ปฏิบัตินามรูปจบอรหันต์มีวิญญาณฐีติที่อากิญจัญยายตนฌาน.docx
เนื้อหาในไฟล์
ปฏิบัตินามรูปจบอรหันต์มีวิญญาณฐีติที่อากิญจัญยายตนฌาน พ่อครูว่า…อาตมาตั้งใจจะเอา ปุตตมังสสูตร ว่าด้วยอาหาร 4 อย่างมาขยายความให้ดีๆ เริ่มต้นด้วยกวฬิงการาหารและลงท้ายด้วยวิญญาณหาร คุณต้องเริ่มต้นด้วยกวฬิงการาหาร และคุณต้องอ่านวิญญาณให้ได้ วิญญาณคืออาหารข้อที่ 4 วิญญาณก็ต้องรู้ด้วยนามรูป วิญญาณต้องมีนามรูปต้องมีสภาพ 2 ที่จะรู้วิญญาณได้ ถ้าไม่มีนามรูป รูปก็ต้องมีที่ตั้ง วิญญาณก็ต้องมีที่ตั้งเป็นวิญญาณฐิติ ต้องมีตากระทบรูป หูกระทบเสียง จมูกกระทบกลิ่น ปฏิบัติไม่มีวิญญาณฐีติ เลิกได้แล้วหลับตามันโมฆะ มันไม่ใช่เรื่องของพระพุทธเจ้า วิญญาณต้องปฏิบัติอย่างมีวิญญาณฐีติ วิญญาณฐิติ 7 เป็นต้น ปฏิบัติไปถึงอากิญจัญญายตนะก็จบเลย ลืมตาปฏิบัตินะ ปฏิบัติอากาสาวิญญาณัญจาก็ต้องลืมตา ไม่ใช่หลับตาแต่อย่างใด บรรลุธรรมแล้วมีนิโรธอยู่ในนั้นเสร็จสรรพ อากิญจัญญายตนะนั่นแหละนิโรธอยู่ในนั้นเสร็จสรรพ ไม่มี นิดนึงน้อยนึงของกิเลสก็ไม่มี ก็อรหันต์จบ แล้วไม่ต้องมีปัญหาอะไรอีกเพราะทำขั้นถึงอรูปฌาน อากาสา คือรูป วิญญานัญจาคือนาม แล้วรูปนาม 2 อย่างนี้แหละกิเลส คืออย่างไรอย่างละเอียดก็จบ ก็จบในวิญญาณฐิติ เป็นพระอรหันต์ได้ในวิญญาณฐิติส่วนจะลึกละเอียดลงไปถึงระดับอนุสัยต่อเป็น อุภโตภาควิมุติ ก็ว่าไปสิ เป็นพระอรหันต์ได้แล้ว คุณปรินิพพานเป็นปริโยสานได้เลย วิญญาณฐีติ วิญญาณเป็นนามรูป พระพุทธเจ้าจึงตรัสลงท้ายวิญญาณอย่างนี้ อันที่ 4 ขออ่านท้ายของวิญญาณก่อน [244] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็วิญญาณาหารจะพึงเห็นได้อย่างไร เหมือนอย่างว่า พวกเจ้าหน้าที่จับโจรผู้กระทำผิดได้แล้วแสดงแก่พระราชาว่า ขอเดชะด้วยโจรผู้นี้กระทำผิด ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทจงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ลงโทษโจรผู้นี้ตามที่ทรงเห็นสมควรเถิด จึงมีพระกระแสรับสั่งอย่างนี
อ่านต่อ
้ว่า ท่านผู้เจริญไปเถอะพ่อ จงประหารมันเสียด้วยหอกร้อยเล่มในเวลาเช้านี้ เจ้าหน้าที่เหล่านั้นก็ช่วยประหารนักโทษคนนั้นด้วยหอกร้อยเล่มในเวลาเช้า ต่อมาเป็นเวลาเที่ยงวันพระราชาทรงซักถามเจ้าหน้าที่เหล่านั้นอย่างนี้ว่า ท่านผู้เจริญ เจ้านักโทษคนนั้นเป็นอย่างไรบ้าง เขาพากันกราบทูลว่า ขอเดชะ เขายังมีชีวิตอยู่ตามเดิม จึงมีพระกระแสรับสั่งอย่างนี้ว่า ท่านผู้เจริญ ไปเถอะพ่อ จงช่วยกันประหารมันเสียด้วยหอกร้อยเล่มในเวลาเที่ยงวัน เจ้าหน้าที่เหล่านั้นก็ประหารนักโทษคนนั้นเสียด้วยหอกร้อยเล่มในเวลาเที่ยงวัน ต่อมาเป็นเวลาเย็น พระราชาทรงซักถามเจ้าหน้าที่เหล่านั้นอีกอย่างนี้ว่า ท่านผู้เจริญ เจ้านักโทษคนนั้นเป็นอย่างไรบ้าง เขาพากันกราบทูลว่า ขอเดชะ เขายังมีชีวิตอยู่ตามเดิม จึงมีพระกระแสรับสั่งอย่างนี้ว่า ท่านผู้เจริญ ไปเถอะพ่อ จงประหารมันเสียด้วยหอกร้อยเล่มในเวลาเย็นเจ้าหน้าที่คนนั้นก็ประหารนักโทษคนนั้นด้วยหอกร้อยเล่มในเวลาเย็น ภิกษุทั้งหลายเธอทั้งหลายยังเข้าใจความข้อนั้นเป็นไฉน คือว่าเมื่อเขากำลังถูกประหารด้วยหอกร้อยเล่มตลอดวันอยู่นั้น จะพึงได้เสวยแต่ทุกข์โทมนัสซึ่งมีการประหาร นั้นเป็นเหตุเท่านั้น มิใช่หรือ ภิกษุทั้งหลาย เมื่อเขากำลังถูกประหารอยู่ด้วยหอกแม้เล่มเดียว ก็พึงเสวยความทุกข์โทมนัสซึ่งมีการประหารนั้นเป็นเหตุ แต่จะกล่าวไปไยถึงเมื่อเขากำลังถูกประหารอยู่ด้วยหอกสามร้อยเล่มเล่า ข้อนี้ฉันใด เรากล่าวว่า จะพึงเห็นวิญญาณาหารฉันนั้นเหมือนกัน เมื่ออริยสาวกกำหนดรู้วิญญาณาหารได้แล้วก็เป็นอันกำหนดรู้นามรูปได้แล้ว เมื่ออริยสาวกมากำหนดรู้นามรูปได้แล้ว เรากล่าวว่า ไม่มีสิ่งใดที่อริยสาวกจะพึงทำให้ยิ่งขึ้นไปกว่านี้อีกแล้ว ฯ พ่อครูว่า…ลึกซึ้งสุดยอดเลย คนที่ฟังยังไม่ประสีประสาจะไม่ซาบซึ้ง ต้องเรียนรู้นามรูปมีภาวะ 2 ไม่เช่นนั้นคุณไม่ได้ทำอะไรเลย คุณเริ่มรู้อันนี้แหละเริ่มต้นคุณทำได้จบเลย นี่สรุปแค่นี้ก่อน
640210_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตอบปัญหาเอกีภาวะประชาธิปไตยโลกุตระ