สื่อธรรมะพ่อครู(ฌาน อรูปฌาน) ตอน อรูปฌาน 4 ตอน สภาพสภาวะอากาสานัญจายตนะ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.72 KB
วันที่แก้ไข11 สิงหาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(ฌาน อรูปฌาน) ตอน อรูปฌาน 4 ตอน สภาพสภาวะอากาสานัญจายตนะ _8768กราบนมัสการพ่อท่านค่ะ ขออนุญาตทำความเข้าใจสภาวะสุดท้ายของวิโมกข์ 8 ค่ะ ขออนุญาตยกตัวอย่าง นะคะ เช่น เมื่อเราไปเจอผัสสะด้วยถ้อยคำดูถูกเหยียดหยามเรา ดุด่าเราแต่ตัวเรารับรู้ถ้อยคำนั้นชัดเจน จึงดับความรู้สึกไม่ชอบใจและความโกรธลงจนนิ่งเฉยและไม่โกรธ จนกระทั่งนิ่งเฉยได้อย่างไม่ใส่ใจ สภาวะแบบนี้เรียกว่าบรรลุอากาสานัญจายตนะหรือเปล่าคะ เพราะขณะนั้นจิตสงบเป็นศูนย์เหมือนกับว่าไม่ใช่คำด่าสงบจริงๆค่ะและรับรู้ว่าเขาด่า เขาดูถูกเหยียดหยาม จิตสูงเข้าบรรลุสู่วิญญาณัญจายตนหรือไม่คะ กราบนิมนต์พ่อท่านสาธยายจุดนี้อีกครั้งและกราบนิมนต์พ่อท่านยกตัวอย่างเพื่อเป็นไฟส่องทางแก่ลูกผู้มีฝุ่นละอองธุลีในดวงตาเป็นอันมากค่ะ. กราบแทบเท้าพ่อท่านโปรดชี้นำทางด้วยเจ้าค่ะ พ่อครูว่า...มันเป็นการสะกดข่ม สะกดใจเรา ถ้าเป็นอากาสาฯจะไม่ต้องกดข่ม จะรู้ด้วยปัญญาด้วยมีจิตเมตตาไม่ลบหลู่แม้เขาจะมาด่ามาทำร้าย เป็นเชิงรุกรานเรามาเราก็ไม่ได้ถือสาไม่ได้มีใจที่จะไปต่อต้าน ไม่มี Reaction ฟังด้วยใจว่างสบายๆรู้สาระ รู้เนื้อแท้ของสัจธรรม แม้แต่พยัญชนะก็รู้ประกอบกันว่าสื่ออันนี้หรือพยัญชนะเข้าใจว่าตรงสภาวะอย่างนี้ตรงหรือกลับกัน แต่จิตของเราว่างด้วยปัญญาไม่ต้องกดข่ม กดข่มมันต้องช่วยหากยังไม่เก่งแต่เก่งแล้วไม่ต้องกดข่มเลย สู้ได้ไม่โกรธไม่โลภไม่หลงได้แท้จริง ไม่โกรธเป็นฐานแรก ไม่รักไม่โลภฐานต่อมา ไม่หลงก็ต้องให้ชัดเจนไม่สับสน แล้วสุดท้าย เรื่องความโลภ ความชอบพลังดูดมันจะต้องอาศัยในชีวิตยุคสุดท้าย ส่วนพลังงานโกรธพลังงานผลักพลังงานทำร้ายตัดออกไปได้ก่อนเลย โกรธะ ราคะ โมหะ นี่โกธะ ตัดออกไปก่อนเพื่อนเลยไม่มีประโยชน์อะไร อาตมาก็ย้ำสอนเรื่องนี้มาไม่น้อย ส่วนรา

อ่านต่อ

คะโลภะ เป็นพลังงานที่ต้องอาศัยประคองไว้ แต่ไม่ได้ยึด เพียงอาศัย แม้แต่อาลัยก็ไม่มี อาศัยคือเราก็ใช้ไป แต่อาลัยหากพรากจากกันจะรู้สึกห่วงหาอาวรณ์ มันก็จะเหลือเชื้อของความอาลัย ยังไงก็ต้องพรากจากกัน มันก็ต้องมีปัญญารู้ แต่ก็ต้องใช้อาศัยในปัจจุบันหมดปัจจุบันแล้วก็วางจบ จะเข้าใจสภาวะพวกนี้ลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ สรุป อากาสานัญจายตนะ คืออรูปฌาน 4 ซึ่งต้องอาศัย ในชีวิตต้องอาศัยใช้งาน ฌาน 4 แต่ไม่ได้อยู่ที่การหลับตา การศึกษานั่งหลับตาก็เป็นการได้พักผ่อนหรือได้ศึกษาจิตภายใน แต่ถ้าเราเข้าใจแล้วก็จะรู้ได้ลึกซึ้ง อย่านึกว่า ฌาน ลืมตาจะสมบูรณ์แบบได้ง่ายๆมันมีความลึกซึ้ง คัมภีรา (ลึกซึ้ง) ทุททัสสา (เห็นตามได้ยาก) ทุรนุโพธา (บรรลุรู้ตามได้ยาก) สันตา (สงบระงับอย่างสงบพิเศษ แม้จะวุ่นอยู่) . ปณีตา (สุขุมประณีตไปตามลำดับ ไม่ข้ามขั้น) อตักกาวจรา (คาดคะเนด้นเดามิได้) นิปุณา (ละเอียดลึกถึงขั้นนิพพาน) ปัณฑิตเวทนียา (รู้แจ้งได้เฉพาะผู้เป็นบัณฑิต บรรลุแท้จริงเท่านั้น) (พตปฎ. เล่ม ๙ ข้อ ๓๔) ถ้ารู้ว่าเขาด่าไม่ต้องกดข่มนี่ก็มีปัญญาแล้ว คู่ของอากาสาฯกับวิญญานัญจายตนะก็เป็นรูปกับนาม อากาสาฯเป็นรูปเป็นสิ่งที่ถูกรู้ อีกคู่คือ อากิญจัญยายตนะกับเนวสัญญานาสัญญายตนะ อากิญจัญยายตนะ มองในเชิงไม่มี จะมองในแง่มืดก็ใช่ อากาสาฯก็มองในแง่สว่าง อากิญฯสว่างแต่นิดหนึ่งน้อยหนึ่งก็ไม่มี มันอธิบายคำว่าไม่มีลึกเข้าไปอีก เพราะฉะนั้นเราจะต้องมีเนวะสัญญานาสัญญายตนะเป็นตัวรู้ อากิญจัญญายตนะเต็มรูป ต้องดูให้ละเอียดเข้าใจหมด ไม่มีกับเหลือน้อยที่สุดนี้มันใกล้กันมากเลยนะ แยกกันไม่ออกเลย ก็ต้องชัดเจนว่าเหลือน้อยที่สุดกับหมดแล้วมันต่างกัน สิ่งเหล่านี้เราจะต้องรู้จักสภาวะ รู้จักพยัญชนะจะเข้าใจสื่อสารออกมา เรียนไปคุณก็เข้าใจได้ลึกซึ้งไม่ใช่น้อย 620809_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ศึกษาวิชชาจรณะให้เข้าถึงปรมัตถธรรม

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน