ภพ 3 ในปฏิจจสมุปบาท.docx
เนื้อหาในไฟล์
ภพ 3 ในปฏิจจสมุปบาท _พ่อครูว่า... เข้าไปสู่ ภพ ตั้งแต่ภพ 3 ที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ กามภพ รูปภพ อรูปภพ ภพคือแดนเกิด วนเวียนอยู่ในกาม สายหลับตา ไม่ได้เรียนรู้ กามภพ ทิ้งกามคุณ 5 ก็เลยไม่รู้ ก็เลยติดยึด กามคุณ 5 แล้วก็ไม่รู้ และไปหลงตัวเองว่าได้นิโรธ เป็นสัทธาวิมุติแบบเดียรถีย์ ไปงมงายดับแบบ อสัญญีสัตว์ ก็เลยจมอยู่อย่างนั้น นอกจากจมแล้วยังอวิชชาหนักด้วย แล้วยึดติด ยึดอาจารย์ ยึดติดมั่นเลย อ.มั่น สมชื่อจริงๆ ยึดติดอยู่อย่างนั้น ซึ่งมันโมฆะ มันเป็นไปไม่ได้ พระพุทธเจ้าก็ไม่สอน แต่ก็ไม่เชื่อที่อาตมาพูด เขาไปเชื่อครูบาอาจารย์ อ่านพระไตรปิฎกก็ไม่แตก ก็วนเวียนอยู่อย่างนั้น พระไตรปิฎกที่ท่านก็ตรัสไว้ชัดหมดแล้วเขาเข้าใจไม่ได้ เพราะฉะนั้น กามก็ไม่ได้แล้ว ไปจมที่ใจเท่านั้น หลงทิศทาง อสัญญีสัตว์ เป็น อาฬารดาบส อุทกดาบส พระพุทธเจ้าก็อุทานว่า ช่วยไม่ได้แล้ว แล้วจะเป็นอย่างนี้อีกนาน อีกกี่ล้านกัป มันน่าสงสารไหม แล้วก็ไปนั่งหลับตาได้ฌาน 7 ฌาน 8 เหมือน อาฬารดาบส อุทกดาบส ก็จะฉิบหายใหญ่ เหมือนพระพุทธเจ้าอุทานนั่นแหละ หากมีพระไตรปิฎกอ้างอิงพระพุทธเจ้าตรัส ไม่ใช่อาตมาพูดอย่างลอยๆลม เมื่อไหร่จะพอเข้าใจได้ แล้วเลิกกันมา เสียเวลากันจริงๆ เสียเวลาแล้วตัวเองจะหนัก เพราะตัวเองทำผิดไปจากของพระพุทธเจ้า มันเท่ากับทำลายศาสนาพุทธ ทำให้มันผิดเพี้ยนไป คุณได้บาป คุณได้นรก แต่คุณไม่รู้จักนรกไม่รู้จักบาป เพราะมันเป็นเรื่องของกรรม คุณทำกรรมนั้นจริงก็เป็นบาปจริง นรกจริง ตอนนี้คุณอยู่อย่างนี้ คุณยังไม่เป็นไร แต่คุณตาย จิตของคุณต้องเป็น เป็นนรก คุณก็ต้องไปนรก แต่คุณยังไม่ตาย คุณก็ยังไม่เชื่อว่าต้องลงนรกเท่านั้นเอง ไม่รู้จะช่วยอย่างไรคนพวกนี้ สุดท้ายก็ไม่กลัวบาปไม่กลัวนรก ทั้งๆที่เรียน แล้วก็หลงผิดว่าตัวเองไม
อ่านต่อ
่ได้เป็นนรก ทั้งๆที่อยู่กับนรก เหมือนนกไม่เห็นฟ้า ปลาไม่เห็นน้ำ สู่แดนธรรม... เขาก็คิดว่าพ่อท่านก็คงจะไม่กลัวนรกเหมือนกัน พ่อครูว่า... ไม่กลัวอย่างไร อาตมาไม่เอาหรอก กรรมที่ทำไปแล้วก็เลิกมาแล้ว เดี๋ยวนี้ไม่ได้ทำแล้ว ไม่ต้องห่วงอาตมาหรอก ห่วงตัวเองให้ดีๆเถอะ อาตมาเป็นอรหันต์อาตมาเป็นโพธิสัตว์ อาตมาระดับ 7 