620730 มาวัดไม่ถึง 7 ครั้ง อ่านหนังสือไม่ถึง 7 เล่ม ไม่รับบริจาค.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2562
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์292 KB
วันที่แก้ไข10 สิงหาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

620730 มาวัดไม่ถึง 7 ครั้ง อ่านหนังสือไม่ถึง 7 เล่ม ไม่รับบริจาค (คุณประเทืองธรรม)...พ่อคะพี่ๆเขาจะบริจาค (คุณอุ้ย)...เคยฟังธรรมะพ่อท่านและก็เคยไปสันติอโศกจะบริจาคเขาก็ไม่ให้บริจาค ได้หนังสือมาแล้ว หลายเล่มแล้วตั้งแต่ตอนโน้น (คุณประเทืองธรรม)...คือพี่ๆที่เขาอยู่อเมริกาเขาจะคิดเยอะเวลาจะให้เงินหรือจะบริจาคเขาจะรับไหมจะเอาไหมจะเข้ากติกาไหม เขาบอกว่าทำข้างนอกนี่มันง่ายมากคือเขาเอาเงินให้แล้วก็จบ แต่ของพ่อท่านเป็นอะไรที่ให้เขาเรียนรู้ว่าทำไมต้องอ่านหนังสือ 7 เล่ม 7 ครั้ง ต้องมาฟังธรรมคบคุ้นก่อน พ่อครูว่า...คือ เราให้เพื่อให้คุณรู้ว่าคุณจะได้รับความเข้าใจเพิ่มเติมขึ้นไปหรือเปล่าเพื่อที่จะให้มันเกิดผลน่ะไม่เช่นนั้นก็จะนึกว่าทำทานก็ได้ผลแล้วแต่จริงๆคุณไม่ได้อะไรจากเราเลยแล้วเราจะไปรับเงินมาทำไมแล้วคุณไม่ได้อะไรจากเราไปเลย คุณจะต้องพยายามมาติดตามให้มันได้ซับซาบเข้าไปได้อะไรเพิ่มเติมพอสมควรคุณไม่ได้อะไรแต่คุณต้องจ่ายมันง่ายไป เราก็กลายเป็นเอามาฟรีๆมันอะไรล่ะไม่เข้าท่า (คุณอุ้ย)...อย่างธรรมะของพ่อที่ฟังแล้วชอบมากคือ วรรณะ 9 ได้เต็มๆแล้วก็เข้าใจดีมาก พ่อครูว่า...ของพระพุทธเจ้า มันเป็นโครงสร้างที่ยิ่งใหญ่บอกระดับชั้นของคุณธรรม มันเป็นมาตรฐานของระดับความเป็นคุณธรรมของมนุษย์เลย ถ้าคนถึงขั้นความหมายของเขาเลย ถ้าคนถึงขั้นเลี้ยงง่ายจริงๆก็จบในตัวเขาเลยก็หมดอัตตาแล้วยังไงก็ได้เหมือนหมูเหมือนหมาก็เลี้ยงสบายไม่มีอะไรต่อต้านไม่มี effect เหมือนกับคนโง่ๆเหง้าๆเหมือนกับสัตว์เลี้ยงอะไร คือมันยอมทุกอย่างไงหมดเนื้อหมดตัวตนไงเลี้ยงง่ายพัฒนาให้เจริญให้ซิวิไลซ์ให้ก้าวหน้าขึ้นมาง่าย “สุโปสะ” ว่าด้วยสอนง่ายว่างั้นเถอะ เหมือนกับการเพิ่มชั้นเหมือนกับเราฝึกสัตว์เนี่ยสัตว์ตัวนี้มันเชื่องมันไม่ดุเลย

อ่านต่อ

ไม่แค่เลี้ยงง่ายจะสอนจะทำให้พัฒนาเจริญก็ง่ายด้วย “สุโปสะ”และไอ้ความสองอย่างนี่ “สุโปสะกับสุภระ” นี่มันจะไปสู่จุดอะไรสู่จุด “อัปปิฏฐะ” สู่จุดมักน้อย คนอวิชชาไม่มีใครมักน้อยมันมักมากทั้งนั้นแหละมากเท่าไรไม่มี limit ด้วย จิตมันเกิดเลยว่ามากไปอย่าเอาเลยก็พระพุทธเจ้าสำทับอีกว่าให้รู้จกพอ อย่าว่าแต่เอาเลยมันเกิดขีดไม่เอาๆ เอาเท่านี้พอ “สันโดษสัณตุฎิ” เพราะฉะนั้นเป็นเกณฑ์ที่ให้คนรู้ว่าชีวิตมนุษย์ที่เจริญไม่ใช่ชีวิตมนุษย์ที่มักมากไม่ใช่ชีวิตมนุษย์ที่ไม่รู้จักพอ ชีวิตมีน้อยๆก็พอ มันเป็นเศรษฐศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเลยถ้าคุณมีสำนึกอย่างนี้ในมนนุษย์ไม่มีที่ไหนอย่างนี้เป็นต้น จากนี้ไปในวรรณะ 9 นี้ “สัลเลขะ ธูตะ” ก็คือหลักเกณฑ์ “สัลเลขะ” ก็คือปฏิบัติอย่างนี้ปฏิบัติให้เป็นคนมักน้อยให้พอ “สัลเลขะ”ขัดเกลาตัวเองๆมีกิเลสอะไรก็มันตรงกันข้ามกับมักมากอะไรเนี่ยที่ไม่รู้จักพอโดยหลักเกณฑ์ธูตะตามขั้นตามตอน ศีลข้อ 1 2 หลักเกณฑ์ธูตะ คุณพัฒนาไปทีละขั้นๆคุณก็ได้ๆคุณก็เจริญขึ้น “ปาสาทิโก” อาการต่างๆมโนเป็นประธาน กายกรรมวจีกรรมก็ดีขึ้นเรื่อยๆจบด้วยสองอันสุดท้าย “อปจยะ วิริยารัมภะ” ไม่สะสมอะไรมีแต่ขยันลูกเดียวจบ คนยอดคนก็ไม่สะสมอะไรทำงานลูกเดียวแล้วมันก็เกิดสังคมอย่างอโศกสาธารณโภคีไม่ต้องสะสม ทำแล้วก็ใส่กองกลางกินใช้อยู่ในนี้ ทุกคนไม่อยากจะแย่งทุกคนมีอยู่ในนี้และทุกคนก็รู้จักพอทุกคนก็มักน้อย กองกลางมีน้อยเดียวก็พอเพราะทุกคนมักน้อยไม่เปลืองไม่ผลาญเหลือน้อยก็พอไม่ต้องมีมากเพราะฉะนั้นกองกลางก็ไม่่จำเป็นต้องไปโลภเอาที่อื่นมาแค่นี้ก็พออยู่แล้วมีมากก็สะพัดออกๆนี่เป็นสุดยอดเศรษฐศาสตร์ทุกคนมีความขยันหมั่นเพียรเป็นที่ยอดวิริยารัมภะทุกคนไม่สะสมเป็นยอดมีแต่สร้างสะพัดออกให้หมด ไม่หมดก็สะสมอยู่สิ มันก็ไม่สะสมทำไมมันอยู่ได้ก็มันขยันอยู่ตลอดเวลาไม่ได้งอมืองอเท้าแล้วทำไมมันจะหมดล่ะเพราะฉะนั้นทรัพย์อยู่ไหนอยู่ที่ความรู้ความสามารถและความขยันจะไม่มีจนยิ่งมารวมกันทำยิ่งสมบูรณ์แบบ สักวันหนึ่งสหประชาชาติจะรู้ว่าชุมชนอโศกเป็นสุดยอดในโลก สักวันหนึ่งจะมีดวงตาแต่ตอนนี้ยังไม่รู้เรื่องยังไม่รู้จักน่าจะนาน (ท่านเดินดิน)...ขนาดพระอาจารย์มั่นยังเห็นได้ พ่อครูว่า...นี่เขาเริ่มรู้จักอาจารย์มั่นแล้ว (คุณอุ้ย)...สมมุติว่าเราจะเอาชุมชนอย่างนี้ไปทำให้เขาเห็น ปัจจัยต่างๆที่โน่นมันไม่เอื้อที่เราจะทำได้ มันต้องฝึกตั้งแต่คน พ่อครูว่า...ใช่ ปัจจัยสิ่งแวดล้อมมันยังไม่เอื้อ ที่จริงอาตมาว่าจริงๆลึกๆเขาก็ต่องการแบบนี่นะแต่ทีนี้ไม่มีใครไปทำขึ้นนอกจากทำขึ้นแล้วคุณต้องอธิบายเขาก็จะเข้าใจคราวนี้เรายังไม่กล้าผวาปีกเราแก้ต้นตอนี้ก่อนพอมีความรู้แล้วคนก็จะขยายค่อยๆอธิบายไป (คุณประเทืองธรรม)...มันเหมือนกับเวลาที่เราอยากทำความดีแต่เราไม่กล้าทำเพราะคนอื่นไม่ทำแต่พอมีคนหนึ้่งทำเราก็เราก็มีความรู้สึกว่ารากล้าที่จะไปทำตามเขา พ่อครูว่า...คนกล้านี่แหละ อย่างอาตมานี่เป็นคนกล้า ทั้งนั้นทั้งหมดทั้งล้านเลยอาตมาเป็นหัวเดียวกระเทียมรีบเลยต้องปักมั่นมาเข้ามาทุกทิศเลยทุุกเหลี่ยมทุกมุมเลย เราไม่ใช่ผู้ชนะสิบทิศเป็นผู้ชนะล้านทิศ (คุณอุ้ย)...ต้องหลายๆอย่างต้องกล้าด้วยต้องสอนด้วยอธิบายเป็นต้องทำต้องมีสภาวะด้วย พ่อครูว่า..ถ้าไม่มีมนุษย์ถ้าไม่มีแหล่งที่มีสัปปายะสี่ครบปักให้ดูเป็นรูปธรรมขนาดนี้ยังไม่รู้ไม่เห็นทำมาตั้งจะ 50 ปีแล้ว เขาก็ยังไม่เห็นไม่รู้เรื่องแต่ก็พอรู้ขึนเรื่อยๆดังนั้นเราก็ต้องใจเย็นรีบร้อนให้เขารู้ไปบีบไปบี้เขาไม่ได้ มะม่วงมันยังไม่สุกจะมาบีบมาคั้นเอาไม่ได้ ดอกไม้มันยังไม่บานจะรีบคลี่กลีบมันเดี๋ยวหักหมด (คุณประเทืองธรรม)...แต่พอพี่ๆเขาได้ธรรมะชีวิตเขาก็ง่ายขึ้นจากที่เคยกินอาหารภัตตาคาร กินง่ายขึ้น อาพาร์ทเม้นก็ขายออกๆคือเขามีความสุข เขายิ้มได้มีความสุขแต่ก่อนหน้าเขาจะไม่ยิ้มแต่พอเขาคลายออกสละได้เขาเบาขึ้นเขามีความสุขยอมเป็นผู้แพ้ได้ พ่อครูว่า...ใช้เป็นผู้แพ้ผู้น้อยไม่ต้องไปแข่งดีแข่งเด่นแข่งใหญ่แข่งรวยอะไรกับใครสบายพออยู่พอกินของเราขยันหมั่นเพียรแล้วก็สร้างสรรให้คนอื่นแจกจ่ายเจือจานคนอื่นได้ก็ไม่เห็นยากอะไรดีกว่าทำไมไม่ทำ ไปทำไอ้ที่มันชั่วๆเห็นแก่ตัวโลภเอาเปรียบเอารัดให้ได้มากเก็บได้เก่งสะสมได้มากโก้จะบ้าเหรอ เอ้อเราก็ด่าส่งอยู่เรื่อยก็ไม่รู้สึกไม่สะเทือนเลย (คุณประเทืองธรรม)...หลายๆคนก็อยากคิดมาอยู่นี่นะอยากจะมาซื้อบ้านแฝดก็ช่วยประสานงานให้ พ่อครูว่า...ตัวเองก็ทิ้งยังไม่หมดเข้ามาไม่ได้สักที อุ๊ยดีๆสร้างบ้านปักหลักไว้เลย ของเราก็ไม่แพงด้วยเนอะสร้างไวว้แล้วตัวก็ไม่ค่อยอยู่ไม่ค่อยมา เดี๋ยวต้องมีกฎใหม่บ้านที่สร้างขึ้นแล้วใครไม่เข้ามาอยู่จะให้คนเข้าไปอยู่ทั้งนั้นแหละให้คนจรจัดมาอยู่เอาให้เข็ดเลย คนที่ไม่มีที่อยู่มันเยอะแยะแล้วคุณมาสร้างไว้แล้วก็ไม่มาอยู่มันเสียของเสียเศรษฐกิจ บ้านคุณไม่อยู๋เดี๋ยวมันก็โทรมก็พังคนอยู่ก็สามารถบูรณะไอ้ความที่มันสนิทเนียนก็ถูกปรับปรุงตลอดเวลามันเสริมแต่งอยู่่ตลอดเวลาถ้าใครไม่อยู่ไม่บูรณะสัตว์มันไม่รู้มันก็มาช่วยทำลายไม่ว่าแต่มดแต่ปลวกมันทุกอย่างถ้าทีช้างๆก็มาถีบพังเลย (ท่านแสนดิน)...อโศกต้องมีการมาทำเวลา พ่อครูว่า...ใช่คุณมาสร้างบ้านคุณต้องมาอยู่อย่างน้อยเดือนหนึ่งต้องเท่านั้นเท่านี้มาทำเวลาอะไรของเขาก็ไม่รู้ต้องออกกฎระเบียบให้มา บ้านตัวเองไม่มาอยู่ต้องมาออกกฎระเบียบบังคับให้มาเอ๊ยตลก มันมีตังอ่ะแล้วเห็นดีนะอยากได้อยากอยู้อยากปักหลักแต่แล้วก็กระเด็นไปอยู่บ้านข้างนอกอีก ไอ้บ้านที่นี่ดีกว่าไปอยู่บ้านโน้นอ่ะ (คุณแก้วพุทธ)...เป็นอานิสสงค์ของคนไม่มีบ้าน พ่อครูว่า...อาศัยอยู่ ที่นี่ไม่ต้องห่วงหรอกใครมาสร้างบ้านกุญแจบ้านจะเก็บไว้ที่ส่วนกลางด้วยถ้าไม่อยู่เราก็ไขให้คนพวกนี้ไปพักกันไมมีปัญหาหรอกแก้ปัญหาไป ดีแล้วมาสร้างบ้านให้คนพักแต่คนก็ยังน้อยอยู่เลยมามากๆก็สบาย (ท่านเดินดิน)...แต่ที่นี่ไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไรเพราะคนหมุนเวียนเข้ามาบ่อย พ่อครูว่า...ก็ไม่เห็นมีปัญหาเรื่องที่พัก ไม่มีโวยวายกันเลยที่นี่ที่พักมันเพียงพอเหลือเฟือ เดี๋ยวนี้ที่ีบวรมีห้องพักเหลือเฟือฝ่ายชายซีกฝ่ายหญิงซีกหนึ่ง ห้องน้ำก็มีเดินลงมาก็เจอแสนสบาย (คุณประเทืองธรรม)...แล้วมันเปรีบเหมือนบ้านหลังที่สองของเขาจากที่เขาเล่าให้ฟังจากแต่ก่อนที่เขาไม่รู้จะมาอย่างไรเดี๋ยวนี้ไม่มีปัญหาเขามาถึงเขาก็ไม่ต้องอาศัยเรา เขาก้ไปเฮือนบวรกางเต๊นท์แล้วก็นอนได้ พ่อครูว่า...มันเหมือนที่สาธารณะเนอะ (ท่านแสนดิน)...ขาดเหลืออะไรก็ไปร้านโดนใจ สขจ.ถ้าไม่มีอะไรเลยก็ไปดินอุ้มดาว เอาของมากองไว้ข้างนอกเลยเลือกเอา (คุณประเทืองธรรม)...พ่อคะพี่เขาอยากจะขอชื่อจากพ่อด้วยค่ะ พอพี่ๆเขาไปเล่าให้ฟังว่าชื่อเหล่านี้เป็นเหล่าของพระโพธิรักษ์ ลูกหลานพระโพธิรักษ์ พ่อครูว่า...เหมือนกับคริสต์เขาก็มีชื่อทางธรรมไปให้บาทหลวงตั้งชื่อทางธรรม (คุณอุ้ย)...ตอนแรกไม่ค่อยกล้าค่ะไม่แน่ใจว่าจะเป็นลูกพ่อได้ไหม วันนี้ก็กล้าค่ะ ด้วยความสัตย์จริงไม่เคยคิดว่าจะกล้ามาขอชื่อค่ะ (คุณประเทืองธรรม)...พี่บางคนไม่อยากได้แต่พอได้ถ่ายรูปไว้เลยเพราะกลัวหายบางคนเอาไปใส่กรอบอย่างดีห้ามเอาไปเคลือบเดี๋ยวลายมือพ่อหาย (คุณอุ้ย)...ดิฉันไม่มั่นใจในตัวเองมากกว่า กลายเป็นตบะของเขาค่ะ พ่อครูว่า...ท่านแสนดินเอาสมุดมาตั้งชื่อ(พ่อครูตั้งชื่อให้คุณอุ้ย ชื่อ ศีลแสงเพชร)

ถอดความโดย สุดเมืองฝัน

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน