สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน คนเป็นกลางต้องประกอบด้วยปัญญา.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.32 KB
วันที่แก้ไข7 กันยายน 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน คนเป็นกลางต้องประกอบด้วยปัญญา คำว่าปัญญากับเฉโก สองคำนี้ หากแยกสภาวะที่แตกต่างของสองคำนี้ เรารู้ตัวเองว่าเรายังใช้ความฉลาดแบบ เฉโกอยู่นะ แล้วมาพัฒนาตัวเองให้มีความฉลาดแบบปัญญาจริงๆบ้าง สังคมโลกสังคมประเทศชาติ สังคมไหนก็ตามจะได้เป็นสุข เช่นสังคมชาวอโศก ได้อยู่อย่างนี้ก็ดีแล้ว อาตมาไปเจอบทความ ของ ดร.วิวัฒน์ชัย อัตถากร ที่เขียนในหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ อาตมาทุกวันนี้ก็อ่านหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ แนวหน้า ผู้จัดการ 3 ฉบับเป็นหลัก นอกนั้นก็ไม่ค่อยมีเวลา อาตมาอ่านแล้ว เขากล้าหาญ ดร.วิวัฒน์ชัย อัตถากร เป็นนามสกุลทางอุบลฯนี่แหละ เหล่ากอท้าวคำผง กล้าที่จะประกาศว่า “สันติอโศกโมเดล” ว่าทำไมรัฐบาลไม่เหลือบแล เอาอย่างสันติอโศกโมเดลนี้บ้าง ก็ทำมา 30 40 ปีแล้ว ในหลวงท่านก็ตรัสอันนี้ เศรษฐกิจพอเพียง เอาแบบคนจน ขาดทุนของเราคือกำไรของเรา สอดคล้องกับในหลวง แล้วก็พูดกันโก้มากว่า ทำตามคำพ่อสอน อะไร ศาสตร์พระราชา ก็พูดอยู่นั่นแหละ เราทำมามากมาย เราทำมา 30-40 ปี ทำตามศาสตร์พระราชา ทำตามพ่อสอน ทำแบบคนจน ขาดทุนของเราคือกำไรของเรา เศรษฐกิจพอเพียง หรือจะเรียกแค่เศรษฐกิจพอเพียงก็ได้ ทำไมไม่มาดูสันติอโศก model บ้าง ดร.วิวัฒน์ชัย อัตถากร นี้กล้าที่จะเปิดเผยต่อสาธารณะว่าเห็นด้วยเห็นดีกับวันนี้ ผู้ที่รู้นั้นมีอยู่ไม่น้อย คอลัมนิสต์ต่างๆก็รู้ สื่อสารมวลชนต่างๆก็รู้อยู่เยอะ หรือนักวิชาการนักรู้ก็พอ แต่ไม่กล้ามารับรองอโศก ไม่รู้เขาจะสะทกสะท้านต่อสังคม ไม่มีกำลัง 4 ก็เลยไม่พ้นภัย 5 กลัวสังคมจะตำหนิ สะทกทะท้านต่อคำติเตียนของหมู่ใดอื่นๆ อะไรพวกนี้ ซึ่งเข้าหลักเกณฑ์ของพระพุทธเจ้าที่ได้ตรัสไว้ทั้งนั้น แต่ไม่กล้า เพราะไม่มีปัญญาไม่มีพลัง 4 ไม่มีพลังปัญญา มีแต่พลังเฉโก พลังปัญญาไม่ม

อ่านต่อ

ีมากพอเพียงจะมารับรองสนับสนุน คือผู้ที่มีปัญญานี่ต้องเป็นคนเป็นกลาง คนเป็นกลางต้องเข้าข้างบัณฑิตต้องเข้าข้างคนดี ถ้าคนเป็นกลางไม่เข้าข้างคนดีที่เรียกว่าคนเป็นกลางที่ยัง 1. เพราะมิจฉาทิฐิ ว่า คนเป็นกลางต้องไม่เข้าข้างคนดี คนเป็นกลางต้องไม่เข้าข้างใคร ตั้งอยู่กลางๆไม่เข้าข้างชั่วหรือดี อยู่ไปกลางๆนี้ นั่นคือ มิจฉาทิฏฐิ 2. กลัวเสียลาภยศสรรเสริญหากเข้าข้างคนดี กลัวเสียโลกธรรมก็ไม่กล้า 3. ไม่กล้าเพราะไม่รู้ ไม่รู้ว่าใครถูกใครผิดใครดีใครชั่ว ก็เลยอยู่เฉยๆ กลางโดยที่ว่าไม่รู้จะทำอย่างไร มันไม่รู้เฉยๆ ก็เลยจำเป็นต้องกลาง ไม่รู้อะไรดีอะไรชั่วอะไรถูกอะไรผิด นี่คือคนโง่ เป็นกลางแบบโง่ๆ ส่วนคนที่เป็นกลางอย่างกลัวจะเสียลาภ ยศ สรรเสริญนั้นรู้ว่าอะไรถูกอะไรดี แต่ไม่กล้า ส่วนคนเห็นผิดนั้น เห็นว่าคนเป็นกลางต้องไม่เข้าข้างใคร แล้วรู้ว่าใครถูกใครผิดใครดีใครชั่ว แต่มิจฉาทิฏฐิว่าคนเป็นกลางต้องไม่เข้าข้างใคร เราไม่มีพลังอะไรเลยเราก็เฉยๆ คนนี้ไม่มีประโยชน์ ไม่มีคุณค่าอะไรเลย คนที่จะรู้ว่าอะไรชั่วอะไรดี ก็ต้องช่วยคนดี เข้าข้างคนดี ยิ่งคุณเป็นคนที่มีเครดิตทางสังคม ยิ่งเข้าข้างไหน ข้างนั้นก็ได้น้ำหนัก ต้องเข้าข้างคนดี คนดีจะได้มีน้ำหนัก มันจะได้ถ่วงสังคม แต่เพราะว่ามิจฉาทิฏฐิ สังคมก็เลยช้าไปไม่ออก รู้ว่าดีก็ไม่เข้าข้าง ไม่ส่งเสริม ถ้าส่งเสริมคนดี ความดีไปด้วยกัน น้ำหนักของความดีก็จะไปได้ไกลได้เร็ว ในความเป็นกลางที่ว่าแค่นี้ ก็ยังมีความมิจฉาทิฐิหรือกลัวอยู่ ความเป็นกลางที่ถูกต้องที่จะมีประโยชน์ความเป็นกลางที่จะมีปัญญา ปัญญาปาสาโท คือ ผู้มีปัญญาที่อยู่ข้างบนเหมือนกับมองลงมาจากข้างบนปราสาทก็จะมองเห็นกว้างแบบ Bird eye view มองจากยอดปราสาทลงมา ถ้าไม่มองโดยองค์รวมก็จะมองเห็นแต่บางส่วนไม่เห็นทั้งหมด น่าเห็นใจ บางคนก็อยากมองแต่มองไม่เป็น ส่วนคนที่มองออกรู้ว่าอะไรถูกอะไรผิด แต่เพราะว่ากิเลสตัวเองยังเป็นไม่ได้ ดังที่รู้ ดั่งที่ชาวอโศกมาเป็น มาเป็นคนจน มาขาดทุน อย่าไปเอากำไร มักน้อยสันโดษให้มารับใช้ประชาชน มาเสียสละ มาเป็นคนมีวรรณะ 9 วรรณะ 9 เป็นตัวหลักของพระพุทธเจ้า มี 1. เลี้ยงง่าย (สุภระ) 2. บำรุงง่าย, ปรับให้เจริญได้ง่าย (สุโปสะ) 3. มักน้อย, กล้าจน (อัปปิจฉะ) 4. ใจพอ สันโดษ (สันตุฏฐิ) 5. ขัดเกลากิเลส (สัลเลขะ) 6. เพ่งทำลายกิเลส มีศีลสูงอยู่ปกติ (ธูตะ, ธุดงค์) 7. มีอาการน่าเลื่อมใส (ปาสาทิกะ) 8. ไม่สะสม ไม่กักเก็บออม (อปจยะ) ตรงข้าม อวรรณะ9 9. ขยันเสมอ, ระดมความเพียร (วิริยารัมภะ)

ตนเองสร้างมากๆ แล้วให้ผู้อื่นมากๆ เราเอาไว้แค่พอกินพอใช้ สันตุฏฐิ ใจพอ ไม่สะสม อปจยะ ใจพอสันตุฏฐิ แต่แปลเบี้ยวบาลีว่าสันโดษคือ พึงพอใจในสิ่งที่ตนเองมีอยู่ ปัดโธ่! ไปถามบิลเกตส์หรือเศรษฐีคนไหนสิว่าพอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่ไหม ไปถามคุณเจริญก็ได้ ไม่ต้องออกนามสกุล เดี๋ยวจะหาว่าหมิ่นประมาท ไปถามว่าร่ำรวยขนาดนี้พอใจไหม เขาว่าต้องหยุดดื่มเหล้าขณะขับรถ แต่ก็ผลิตเหล้าออกมาขาย 600906_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ต้องละเฉกาถึงเกิดปัญญาพาบรรลุธรรม

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน