07 บท 3_200461_เอม.docx

โฟลเดอร์word
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์89 KB
วันที่แก้ไข28 เมษายน 2562

เนื้อหาในไฟล์

บทที่ 3 วิธีดำเนินการวิจัย การวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษา เชิงวิเคราะห์แบบภาคตัดขวาง ( Cross - S ectional Analytic S tudies ) เ พื่อศึกษา และเ ป รียบเทียบ พฤติกรรมการจัดการตนเอง ภาวะสุขภาพ และค่า eGFR ของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ( CKD ) ระยะก่อนบำบัดทดแทนไต (ระยะที่ 2-4) ที่ ได้รับการสนับสนุนการจัดการตนเอง ตาม หลักการแพทย์ วิถีธรรม จาก โครงการคลินิกฟื้นฟูไตด้วยหลักการแพทย์ วิถีธรรม ที่มารับบริการ จาก โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ภาย ในจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยมีขั้นตอนการดำเนินการวิจัย ดังนี้ ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ประชากร ที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ ผู้ป่วยอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคไตเรื้อรัง ระยะก่อนบำบัดทดแทนไต ( ระยะที่ 2 - 4 ) ที่มารับบริการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ( โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ) ในจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยคัดเลือกแบบเจาะจงเฉพาะ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ที่ให้การฝึกอบรบผู้ป่วยโรคไตและมีการติดตามผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง จำนวน 4 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ได้แก่ ( 1 ) โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ท่าไคร้ อำเภอ เมือง ( 2 ) โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล โพนทอง อำเภอ เมือง ( 3 ) โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ฝายแตก อำเภอ เมือง และ ( 4 ) โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล นาคู อำเภอ นาคู จำนวน 76 คน ในช่วงเดือนมกราคม พ.ศ. 2560 ถึง พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ 1 . กลุ่ม ที่รักษาด้วยแพทย์แผนปัจจุบันร่วมกับแพทย์ วิถีธรรม โดย ได้รับการสนับสนุนการจัดการตนเอง ด้วยหลักการแพทย์ วิถีธรรม โดย โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ต่าง ๆ ในจังหวัด กาฬสินธุ์ หรือ โครงการคลินิกฟื้นฟูไตด้วยหลักการแพทย์ วิถีธรรม ของโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ด้วยการจัดค่ายอบรมส

อ่านต่อ

ุขภาพจำนวน 3 วัน ในช่วงเดือนมกราคม พ.ศ. 2560 ถึง พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 อย่างน้อย 1 ครั้ง ซึ่งมีจำนวนผู้ผ่านการเข้าอบรมที่แน่นอนในแต่ละพื้นที่ แต่ด้วยมีข้อจำกัดของ ประชากรที่ใช้ในการศึกษา ใน กลุ่มนี้ คือ ผู้ที่ผ่านค่ายมีผู้ปฏิบัติตามหลักการแพทย์ วิถีธรรม ไม่ต่อเนื่องทุกเดือนหรือบางคนก็ไม่ปฏิบัติตาม โดยมีเกณฑ์การคัดเข้า มีการปฏิบัติตามแนวทางแพทย์ วิถีธรรม ประกอบด้วย 5 ข้อ หลัก ที่สอดคล้องกับการประยุกต์ใช้กับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ได้แก่ ( 1 ) การรับประทานสมุนไพรปรับสมดุล ( 2 ) การรับประทานอาหารปรับสมดุลร่างกาย ( 3 ) การออกกำลังกาย กดจุดลมปราณ โยคะ กายบริหารที่ถูกต้อง ( 4 ) ใช้ พุทธ ะ ละบาป บำเพ็ญบุญ เพิ่มพูนใจไร้กังวล ( 5 ) รู้พักรู้เพียรให้พอดี การเพียรพอดีพักพอดี ต่อเนื่องทุกเดือนที่ทำการศึกษา จากทั้งหมด 9 ข้อ ส่วนอีก 4 ข้อ ได้แก่ ( 1 ) การกัวซาหรือขูดพิษขูดลมระบายพิษ ( 2 ) การสวนล้างลำไส้ (ดีท๊อกซ์) ด้วยสมุนไพรที่เหมาะสม ( 3 ) การแช่มือแช่เท้าส่วนที่ไม่สบายในน้ำสมุนไพร ( 4 ) การพอก ทา หยอด ประคบ อบ อาบ เช็ด ด้วยสมุนไพร ไม่ได้ใช้เป็นเกณฑ์คัดเข้า โดยจำนวนกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ได้จากการเก็บข้อมูลแบบเจาะจงในขั้นตอนแรก ด้วยการ คัดกรองกลุ่มตัวอย่าง จากการสัมภาษณ์ พฤติกรรมการจัดการตนเองของผู้ป่วยจากการประเมิน โดย เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และ ได้ จากการสัมภาษณ์ ผู้ป่วยโดยตรง ในช่วงที่มีการนัดพบผู้ป่วยประจำเดือนในแต่ละพื้นที่ รวมทั้งได้จากการ สัมภาษณ์ โดยนัดผู้ป่วยมารวมตัวกันในแต่ละหมู่บ้าน และนัด สัมภาษณ์ ที่บ้านผู้ป่วยโดยตรง แล้ว เลือกกลุ่มตัวอย่าง ที่ผ่านเกณฑ์ คัดเข้า ได้จำนวน รวมทั้งหมด 38 คน ดัง ตารางที่ 5 ตารางที่ 5 จำนวน ทั้งหมดของ ผู้ป่วย CKD ทุกระยะ และ กลุ่ม ตัวอย่าง ที่ ได้รับการสนับสนุนการจัดการ ตนเองด้วยหลักการแพทย์ วิถีธรรม และผ่าน เกณฑ์ คัดเข้า ในช่วงเดือนมกราคม พ.ศ. 2560 ถึง พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 ลำดับ หน่วยงาน จำนวนผู้ป่วย CKD ทุกระยะ จำนวน กลุ่มตัวอย่าง 1 . โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ท่าไคร้ อำเภอ เมือง 144 19 2 . โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล โพนทอง อำเภอ เมือง 198 8 3 . โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ฝายแตก อำเภอ เมือง 191 7 4 . โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล นาคู อำเภอ นาคู 131 4 รวม 664 38 2. กลุ่ม ตัวอย่างเปรียบเทียบ ที่รักษา ด้วย แพทย์แผนปัจจุบัน คัดเลือกประชากร โดยเปรียบเทียบ ปัจจัยต่างๆ เป็น ราย คู่ ( Matched Pair ) กับกลุ่มที่ 1 ได้แก่ ระยะการเป็นโรคไต เพศ และ ช่วง อายุ ดังตารางที่ 5 โดย คัดกรองข้อมูลเบื้องต้นจากแฟ้มประวัติผู้ป่วยเพื่อที่มีปัจจัยคล้ายกัน จาก ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ ช่วง ก่อน คือในช ่วง เดือนพฤจิกายนถึงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2559 โดยทำการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง ( Purposive S ampling ) เพื่อทำการเปรียบเทียบ จำนวน 38 คน เท่ากับกลุ่ม ที่ 1 แล้วเก็บข้อมูลด้วยวิธีแบบบังเอิญ ในช่วงที่มีการนัดพบผู้ป่วยประจำเดือนในแต่ละพื้นที่ และสัมภาษณ์พฤติกรรมการจัดการตนเองของผู้ป่วย ที่ ไม่มีการปฏิบัติตามแนวทางแพทย์ วิถีธรรม ตารางที่ 6 การ เปรียบเทียบ คุณสมบัติของกลุ่มตัวอย่างระหว่างสองกลุ่ม ด้วยปัจจัยต่าง ๆ เป็น ราย คู่ ( Matched Pair ) ระยะโรคไต กลุ่ม อายุ (ปี) เพศ รวม (คน) >60 61 - 70 71 - 80 >81 ชาย หญิง 2 1 * 5 13 2 2 7 15 22 2 * 5 13 2 2 7 15 22 3 1 2 6 6 1 5 9 14 2 2 6 6 1 5 9 14 4 1 0 2 0 0 0 2 2 2 0 2 0 0 0 2 2 รวมทั้งหมด 76 1 * หมายถึง กลุ่มที่รักษาโดยแพทย์แผนปัจจุบัน 2 * หมายถึง กลุ่มที่รักษาโดยแพทย์แผนปัจจุบัน ร่วมกับ แพทย์ วิถีธรรม กลุ่มตัวอย่าง มีเกณฑ์ในการคัดเลือกกลุ่มตัว อ ย่าง ดังนี้ เกณฑ์คัด การคัดเข้า ศึกษา 1 . มีอัตรากรองของไตอยู่ระหว่าง 15 - 89 ( มล./นาที/ 1 . 73 m 2 ) อย่างน้อย 3 เดือน 2 . มีความยินดีที่จะเข้าร่วมการศึกษาวิจัย ไม่มีความผิดปกติด้านการรับรู้ และสามารถอ่านออกเขียนได้ ถ้าไม่ได้สามารถให้ญาติหรือผู้ติดตามดูแลผู้ป่วยตอบแทนได้ 3 . กลุ่ม ที่ได้รับการสนับสนุนการจัดการตนเองด้วยหลักการแพทย์ วิถีธรรม มีพฤติกรรม การจัดการตนเอง สม่ำเสมอตามแนวทาง แพทย์ วิถีธรรม ร่ว มกับแพทย์แผนปัจจุบัน (ข้อมูลจาก การสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ และพฤติกรรมการจัดการตนเองตามหลักการ แพทย์ วิถีธรรม ) เกณฑ์คัดออกจากการศึกษา 1 . ผู้ป่วย ที่มีภาวะ ไตวายแบบเฉียบพลัน และผู้ป่วย CKD เข้าสู่ ระยะที่ 5 ที่มารักษาคลินิก โรคไต ในขณะทำการศึกษา 2 . ผู้ป่วยที่นอนรักษาตัวในโรงพยาบาลโดยไม่ได้มารักษาตามครั้งที่เก็บข้อมูล 3 . ผู้ป่วยที่ไม่สามารถติดตามได้ในช่วงทำการ ศึกษา และข้อมูลเวชระเบียนไม่ สมบูรณ์ 4 . ผู้ป่วยข้อถอนตัวระหว่างการศึกษาหรือมีอาการร ุนแรงไม่พร้อมที่จะให้ข้อมูล ได้อย่างสมบูรณ์ เครื่องมือที่ใช้ในการ เก็บ รวบรวมข้อมูล เครื่องมือ ที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลในการศึกษาครั้งนี้มีจำนวน ประกอบด้วย 4 ส่วน ดังนี้ ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ป่วย ข้อมูลทั่วไปของผู้ป่วย ประกอบด้วย ข้อมูล ที่อยู่ เพศ อายุ สถานภาพสมรส ระดับการศึกษา อาชีพ รายได้ต่อเดือน ประเภทการชำระค่ารักษา ผลกระทบ ค่าใช้จ่ายในการรักษา การกู้เงินเพื่อใช ้ ในการรักษา จำนวน 1 0 ข้อ ข้อมูลการเจ็บป่วย ได้แก่ ระยะเ วลาการเจ็บป่วยด้วยโรคไตเรื้อรัง โรคร่วมอัตราการกรองของไต ( eGFR ) ระยะของโรคน้ำหนัก ส่วนสูง BMI ความดันโลหิต และผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ ก่อน คือ ในช่วงเดือนพฤจิกายน ถึง เดือนธันวาคม พ.ศ. 2559 และหลัง คือ ในช่วงเดือน กันยายน - ตุลาคม พ.ศ. 2560 จำนวน 1 1 ข้อ ส่วนที่ 2 แบบสอบถาม พฤติกรรมการจัดการตนเอง แบบ แบบสอบถาม การจัดการตนเองของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง เกี่ยวกับการควบคุมอาหาร จำนวน 15 ข้อ การรับประทานยา จำนวน 6 ข้อ การควบคุมการดื่มน้ำ จำนวน 6 ข้อ และการออกกำลังกาย จำนวน 9 ข้อ ที่เกิดขึ้นในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ลักษณะคำตอบเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า ( Rating Scale ) แบ่งเป็น 5 ระดับ คือ ประจำ บ่อย ครั้ง บางครั้ง นาน ๆ ครั้ง และ ไม่ เคย (ธีรวุฒิ เอกะกุล . 2555 : 128 ) ประกอบด้วยข้อคำถาม ทั้งหมด 3 6 ข้อ เป็นข้อความทางบวกทั้งหมด โดยมี ความหมาย ดังนี้ ประจำ หมายถึง ปฏิบัติเป็นประจำสม่ำเสมอ หรือ 5 - 7 วันต่อสัปดาห์ บ่อยครั้ง หมายถึง ปฏิบัติส่วนมากแต่ไม่เป็นประจำ หรือ 3 - 4 วันต่อสัปดาห์ บางครั้ง หมายถึง ปฏิบัติบางครั้ง หรือ 1 - 2 วันต่อสัปดาห์ นาน ๆ ครั้ง หมายถึง ป ฏิบัติเป็นส่วนน้อย หรือ น้อยกว่า 1 วันต่อสัปดาห์ ไม่เคย หมายถึง ไม่เคยปฏิบัติเลย การให้คะแนนแบบสอบถาม ซึ่ง เป็นข้อความทางบวกทั้งหมด ดังนี้ ปฏิบัติ ประจำ 5 คะแนน ปฏิบัติ บ่อย 4 คะแนน ปฏิบัติ บางครั้ง 3 คะแนน ปฏิบัติ นาน ๆ ครั้ง 2 คะแนน ไม่เคย ปฏิบัติ เลย 1 คะแนน การแปลผล คะแนน รายข้อ รายด้าน และ รวม ทุก ด้านของแบบสอบถาม พฤติกรรมการจัดการตนเอง ที่เป็น แบบ การ ประเมินค่า ( Rating Scale ) ดังนั้น การแบ่งช่วงคะแนนแบบสอบถาม พฤติกรรมการจัดการตนเอง ใช้เกณฑ์การแบ่ง 3 ระดับ ได้แก่ ต่ำ ปานกลาง สูง โดยใช้หลักการทางสถิติในการคำนวณหา อันตรภาคชั้น ( Class Interval ) ใช้คะแนนสูงสุดลบด้วยคะแนนต่ำสุด แล้วหารด้วยจำนวนกลุ่มที่ต้องการแบ่ง ( บุญ ธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์ . 2553 : 206 ) ดังนี้ Maximum - Minimum Interval = คะแนนสูงสุด - คะแนนต่ำสุด จำนวนชั้น เกณฑ์การ แปลผล คะแนน แบบสอบถาม พฤติกรรมการจัดการตนเอง รายข้อ 4 ด้าน ได้แก่ ( 1 ) ด้าน การควบคุมอาหาร ( 2 ) ด้าน การทานยา ( 3 ) ด้าน การควบคุมการดื่มน้ำ และ ( 4 ) ด้าน การออก กำลังกาย โดยมีคะแนนสูงสุด 5 คะแนน คะแนน ต่ำสุด 1 คะแนน แบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ต่ำ ปานกลาง สูง แปลผล ได้ ดังนี้ คะแนนเฉลี่ย ตั้งแต่ 3 . 66 ขึ้นไป หมายถึง มี พฤติกรรมการจัดการตนเอง รายข้ออยู่ใน ระดับ สูง คะแนนเฉลี่ย ระหว่าง 2 . 33 - 3 . 66 หมายถึง มี พฤติกรรมการจัดการตนเอง รายข้ออยู่ใน ระดับปานกลาง คะแนนเฉลี่ย น้อยกว่า 2 . 33 หมายถึง มี พฤติกรรมการจัดการตนเอง รายข้ออยู่ใน ระดับระดับ ต่ำ เกณฑ์การ แปลผลคะแนนแบบสอบถาม พฤติกรรมการจัดการตนเอง ผลรวมราย ด้าน ด้านที่ 1 ) การควบคุมอาหาร โดยมีคะแนนสูงสุด 75 คะแนน คะแนนต่ำสุด 15 คะแนน แบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับ ต่ำ ระดับ ปานกลาง และระดับ สูง แปลผลได้ ดังนี้ คะแนนเฉลี่ย ตั้งแต่ 55 ขึ้นไป หมายถึง มี พฤติกรรมการจัดการตนเอง ผลรวมราย ด้าน อยู่ใน ระดับ สูง คะแนนเฉลี่ย ระหว่าง 35 - 55 หมายถึง มี พฤติกรรมการจัดการตนเอง ผลรวมราย ด้าน อยู่ใน ระดับปานกลาง คะแนนเฉลี่ย น้อยกว่า 35 หมายถึง มี พฤติกรรมการจัดการตนเอง ผลรวมราย ด้าน อยู่ใน ระดับ ต่ำ เกณฑ์การ แปลผลคะแนนแบบสอบถาม พฤติกรรมการจัดการตนเอง ผลรวมราย ด้าน ด้าน ที่ 2 ) การทานยา โดยมีคะแนนสูงสุด 30 คะแนน คะแนนต่ำสุด 6 คะแนน แบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับ ต่ำ ระดับ ปานกลาง และระดับ สูง แปลผลได้ ดังนี้ คะแนนเฉลี่ยตั้งแต่ 22 ขึ้นไป หมายถึง มี พฤติกรรมการจัดการตนเอง ผลรวมราย ด้าน อยู่ใน ระดับสูง คะแนนเฉลี่ยระหว่าง 14 - 22 หมายถึง มี พฤติกรรมการจัดการตนเอง ผลรวมราย ด้าน อยู่ใน ระดับปานกลาง คะแนนเฉลี่ยน้อยกว่า 14 หมายถึง มี พฤติกรรมการจัดการตนเอง ผลรวมราย ด้าน อยู่ใน ระดับต่ำ เกณฑ์การ แปลผลคะแนนแบบสอบถาม พฤติกรรมการจัดการตนเอง ผลรวมราย ด้าน ด้าน ที่ 3 ) การควบคุมการดื่มน้ำ โดยมีคะแนนสูงสุด 30 คะแนน คะแนนต่ำสุด 6 คะแนน แบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับ ต่ำ ระดับ ปานกลาง และระดับ สูง แปลผลได้ ดังนี้ คะแนนเฉลี่ยตั้งแต่ 22 ขึ้นไป หมายถึง มี พฤติกรรมการจัดการตนเอง ผลรวมราย ด้าน อยู่ใน ระดับสูง คะแนนเฉลี่ยระหว่าง 14 - 22 หมายถึง มี พฤติกรรมการจัดการตนเอง ผลรวมราย ด้าน อยู่ใน ระดับปานกลาง คะแนนเฉลี่ยน้อยกว่า 14 หมายถึง มี พฤติกรรมการจัดการตนเอง ผลรวมราย ด้าน อยู่ใน ระดับต่ำ เกณฑ์การ แปลผลคะแนนแบบสอบถาม พฤติกรรมการจัดการตนเอง ผลรวมราย ด้าน ด้าน ที่ 4 ) การออกกำลังกาย โดยมีคะแนนสูงสุด 45 คะแนน คะแนนต่ำสุด 9 คะแนน แบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับ ต่ำ ระดับ ปานกลาง และระดับ สูง แปลผลได้ ดังนี้ คะแนนเฉลี่ยตั้งแต่ 33 ขึ้นไป หมายถึง มี พฤติกรรมการจัดการตนเอง ผลรวมราย ด้าน อยู่ใน ระดับสูง คะแนนเฉลี่ยระหว่าง 21 - 33 หมายถึง มี พฤติกรรมการจัดการตนเอง ผลรวมราย ด้าน อยู่ใน ระดับปานกลาง คะแนนเฉลี่ยน้อยกว่า 21 หมายถึง มี พฤติกรรมการจัดการตนเอง ผลรวมราย ด้าน อยู่ใน ระดับต่ำ เกณฑ์การแปลผล คะแนน แบบสอบถาม พฤติกรรมการจัดการตนเอง โดยรวม 4 ด้าน ได้แก่ ( 1 ) ด้าน การควบคุมอาหาร ( 2 ) ด้าน การทานยา ( 3 ) ด้าน การควบคุมการดื่มน้ำ และ ( 4 ) ด้าน การออกกำลังกาย โดยมีคะแนนสูงสุด 180 คะแนน คะแนนต่ำสุด 36 คะแนน แบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับต่ำ ระดับปานกลาง และระดับ สูง แปลผลได้ ดังนี้ คะแนนเฉลี่ย ตั้งแต่ 132 ขึ้นไป หมายถึง มี พฤติกรรมการจัดการตนเอง ผลรวมราย ด้านอยู่ใน ระดับ สูง คะแนนเฉลี่ย ระหว่าง 84 - 132 หมายถึง มี พฤติกรรมการจัดการตนเอง ผลรวมราย ด้านอยู่ใน ระดับปานกลาง คะแนนเฉลี่ย น้อยกว่า 84 หมายถึง มี พฤติกรรมการจัดการตนเอง ผลรวมราย ด้านอยู่ใน ระดับ ต่ำ ส่วนที่ 3 แบบสอบถาม ภาวะสุขภาพ ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ประกอบด้วย แบบสอบถาม ภาวะสุขภาพ ด้านร่างกายด้วย อาการเจ็บป่วย แบบสอบถาม อาการเจ็บป่วย ด้านกายประกอบด้วยข้อมูล อาการเจ็บป่วย ใช้ ประเมินอาการเจ็บป่ว ย ที่เกิดขึ้นกับ ผู้ป่วย ตั้งแต่ การ เจ็บป่วยด้วยโรคไตเรื้อรัง ของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่เกิดขึ้นในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ว่าอาการดังกล่าวมีความรุนแรงมากน้อยเพียงใด ลักษณะคำตอบเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า ( Rating Scale ) 5 ระดับ (ธีรวุฒิ เอกะกุล . 2555 : 128) ประกอบด้วย ข้อคำถามทั้งหมด 18 ข้อ ดังนี้ ประจำ หมายถึง มีอาการประจำ หรือ 5 - 7 วันต่อสัปดาห์ บ่อยครั้ง หมายถึง มีอาการบ่อยครั้ง หรือ 3 - 4 วันต่อสัปดาห์ บางครั้ง หมายถึง มีอาการบางครั้ง หรือ 1 - 2 วันต่อสัปดาห์ นาน ๆ ครั้ง หมายถึง มีอาการ น้อยกว่า 1 วันต่อสัปดาห์ แทบ ไม่มี หมายถึง แทบ ไม่มีอาการเลย การให้คะแนนแบบสอบถาม มี เกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้ ประจำ 1 คะแนน บ่อยครั้ง 2 คะแนน บางครั้ง 3 คะแนน นาน ๆ ครั้ง 4 คะแนน แทบ ไม่มี 5 คะแนน แบบ สอบถาม ภาวะสุขภาพ ด้าน จิต ใจ ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง แบบสอบถาม ภาวะสุขภาพด้าน จิต ใจ ดัดแปลงจาก เครื่องมือ แบบประเมิน และ แบบคัดกรอง ด้าน สุขภาพจิตสำหรับบุคลากรสาธารณสุขในโรงพยาบาลชุมชน (คลินิกโรคเรื้อรัง) ฉบับปรับปรุง ( กรมสุขภาพจิต . 2558 : 9 - 16 ) ซึ่งพัฒนาโดยสำนักส่งเสริมและพัฒนาสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ประกอบด้วย แบบประเมิน 3 แบบ รวม ข้อคำถามทั้งหมด 16 ข้อ โดย แบบประเมินมีรายละเอียด ดังนี้ 2.1 แบบประเมิน ความเครียด ( ST - 5 ) จำนวน 5 ข้อ ประกอบด้วยคำถาม ประเมินอาการหรือความรู้สึกที่เกิดขึ้นในระยะ 2 - 4 สัปดาห์ ลัก ษ ณะคำตอบเป็นแบบมาตรา ส่วน ประมาณค่า ( Rating Scale ) 4 ระดับ ดังนี้ ระดับอาการแทบไม่มี หมายถึง ไม่มีอาการหรืออาการเพียง 1 ครั้ง ระดับอาการ เป็นบางครั้ง หมายถึง มีอาการมากกว่า 1 ครั้ง แต่ไม่บ่อย ระดับอาการ บ่อยครั้ง หมายถึง มีอาการเกิดขึ้นเกือบทุกวัน ระดับอาการ เป็นประจำ หมายถึง มีอาการเกิดขึ้นทุกวัน โดยมีเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้ ไม่มีอาการหรืออาการเพียง 1 ครั้ง 3 คะแนน มีอาการมากกว่า 1 ครั้ง แต่ไม่บ่อย 2 คะแนน มีอาการเกิดขึ้นเกือบทุกวัน 1 คะแนน มีอาการเกิดขึ้นทุกวัน 0 คะแนน และการให้คำแนะนำ 8 คะแนน ขึ้นไป หมายถึง ไม่มีความเครียด ในร ะดับที่ก่อให้เกิดปัญหากับตัวเอง ยังสามารถจัดการกับความเครียดที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันได้ และปรับตัวกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม 5 - 7 คะแนน หมายถึง สงสัยว่ามีปัญหาความเครียด โดย มีเรื่องไม่สบายใจและยังไม่ได้คลี่คลาย ซึ่งต้องใช้เวลาในการปรับตัวหรือแก้ปัญหา ควรให้คำปรึกษาหรือคำแนะนำในเรื่องการผ่อนคลายความเครียด ด้วยการพูดคุยหรือปรึกษาหารือกับคนใกล้ชิด เพื่อระบายความเครียด หรือคลี่คลายที่มาของปัญหา และอาจใช้การหายใจเข้าออกหลายครั้ง ( ประมาณ 5 - 10 ครั้ง) หรือใช้หลักการทางศาสนาเพื่อคลายความกังวล 0 - 4 คะแนน หมายถึง มีความเครียดสูง ในระดับที่อาจจะส่งผลเสียต่อร่างกาย เช่น ปวดหัว ปวดหลัง นอนไม่หลับ ฯลฯ ต้องได้รับคำปรึกษาจากบุคลากรสาธารณสุข เพื่อค้นหาสาเหตุที่ทำให้เกิดความเครียด และหาแนวทางแก้ไข และคัดกรองโรคซึมเศร้า 2 คำถาม ( 2Q ) 2.2 แบบคัดกรองโรคซึมเศร้า ( 2Q ) เป็นแบบคัดกรองค้นหาผู้ที่มีแนวโน้มหรือเสี่ยงต่อการป่วยด้วยโรคซึมเศร้า ใช้สัมภาษณ์เพื่อประเมินภาวะซึมเศร้าใน 2 สับปดาห์ โดยคำตอบมี 2 แบบคือ มีและไม่มี รวมข้อคำถามทั้งหมด จำนวน 2 ข้อ เนื่องจากแบบสอบถามส่วนนี้ไม่มีเกณฑ์การให้ คะแนนผู้ศึกษาจึง กำหนดเกณฑ์ การให้คะแนน เพื่อให้สามารถใช้วิเคราะห์ค่าในสูตรคำนว ณ ทางสถิติได้ โดยกำหนดเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้ ถ้าผู้ป่วยตอบ ไม่มี 0 คะแนน ถ้าผู้ป่วยตอบ มี 1 คะแนน การแปลผล 0 คะแนน หมายถึง “ไม่มี” ทั้งสองข้อ ถือว่า ปกติ ไม่เป็นโรคซึมเศร้า 1 - 2 คะแนน หมายถึง “มี” ข้อใดข้อหนึ่งหรือทั้งสองข้อ ( มีอาการใด ๆ ในคำถามที่ 1 และ 2 ) หมายถึง เป็นผู้มีความเสี่ยงหรือมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคซึมเศร้า เมื่อ ผู้ ป่วย มีความเสี่ยงหรือมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคซึมเศร้า ที่ได้จาก แบบคัดกรองโรคซึมเศร้า (2 Q ) ให้ประเมินโรคซึมเศร้าด้วยแบบประเมินโรคซึมเศร้า 9 คำถาม ( 9Q ) เพื่อให้การดูแลช่วยเหลือต่อไป 2 . 3 แบบประเมินโรคซึมเศร้า ( 9Q ) เป็นเครื่องมือประเมิน และจำแนกความรุนแรง ของโรคซึมเศร้า 9 ข้อ ลักษณะคำตอบเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า ( Rating Scale ) 4 ระดับ โดยมีเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้ ไม่มีเลย 4 คะแนน เป็นบางวัน 1-7 3 คะแนน เป็นบ่อย > 7 วัน 2 คะแนน เป็นทุกวัน 1 คะแนน การแปลผล < 7 คะแนน หมายถึง ระดับรุนแรง 7 - 12 คะแนน หมายถึง ระดับปานกลาง 13 - 18 คะแนน หมายถึง ระดับน้อย ≥ 19 คะแนน หมายถึง ระดับปกติหรือมีอาการน้อยมาก 2 . 4 แบบสอบถาม ภาวะสุขภาพ ด้านสังคม แบบสอบถาม ภาวะสุขภาพด้านสังคมของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่เกิดขึ้นในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาลักษณะคำตอบเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า ( Rating Scale ) ระดับภาวะสุขภาพด้านสังคม ว่า มีผลมากน้อยเพียงใดโดยใช้แบบ Likert Scale แบ่งเป็น 5 ระดับ ดังนี้ (ธีรวุฒิ เอกะกุล . 2555 : 128 ) คือ ประจำ บ่อย ครั้ง บางครั้ง นาน ๆ ครั้ง ไม่ เคย ประกอบด้วยข้อคำถามทั้งหมด 10 ข้อ เป็นข้อความทางบวกทั้งหมด โดยมี ความหมาย ดังนี้ ประจำ หมายถึง ปฏิบัติเป็นประจำสม่ำเสมอ หรือ 5 - 7 วันต่อสัปดาห์ บ่อยครั้ง หมายถึง ปฏิบัติส่วนมากแต่ไม่เป็นประจำ หรือ 3 - 4 วันต่อสัปดาห์ บางครั้ง หมายถึง ปฏิบัติบางครั้ง หรือ 1 - 2 วันต่อสัปดาห์ นาน ๆ ครั้ง หมายถึง ปฏิบัติเป็นส่วนน้อย หรือ น้อยกว่า 1 วันต่อสัปดาห์ ไม่เคย หมายถึง ไม่เคยปฏิบัติเลย การให้คะแนนแบบสอบถาม ซึ่ง เป็นข้อความทางบวกทั้งหมด จึงมี เกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้ ปฏิบัติ ประจำ 5 คะแนน ปฏิบัติ บ่อย 4 คะแนน ปฏิบัติ บางครั้ง 3 คะแนน ปฏิบัติ นาน ๆ ครั้ง 2 คะแนน ไม่เค ย ปฏิบัติ เลย 1 คะแนน การแปลผล คะแนน รายข้อ รายด้าน และ รวม ทุก ด้านของแบบสอบถาม ภาวะสุขภาพ ที่เป็น แบบ การ ประเมินค่า ( Rating Scale ) ดังนั้นการแบ่งช่วงคะแนนแบบสอบถาม ภาวะสุขภาพ ใช้เกณฑ์การแบ่ง 3 ระดับ ได้แก่ ต่ำ ปานกลาง สูง โดยใช้หลักการทางสถิติในการคำนวณหาอันตรภาคชั้น ( Class Interval ) ใช้คะแนนสูงสุดลบด้วยคะแนนต่ำสุด แล้วหารด้วยจำนวนกลุ่มที่ต้องการแบ่ง ( บุญ ธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์ . 2553 : 206 ) ดังนี้ Maximum - Minimum Interval = คะแนนสูงสุด - คะแนนต่ำสุด จำนวนชั้น เกณฑ์การ แปลผลคะแนนแบบสอบถาม ภาวะสุขภาพ รายข้อ 2 ด้าน ได้แก่ ( 1 ) ภาวะสุขภาพ ด้านร่างกาย และ ( 2 ) ภาวะสุขภาพด้านสังคม โดยมีคะแนนสูงสุด 5 คะแนน คะแนนต่ำสุด 1 คะแนน แบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับ ต่ำ ระดับ ปานกลาง ระดับ สูง แปลผลได้ ดังนี้ คะแนนเฉลี่ย ตั้งแต่ 3 . 66 ขึ้นไป หมายถึง มี ภาวะสุขภาพ รายข้ออยู่ใน ระดับ สูง คะแนนเฉลี่ย ระหว่าง 2 . 33 - 3 . 66 หมายถึง มี ภาวะสุขภาพ รายข้ออยู่ใน ระดับปานกลาง คะแนนเฉลี่ย น้อยกว่า 2 . 33 หมายถึง มี ภาวะสุขภาพ รายข้ออยู่ใน ระดับระดับ ต่ำ เกณฑ์การ แปลผลคะแนนแบบสอบถาม ภาวะสุขภาพ รายข้อ ด้านจิตใจ ใช้เกณฑ์การแปลผล ตาม แบบคัดกรอง ด้านสุขภาพจิตสำหรับบุคลากรสาธารณสุขในโรงพยาบาลชุมชน (คลินิกโรคเรื้อรัง) ฉบับปรับปรุง ( กรมสุขภาพจิต . 2558 : 9 - 16 ) เกณฑ์การ แปลผลคะแนนแบบสอบถาม ภาวะสุขภาพ ราย ด้าน แบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับ ต่ำ ระดับ ปานกลาง และระดับ สูง แปลผลได้ ดังนี้ ภาวะสุขภาพด้าน ร่างกาย คะแนนเฉลี่ยตั้งแต่ 66 ขึ้นไป หมายถึง มี ภาวะสุขภาพ ผลรวมราย ด้าน อยู่ใน ระดับสูง คะแนนเฉลี่ยระหว่าง 42 - 65 หมายถึง มี ภาวะสุขภาพ ผลรวมราย ด้าน อยู่ใน ระดับ ปานกลาง คะแนนเฉลี่ยน้อยกว่า 42 หมายถึง มี ภาวะสุขภาพ ผลรวมราย ด้าน อยู่ใน ระดับต่ำ ภาวะสุขภาพด้านจิตใจ ใช้เกณฑ์การแปลผลตาม แบบคัดกรอง ด้านสุขภาพจิตสำหรับบุคลากรสาธารณสุขในโรงพยาบาลชุมชน (คลินิกโรคเรื้อรัง) ฉบับปรับปรุง ( กรมสุขภาพจิต . 2558 : 9 - 16 ) ภาวะสุขภาพด้านสังคม คะแนนเฉลี่ยตั้งแต่ 36 . 67 ขึ้นไป หมายถึง มี ภาวะสุขภาพ ผลรวมราย ด้าน อยู่ใน ระดับสูง คะแนนเฉลี่ยระหว่าง 23 . 33 - 36 . 66 หมายถึง มี ภาวะสุขภาพ ผลรวมราย ด้าน อยู่ใน ระดับปานกลาง คะแนนเฉลี่ยน้อยกว่า 23 . 33 หมายถึง มี ภาวะสุขภาพ ผลรวมราย ด้าน อยู่ใน ระดับต่ำ เกณฑ์การ แปลผลคะแนนแบบสอบถามภาวะสุขภาพโดยรวม ที่เป็น แบบ การ ประเมินค่า ( Rating Scale ) ทั้ง 3 ส่วน ประกอบด้วย ดังนี้ 1 . แบบสอบถามภาวะสุขภาพ ด้านร่างกาย จำนวน 18 ข้อ มี 5 ระดับ เกณฑ์ให้คะแนน ต่ำสุด 1 คะแนน จนถึงสูงสุด 5 คะแนน รวมเป็น คะแนนต่ำสุด 18 คะแนน คะแนนสูงสุด 90 คะแนน 2 . แบบ สอบถาม ภาวะสุขภาพด้านจิตใจ ( กรมสุขภาพจิต . 2558 : 9 - 16 ) จำนวน 14 ข้อ มี 4 ระดับ แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 2 . 1 แบบประเมิน ความเครียด ( ST - 5 ) จำนวน 5 ข้อ มี 4 ระดับ เกณฑ์ให้คะแนน ต่ำสุด 0 คะแนน จนถึงสูงสุด 3 คะแนน รวมเป็น คะแนนต่ำสุด 0 คะแนน คะแนนสูงสุด 15 คะแนน 2 . 2 แบบคัดกรองโรคซึมเศร้า ( 2Q ) จำนวน 2 ข้อ มี 2 ระดับ เกณฑ์ให้คะแนน ต่ำสุด 0 คะแนน จนถึงสูงสุด 1 คะแนน รวมเป็นคะแนนต่ำสุด 0 คะแนน คะแนนสูงสุด 2 คะแนน 2 . 3 . แบบประเมินโรคซึมเศร้า ( 9Q ) จำนวน 9 ข้อ มี 4 ระดับ เกณฑ์ให้คะแนน ต่ำสุด 0 คะแนน จนถึงสูงสุด 3 คะแนน รวมเป็น คะแนนต่ำสุด 0 คะแนน คะแนนสูงสุด 27 คะแนน 3 . แบบสอบถามภาวะสุขภาพด้านสังคม จำนวน 10 ข้อ มี 5 ระดับ เกณฑ์ให้คะแนน ต่ำสุด 1 คะแนน จนถึงสูงสุด 5 คะแนน รวมเป็น คะแนนต่ำสุด 10 คะแนน คะแนนสูงสุด 50 คะแนน รวมเป็น ค ำ ถาม 4 4 ข้อ มี คะแนนต่ำสุด 28 คะแนน และคะแนนสูงสุด 1 8 4 คะแนน แบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับ ต่ำ ระดับ ปานกลาง ระดับ สูง แปลผลได้ ดังนี้ คะแนนเฉลี่ยตั้งแต่ 132 ขึ้นไป หมายถึง มี ภาวะสุขภาพโดยรวม อยู่ใน ระดับสูง คะแนนเฉลี่ยระหว่าง 80 - 131 หมายถึง มี ภาวะสุขภาพโดยรวมอยู่ใน ระดับปานกลาง คะแนนเฉลี่ยน้อยกว่า 80 หมายถึง มี ภาวะสุขภาพโดยรวม อยู่ใน ระดับต่ำ ขั้นตอน การสร้างและ หาคุณภาพเครื่องมือ การสร้าง และพัฒนา เครื่องมือ เก็บรวบรวมข้อมูล ดำเนินการดังนี้ 1 . ศึกษาเนื้อหาแนวคิดทฤษฎี และงานวิจัย และเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจน ขอคำแนะนำจากอาจารย์ผู้ควบคุมวิทยานิพนธ์ 2 . กำหนดขอบเขตโครงสร้างเนื้อหา ของ แบบสอบถาม เพื่อนำมาสร้างข้อความให้มีความครอบคลุมเนื้อหา วัตถุประสงค์ สมมติฐาน และกรอบแนวคิดใน การวิจัย 3 . ดำเนินการสร้างข้อคำถามของแบบสอบถามรวมทั้งกำหนด เกณฑ์ การให้คะแนน สำหรับคำตอบในแต่ละข้อ 4 . ตรวจส

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน

word1.ปก.docx
19 พฤษภาคม 2565
wordภาคผนวก.docx
6 กันยายน 2564
word01 ปก พริ้วลมบุญ.docx
15 พฤศจิกายน 2563