กรรมฐานของพ่อครูต่างจากพระสงฆ์อื่นๆอย่างไร.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.27 KB
วันที่แก้ไข12 กุมภาพันธ์ 2564

เนื้อหาในไฟล์

กรรมฐานของพ่อครูต่างจากพระสงฆ์อื่นๆอย่างไร _Aitthidet Suwanphot (อิทธิเดช สุวรรณโภชน์) : กราบนมัสการครับ ธรรมะรักษาโรค กรรมฐานของพระครู กับกรรมฐานของพระสงฆ์รูปอื่นๆ ต่างหรือเหมือนกันอย่างไรครับ พ่อครูว่า…ถามมาเข้าเป้าเลย กรรมฐาน (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย) กรรมฐานที่เอามาไม่ใช่อาตมากำหนดกรรมฐานแต่เป็นกรรมฐานของพระพุทธเจ้า ท่านตรัสเอาไว้เลยว่าไม่ใช่ฐานแห่งการปฏิบัติ ฐานแห่งการกระทำถ้าไม่มีเวทนา เวทนาเป็นกรรมฐานของพระพุทธเจ้าเป็นศาสนาพุทธ มีเวทนาเท่านั้นเป็นกรรมฐาน เป็นฐานของการปฏิบัติ ที่นี้กรรมฐานของพระสงฆ์รูปอื่นๆ พระสงฆ์ใหญ่ๆที่เขาเป็นนักปฏิบัติเลยมีกรรมฐาน ออกก็จะไปยึดถือเอา ป่าเป็นกรรมฐาน ได้ออกป่าเป็นกรรมฐานโดย เดินลุยป่าดงเป็นกรรมฐาน ซึ่งออกไปเป็นเดียรถีย์ร้อยเปอร์เซ็นต์เลย ไม่รู้จะทำอย่างไรเขาจึงจะรู้ตัว เขาจึงจะเข้าใจว่าทำไมไม่เข้าใจอย่างนี้ได้ 2,500 กว่าปีออกไปนอกรีต 180 องศาเลยจากความเป็นพุทธ ออกนอกจากจรณะ 15 วิชชา 8 พระพุทธเจ้าปฏิบัติจรณะ 15 วิชชา 8 ปฏิบัติฌาณ ปฏิบัติสมาธิ ปฏิบัติจิตจากกิเลส กิเลสต้องมีเหตุพร้อมองค์ประกอบพร้อมมีตาหูจมูกลิ้นกายใจ มีเงินมีทองมีข้าวของ มีลาภยศสรรเสริญ มีสิ่งที่กระทบตาหูจมูกลิ้นกาย เป็นเหตุเป็นปัจจัยชัดๆแท้ๆ อยู่ในปัจจุบันธรรม ทิฏฐกาละ เป็นกาลปัจจุบันกระทบกันอยู่ก็จะเจอของจริงที่เป็นกรรมฐานคือเวทนา มีฐานแท้แห่งการปฏิบัติ เป็นกรรมฐานคือเวทนา เมื่อตากระทบรูปก็เกิดผัสสะเกิดเวทนาให้ปฏิบัติ ถ้าไม่มีกาย ไม่มีตากับรูปกระทบกันก็ไม่มีเวทนา ก็ไม่มีอะไรเลยที่จะพูดกันในโลกนี้ ไม่มีรูปไม่มีนามก็ไม่มีอะไรจะพูดในศาสนาพุทธ ศาสนานอกรีตก็เอาอะไรมาพูดเลอะเทอะ ไม่มีหัวใจของศาสนา ไม่มีเป้าที่จะปฏิบัติเลยมันเป็นอย่างนั้น ที่อาตมาพูดไม่ใช่อวดดิบอวดดี

อ่านต่อ

อะไร ไม่ใช่พูดไปข่ม ไปดูถูก ไปว่า ไปตำหนิอะไรเขาเฉยๆเล่นๆ ไม่ใช่ เป็นเรื่องที่ต้องตำหนิ เป็นเรื่องน่าตำหนิที่ไปหลงใหลกันได้ถึงปานนั้นได้อย่างไร หลงใหล หลงผิด หลงเพ้อ หลงละเมอ หลงติดยึดกัน งมงายจนไม่รู้จะงมขึ้นมาได้อย่างไร ส่วนใหญ่นะน่าสงสารเลย อาตมาเห็นเจตนาของท่านทั้งหลาย ต้องการเดินทางไปสู่ที่หมาย แต่หลงอยู่ในทางกันดาร ทางกันดาร คือ “กันตารมัคคัง” หลงอยู่ในทางกันดาร ซึ่งมันยิ่งกว่าเขาวงกต ยิ่งกว่าป่ารกชัฏ วนหลงอยู่ในนั้นไม่มีทางออก แล้วก็น่าเห็นใจนะ อยากจะออกอยากจะไปสู่ที่เจริญที่สูงสุดที่จบที่ดีคือนิพพาน และคนรู้จักนิพพาน รู้จักที่ออก รู้จักที่ออกจากทางกันดารนั้นได้แล้ว มาบอก เขาก็ว่า หรือ ไม่รู้ ยิ่งกว่ากามนิตที่พระพุทธเจ้าอธิบายธรรมะให้ก็ยินดี อันนี้ไม่ฟังเลยยิ่งกว่ากามนิต กามนิตฟังธรรมพระพุทธเจ้าทั้งคืนยังยินดีเลย แต่นี่ไม่ฟังเลย ตีทิ้งเลย หลงว่าที่ตัวเองปฏิบัติเป็นของพระพุทธเจ้าทำอย่างกับเป็นพระพุทธเจ้าเสียเอง มันเกินกว่าที่พระพุทธเจ้าท่านทำ มันไปไกลเกินกว่าที่พระพุทธเจ้าท่านจะคาดคิด หากพระพุทธเจ้ามาเกิดในยุคนี้ ท่านจะตรัสอย่างไร จะยกอุทาหรณ์อย่างไร อื้อหือ นี่ เป็นอย่างนี้จริงๆเลย อาตมายิ่งพูดยิ่งเห็นหลักฐาน ยิ่งเห็นคำจัดเนื้อหาสาระของพระพุทธเจ้า กรรมฐานของพระพุทธเจ้ากรรมฐานของพระที่เขาหลงกันอยู่ ไม่เหมือนกันเลย ต่างกันอย่างไรเดี๋ยวจะได้อธิบายอีกหลายปี ยาวนาน

640212_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ เรียนรู้ อาหาร ให้บรรลุถึง อรหันต์

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน