สื่อธรรมะพ่อครู(ปฏิจจสมุปบาท) ตอน โรคอุปาทานมีจริงไหม.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ปฏิจจสมุปบาท) ตอน โรคอุปาทานมีจริงไหม _หลวงปู่คะ หนูมีเพื่อนคนหนึ่งค่ะ หนูอยากจะช่วยเขาจะทำยังไงดีค่ะ คือเพื่อนหนูจะมีอาการแปลกๆเวลากินอาหารก็กินเยอะ แต่พอกินเข้าไปเสร็จก็จะอ้วกออกมาหมด แล้วก็จะมีอาการแบบว่าใกล้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่ค่อยได้ พอเข้าไปใกล้ทีไรก็จะมีอาการแปลกๆ คือร่างกายเขาจะอยู่ไม่ได้ จะต้องมีปวดท้องบ้าง ปวดหัวบ้าง เดินสะดุดหกล้มบ้าง ทางญาติก็พาไปรักษามาทุกอย่างแล้ว ทั้งหมอปัจจุบัน หมอทางเลือก แผนไทย แม้แต่ไสยศาสตร์ก็ไปรักษามาแล้ว ก็ยังไม่หาย หลวงปู่ว่า ไสยศาสตร์มันเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น หนูก็ไม่อยากจะเชื่อสักเท่าไหร่ แต่ก็อยากจะช่วยเขา แต่ก็ไม่รู้จักช่วยได้ยังไง หรือต้องปล่อยให้เป็นวิบากกรรมของเขาค่ะ แล้วไสยศาสตร์มันมีอยู่จริงไหมคะ ถ้าคนทำใส่แล้ว ไปแก้ครั้งเดียว มันจะหายไหมคะ อยากรู้เลยถามมาค่ะ ในฐานะที่หลวงปู่เคยศึกษาเรื่องนี้มาก่อน พ่อครูว่า...อันนี้ก็สุดท้ายจริงๆ อาตมาจำนนอยู่อย่าง แม้อาตมาเอง ก็จำนนต่อวิบากของตน ขณะนี้ไอ ก็ต้องจำนนต่อวิบาก คนใดก็แล้วแต่ สุดท้ายต้องยกให้เป็นวิบากของใครของมัน แก้ไม่ได้ เราไม่สามารถหยั่งรู้วิบาก แล้วบอกให้แก้ได้ หมด ไปได้ประมาณหนึ่ง พระพุทธเจ้าก็เช่นกัน สุดท้ายอยู่ที่วิบาก วัฏฏสงสารยาวไกล สุดท้ายโยนให้วิบาก ไสยศาสตร์มีจริง สำหรับคนมีอุปาทาน คนที่หลงยึดด้วยกัน แต่ไม่ถาวร วนเวียนกลับ แล้วไม่เที่ยง อาจนานหรือเร็วก็เวียนกลับ ไม่เที่ยง มันหมดพลังงานที่ไปช่วย หมดฤทธิ์ของพลังงานก็จบ ก็เวียนกลับมาเช่นเดิม อาคามี ไม่จบ คนนี้ต้องแก้ที่จิตเรา ต้องแก้ที่เรา อันอื่นไม่มีทาง แก้ที่เรา จบแล้วเราจะจำนนเอง วิบากเราเองก็จำนน ของเราเองแท้ๆ เราจะละลาบละล้วง แก้วิบากคนอื่นไม่ง่าย ปฏิบัติตามทฤษฎีของพระพุทธเจ้าแล้ว จะแก้ได้ จริ
อ่านต่อ
งๆแล้ว วิบากทำให้มันหายไปไม่ได้ ทั้งกุศล อกุศล ถ้าวิบากกุศลมาก จะเป็นกำแพงยาวไกล กั้นไม่ให้อกุศลทะลุมาถึง ถ้าคุณหยุดอกุศล ทำแต่กุศล กำแพงจะยาวไกล สูงมากไปเรื่อย อกุศลก็มาได้ยาก หนึ่ง.หยุดอกุศล สอง.ทำแต่กุศล ก็ทำให้วิบากไม่เพิ่ม ทำแต่กุศลเดินหน้าๆ ได้สองต่อ ก็เป็นความหลุดพ้น แต่ไม่ใช่สูญนะ กุศล อกุศล จะหมดต่อเมื่อ คุณสลายตัวตนปรินิพพาน เช่นเดียวกับ H 2 O ไม่มีแล้ว กลายเป็น hydrogen oxygen ไปแล้ว ก็ไม่เหลืออัตภาพแล้ว ถ้ายังอยู่ มีอกุศลมากั้นอกุศลไว้ ไม่ให้ออกผล แต่ไม่ได้หายไปนะ นอกจากจะสลายตัวตน เป็นปรินิพพานไป พลังงานอุตุนิยาม พีชนิยาม เป็นพลังงานอย่างไร ต่อเนื่องอย่างไร เรารู้แล้ว แม้แต่ดินน้ำไฟลม มันก็มีน้ำหนักของมัน มีเหตุปัจจัยลงตัวของมัน ลักษณะไหนเป็นดิน ลักษณะไหนเป็นน้ำ ลักษณะลมกับไฟ ละเอียดกว่าน้ำกับดิน จับตัวตนไม่ได้ ยิ่งกว่าดินกับน้ำ แม้ไฟ กับลม ไปเป็นธาตุกลาง เรียกว่าอากาศ ก็ไม่ออกฤทธิ์ของไฟ ลม แต่บางเบาเหมือนอากาศ อากาศเป็นธาตุรวม ที่ละเอียดกว่าไฟลม ถ้าเราคุมอากาศได้ จะให้เป็นไฟหรือลมก็ได้ จบ ตัวเราไม่มีตัวตน คือธาตุอากาศ ธาตุว่าง เป็นพลังงานสูงสุด แล้วสามารถควบคุมพลังงานที่สอง เป็น ISH ลมกับไฟเป็น she he เราสามารถเลือกใช้ได้ตามเหมาะสม เราจะใช้พลังงานนี้ เหมือนหยินหยาง (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย) สมณะเดินดินว่า… เราต้องมาเรียนรู้ ลดความติดยึด ในดินน้ำไฟลมอากาศ และจิต ซึ่งการรู้ความยึดถือในจิตนั้น ยากกว่า พ่อครูว่า… เมื่อเรามีความเห็นความรู้ แล้วมีความต้องการ ที่จะมาบำเรอ เพื่ออยากจะเอาชนะ เพื่ออยากจะได้สิ่งตอบแทน คุณก็ทำด้วยความอยาก แต่ถ้าคุณ ไม่มีความอยาก ตัณหา ก็มีแต่ทิฏฐิที่มีความเห็น ที่จะนำมาเพื่อใช้ประโยชน์ มีแต่ความรู้ นี่คือสุดท้ายของพลังงาน ที่ทุกคนสามารถรู้แล้วใช้ คนที่รู้แล้วมีจริง ก็มีสัจจะ ที่ตัวเองทำอยู่จริง ถ้าคุณทำไม่จริงอย่างที่พูด ก็เป็นวิบากของคุณ มีกรรมเป็นอันทำ แล้วเป็นกรรมอุตริมนุสธรรม ที่หลอกคนได้ง่าย ยิ่งบาป ถ้าคนเราไม่ต้องการให้มีวิบาก เราไม่ต้องการลาภยศสรรเสริญโลกียสุข แล้วเราจะไปหลอกทำไม เป็นสัจจะแล้วมันไม่ทำ นอกจากมันยังโง่ มันไม่รู้ เรานึกว่าเราไม่มี กิเลสพวกอยาก แต่มันอยากทำ ก็แล้วแต่ เป็นวิบากซับซ้อน คุณทำก็เป็นวิบากของคุณ รายละเอียดปฏิบัติไปแล้วจะรู้ นอกจากคุณจะรู้แล้ว คุณจะเห็นจริงว่า ที่อาตมาพูดนี้ จริงหรือไม่จริง ถ้าคุณเจริญไปตามลำดับ บางอย่างคุณจะยังสงสัย ว่าจริงหรือเปล่า หรือบางคนก็จะเชื่อ แม้คุณจะเชื่อ ยิ่งคนไปปฏิบัติได้แล้วเป็นจริง ความเชื่อก็ยิ่งจะเพิ่มขึ้น ไม่ต้องห่วงเลย ถ้ามันตรงกับสัจจะที่มีหนึ่งเดียว มันไม่มีสองหรอก เอกังสัจจะ นทุติยัมปิ สัจจะนั้น มีหนึ่งไม่มีสอง เป็นเด็ดขาดเลย
600309_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ อย่าสร้างภพเป็นตัวช้างติดในกา