คนเรามีสองจิตในร่างเดียวกันได้ไหม.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.06 KB
วันที่แก้ไข10 กุมภาพันธ์ 2564

เนื้อหาในไฟล์

คนเรามีสองจิตในร่างเดียวกันได้ไหม _ลูกอยากถามว่าคนเรามีสองจิตในร่างเดียวกันได้ไหมครับ พ่อครูว่า…คำว่า 2 จิต ต้องเข้าใจคำว่า 2 จิต คืออย่างไร คนเรามี จิตมี 2 ลักษณะได้ แยกจิตเป็นเจตสิก 2 เจตสิกเป็นอันดับแรกเลย คือ “กายิกเจตสิก” กับ “เจตสิกเจตสิก” ได้ อย่างนี้เป็นต้น เริ่มตั้งแต่แยก 2 ของจิตของกาย เพราะฉะนั้นตั้งแต่เริ่มต้นที่จะเรียนรู้จิตก็ต้องรู้ตั้งแต่ กาย คือ กายกับจิต แยกกายแยกจิต จากจิตจริงๆก็จะมี 3 ขึ้นไปเราก็ต้องแยก 3 ซึ่งมี 2 ที่มันงมงายกันมากคือสุขกับทุกข์ เป็นคู่หนึ่งที่แยกกันไม่ออกหรอก กับไม่สุขไม่ทุกข์ก็อีกคู่หนึ่ง มันไม่สุขไม่ทุกข์คู่หนึ่ง ก็ต้องแยกให้ชัด แม้ไม่สุขไม่ทุกข์ สุขทุกข์ก็ยังพอแยกชัดยังง่ายกว่า แต่ไม่สุขไม่ทุกข์นี้ เขาก็มีนัยยะ มีสัจธรรมเป็นนัยยะว่า ไม่สุขไม่ทุกข์แบบหนึ่งเป็นแบบโลกีย์ แบบเคหสิตเวทนา บางทีเขาก็เรียกอุเบกขาเหมือนกัน ไม่สุขไม่ทุกข์มันเฉยๆ แต่มันไม่ใช่วิธีเอากิเลสดับ เอากิเลสออกกิเลสไม่มี แต่มันกดข่มกิเลส กิเลสยังอยู่ ดีไม่ดีกิเลสจะยิ่งหนา มีพลังอำนาจในการ ข่มได้เก่ง ยิ่งยากมากขึ้น ซึ่งต่างจากกับเนกขัมมสิตอุเบกขา ไม่สุขไม่ทุกข์เป็นภาษา ที่แยกเฉพาะอาการของสุขอาการของทุกข์ ถ้าเป็นเคหะสิตตะก็จริงๆ ไม่สุขไม่ทุกข์ ลูกค้ามีปัญหาเหมือนกัน 5 ประการเบรคขาดเนี่ยไม่มีอาการยังไง มันอยู่ในนี้แหละเดี๋ยวกูจะอธิบายไว้เนี่ยเป็นพยัญชนะในภาษาบาลีประโยคคำบรรยายประภัสราแปลไทยในพระไตรปิฎกว่าจำไม่ได้ แล้วเรียกเป็นอุเบกขาไม่ได้ของโลกีย์ เพราะอุเบกขา มันมีลักษณะบริสุทธิ์จากกิเลส ปริสุทธา ซึ่งจะมีองค์ธรรมถึง 5 ปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา พระพุทธเจ้าแจกไว้ในธาตุวิภังคสูตร 5 ประการ อุเบกขานี้ มันมีกรุ๊ปปิ้งอยู่ในพระสูตรนี้ ที่ท่านอธิบายไว้มี 5

อ่านต่อ

คำด้วยพยัญชนะ ซึ่งจะมีองค์ธรรมถึง 5 ปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา 1. ปริสุทธา (บริสุทธิ์ปราศจากกิเลสนิวรณ์ 5) 2. ปริโยทาตา (ผุดผ่องขาวรอบแข็งแรงแม้ผัสสะกระแทก) 3. มุทุ (รู้แววไว อ่อน-ง่ายต่อการดัดปรับปรุงให้เจริญ) 4. กัมมัญญา (สละสลวยควรแก่การงาน ไร้อคติ) 5. ปภัสสรา (จิตผุดผ่องแจ่มใสถาวรอยู่ แม้มีผัสสะ) (ธาตุวิภังคสูตร พตปฎ. เล่ม 15 ข้อ 690)

เขาก็แปลเป็นไทยในพระไตรปิฎกว่า บริสุทธิ์ ผุดผ่อง อ่อน ควรแก่การงาน ผ่องแผ้ว อาตมาตั้งข้อสังเกตว่า ผุดผ่องกับผ่องแผ้ว อันไหนแจ๋วกว่ากัน แต่อาตมาก็เอามาขยายความให้ชัดเจนคือ ปริสุทธา คือจิตบริสุทธิ์จากกิเลส ปริโยทาตา ก็คือจิตที่บริสุทธิ์ ขาวรอบ จากกิเลสเพิ่มขึ้นนั่นแหละ มันก็เจริญขึ้นบริสุทธิ์นั่นแหละ ยิ่งบริสุทธิ์เก่งกล้าขึ้น มันมีความชำนาญมีสกิล มีความเจริญมากยิ่งขึ้น ปริโยทาตา บริสุทธิ์มากเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มุทุ คือแกนจิต มุทุภูตธาตุ ที่มีจิตเก่ง รับได้ทั้งสองนัย รู้จัก 2 ได้มากยิ่งขึ้น รู้จักเทวได้มากยิ่งขึ้น รู้จัก กาย ได้มากยิ่งขึ้น รู้จักสภาวะ 2 ของแต่ละแบบ แม้แต่โลกียะกับโลกุตระ แม้แต่เทวนิยมกับอเทวนิยม คู่สองของทั้งหมดเลย มุทุ จะรู้คู่ 2 ทั้งหมดแล้วรู้ความจริงเป็นทั้งหนึ่งเป็นจริงได้ 2 รู้กับความจริงนั้น มุทุ เพิ่มขึ้นตามบารมีของแต่ละคนสูงขึ้นๆ เพราะฉะนั้นฐานจิต มุทุ ซึ่งเป็นฐานที่เจริญ เป็นตัวชี้บ่งว่ามีสภาพ 2 ซ้อนอยู่อย่างนี้ของผู้ที่ทำงานของพระพุทธเจ้า เรียกว่าเป็น เทวะ ที่ยิ่งใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆคือ มุทุ จึงสามารถเอาไปทำกรรมการงานกับคนอื่นๆได้ ไม่มีโทษภัยมีแต่คุณ แล้วก็ประมาณได้อย่างเหมาะสมมีสัปปุริสธรรม 7 มหาปเทส 4 สามารถที่จะทำงานได้ดี เหมาะควร ได้สมดุล เป็นประโยชน์ต่อทุกๆบริบท ทุกๆกาละ ทุกๆเทศะ ทุกๆงานเลย จะทำงานอย่างไรอย่างไรไป จิตก็ลงท้ายประภัสสร สะอาดบริสุทธิ์ ผ่องแผ้วผุดผ่อง ผ่องใสตลอดกาล ไม่มีแปดเปื้อนเลย ยิ่งขึ้น ยิ่งขึ้น

_สู่แดนธรรม...เด็กคงหมายถึงว่ามีวิญญาณ 2 ดวงอยู่ในร่างเดียวได้ไหม เหมือนการเข้าทรงครับ พ่อครูว่า … ไม่ได้ วิญญาณของคนอื่นกับวิญญาณของเราอยู่ในร่างเดียวกันไม่ได้ การเข้าทรงไม่มีวิญญาณคนอื่นหรอก มีแต่วิญญาณตนเอง วิญญาณคนอื่นคนไหนมาเข้าทรงเราไม่ได้ การเข้าทรงคือสะกดจิตตัวเองนั่นแหละ ตัวเองจะมีความสามารถความรู้เท่าไหร่มันก็แสดงออกตามที่ความเก่งของตัวเอง เป็นจิตสมาธิ จิตสมาธินี้ได้ทั้งโลกีย์และโลกุตระ แสดงออกเล่นฤทธิ์เดชได้ สะกดจิตตัวเองนี่แหละ เก่งเท่าที่ตนเองเก่ง คุณทำได้เท่าไหร่ก็เท่าที่จิตของคุณทำได้ ไม่ใช่การเข้าทรง ไม่ใช่เจ้าที่ไหนมาเข้าทรงอย่างที่จังหวัดภูเก็ตเขาทำกัน ไม่ใช่ เป็นแต่จิตของตนทำเองทั้งนั้น

640210_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตอบปัญหาเอกีภาวะประชาธิปไตยโลกุตระ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน