สื่อธรรมะพ่อครู(ประวัติศาสตร์อโศก) ตอน ศาสนาพุทธเสื่อมมาหลายรอบแล้ว.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ประวัติศาสตร์อโศก) ตอน ศาสนาพุทธเสื่อมมาหลายรอบแล้ว อาตมาแสดงธรรม มาตลอดนาน จะ 50 ปี ด้วยฐานที่เป็นจริงมีจริงของตนเองแสดงในวงการศาสนาพุทธ ในยุคนี้ ยุคครึ่งพุทธกัปของสมณโคดม ฟังชัดเจนนะ กัป พุทธศาสนาเป็นพุทธกัป ของสมณะโคดม แต่พุทธกัปของพระพุทธเจ้าองค์อื่นท่านก็มีวาระไม่เท่ากันกี่หมื่นกี่แสนปีก็เป็นเรื่องของท่าน แต่เราไม่พูดอันนั้น เราพูดของพระสมณโคดม ก็จะเข้าใจว่าเป็นบารมีของแต่ละองค์ แต่ไม่ได้หมายความว่าบารมีพระพุทธเจ้าแต่ละองค์ไม่เท่ากัน เท่ากันแต่เหตุปัจจัยองค์ประกอบมันต่างกัน อย่างเช่นพระสมณโคดมสอนคนโง่ลงไปตั้งเท่าไหร่แล้ว มันจะใกล้กลียุคอยู่แล้ว ก็ต้องได้น้อยสิ แต่คนที่ฉลาดมาก มาฆบูชาตั้ง 5 ครั้ง 8 ครั้ง ของสมณโคดมมีมาฆบูชาเพียงครั้งเดียวอะไรอย่างนี้ แล้วมีพระอรหันต์แค่1,250 ลงมา บางองค์เป็นล้านองค์ เราไปเทียบให้รู้แต่ไม่ใช่เทียบเท่าในความเท่า พระพุทธเจ้าทุกองค์ความรู้ความสามารถเท่ากัน ทุกองค์ แต่มาประกาศต่างกันตรงที่องค์ประกอบของศาสนาในแต่ละยุคนั้นต่างกัน พุทธกัปของสมณโคดมมีอายุถึง 5,000 ปี ก่อนอาตมามาเกิดในชาตินี้...สนใจๆ ชอบนะนิทานนี้ (ฮา..) ศาสนาพุทธซึ่งเป็นสังขารธรรม อย่างหนึ่งในสังขารทั้งหลาย เป็นสังขารธรรมของจิตนิยาม มันได้เกิดขึ้น แล้วเจริญขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็เสื่อมไป เป็นกฎของไตรลักษณ์ที่เกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไป กว่าจะมาถึง 2,500 ปีมันหลายรอบแล้ว ศาสนาพุทธของพระสมณโคดมนี่แหละเกิดขึ้นตั้งอยู่เสื่อมไปหลายรอบแล้ว แม้แต่ในสมัยที่พระพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์ชีพอยู่มันก็มีเสื่อม เช่นพวกภิกษุฉัพพัคคีย์ทำให้เสื่อม พระเทวทัตทำให้เสื่อม ทำให้เสื่อมลงไปแต่คนก็ไปหลงติดเป็นลูกศิษย์พระเทวทัตทุกวันนี้ก็มี ลูกศิษย์พระภิกษุฉัพพัคคีย์ก็มี เกิดมากลุ่มแล้วกลุ่มเล่าพ
อ่านต่อ
