10-บทที่ 5.docx
เนื้อหาในไฟล์
4667250 -981075 0 0 4904842 -991210 5486400 -691376 บทที่ 5 สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัย เชิงพรรณนา ( Descriptive Research ) ศึกษาแบบภาคตัดขวาง ( Cross - sectional A nalytical Survey S tudy ) มีวัตถุประสงค์ ( 1 ) เพื่อศึกษา ปัจจัย ด้าน ลักษณะ ส่วนบุคคล ปัจจัยด้านการดูแลสุขภาพและ ปัจจัย ด้านการสนับสนุนทางสังคมของผู้สูงอา ยุ ในจังหวัดมุกดาหาร ( 2 ) เพื่อศึกษาภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุในจังหวัดมุกดาหาร ( 3 ) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง ปัจจัย ด้านลักษณะ ส่วนบุคคล ปัจจัยด้านการดูแลสุขภาพและ ปัจจัย ด้านการสนับสนุนทางสังคมกับภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุในจังหวัดมุกดาหาร ประชากรที่ใช้ในการวิจัย คือ ประชากรผู้สูงอายุกลุ่มติดสังคมในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร กลุ่มตัวอย่างใช้เกณฑ์คัดเข้าจากผู้ที่มาอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ที่มีผลการประเมินกิจวัตรประจำวันของผู้สูงอายุโดย ได้ผลรวมคะแนน ADL ตั้งแต่ 12 คะแนนขึ้นไป คำนวณขนาดตัวอย่างได้ 400 คน สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน ( Multi - Stage Sampling ) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบ สอบถาม ผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญ 5 ท่าน หาค่าความเชื่อมั่นด้วยสูตรสัมประสิทธิ์แอลฟา ของครอนบาค ( Cronbach ’ s Coefficient Alpha ) ส่วนที่ 1 ปัจจัยด้านพฤติกรรมการดูแลสุขภาพ ได้ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ . 702 ส่วนที่ 2 ปัจจัยการสนับสนุนทางสังคม ได้ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ . 826 ส่วนที่ 3 ภาวะสุขภาพทางกาย ได้ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ . 786 ส่วนที่ 4 ภาวะสุขภาพทางใจ ได้ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ . 842 แบบ สอบถาม ทั้งฉบับ ได้ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ . 896 การเก็บรวบรวมข้อมูลจากแบบ สอบถาม พร้อมทั้งนำมาตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล
อ่านต่อ
ประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลตามวิธีการทางสถิติโดยใช้คอมพิวเตอร์โปรแกรมสำเร็จรูป โดยกำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ . 05 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ สถิติพรรณนา ( Descriptive Statistic ) ได้แก่ความถี่ ( Frequency ) ร้อยละ ( Percentage ) ค่าเฉลี่ย ( Mean ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ( Standard D eviation ) และสถิติวิเคราะห์ ( Analytical Statistic ) โดยใช้สถิติสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของ เพียร์ สัน ( Pearson Correlation Coefficient ) ส รุปผลการวิจัย ผ ลการวิจัยเรื่องปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุในจังหวัดมุกดาหาร สามารถสรุปผล ตามวัตถุประสงค์ ได้ดังนี้ 1 . ปัจจัยด้านลักษณะส่วนบุคคลของผู้สูงอายุในจังหวัดมุกดาหาร ส่วนใหญ่ เป็นเพศหญิง ร้ อยละ 75 . 20 อายุ 60 - 69 ปี ร้อยละ 50 . 00 อายุเฉลี่ย 70 . 38 ปี ( S . D . = 7 . 195 ) อายุน้อยที่สุด 60 ปี อายุมากที่สุด 101 ปี ระดับการศึกษาประถมศึกษาร้อยละ 86 . 30 รายได้ ต่ำกว่า 10,000 บาทต่อปี ร้อ ยละ 63 . 20 ค่าเฉลี่ย 9,236 . 50 บาท ( S . D . = 2 , 002 . 89 ) รายได้ต่ำสุด 7,200 บาท สูงสุด 13,000 บาท และจำนวนสมาชิกในครอบครัวที่อยู่ด้วยกัน 3 - 5 คน ร้อยละ 53 . 50 ค่าเฉลี่ย 3 . 55 ( S . D . = 1 . 78 ) อยู่คนเดียวร้อยละ 11 . 50 ปัจจัยด้านการดูแลสุขภาพทางกายของผู้สูงอายุในจังหวัดมุกดาหาร พบว่า ผู้สูงอายุมีการดูแลสุขภาพทางกายในภาพรวมมีการปฏิบัติระดับ ดี มาก ( = 4 . 27, S . D . = 0 . 58 ) รวมทั้งการ ไม่ดื่มสุรา ไม่สูบบุหรี่ ส่วนการ ทานผักและผลไม้ ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว หรือมากกว่า การออกกำลังกาย และการ ได้รับการตรวจสุขภาพประจำปีอยู่ในระดับ ดี และปัจจัยด้านการดูแลสุขภาพ ทางใจ พบว่า การดูแลสุขภาพทางใจโดยภาพรวมมีการปฏิบัติอยู่ในระดับ ดี มาก ( = 3 . 71, S . D . = 0 . 68 ) และ ปัจจัยด้านการสนับสนุนทางสังคม พบว่า ในภาพรวมอยู่ระดับปานกลาง ( = 3 . 34, S . D . = 0 . 74 ) ส่วน ด้านอารมณ์ภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 3 . 76, S . D . = 0 . 84 ) ด้านข้อมูลข่าวสารภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง ( = 3 . 23 , S . D . = 1 . 01 ) และด้านสิ่งของหรือบริการภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง ( = 3 . 04, S . D . = 0 . 86 ) เช่นกัน 2 . ภาวะสุขภาพ ของผู้สูงอายุในจังหวัดมุกดาหารพบว่า ภาวะสุขภาพทางกายโดยรวม จำแนกตามระดับภาวะสุขภาพพบว่าส่วนใหญ่มีภาวะสุขภาพดีมาก ร้อยละ 61 . 80 รองลงมา คือ ภาวะสุขภาพดี ร้อยละ 32 . 80 ผลการประเมินภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุ พบว่า ส่วนใหญ่มีโรคประจำตัวและสามารถควบคุมได้ คิดเป็นร้อยละ 51 . 30 มีฟันใช้งานได้ มากกว่า 20 ซี่ คิดเป็นร้อยละ 51 . 50 ดัชนี มวลกายปกติ คิดเป็นร้อยละ 41 . 30 ปฏิบัติภารกิจประจำวันได้และช่วยเหลือผู้อื่นได้ด้วยตนเอง คิดเป็นร้อยละ 97 . 20 และสามารถปฏิบัติการออกกำลังกายได้ถูกต้องในระดับดี คิดเป็นร้อยละ 72 . 30 และ ภาวะสุขภาพทางใจ พบว่า ส่วนใหญ่มีสุขภาพจิตดีกว่าคนทั่วไป ร้อยละ 54 . 40 รองลงมา มีสุขภาพจิตเท่ากับคนทั่วไปร้อยละ 36 . 80 ส่วนสุขภาพจิตต่ำกว่าคนทั่วไป ร้อยละ 9 . 30 3 . ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุในจังหวัดมุกดาหาร พบว่ า ปัจจัยด้าน ลักษณะส่วนบุคคล ปัจจัยด้านการดูแลสุขภาพ และปัจจัยด้านการสนับสนุนทางสังคมมีความสัมพันธ์กับภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุในจังหวัดมุกดาหาร เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ กับภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุในจังหวัดมุกดาหาร มีดังนี้ ปัจจัย ส่วนบุคคล ได้แก่ ระดับการศึกษา โดย มีความสัมพันธ์กับภาวะสุขภาพทาง กาย ( X 2 = 25 . 65, p - value =. 002 ) และ มีความสัมพันธ์กับภาวะสุขภาพทางใจ ( X 2 = 19 . 929, p - value = . 003 ) และอายุ มีความสัมพันธ์ ทิศทางตรงข้ามในระดับน้อย กับภาวะสุขภาพทางก าย ( X 2 = -. 231, p - value = . 000 ) ส่วน ปัจจัยด้านการดูแลสุขภาพ นั้น ทาง กาย มีความสัมพันธ์ ทางเดียวกันในระดับ น้อย กับภาวะสุขภาพ ทาง กาย ( r = . 300 , p - value = . 000 ) และ การดูแลสุขภาพ ทางใจมีความสัมพันธ์ ทางเดียวกันในระดับน้อย กับภาวะสุขภาพทาง กาย ( r = . 300 , p - value = . 000 ) การดูแลสุขภาพทาง กาย มีความสัมพันธ์ ทางเดียวกัน ในระดับน้อย กับภาวะสุขภาพทาง ใจ ( r = . 