปราคะ หรือรูปภพ ก็ล้างได้อีก ก็เหลืออรูปอัตตา ก็ยังสัมผัสกับโลกธรรม แต่จิตใจเหนือมันแล้ว โลกธรรมทำอะไรเราไม่ได้ เราไม่มีกิเลสจะไปกระทบกระเทือนกับเขา พอล้างอรูปอัตตาหมด ก็ไม่มีอัตตา จึงเรียกว่าอนัตตา อาตมาขยายความไป นักตรรกะปรัชญาต่างๆ ไปขบคิดก็เสียเวลาเปล่า ว่า ความไม่มีตัวตน มันเป็นอย่างนี้ๆ สายมหายาน ตักกะ ชอบจะคิด ไม่ได้ล้างอัตตาไปตามลำดับ จนหมดอัตตา เป็นอนัตตา แต่ก็หลงใหลยกย่อง เหตุผล ภาษาปรัชญาสวยงาม ดูท่าทีเท่ห์เก๋ยิ่งใหญ่ ขายได้ คนก็ชอบ เป็นภาษาปรัชญาตรรกะ ความเป็นอนัตตา นอกจากจิตเห็นอนัตตา แบบปฏิบัติไปตามลำดับขั้น ก็จะเป็นจิตสะอาด สว่าง สงบ ในยุคปัจจุบัน จะไม่เปลี่ยนเป็นอื่น อย่างนิจจัง (เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสตัง (ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง(ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง (ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง (ไม่กลับกำเริบ) จะกระทบโลกธรรมแบบไหน จิตใจก็สะอาด สว่าง สงบ ว่างเหนือโลกธรรม ไม่มีเปลี่ยนแปลง ไม่มีวูบวาบ 600323_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ Mixtureการศึกษาบ้านวัดโรงเรียน