ขึ้นระดับ 8 แล้ว คุณก็ไม่รู้หรอกที่อาตมาพูด คุณก็หาว่าอาตมาอวดตัวตน หลงตัวหลงตน อาตมาก็ต้องพูดความจริงจะไปพูดความเท็จทำไม มันเป็นบาป อาตมานั้นเชื่อกรรมเชื่อวิบาก จะไปพูดเท็จทำไม พูดเท็จเพื่อจะได้อวดตัวอวดตน จะไปลงนรกก็อวดตัวอวดตนโง่ทำไม อวดตัวอวดตนเท่านั้นจะได้อะไร อาตมาถึงไม่กลัวคนจะว่าคุณจะตำหนิ ไม่ต้องอวดตัวอวดตน แหม ทำโก้ทำเต๊ะท่า ดรามาติก สง่าสวย จะเอาคำชม คำชมคำสรรเสริญไม่มีค่าอะไรเลย ต่ำทราม พระพุทธเจ้าก็ตรัสไว้ มีแต่ทำให้คนหลงไม่ได้ทำให้ละหน่ายคลายอะไรได้ ก็ชัดอีก แหม ไม่รู้จะว่าอย่างไร เพราะฉะนั้น กามภพ มหาบัวถึงซัดหมากแหยะๆ กามคุณ 5 ไม่รู้เรื่อง ไม่รู้ว่าตัวเองติดกามคุณ 5 อยู่เต็มปาก แล้วหลงว่า ตัวเองเป็นพระอรหันต์ หลงจริงๆหรือไม่ก็ไม่รู้ คงจะพอรู้ตัวเอง แต่มันทำอย่างไรได้ ตกกระไดพลอยโจน มันติดหมากพลูแล้ว ก็เลยบอกว่ามันไม่ใช่กิเลสหรอก ฉันเป็นอรหันต์ ฉันไม่มีกิเลสหรอก ก็จับส้นจับหางได้อยู่ คำว่า กามคุณ 5 ก็ไม่รู้เรื่อง ติดอย่างไม่ขาดปากเลยนะ รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส ดีอยู่หน่อย ไม่มีเมีย ไม่มีเรื่องเสียหายเรื่องมีเมียเรื่องผู้หญิง นี่ก็ชัดเจนแล้วกามคุณ 5 แล้วติดจัด ติดไม่ขาดปาก วันๆหนึ่งไม่รู้กี่คำ กินข้าวยังกินมื้อเดียว แต่หมากไม่รู้กี่ 10 คำ เลิกซะเถิด นั่งหลับตา อาตมามาด้วยความปรารถนาดี ไม่อยากให้ไปเสียเวลาจมอยู่กับแบบ อาฬารดาบส อุทกดาบส จนกระทั่งพระพุทธเจ้าต้องมาอุทานว่า ชิบหายแล้วหนอ พระพุทธเจ้าทุกองค์ จะมีแบบ อาฬารดาบส อุทกดาบส ในพระพุทธเจ้าองค์ไหนก็แล้วแต่ เสร็จแล้ว พระพุทธเจ้าเกิดมา เขาก็ตายก่อน อาฬารดาบส ก็ตายก่อน อุทกดาบส ก็ตายก่อน แล้วก็ไปสู่นรกจกเปรตที่ไกลแสนไกล แล้วพระพุทธเจ้าก็เกิดมาไม่ทันสักที มันจะช่วยได้อย่างไร มันไปไกลเอามากๆเลยนะ ฟังแล้วน่าหวาดเสียวไหม ถ้าคุณไปนั่งหลง ฌาน 7 ฌาน 8 กันอยู่อย่างนี้ ถ้าไม่ตื่นรู้ตัว คุณก็จะไปแบบ อาฬารดาบส อุทกดาบส พระพุทธเจ้ายังช่วยไม่ได้ แล้วมันจะวนเวียนอีกนานแค่ไหนในวัฏสงสาร ช่วยไม่ได้ จนกว่าคุณจะเข็ด คนนี้ มันเข็ดจริงๆ จนกระทั่งรู้ว่า โอ้โห เรานี้แสวงหา แต่ทำไมโง่นานเหลือเกิน ไม่รู้กี่กัปต่อกี่กัป มันน่าสงสารไหม สงสารเพราะคุณจมอยู่ในวัฏสงสาร มันไม่รู้กี่ล้านๆๆๆ ปี น่ากลัวนะ ไม่เชื่อก็หลับตาต่อไป สาปส่งเสียเลย มันไม่มีทางจริงๆ ถ้าไม่ฟื้นมาฟังที่อาตมาพูดนี้เสีย กลับตัวเสีย ไม่ไปติดหลับตาอีกต่อไป คุณมีโอกาส ไม่ต้องไปเป็นอย่าง อาฬารดาบส อุทกดาบส (พ่อครูไอตัดออกด้วย) สมณะฟ้าไท... พระพุทธเจ้าทำกรรมลืมตา ก็เลยไม่เจอกับ อาฬารดาบส อุทกดาบส มันคนละเส้นทางกัน พ่อครูว่า... มีทางฟื้นทางเดียว ฟังพระพุทธเจ้าแล้วเชื่อท่านว่าอย่าไปนั่งหลับตาปฏิบัติ อาฬารดาบส อุทกดาบส มันหลงทิศทาง ตายแล้วหายไปเลย พระพุทธเจ้าเกิดมาก็ไม่ทันเพราะตายไปก่อน มันเป็นอย่างนั้น จนกว่าคุณจะเกิดมาชาติไหนบอกว่า ฟังพระพุทธเจ้า คนพวกนี้จะไม่ได้ฟังพระพุทธเจ้า พอมันเกิดมา พระพุทธเจ้าไม่ทัน ตายก่อนพระพุทธเจ้าเกิด มันซวยถึงขนาดนั้น เพราะฉะนั้นจะเกิดมาพบสัตบุรุษเท่านั้น ไม่พบพระพุทธเจ้าหรอก เพราะฉะนั้นถ้าคุณไม่แก้ไขว่า ต้องเชื่อสัตบุรุษ คุณไม่ใช่หรอก ต้องเชื่อสัตบุรุษนี้จะฟื้น ถ้าสายหลับตาไม่มาเชื่อโพธิรักษ์ แก้ไม่ได้ เพราะคุณเกิดไม่ทัน พระพุทธเจ้าเกิดไม่ทันคุณ เพราะคุณชิปหายแล้วหนอ อย่างที่พระพุทธเจ้าอุทานก่อน น่ากลัวไหมฟังดีๆถ้าเข้าใจแล้วคุณจะสะดุ้งเฮือกๆเลย แล้วคุณก็ดูถูกอาตมาอย่างมากด้วย นั่นแหละ ถ้าคุณรู้สึกจริง สำนึกจริง คุณจะละอายอย่างแรงกล้าเลย ว่า โอ้โห.. เราไปดูถูกดูแคลนพระโพธิรักษ์ เสร็จแล้วชาตินี้ไม่ต้องอายอาตมาหรอก อาตมาไม่ได้ติดยึด ไม่ได้ติดใจใคร อาตมาจะภูมิใจ จะดีใจมากที่คุณรู้สึกตัว ไม่ต้องบอกอาตมาก็ได้ แก้กลับเถิด นี่เป็นโอกาสฟื้น ตรงนี้ ถ้าคุณไม่ฟังสัตบุรุษและคุณไม่เห็นสัตบุรุษ ทั้งๆที่คุณฟังสัตบุรุษอยู่ ได้ยินอยู่ แต่คุณไม่เชื่อ ถ้าหากคุณเริ่มจาก 180 องศามา 179 องศา คุณทำตามแทนที่จะตรงดิ่วไป ไม่ยอมรับอาตมาเลย ก็โค้งให้หน่อย สัก 1 องศา 179 องศามา มันก็อีกนานนะ กว่าจะมาบรรจบกันอีกที ควรให้มากหน่อย เข้ามาหา 170 160 150 จนมาถึงร้อยเข้ามาเถอะ จนเป็นองศาที่ใกล้กันเท่าไหร่ ก็จะพากันไปได้อย่างดีมากเท่านั้น สู่แดนธรรม..ที่พ่อท่านพูดไปก็มีพระผู้ใหญ่เข้าใจได้อยู่เหมือนกัน พ่อครูว่า... เชื่อว่าคนที่แสวงหามีคนอคติน้อยก็มี เขาตั้งใจแสวงหาจริงๆ แล้วมีอคติน้อย ถ้าหากยังมีอคติมากมันจะได้อย่างไร ใช่ไหม เพราะฉะนั้น ถ้าแสวงหาและมีอคติน้อย ค่อยๆรับ มีอคติน้อยเท่าไหร่ก็รับได้มากขึ้น อาตมาเทศน์บรรยาย ไม่ได้พูดโดยไม่มีหลักฐานอ้างอิงยืนยัน ที่ไหน ยืนยันอ้างอิงตามหลักฐานในพระไตรปิฎก อธิบายหลักฐานไปแล้วก็มีคนมาปฏิบัติได้ เป็นคณะ เป็นหมู่ เป็นกลุ่ม กลุ่ม สาราณียธรรม 6 ซึ่งมันสุดยอดแล้วนะ มาอยู่ร่วมกันอย่าง ลาภธัมมิกา รวมกันเป็นสาธารณโภคี นี่มันสุดยอดแล้ว ในโลกนี้ไม่มีประเทศไหนที่มีประชาชนทำเศรษฐศาสตร์แบบสาธารณโภคีได้ ทำสังคมศาสตร์แบบสาธารณโภคีได้ ทำการเมือง รัฐศาสตร์ แบบสาธารณโภคีนี้ได้ ไม่มีเลย มีแต่ในเมืองไทยนี่แหละ ของพระพุทธเจ้า เป็นของที่ทำยากที่สุดในโลกแล้ว ประชาธิปไตยเขาก็ต้องการคนเสียภาษีให้มากที่สุดเข้ากองกลาง เข้ารัฐบาล คอมมิวนิสต์ก็ต้องการภาษีเข้ากองกลาง เข้ารัฐบาล มากที่สุดเหมือนกัน พวกคุณนี่แหละ เสียภาษี100% ให้รัฐบาลสาธารณโภคี เพราะฉะนั้นมันยิ่งใหญ่กว่าประชาธิปไตย ยิ่งใหญ่กว่าคอมมิวนิสต์แล้ว นี่พูดจริงๆนะ นักรัฐศาสตร์เอาไปคิดดีๆ เพราะฉะนั้น พระโพธิสัตว์อย่างในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านถึงได้จัดว่า ให้บริหารแบบคนจน แต่นักรัฐศาสตร์ นักเศรษฐศาสตร์ ทั้งหลายถึงไม่กระดิกหู แต่ก็ไม่สามารถท้วงได้ อาตมาพูดนี้ เหมือนกับอาตมาพูดแบบเดียวกับในหลวง แล้วอาตมาพาทำด้วย พาพวกเรามาเป็นคนจนได้จริงสำเร็จ เป็นสังคมเลย ขออภัยนะ อย่าหาว่าทำสำเร็จยิ่งกว่าในหลวงเลย มันจริงนะ มันเป็นสัจจะ มันเป็นความจริง พิสูจน์สัจจะ ชาตินี้อาตมาภูมิใจ ที่ได้ทำให้ธรรมะพระพุทธเจ้าบรรลุผลสำเร็จ สบายใจ ได้ขนาดนี้อาตมาก็ไม่ได้มักมาก มักโต มักใหญ่อะไรหรอก แต่มากขึ้นมันก็ดี ได้เท่านี้ก็เหลือแหล่แล้ว ก็พูดมาถึงภพ ถ้าไม่เลิกภพหยาบก่อน แล้วมาเหลือภพในๆที่ละเอียด หมด คุณไม่มีทาง เอาแค่ภพ 3 นี้ก่อนก็แล้วกัน อุปาทานก็มี 4 “อุปาทาน 4 ๑. กามุปาทาน (ถือมั่นติดยึดในกามภพ บำเรอรูปรสฯ) . ๒. ทิฏฐุปาทาน (ถือมั่นติดยึดในทิฏฐิ เช่น เห็นว่าผีมีตัวตน) ๓. สีลัพพตุปาทาน (ถือมั่นติดยึดในศีลและวัตรปฏิบัติธรรม) ๔. อัตตวาทุปาทาน (ถือมั่นเข้าใจในอัตตาหรืออาตมันได้แค่ วาทะ แต่ไม่เคยรู้เห็นอัตตาตัวปรมาตมันจริงๆนั้นเลย) . . . (พตปฎ. เล่ม ๑๑ ข้อ ๒๖๒)” 650817 ปฏิจจสมุปบาท ชาติ 4-5-10 พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