การดูจิตเกิดดับเป็นดวงๆในศาสนาพุทธสัมมาทิฏฐิหรือไม่.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์7.56 KB
วันที่แก้ไข18 สิงหาคม 2565

เนื้อหาในไฟล์

การดูจิตเกิดดับเป็นดวงๆในศาสนาพุทธสัมมาทิฏฐิหรือไม่ _*วาส ทองจันทร์* : กราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพยิ่งครับ ผมเห็นผู้สอนธรรมเขาบอกว่า ให้ตามดูตามเห็นจิตแต่ละดวงๆ นั้นว่า เกิดดับๆนั้นไวมากให้ได้อยู่ตลอดเวลา แต่เขาก็ไม่ได้อธิบายต่อว่าอะไรเกิด อะไรมันดับ ส่วนผมเข้าใจว่า ที่ให้ตามดูอาการเกิดการดับ คือการตามดูอาการของจิตว่ามันมีกิเลสมีตัณหา มีอุปาทานอะไรที่เกิดดับ แลัวจัดการกับกิเลสที่เกิดในจิตอย่างไรตลอดเวลา อย่างนี้ผมเข้าใจถูกไหมครับ🙏🙏🙏 พ่อครูว่า... ไอ้ที่ไปพูดถึงขั้นว่าให้ตามดูจิตมันเกิดมันดับมันโอเวอร์ พระพุทธเจ้าก็ไม่เคยสอน พระพุทธเจ้าสอนให้รู้จักอาการต่างๆที่มันแยกเป็นเจตสิก แล้วมันก็มีเหตุคือกิเลส มันก็เลยต้องเกิดอยู่ ทำเหตุคือกิเลสออกได้ มันก็ดับ นี่คือเห็นเกิดเห็นดับ แต่นี่ดูมันเกิดมันดับเป็นดวงๆ จนท่านพุทธทาส เรียกว่าอภิธรรมเม็ดมะขามเป็นดวงๆมันเป็นไปไม่ได้ มันโอเวอร์ ซึ่งไม่รู้ว่าอาจารย์คนไหนสอนไว้ เลยยึดถือกันไว้ผิดๆ ให้เรียนรู้ดีๆ ปัญญา 8 ข้อที่ 8 เอามาอ่านก็ได้ “8.อนึ่ง เธอพิจารณาเห็นความเกิดขึ้นและความเสื่อมในอุปาทานขันธ์ 5 ว่ารูปเป็นดังนี้ ความเกิดขึ้นแห่งรูปเป็นดังนี้ ความดับแห่งรูปเป็นดังนี้ เวทนาเป็นดังนี้ ... สัญญาเป็นดังนี้ ... สังขารทั้งหลายเป็นดังนี้ ... วิญญาณเป็นดังนี้ ความเกิดขึ้นแห่งวิญญาณเป็นดังนี้ ความดับแห่งวิญญาณเป็นดังนี้ ดูกรภิกษุทั้งหลายนี้เป็นเหตุเป็นปัจจัยข้อที่ 8 ย่อมเป็นไปเพื่อได้ปัญญาอันเป็นเบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์ที่ยังไม่ได้ เพื่อความงอกงาม ไพบูลย์ เจริญ บริบูรณ์แห่งปัญญาที่ได้แล้ว ฯ” พ่อครูว่า... พระพุทธเจ้าไม่เคยสอนให้ไปดูจิตมันเกิดมันดับเป็นดวงอย่างนั้น จะเก่งอะไรกันนักหนาดูอะไรจิตเกิดดับ แล้วมันจะไปรู้อะไรในจิตเกิดดับ ก็เด

อ่านต่อ

ากันทั้งนั้น มันไม่มีเหตุไม่มีปัจจัย มันแสดงความเก่งเกินไปอาตมาว่า 650817 ปฏิจจสมุปบาท ชาติ 4-5-10 พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน