ทำอย่างไรจะลดความขี้เกียจได้.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์7.91 KB
วันที่แก้ไข21 มกราคม 2564

เนื้อหาในไฟล์

ทำอย่างไรจะลดความขี้เกียจได้ _ผม สส.ผ ยอดชาญชัย คล่องงาน อยู่ชั้น ม.๑ ครับ พวกผมทำกสิกรรมทุกวันครับ มี มะละกอ,ฟักเขียว และอีกมากมายครับ ผมอยากทราบว่า หลวงปู่ลดความขี้เกียจได้อย่างไรครับ ผมอยากลดความขี้เกียจครับ / พ่อครูว่า…ดี..แสดงว่ารู้ว่าอาการขี้เกียจมันเป็นอย่างไร ก็ลดอย่าให้มันเป็นอาการอย่างนั้นสิ มันขยันเป็นอย่างไรก็นึกถึงอาการขี้เกียจเป็นอย่างนี้ก็แก้ให้เป็นขยัน นี่พูดอย่างดื้อๆ ซึ่งได้จริงๆคนเราเข้าใจอาการขี้เกียจ ก็แก้กลับให้เป็นขยัน ขี้เกียจก็คืออยู่เฉยๆหรือเอาเวลาไปทำอะไรไร้สาระที่ไม่เป็นประโยชน์เป็นโทษภัยด้วยซ้ำอย่างนั้นเป็นตัวจริงของความขี้เกียจและเลวด้วย อยู่ดีๆไม่ทำงานที่ควรทำแล้วกลับไปทำสิ่งที่ไม่ควร ทำให้เสียหายไม่เข้าทาง มันก็ยิ่งแย่ใหญ่ รู้แล้วก็แก้กลับ จะไปขี้เกียจทำขยันแล้วเลิกสิ่งที่ไม่ดี นี่คือสาระของเราแท้ๆ _ผม สส.ผ. ชยางกูร ชั้น ม.2 ผมอยากถาม ว่าถ้าเราลดกิเลสแล้วจะนิพพานไหมครับ พ่อครูว่า…ใช่ ดีแล้ว พ่อครูว่า…ถ้าเอา โศลกปีนี้มาขยาย “คน! ถ้าไม่ทำงานก็เดรัจฉานธรรมดา”

ลักษณะคนขยะ ที่ทำให้คนไม่เป็นคน (หนังสือสรรค่าสร้างคนหน้า 60 ) ไม่ทำอะไรเลย ไม่คิดอะไรเลย ยกตัวอย่างอาจารย์เกษม(สุสานไตรลักษณ์)นั่งเฉยๆพยายามสงบไม่นึกไม่คิดไม่ทำอะไร นี่แหละคือคนขยะแท้ๆ ขออภัยที่พูดแล้วอ้างอิงตัวบุคคลเพื่อเป็นตัวอย่าง ก็ขอบคุณอาจารย์เกษม หลวงพ่อเกษม เขมโก แห่งป่าช้าสุสานไตรลักษณ์ มีเวลา มีโอกาส ก็ว่างๆอยู่ แต่ไม่หางานทำ มีงาน มีสิ่งควรทำยิ่งกว่านั้นอยู่แท้ๆ แต่ไม่ทำ กลับไปทำในสิ่งที่ตนชอบ และมีความเพลิดเพลิน หางานเบาๆ ทำ เพื่อไม่ต้องทำงานที่หนักกว่า มีงานทำ แต่ไม่อยากทำดื้อๆ นอนเกินกว่าควร พักเกินกว่าควร เล่นหรือเริงรมย์มากกว่า อยู่ว่างๆ เกินกว่าควร

อ่านต่อ

640120_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ คนเจริญคือคนที่เสียเปรียบมากกว่าได้เปรียบ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน