สื่อธรรมะพ่อครู(ปฏิจจสมุปบาท) ตอน รสอร่อย อุปาทานไม่มีจริง.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ปฏิจจสมุปบาท) ตอน รสอร่อย อุปาทานไม่มีจริง พ่อครูว่า...แม้แต่สิ่งที่ไม่จริงมันก็มีได้ เป็นอุปาทาน มีอยู่ในโลกเช่น คำโกหกมีอยู่จริง แต่คำโกหกไม่ใช่ของจริง หรือรสอร่อย ยินดีปรีดา คนที่ยังอวิชชาอยู่ ก็มีจริงๆ เป็นรสชาติ เป็นสุขเป็นอร่อยจริงๆ แต่ผู้ที่บรรลุแล้ว ผู้ที่ปฏิบัติจริงแล้ว มันไม่จริงมันไม่มี มันหายไปได้จริงๆ ในจิต ผู้ที่พิสูจน์ได้ จึงจะยอมรับว่า มันใช่ มันเป็นของหลอกจริงๆ เป็นอุปาทาน อย่างนี้เป็นต้น ไสยศาสตร์ สำหรับผู้ที่ยึดถืออยู่ก็เป็นจริง เหมือนคำโกหก มันมีจริง เหมือนกับรสชาติ มันมีจริง คุณก็เคยมีมา ผ่านมาทั้งนั้น แล้วถ้าคุณสามารถจะทำให้รสชาตินั้น หายไปได้เลย คุณก็จะรู้ได้ด้วยตนเอง เป็นปัจจัตตัง ของมันเคยมีจริงๆในใจตอนสัมผัสเหตุปัจจัย แต่ตอนนี้พิสูจน์เลยว่า มันไม่เกิด มันก็จะเห็นของจริงได้ สิ่งเหล่านี้ ถ้ามันจริงก็มีจริง สำหรับคนที่ยังไม่จริง คนที่จริงแล้ว ก็ไม่มีจริงๆมันก็จริง ต้องมาพิสูจน์จริงๆ คนที่พิสูจน์ได้ก็ไม่ใช่ง่าย มันมีน้อย แต่มันไม่โดดเดี่ยวหรอก มีคนที่ทำได้จริงๆอย่างพวกเรา เป็นสิ่งลึกซึ้ง เราเคยถูกหลอกมา เราก็เคยมี แล้วเราหลุดพ้นแล้วก็มี หลุดพ้นไม่ถาวรก็เคยมี หลุดพ้นแล้วอย่างถาวร และยั่งยืนก็มี มันก็เลยชัดทุกอย่าง ไม่มีใครโกหกหรือหลอกเราได้ มันมีได้อย่างที่ว่าสุดยอด คือมีตรงกัน แม้จะยากที่จะมีได้ แต่ก็มีได้ จนสุดท้ายแล้ว มันไม่เที่ยง แต่พอทำได้แล้วมันเที่ยง ก็จะรู้ว่า ความเที่ยงหรือความไม่เที่ยง คืออย่างไร ลองถามพวกเรา ตกลงความเที่ยงหรือไม่เที่ยง อะไรสูงกว่ากัน แม้แต่คนอวิชชาเขาเที่ยง เขายังไม่ทุกข์เลย เขานั่งสะกดจิตได้อย่างแข็งแรง ก็ไม่ทุกข์ แม้คนปฏิบัติลืมตา อันนี้ไม่เอาไม่เกี่ยวไม่ยุ่ง เขาปฏิเสธ ก็ยังสบายเลย จิตใจไม่เกี่ยว ก็ย
อ่านต่อ
ังสบาย แต่พวกนี้ยังไม่แน่นอน เป็นความไม่เที่ยง พิสูจน์ให้จริง เรื่องพวกนี้มันเยอะ ต้องให้เกิดจริงเป็นปัจจัตตลักษณ์ คนไหนเข้าถึงได้ จึงจะชัดเจนเป็นที่สุด สมณะเดินดินว่า...ผมมีคนที่รู้จัก มีพฤติกรรมใกล้เคียง คนใกล้ชิด มีความเชื่อทางไสยศาสตร์ แต่ในความรู้สึกของผม ผมรู้สึกว่า เขาเป็นคนรุ่นใหม่ ที่อ่อนไหวง่าย มีพฤติกรรมที่ต้องเก็บกด เลยออกไปทางกิน กรณีนี้ไม่เกี่ยวกับไสยศาสตร์ จะแก้ปัญหาเรื่องจิตเขาอย่างไร พ่อครูว่า มันบำเรออีกอย่าง ไม่เที่ยง มันต้องไม่หลบทั้งคู่ ต้องเผชิญทุกอย่าง ให้สูญไม่กลับกลอก ถ้าไม่เจอกับตัวเองก็จะยาก จนเจอกับความไม่เที่ยงที่สูงสุด สุดท้ายจริงๆสูงสุด ที่ว่าเที่ยง คือนิจจัง (เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสสตัง (ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง (ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง (ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง (ไม่กลับกำเริบ) ยืนยันพิสูจน์ถึงที่สุดจริงๆ ใครไม่ถึงสุดยอดอย่างนั้น ก็ยังลังเลไม่สนิทใจ แต่ถ้าถึงสุดยอดจริงๆ มันไม่กระดิก ไม่มีอะไรระแวงเลย ไม่มีอะไรสงสัยเลย
600309_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ อย่าสร้างภพเป็นตัวช้างติดในกา