สื่อธรรมะพ่อครู(จรณะ 15 วิชชา 8) ตอน รูปฌาน 4.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(จรณะ 15 วิชชา 8) ตอน รูปฌาน 4 รูปฌาน ๔ เมื่อเธอพิจารณาเห็นนิวรณ์ ๕ เหล่านี้ ที่ละได้แล้วในตนย่อมเกิดปราโมทย์ เมื่อปราโมทย์ แล้วย่อมเกิดปิติ เมื่อมีปิติในใจ กายย่อมสงบ เธอมีกายสงบแล้วย่อมได้เสวยสุข เมื่อมีสุข จิตย่อมตั้งมั่น เธอสงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรม บรรลุปฐมฌาน มีวิตก มีวิจาร มีปิติ และสุขเกิดแต่วิเวกอยู่ แม้ข้อนี้ก็เป็นจรณะของเธอประการหนึ่ง. ดูกรอัมพัฏฐะ อีกประการหนึ่ง ภิกษุบรรลุทุติยฌาน มีความผ่องใสแห่งจิตในภายใน เป็นธรรมเอกผุดขึ้น เพราะวิตกวิจารสงบไป ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร มีปิติและสุขเกิดแต่สมาธิอยู่ แม้ข้อนี้ก็เป็นจรณะของเธอประการหนึ่ง. ดูกรอัมพัฏฐะ อีกประการหนึ่ง ภิกษุมีอุเบกขา มีสติสัมปชัญญะ เสวยสุขด้วยนามกาย เพราะปิติสิ้นไป บรรลุตติยฌาน ที่พระอริยะทั้งหลายสรรเสริญว่า ผู้ได้ฌานนี้ เป็นผู้มีอุเบกขา มีสติอยู่เป็นสุข แม้ข้อนี้ก็เป็นจรณะของเธอประการหนึ่ง ดูกรอัมพัฏฐะ อีกประการหนึ่ง ภิกษุบรรลุจตุตถฌาน ไม่มีทุกข์ ไม่มีสุข เพราะละสุข ละทุกข์และดับโสมนัสโทมนัสก่อนๆ ได้ มีอุเบกขาเป็นเหตุให้สติบริสุทธิ์อยู่ แม้ข้อนี้ก็เป็น จรณะของเธอประการหนึ่ง ดูกรอัมพัฏฐะ แม้นี้แลคือจรณะนั้น. พ่อครูว่า...ฌาน ๑ คือทำนิวรณ์หายไปได้ แต่มีวิตกวิจาร ปีติ อยู่ ข้างนอกมีการสัมผัสทางทวาร ๖ สิ่งเหล่านั้นไม่ทำให้เกิดกิเลส มีกายสงบไม่ใช่กายนิ่ง แต่กายคือจิต มโน วิญญาณ มีสงบจากกิเลส คือจิตนั่นแหละ ที่ไม่มีนิวรณ์ ไม่ใช่กายคือร่างภายนอก จิตเราไม่มีกาม ไม่มีพยาบาท ไม่มีถีนมิทธะ ไม่มีอุทธัจจะกุกกุจจะ ไม่มีวิจิกิจฉา เป็นจิตที่เนกขัมสิตอุเบกขา แต่มีวิตกวิจาร มีปีติ มีสุขอยู่ ท่านบอกว่ากายสงบ ไม่มีกามวิตก ไม่มีพยาบาทวิตก ฌาน ๑ ยังไม่ถึงอุเบกขา ต้องฌาน ๓ จึงมีอุเบกขา เพราะระงับวิต
อ่านต่อ
กวิจาร ระงับปีติ สุข ปีติ กับสุข เป็นแบบผรณาปีติ แผ่ซ่าน แม้เป็นอุปกิเลส กิเลสเป็นของโลกๆ อยากได้มาสมใจ แต่อุปกิเลสคือเราจับกิเลสได้ แต่เราก็มีปีติ ซ้อนทำให้เป็นอุปกิเลส ก็ลดปีติ เป็นฌาน ๒ จิตตั้งมั่นสงัดจากกาม จากพยาบาท ฌาน ๒ นั้นมีจิตเป็นหนึ่งมากขึ้น ไม่ใช่จิตดับ แต่เป็นเอกัคคตารมย์เพราะวิตกวิจารหมดไป เพราะถ้าเรากดข่มก็ต้องใช้พลังงานวิตกวิจารอยู่ มันยังยากเหมือนหัดจักรยานใหม่ๆ ก็ลืมได้บ้าง เมื่อวิตกวิจารลด เหลือปีติ ก็ลดปีติ ต่อไป ถึงอย่างไรมันก็ลด ใหม่ๆดีใจแรง นานไปก็ชิน ก็ลดเอง ยิ่งรู้ว่าต้องลดก็ลดเร็วอีก จิตเป็นสมาธิ ก็เแบบลืมตา รู้สัมผัส กาย มีกามหรือพยาบาทอย่างไร แข็งแรงมีพลังปัญญาเพิ่มขึ้น เป็นจรณะข้อที่ ๑๓ ฌาน ๓ เริ่มมีอุเบกขา หมดปีติ มีแต่สุข ต่อเป็นฌาน ๔ หมดสุข มีเอกัคคตาจิต มีอุเบกขา ศีล ๕ นี้เป็นปริตตัง เราก็ถือตามกรอบ ทำให้นิวรณ์๕ หมดไป มีสติเต็ม รู้เวทนาในเวทนา
590208_พุทธศาสนาตามภูมิ อัมพัฏฐสูตร ตอน ๕