วกคณะพวกนี้ ของพระพุทธเจ้ามีตัวอย่างน้อย ถ้าเป็นองค์อื่นก็จะมีตัวอย่างเยอะกว่านี้ อันนี้ตัวอย่างเดียวก็เข้าใจง่าย หลายตัวอย่างอาจจะสับสน สรุปแล้วกว่าจะมาถึง 2,500 กว่าปีมันเกิดขึ้นตั้งอยู่เสื่อมไปมาตั้งหลายรอบแล้ว แล้วก็กอบกู้กันมาตั้งหลายรอบแล้ว ผู้ที่กอบกู้อย่างที่พวกเรามีตำนานอย่างชัดเจนแค่ศาสนาพุทธผ่านไป 200-300 ปีประมาณนั้น ก็ผิดเพี้ยน เปื้อนจนกระทั่งพระเจ้าอโศกมหาราชต้องมาสะสาง เห็นไหม แล้วบอกได้ว่า พระเจ้าอโศกมหาราชก็คือ เถระวาท พระพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่งเกิดมา พระเจ้าอโศกมหาราชก็คือ เถระองค์หนึ่งนั้นแหละของพระสาวกสำคัญของพระพุทธเจ้านั่นแหละ องค์หนึ่งมาจัดการกอบกู้มาครั้งหนึ่งแล้ว มันจึงเหลือศาสนาพุทธเข้ามาถึงเมืองไทย โดยลูกของพระเจ้าอโศกมหาราช ที่ส่งมา 200-300 ปีก็เปื้อนแล้ว เกิดขึ้นตั้งอยู่เสื่อมไปศาสนาพุทธนี้ ยิ่งมาถึง 2,500 กว่าปีแล้วมันหลายรอบแล้ว อาตมาก็ยังระลึกชาติไม่ได้หลายรอบ ถึงระลึกได้ก็ไม่พูด ขนาดนี้ก็ยังแอบมีลิเกกันแล้วไม่ต้องไปติดใจเรื่องเหล่านั้น เรื่องของเกิดขึ้นตั้งอยู่เสื่อมไปของกฎไตรลักษณ์มันยังมีซับซ้อนอีกเยอะ มาในยุคนี้อาตมาต้องมาทดสอบตัวเองเป็นปางที่เจ็ด หนัก เพราะว่ามันยืนยาวมาเกิน 2,500 ปีแล้ว มันก็ต้องเสื่อมหนักกินลึกซับซ้อนลวงลับละเอียดยากที่จะแยกแยะออกมาสาธยายได้ อาตมาพยายามเก่ง ไม่พยายามอมภูมิเท่าไหร่ พยายามแยกแยะ พยายามที่สุดแล้วไม่ได้ออมมือ ก็ยังได้แค่นี้แหละ ซึ่งมันยากสุดๆเลย ที่มันยากเพราะว่าผู้ที่มีอยู่นั้นเต็มไปด้วยโมหะและอุปาทาน แต่ถึงอย่างไรอาตมาก็ขอยืนยันว่า ศาสนาพุทธนั้น เป็นศาสนาแห่งความจริง ฟังความนี้ พยัญชนะนี้ ศาสนาพุทธเป็นศาสนาแห่งความจริง ซึ่งเป็นความจริงของปรมัตถสัจจะ อันยืนยันด้วยปรมัตถธรรม ปรมัตถสัจจะคือความจริง ธรรมะคือสิ่งที่ทรงไว้ สัจจะกับธรรมะนี้ เอาแค่นี้ก่อน สัจจะคือเน้นความจริงเป็นความจริง ยิ่งแยกเป็น ส จ จ หรือธรรมะ แยกเป็น ธ รรม ก็ยังต่างกัน คำว่าสัจจะกับธรรม สัจจะคือความจริงๆ ส่วนธรรมะนั้นบางทีเขาก็แปลว่าความดีความจริงเป็นองค์รวม ถ้าเป็นสัจจะก็เป็น static ถ้าเป็นธรรมะก็เป็น Dynamic ขอยืนยันว่าอาตมารู้จักรู้แจ้งรู้จริงในความเป็นรูปธรรมโดยเฉพาะนามธรรม รูปธรรมนั้นง่ายเพราะมันนิ่ง ส่วนนามธรรมนั้นละเอียดลงไปมันรู้ยากกว่า โดยเฉพาะไปแยกแยะรูปธรรมนามธรรม ในธรรมนิยาม 5
อุตุนิยามยังไม่มีนาม แม้พลังงานพีชะก็ไม่เรียกว่านาม ใครแยกรูปแยกนามแค่นี้ไม่ออก พีชนิยามเป็นอรูป ไม่เป็นนาม ไม่มีทุกข์ไม่มีสุขไม่มีกรรมวิบาก ผู้ที่สามารถแยกแยะชัดเจนไปถึงธรรมนิยาม 5 อุตุนิยาม พีชะนิยาม จิตนิยาม กรรมนิยาม ธรรมนิยาม ก็จะสามารถแยกจิตแยกกายออกจากกันได้ แยกแยะรูปกับนามออกจากกันได้ แยกแยะความจริงของสารพัดทั้งหมดได้ ไม่เช่นนั้น ตายแล้วคุณจะไปแยกธาตุจิตของคุณให้เป็นอุตุนิยามไม่ให้มันกลับมารวมตัวเป็นชีวะอีก คุณก็ทำไม่ได้ การเป็นอรหันต์ง่ายไหม? แต่สู้ไหม..สู้ ไม่ง่ายแต่สู้ โอ้ ทำไมสู้ล่ะ...1) มันสมควรได้และ 2) มันได้มาบ้างแล้ว เห็นชัดเจนว่ามันสมควรได้และมันก็ได้มาแม้จะน้อยก็ตาม ก็ชัดเจน ยิ่งคนไหนที่แน่ใจว่า เราโสดาบันผ่าน สกิทาฯ หรือบางคนสกิทาฯเราก็ผ่าน แต่อย่าเพิ่งไปสรุปง่ายๆ มีหลายคนที่พวกเรานึกว่าเราเป็นอรหันต์แล้ว แต่นี่ยังไม่ใช่ ดีนะไม่ขายหน้า คนที่ซื่อสัตย์กับความจริงมันดี เพราะฉะนั้นคำว่าความจริงคำนี้มันลึกซึ้งที่สุดเลย สมมุติสัจจะก็เป็นความจริง ปรมัตถสัจจะก็เป็นความจริง ปรมัตถ์คือเนื้อแท้ที่มันที่สุด สมมุติออกมาข้างนอก ปรมัตถ์เข้าไปข้างใน ก็ไปหาจิตเจตสิกรูปนิพพาน ส่วนสมมติก็เข้ามาหาโลกเข้ามาหาจักรวาล เข้ามาหาวัตถุต่างๆ หรือองค์ประกอบของลีลาต่างๆนานา ก็ต้องชัดเจนในสภาวะพวกนี้
อาตมาขยายความไปก็คงจะพอเข้าใจว่าอาตมาไม่ได้ดูถูกมหาบัว ไม่ได้ดูถูกพวกนั่งหลับตาแต่สงสารเขา ถึงพยายามจะบอกความจริง ส่วนทักษิณนั้นก็ไม่ต้องพูดอะไรมากหรอก แม้แต่นักบวชที่นั่งหลับตา อย่างธัมมชโยเล่นทั้งทางสว่างและทางมืด อาภัสราและสุภกิณหา อาตมาเคยอธิบายแล้วว่าผู้ที่หมดอุปาทานหลับตาไปก็จะมืดไม่เห็นแสงอะไร หลับตาอยู่ในที่มืดจริงๆนอนหลับไปมันก็ไม่มีแสงอะไรก็ไปกระทบมันก็มืด แต่ถ้าใครยังเห็นแสง เห็นสีอย่างไรก็เป็นอุปาทานทั้งนั้น คนที่สนิทแล้ว ไม่ต้องไปนั่งหลับตาสะกดจิตแล้วถึงจะสนิทไม่ต้องหรอก ใช้สามัญนี่แหละลืมตาปฏิบัติ คุณจะไม่มีอุปาทานอะไร หลับตาคุณก็ดับมืดเฉยๆถ้าจิตใจคุณนิ่งคุณหยุดก็ไม่เห็นจะปรุงอะไร แต่ถ้ามีเรื่องจะรู้คุณก็มีบารมี ตามรูปของคุณเองถ้าคุณฟุ้งขึ้นมาแล้วคุณทำให้หลับไม่ได้ก็ตัวใครตัวมันนะ ต้องดูตัวคุณเอง อาตมายืนยันหลักฐานอ้างอิงตามพระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐนี่แหละ แม้แต่ฉบับเดียวนี้อาตมาก็ขอรับรองว่าคุณศึกษาตามพระไตรปิฎกฉบับนี้คุณเป็นอรหันต์ได้ ขอยืนยันเป็นโพธิสัตว์ได้ด้วยอย่าว่าแต่เป็นพระอรหันต์ ทั้งๆที่พระไตรปิฎกเล่มนี้ไม่ได้พูดถึงพระโพธิสัตว์เลย พระไตรปิฎกฉบับนี้ไม่มีความรู้เรื่องพระโพธิสัตว์ขอยืนยันบอกได้เลย ผ่านคำว่าโพธิสัตว์ก็ไปอย่างนั้นไม่ได้ขยายความคำว่าโพธิสัตว์ พระพุทธเจ้าสมณโคดมยืนยันแล้วว่าเราสอนเธอเพียงใบไม้กำมือเดียว ไม่ได้สอนใบไม้ทั้งป่า ท่านก็ยืนยันของท่านแล้ว สั่งสอนใบไม้กำมือเดียวเสร็จแล้วก็ไปแล้ว 80 ปี ท่านเป็นตัวอย่างของผู้มักน้อยในยุคนี้ควรมากน้อยถ่วงดุลไว้อย่าไปมักมาก คำสอนของพระพุทธเจ้าจึงไม่ส่งเสริมให้คนมักมาก ถ้าหากในประเทศชาติคนมันน้อยแล้วกลายเป็นว่ามีแต่คนแก่ เด็กรุ่นหลังมาก็น้อย ต้องรีบระดมให้คนแต่งงานเยอะๆ มันก็เป็นธรรมดาธรรมชาติของโลกที่เขาจำเป็น ไม่อย่างนั้นประเทศเขาก็แย่ พลเมืองเขาก็น้อยลงไม่พอ อะไรต่ออะไรก็ไม่พอขาดแคลนมันก็ต้องเกิดความสมดุลเป็นองค์ประกอบที่ได้สัดส่วนอย่างนี้เป็นต้น ไม่ขยายความมากกว่านี้แล้ว
สรุปเข้าที่เป้าหมายอาตมาทำงานมาจะ 50 ปีแล้ว ได้มรรคได้ผลขนาดนี้ที่อาตมาเปิดเผยไปหมดแล้วว่าในพวกเรามีพระอรหันต์ จะเป็นอรหันต์ขั้นไหนก็แล้วแต่ บางท่านก็เป็นโพธิสัตว์ในพวกเรานี้เป็นโพธิสัตว์พยายามบำเพ็ญอยู่ แต่มันยังไม่ขึ้นเต็มก็ไม่เป็นไร ไม่ต้องไปอยากรู้หรอกถึงขีดถึงเขตมันมีเหตุปัจจัยเพียงพอ เหตุปัจจัยมันครบ ภูมิธรรมภูมิปัญญาของคุณก็สามารถรับรู้ได้ด้วย รู้ในสิ่งที่มันครบครันคุณก็ตัดสินได้ จะมีปฏิภาณปัญญาตัดสินเข้าใจแล้วมันก็จะแม่นตามลำดับ 620809_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ศึกษาวิชชาจรณะให้เข้าถึงปรมัตถธรรม