293, p - value = . 000 ) และการดูแลสุขภาพทางใจมี ความสัมพันธ์ ทางเดียวกันในระดับ ปานกลาง กับภาวะสุขภาพทาง ใจ ( r = . 406, p - value = . 000 ) และ ปัจจัยด้านการสนับสนุนทางสังคม ด้านอารมณ์ ด้านข้อมูลข่าวสาร และ ด้านสิ่งของหรือบริการ มีความสัมพันธ์ ทางเดียวกันในระดับน้อย กับภาวะสุขภาพทาง กาย ( r = . 173, p - value = . 000 ; r = . 229, p - value = . 000 และ r = . 127, p - value = . 011 ตามลำดับ ) และ ปัจจัย ทั้ง 3 ด้าน ของ การสนับสนุนทางสังคม มีความสัมพันธ์ ทางเดียวกันในระดับ ปานกลาง กับภาวะสุขภาพทางใจ ( r = . 458, p - value = . 000 ; r = . 389, p - value = . 000 และ r = . 3 92, p - value = . 000 ตามลำดับ ) ส่วน ปัจจัย ส่วนบุคคล ที่ไม่มี ความสัมพันธ์ กับภาวะสุขภาพ ได้แก่ เพศ รายได้เฉลี่ยต่อปี และ จำนวนสมาชิกในครอบครัว โดย ไม่มีความสัมพันธ์กับภาวะสุขภาพทางกาย ( p - value = . 607, . 295 และ . 196 ตามลำดับ) และ ไม่มีความสัมพันธ์ กับภาวะสุขภาพทางใจ ( p - value = . 398 , . 436 และ . 673 ) ส่วนอายุ ไม่มีความสัมพันธ์กับภาวะสุขภาพทาง ใจ ( p - value = . 568 ) อภิปรายผลการวิจัย การศึกษาครั้งนี้ เป็นการศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุในจังหวัดมุกดาหาร ซึ่งได้นำผลการศึกษาประเด็นสำคัญมาอภิปราย ได้ดังนี้ 1 . ผลการศึกษาปัจจัยด้านการดูแลสุขภาพ 1 . 1 การดูแลสุขภาพทางกายของผู้สูงอายุในจังหวัดมุกดาหาร โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ได้แก่ ไม่ดื่มสุรา ไม่สูบบุหรี่ ทานผักและผลไม้ ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 8 แก้วหรือมากกว่า และการออกกำลังกาย รวมทั้งได้รับการตรวจสุขภาพประจำปี อภิปรายได้ว่า กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้สูงอายุกลุ่มติดสังคม ซึ่งเป็นผู้สูงอายุที่สามารถช่วยเหลือตัวเอง ช่วยเหลือผู้อื่น ช่วยเหลือสังคม และช่วยเหลือชุมชนได้ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ วัย ต้น ร้อยละ 50 . 00 (อายุ 60 - 69 ปี) ยังมีความเสื่อมไม่มากและมีความสามารถในการปฏิบัติภารกิจประจำวันได้และช่วยเหลือผู้อื่นได้สูงถึงร้อยละ 97 . 2 ประกอบกับกลุ่มตัวอย่างอาศัยร่วมกับสมาชิกครอบครัว ตั้งแต่ 3 คนขึ้นไปถึงร้อยละ 67 . 60 จึงทำให้กลุ่มตัวอย่างได้รับการส่งเสริมสนับสนุนจากบุคคลในครอบครัวให้สามารถปฏิบัติดูแลสุขภาพได้ถูกต้องเหมาะสม นอกจากนี้ กลุ่มตัวอย่างยังได้รับการศึกษาถึงร้อยละ 94 . 70 จึงเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ผู้สูงอายุ มีทักษะในการแสวงหาความรู้ในการดูแลสุขภาพตนเอง สอดคล้องก ับการศึกษาของพันธกานต์ วิชาชาติ ( 2558 : 138 - 139 ) ศึกษาเรื่องพฤติกรรมการดูแลตนเองด้านจิตใจและการป้องกันโรคของผู้สูงอายุ ในจังหวัดอำนาจเจริญ จำนวนกลุ่มตัวอย่าง 300 คน พบว่า พฤติกรรมการป้องกันโรคของผู้สูงอายุในจังหวัดอำนาจเจริญ ด้านการรับประทานอาหารอยู่ในระดับดีมาก และด้านการออกกำลังกายอยู่ในระดับดีมากเช่นกัน สอดคล้องกับการศึกษาของวิไลวรรณ คมขำ ก ฤษณะ หงส์ทอง และคมสัน แก้วระยะ ( 2556 : 9 ) ศึกษาเรื่องภาวะสุขภาพและพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุ ตำบลธงชัย อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี จำนวนกลุ่มตัวอย่าง 300 คน พบว่า ผู้สูงอายุมีพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพโดยรวมอยู่ในระดับดีมากที่สุด และมีภาวะสุขภา พดีมากที่สุดเช่นกัน สอดคล้องกับ นวล จันทร์ เครือวาณิชกิจ และ คนอื่น ๆ ( 2555 : 74 ) ศึกษาเรื่อง ปัจจัยที่มีผลต่อภาวะสุขภาพผู้สูงอายุ ในตำบลโคกโคเฒ่า อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี พบว่า พฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองด้านอาหารของผู้สูงอายุอยู่ในระดับดี และพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองด้านออกกำลังกายของผู้สูงอายุอยู่ในระดับดีเช่นกัน สอดคล้องกับการศึก ษาของอุไรรัชต์ บุญแท้ ( 2557 : 42 ) ศึกษาพฤติกรรมสุขภาพและภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุในจังหวัดเพชรบุรี มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมสุขภาพและภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุในจังหวัดเพชรบุรีกลุ่มตัวอย่างคือ ผู้สูงอายุในเขตพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี จำนวน 400 คน พบว่า พฤติกรรมสุขภาพโดยรวมของกลุ่มตัวอย่างอยู่ในระดับดี ( = 3 . 51, S . D .= 0 . 62 ) 1 . 2 การดูแลสุขภาพทางใจของผู้สูงอายุในจังหวัดมุกดาหาร โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก อภิปรายได้ว่า กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้สูงอายุกลุ่มติดสังคม ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงร้อยละ 75 . 20 และ มีความสามารถในการปฏิบัติภารกิจประจำวันได้และช่วยเหลือผู้อื่นได้สูงถึงร้อยละ 97 . 20 จึงทำกิจกรรมที่สร้างคุณค่าแก่ตนเองในการช่วยเหลือครอบครัวได้ เช่น การช่วยทำอาหารและทำงานบ้าน ประกอบกับกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้สูงอายุ วัย ต้นและ วัย กลาง วัย 60 - 79 ปี ถึงร้อยละ 87 . 80 รวมทั้งไม่มี โรคประจำตัว ร้อยละ 41 . 30 และมีโรคประจำตัวและสามารถควบคุมได้ร้อยละ 51 . 30 จึงมีความสามารถ เข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมได้ อีกทั้งประชาชนชาวจังหวัดมุกดาหารยึดมั่นและสืบทอดประเพณีวัฒนธรรมอย่างเหนียวแน่นและต่อเนื่อง คนมุกดาหารเป็นคนใจดี กิริยามารยาทอ่อนน้อมถ่อมตน และ เอื้อเฟื้อซึ่งกันและกัน และมีถึง 8 ชนเผ่า ดังคำขวัญของมุกดาหาร ตอนหนึ่งว่า “แปดเผ่าชนพื้นเมือง” ได้แก่ เผ่าไทยอีสาน ผู้ไทย (ภูไท) ไทยบรู (ไทยข่า) ไท ย กระโซ่ (ไทกระโซ่) ไทยกะเลิง ไทยแสก ไทยย้อ และไทกุลา สมาชิกของแต่ละชนเผ่ามีการรวมตัวสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีของชนเผ่าตนเองซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในวัยสูงอายุ ทำให้ได้ดูแลสุขภาพทางใจของกันและกันรวมทั้งผู้สูงอายุส่วนใหญ่อาศัยร่วมกับสมาชิกครอบครัว ตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป ถึงร้อยละ 67 . 60 จึงทำให้กลุ่มตัวอย่างได้รับความรักและความเอาใจใส่จากบุคคลในครอบครัว ส่งเสริมให้ดูแลสุขภาพได้ถูกต้องเหมาะสม สอดคล้องกับการศึกษาของนวล จันทร์ เครือวาณิชกิจ และคนอื่น ๆ ( 2555 : 74 ) เรื่อง ปัจจัยที่มีผลต่อภาวะสุขภาพผู้สูงอายุ ในตำบลโคกโคเฒ่า อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี พบว่า พฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองด้านอารมณ์ของผู้สูงอายุอยู่ในระดับดี สอดคล้องกั บการศึกษาของพันธกานต์ วิชาชาติ ( 2558 : 138 - 139 ) ศึกษาเรื่องพฤติกรรมการ ดูแลตนเองด้านจิตใจและการป้องกันโรคของผู้สูงอายุในจังหวัดอำนาจเจริญ จำนวนกลุ่มตัวอย่าง 300 คน พบว่า พฤติกรรมการดูแลตนเองด้านจิตใจของผู้สูงอายุในจังหวัดอำนาจเจริญ อยู่ในระดับดี 2 . ผลการศึกษาปัจจัยด้านการสนับสนุนทางสังคม 2 . 1 การสนับสนุนทางสังคมอารมณ์ของผู้สูงอายุในจังหวัดมุกดาหาร พบว่า การสนับสนุนทางสังคมด้านอารมณ์ของผู้สูงอายุในจังหวัดมุกดาหารอยู่ในระดับมาก อภิปรายได้ว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่อยู่ในครอบครัวขยาย มีสมาชิกในครอบครัวตั้งแต่ 3 คนขึ้นไปถึงร้อยละ 67 . 60 ซึ่งสังคมไทยอีสานจะให้ความรัก ความเอาใจใส่คนภายในครอบครัวโดยเฉพาะคนที่มีอายุมากกว่า ดังนั้นในยามเจ็บป่วยที่มีข้อจำกัดในการดูแลตนเองจึงได้รับความสนใจช่วยเหลือในการดูแลสุขภาพ เป็นห่วงเมื่อเกิดอาการไม่สบายหรือเกิดความเจ็บป่วย ให้กำลังใจและดูแลเมื่อผู้สูงอายุรู้สึกท้อแท้จากปัญหาส่วนตัวหรือความเจ็บป่วย สอดคล้องกับการศึกษาของสุขเกษม ร่ วมสุข ( 2553 : 107 ) เรื่องพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองของผู้สูงอายุ จังหวัดอ ำ นาจเจริญ พบว่ากลุ ่ มตัวอย ่ างไดรับการสนับสนุนทางอารมณ ์ ภาพรวมอยู ่ ใน ระดับสูง ( = 3 . 17 ) 2 . 2 การสนับสนุนทางสังคมด้านข้อมูลข่าวสารของผู้สูงอายุในจังหวัดมุกดาหาร พบว่า การสนับสนุนทางสังคมด้านข้อมูลข่าวสารของผู้สูงอายุในจังหวัดมุกดาหารอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณารายข้อพบว่าผู้สูงอายุได้รับคำแนะนำจากคนในครอบครัว เมื่อมีปัญหาสุขภาพ หรือมีเรื่องไม่สบายใจได้รับการสนับสนุนมากที่สุด รองลงมาคือ การได้รับคำแนะนำเรื่องการรับประทานอาหารจากบุคคลในครอบครัวท่าน อภิปรายได้ว่า บุคคลในครอบครัวได้มีโอกาสใกล้ชิดและทราบปัญหาผู้ป่วยมากกว่าบุคคลอื่น บุคคลในครอบครัวจึงมีโอกาสให้กำลังใจและให้การสนับสนุนด้านต่าง ๆ แก่ผู้สูงอายุ ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 41 . 30 ไม่มีโรคประจำตัว และร้อยละ 51 . 30 มีโรคประจำตัว ก็สามารถควบคุมได้จึงอาจจะยังไม่ได้ไปพบเจ้าหน้าที่สาธารณสุขบ่อยนัก ทำให้การสนับสนุนช่วยเหลือให้ข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพจากบุคลากรสาธารณสุขอยู่ในระดับปานกลาง สอดคล้องกับการศึกษาของสุขเกษม ร่วมสุข ( 2553 : 108 ) เรื่องพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองของผู้สูงอายุ จังหวัดอํานาจเจริญ พบว่ากลุ ่ มตัวอย ่ างได ้ รับการสนับสนุนด ้ านข ้ อมูลข ่ าวสารจากครอบครัว และเพื่อน ภาพรวมอยู ่ ในระดับสูง ( = 3 . 07 ) 2 . 3 การสนับสนุนทางสังคมด้านสิ่งของหรือบริการของผู้สูงอายุในจังหวัดมุกดาหาร พบว่า การสนับสนุนทางสังคมด้านสิ่งของหรือบริการของผู้สูงอายุในจังหวัดมุกดาหารอยู่ในระดับปานกลาง อภิปรายได้ว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ได้รับการสนับสนุนทางสังคมด้านสิ่งของหรือบริการ จากบุคคลในครอบครัวเป็นหลัก ดูแลเรื่องอาหาร รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาและพาไปรักษาที่สถานพยาบาลเมื่อเจ็บป่วย ขณะที่หน่วยงานของรัฐ เช่น โรงพยาบาลให้บริ การตามระบบบริการสุขภาพ ส่ว นองค์การบริหารส่วนตำบล หรือองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ให้การสนับสนุนอุปกรณ์ ออกกำลังกายไว้ในที่สาธารณะ ไม่ได้ให้การสนับสนุนแก่ผู้สูงอายุโดยตรง ผู้สูงอายุจึงไม่รู้สึกว่าได้รับการสนับสนุนด้านสิ่งของและบริการจากหน่วยงานดังกล่าว ขณะที่กลุ่มตัวอย่างไม่มีโรคประจำตัว ร้อยละ 41 . 30 และมีโรคประจำตัวและสามารถควบคุมได้ร้อยละ 51 . 30 สามารถไปรับบริการ ที่สถานพยาบาลด้วยตนเองได้ จึงยังไม่ได้รับการดูแลความเจ็บป่วยที่บ้านจากบุคลากรสาธารณสุข ไม่สอดคล้องกับการศึกษาของ สุขเกษม ร่วมสุข ( 2553 : 109 ) เรื่องพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองของผู้สูงอายุ จังหวัดอำนาจเจริญ พบว่ากลุ ่ มตัวอย ่ างไดรับการสนับสนุนดานวัสดุอุปกรณ ์ การเงิน และ แรงงาน ภาพรวมอยู ่ ในระดับสูง ( = 2 . 96 ) 3 . ผลการศึกษาภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุในจังหวัดมุกดาหาร 3 . 1 ภาวะสุขภาพทางกาย ผลการศึกษาพบว่า ภาวะสุขภาพทางกายโดยรวม จำแนกตามระดับภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุ พบว่า ส่วนใหญ่มีภาวะสุขภาพดีมาก ร้อยละ 61 . 80 รองลงมาคือภาวะสุขภาพดี ร้อยละ 32 . 80 ผลการประเมินภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุ พบว่า ส่วนใหญ่มีโรคประจำตัวและสามารถควบคุมได้ คิดเป็นร้อยละ 51 . 30 มีฟันใช้งานได้ มากกว่า 20 ซี่ คิดเป็นร้อยละ 51 . 50 ดัชนีมวลกายปกติ คิดเป็นร้อยละ 41 . 30 ปฏิบัติภารกิจประจำวันได้และช่วยเหลือผู้อื่นได้ด้วยตนเอง คิดเป็นร้อยละ 97 . 20 และสามารถปฏิบัติการออกกำลังกายได้ถูกต้องในระดับดี คิดเป็น ร้อยละ 72 . 30 อภิปรายได้ว่า อาจสืบเนื่องจากเป็นการศึกษาในผู้สูงอายุกลุ่มติดสังคม ที่สามารถพึ่งตนเอง ช่วยเหลือผู้อื่น และสังคมได้ ซึ่งผ่านการประเมินกิจวัตรประจำวันของผู้สูงอายุโดยใช้ Barthel ’ s Index : ADL ได้ผลรวมคะแนน ADL ตั้งแต่ 12 คะแนนขึ้นไป ประกอบกับผู้สูงอายุส่วนใหญ่อาศัยในครอบครัวที่มีสมาชิกในครอบครัวหลายคน จึงมีสามี ภรรยาหรือบุตรหลายเอาใจใส่ ได้รับแรงสนับสนุนทางสังคมจากบุคคลในครอบครัวเป็นอย่างดี รวมทั้งหน่วยบริการด้านสุขภาพและพัฒนาคุณภาพชีวิตของภาครัฐ เช่น โรงพยาบาล เทศบาล อบต. ได้จัดโครงการให้ผู้สูงอายุกลุ่มติดสังคมได้มีโอกาสมาทำกิจกรรมร่วมกัน ทำให้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดูแลสุขภาพมากขึ้น สอดคล้อ งกับการศึกษาของอุไรรัชต์ บุญแท้ ( 2557 : 42 ) ศึกษาพฤติกรรมสุขภาพและภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุในจังหวัดเพชรบุรี มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมสุขภาพและภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุในจังหวัดเพชรบุรี กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้สูงอายุในเขตพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี จำนวน 400 คน พบว่า ภาวะสุขภาพโดยรวมของกลุ่มตัวอย่างอยู่ในระดับดี ( = 3 . 87, S . D .= 0 . 40 ) มีค่าเฉลี่ยสูงสุดในมิติสุขภาพกาย สอดคล้องกั บการศึกษาของ เนตรดาว ตันตรานนท์ ( 2558 : 42 ) ได้ศึกษาภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุ พบว่าภาวะสุขภาพของกลุ่มตัวอย่างโดยรวมอยู่ในระดับดี เฉลี่ย 2 . 24 โดยมีภาวะ สุขภาพรายด้าน คือ ด้านร่างกาย ด้านจิตใจ ด้านสังคม และ ด้านจิตวิญญาณ เฉลี่ย 1 . 65, 2 . 23, 2 . 34 และ 2 . 73 ตามลำดับ 3 . 2 ภาวะสุขภาพทางใจ ผลการศึกษาพบว่า ส่วนใหญ่มีภาวะสุขภาพทางใจมีสุขภาพจิตดีกว่าคนทั่วไป ร้อยละ 54 . 40 รองลงมามีสุขภาพจิตเท่ากับคนทั่วไปร้อยละ 36 . 80 ส่วนสุขภาพจิตต่ำกว่าคนทั่วไป ร้อยละ 9 . 30 อภิปรายได้ว่า กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้สูงอายุกลุ่มติดสังคม เป็นผู้สูงอายุตอนต้นและตอนกลาง วัย 60 - 79 ปี ถึงร้อยละ 87 . 80 รวมทั้งไม่มีโรคประจำตัว ร้อยละ 41 . 30 และมีโรคประจำตัวและสามารถควบคุมได้ร้อยละ 51 . 30 จึงมีความสามารถเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคม ได้ ภาพที่เด่นชัดของจังหวัดมุกดาหาร คือมีชนพื้นเมือง 8 ชนเผ่า มีการรวมกลุ่มของแต่ละชนเผ่า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ การมารวมกลุ่มกันสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีของชนเผ่าตนเอง เป็นโอกาสได้จรรโลงใจ ส่งเสริมสุขภาพทางใจให้เข้มแข็งขึ้น รวมทั้งผู้สูงอายุส่วนใหญ่อาศัยร่วมกับสมาชิกครอบครัว ตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป ถึงร้อยละ 67 . 60 และยังคงมีสถานภาพสมรส ร้อยละ 59 . 50 จึงทำให้ผู้สูงอายุได้รับการสนับสนุน ช่วยเหลือ ดูแล รักใคร่เอาใจใส่ จากบุคคลในครอบครัว รวมทั้งสนับสนุนด้านค่ารักษาพยาบาล สิ่งของเครื่องอำนวยความสะดวก ส่งเสริมให้มีสุขภาพจิตอยู่ในเกณฑ์ดีกว่าคนทั่วไปเกินครึ่งของกลุ่มตัวอย่าง (ร้อยละ 54 . 40 ) สอดคล้องกับการศึกษาของ นวลจันทร์ เครือวาณิชกิจ และคนอื่น ๆ ( 2555 : 74 ) เรื่อง ปัจจัยที่มีผลต่อภาวะสุขภาพผู้สูงอายุ ในตำบลโคกโคเฒ่า อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี พบว่า พฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองด้านอารมณ์ของผู้สูงอายุอยู่ในระดับดี สอดคล้องกั บการศึกษาของ พันธกานต์ วิชาชาติ ( 2558 : 138 - 139 ) ศึกษาเรื่องพฤติกรรมการดูแลตนเองด้านจิตใจและการป้องกันโรคของผู้สูงอายุในจังหวัดอำนาจเจริญ จำนวนกลุ่มตัวอย่าง 300 คน พบว่า พฤติกรรมการดูแลตนเองด้านจิตใจของผู้สู งอายุในจังหวัดอำนาจเจริญ ได้แก่ การพัฒนาการรู้จักตนเอง การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ การใช้เวลาอย่างมีประสิทธิภาพ การเผชิญปัญหา การสนับสนุนทางสังคมของผู้สูงอายุและการปฏิบัติกิจกรรมทางศาสนามีความสัมพันธ์เชิงบวกกับพฤติกรรมการป้องกันโรคของผู้สูงอายุในจังหวัดอำนาจเจริญอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ . 01 สอดคล้องกับการศึกษาของเนตรดาว ตันตรานนท์ ( 2558 : 42 ) ได้ศึกษาภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุ พบว่าภาวะสุขภาพของกลุ่มตัวอย่างโดยรวมอยู่ในระดับดี เฉลี่ย 2 . 24 โดยมีภาวะสุขภาพรายด้าน คือ ด้านร่างกาย ด้านจิตใจ ด้านสังคม และ ด้านจิตวิญญาณ เฉลี่ย 1 . 65, 2 . 23, 2 . 34 และ 2 . 73 ตามลำดับ 4 . ผลการศึกษา ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุในจังหวัดมุกดาหาร พบว่า ปัจจัยด้านลักษณะส่วนบุคคล ปัจจัยด้านการดูแลสุขภาพ และปัจจัยด้านการสนับสนุนทางสังคมมีความสัมพันธ์กับภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุในจังหวัดมุกดาหาร เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ ปัจจัย ที่ มีความสัมพันธ์กับภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุในจังหวัดมุกดาหาร อภิปรายได้ ดังนี้ 1. ปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ 1.1 ระดับการศึกษา มีความสัมพันธ์กับภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุทั้งภาวะสุขภาพทางกาย และภาวะสุขภาพทางใจ อภิปรายได้ว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีการศึกษาระดับประถมศึกษา(ร้อยละ 86 . 30 ) การศึกษาที่ไม่แตกต่างกันทำให้มีแนวคิดในการดูแลสุขภาพทางกายใกล้เคียงกัน ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดูแลสุขภาพ ของจังหวัดมุกดาหาร จัดระบบบริการสุขภาพรองรับประชาชนโดยไม่ได้แบ่งแยกระดับการศึกษา หน่วยบริการสาธารณสุขและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีหน้าที่ดูแลสุขภาพและพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ให้ประชาชนเข้าถึงโดยเท่าเทียมกัน ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพทางกาย หลีกเลี่ยงสิ่งที่เป็นพิษต่อร่างกาย บริโภคสิ่งที่ดีต่อร่างกายเป็นความรู้ที่สามารถนำไปปฏิบัติได้ไม่แตก ต่างกัน สอดคล้องกับ การศึกษาของ พิ มพ์พิสุทธิ์ บัวแก้ว ( 2559 : 7 - 11 ) ได้ศึกษาการดูแลสุขภาพและภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุไทย พบว่าผู้สูงอายุที่มีการศึกษาสูงขึ้น มีสุขภาพที่ดีขึ้น สอดคล้อ งกับการศึกษาของสุดารัตน์ จาดจีน ( 2555 : 90 ) ศึกษาพฤติกรรมสุขภาพและภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุในชุมชนบ้านอุมลอง อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง พบว่าภาวะสุขภาพด้านจิตใจมีความสัมพันธ์กับปัจจัยด้านการศึกษาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ( r = . 411, p< . 01 ) สอดคล้องกับกา รศึกษาของเรวดี สุวรรณนพเก้า และ รศรินทร์ เกรย์ ( 2554 : 48 ) ศึกษาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในพื้นที่เฝ้าระวังทางประชากรกาญจนบุรี พบว่า ผู้สูงอายุที่มีการศึกษาระดับมัธยมศึกษาหรือสูงกว่า จะมีคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพที่ดีกว่าผู้สูงอายุที่มีการศึกษาระดับประถมศึกษาเนื่องจากการศึกษาเป็นการจัดประสบการณ์ให้แก่ชีวิต ช่วยเพิ่มพูนความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโลกและชีวิตในทุกด้านให้กับบุคคล ทำให้สามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างเหมาะสมและมีคุณภาพ ส่วนในเรื่องสุขภาพจิตพบว่า เมื่อผู้สูงอายุมีระดับการศึกษาที่สูงขึ้น ทำให้มีสุขภาพจิตที่ดีขึ้น สอดคล้องก ับการศึกษาของขวัญดาว กล่ำรัตน์ ( 2554 : 93 - 104 ) พบว่า ผู้สูงอายุที่มีระดับการศึกษาที่แตกต่างกันมีพฤติกรรมสุขภาพที่แตกต่างกันเนื่องจากการศึกษาของผู้สูงอายุเป็นสิ่งสำคัญในการดูแลตนเอง เป็นปัจจัยที่ทำให้บุคคลได้รับข้อมูลข่าวสาร มีการพัฒนาการเรียนรู้และสามารถตัดสินพิจารณาในการปฏิบัติกิจกรรมในการดูแลตนเอง อีกทั้งในปัจจุบันระบบข้อมูลข่าวสารและเทคโนโลยีมีความเจริญก้าวหน้า ยิ่งผู้สูงอายุมีการศึกษาสูงขึ้น ย่อมถึงแหล่งความรู้ได้ง่ายขึ้น และในเรื่องการรับรู้ภาวะสุขภาพ พบว่า พยาบาลที่มีการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรี จะมีการรับรู้ภาวะสุขภาพในอนาคตดีกว่า พยาบาลที่จบปริญญาตรี 1.2 อายุ มีความสัมพันธ์กับภาวะสุขภาพทางกายของผู้สูงอายุ อภิปรายได้ว่าผู้สูงอายุ กลุ่มตัวอย่างในจังหวัดมุกดาหารส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุตอนต้น อายุ 60 - 69 ปี ร้อยละ 50 . 00 ประกอบกับผู้สูงอายุสามารถปฏิบัติภารกิจประจำวันได้และช่วยเหลือผู้อื่นได้ด้วยตนเองถึงร้อยละ 97 . 20 และผู้สูงอายุมีการดูแลสุขภาพทางกายในภาพรวมระดับมากที่สุด ขณะที่สุขภาพทางกาย มีความเสื่อมลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น และความสามารถในการปฏิบัติภารกิจประจำวันจะลดลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น จากข้อ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive