มนสิการคือแดนเกิด กับ ผัสสะคือสมุทัยคืออย่างไร.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.05 KB
วันที่แก้ไข10 กุมภาพันธ์ 2564

เนื้อหาในไฟล์

มนสิการคือแดนเกิด กับ ผัสสะคือสมุทัยคืออย่างไร _สว่างแสง ขวัญดาว : น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ ในมูลสูตร 10 ข้อ2. มีมนสิการเป็นแดนเกิด(สัมภวะ) ข้อ3. มีผัสสะเป็นเหตุเกิด(สมุทัย)นั้นต่างกันอย่างไรคะ ตรงที่แดนเกิด(สัมภวะ) เป็นเหตุเกิด(สมุทัย)ต่างกันอย่างไรคะลูกน้อมกราบนิมนต์พ่อครูช่วยอธิบายให้ลูกได้เข้าใจด้วยค่ะ กราบนมัสการค่ะ พ่อครูว่า…แดนเกิด หมายถึง เป็นสถานที่ เป็นที่ตั้งที่อยู่ เป็นแหล่ง ที่ตั้งเหมือนตากระทบรูปก็เป็นที่ตั้งเป็นแดนเกิด ส่วนสมุทัยนั่นเป็นเหตุให้เกิด มันก็ต่างกันอยู่แล้ว ถ้าจะเรียกด้วยภาษาที่เราเคยสมมติถึง 2 สภาพคือ Static กับ Dynamic แดนเกิดก็คือ Static สมุทัยก็คือ Dynamic เหตุปัจจัยที่มันประกอบ 2 อย่าง ไม่น่าจะเข้าใจยากนะ มันห่างกันอยู่ สภาวะกับสมุทัย แดนเกิดกับเหตุเกิด มีคำว่าสมุทัย พระพุทธเจ้าใช้อยู่ในอาริยสัจ 4 กับสมุทัยที่ใช้อยู่ใน “มูลสูตร 10” 1. มีฉันทะ เป็นมูล-รากเหง้า (มูลกา) 2. มีมนสิการ เป็นแดนเกิด (สัมภวะ) 3. มีผัสสะ เป็นเหตุเกิด (สมุทัย) 4. มีเวทนา เป็นที่ประชุมลง (สโมสรณา) 5. มีสมาธิ เป็นประมุข (ปมุขะ) 6. มีสติ เป็นใหญ่ (อธิปไตย = พลังอำนาจ) 7. มีปัญญา เป็นยิ่ง (อุตระ = เหนือ) . กัปตันรู้ยิ่งยอด 8. มีวิมุติ เป็นแก่น (สาระ) . หลุดพ้นสุดยอดที่จะรู้ยิ่ง 9. มีอมตะ เป็นที่หยั่งลง (โอคธา). = สอุปาทิเสสนิพพาน 10. มีนิพพาน เป็นที่สุด (ปริโยสาน) = อนุปาทิเสสนิพพาน (พตปฎ. เล่ม 24 ข้อ 58)

ในมูลสูตร 10 มีผัสสะเป็นสมุทัย แต่ในอาริยสัจ 4 นั้นมีตัวตัณหาเป็นสมุทัย มันต่างกัน ในมูลสูตร 10 ผัสสะเป็นปัจจัย สมุทัย คุณต้องมีอันนี้ ถึงจะปฏิบัติต่อได้ ถ้าคุณไม่มีสัมผัสเป็นปัจจัยคุณปฏิบัติต่อไม่ได้ เมื่อปฏิบัติแล้ว คุ

อ่านต่อ

ณไปพบเหตุของอาริยสัจ คือตัณหา จึงจะคือตัณหา อันนี้เป็นมูลรากในการปฏิบัติ ต้องมีผัสสะ เพราะงั้นพวกหลับตาปฏิบัติไม่มีสัมผัสทางตาหูจมูกลิ้นกายไม่มีผัสสะ ไม่มีแดนเกิดไม่มีสัมภวะ ไม่มีที่เกิดไม่มีที่ตั้ง คุณล้มเหลวหมดเลย เพราะฉะนั้นคุณจะไปรู้สภาวะเหตุของอาริยสัจไม่ได้ เพราะมันไม่มีจิต ไม่มีเวทนา ไม่มีสัญญาสังขารวิญญาณอะไรให้คุณไปศึกษาเลย จิตของคุณก็เป็นสัมภเวสี ล่องลอย สัมภเวสีคือไม่มีสัมภวะ ล่องลอยอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ จับตัวตนจริงไม่ได้ จริงก็คือสัมผัสอยู่ปัจจุบัน ตากระทบรูป หูกระทบเสียง จมูกกระทบกลิ่น อยู่นี่ไง ข้างนอกด้วย ยืนยันกับคนอื่นได้ด้วย นี่ไงนี่ไง อันนี้ กะหล่ำดอก กระทบอยู่นี่ไง มะเขือเทศกระทบตาอยู่นี่ โอ้โห สีสัน มันย่อง ฉ่ำ น่าเอาใส่ปากเคี้ยวสักฉึก พอจำรสมันได้นะ มะเขือเทศ มีเปรี้ยวมีหวาน มีเลี๊ยะๆด้วย ภาษาอีสานนะ มันมีเลี๊ยะๆ เละๆ

640210_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตอบปัญหาเอกีภาวะประชาธิปไตยโลกุตระ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน