ระลึกชาติอย่างไรให้เป็นสัมมาทิฏฐิ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข20 สิงหาคม 2565

เนื้อหาในไฟล์

ระลึกชาติอย่างไรให้เป็นสัมมาทิฏฐิ _พ่อครูว่า... ประเด็นที่ว่า ระลึกชาติอย่างไรให้เป็นสัมมาทิฏฐิ เกิดประโยชน์ต่อปัจจุบัน ปัจจุบันนี้ระลึกชาติอย่างไร เราก็ระลึกชาติอดีตอนาคตบ้าง อย่างอาตมานี้ ระลึกชาติเอาอดีตมา จริงๆแล้ว พูดตรงๆเลยมาในปาง นี้ชาตินี้ของอาตมา อาตมาได้ปัจจุบันที่มันมีเหตุปัจจัยแบบใหม่ ที่โลกยุคนี้มี ยุคนี้เกิดองค์ประกอบขึ้นมา ก็ถือว่าอันนั้นใหม่ แต่ในความใหม่นี้ ในปัจจุบันใหม่ เหตุปัจจัยโลกยุคนี้มันเป็นอย่างนี้ โลกยุคพระพุทธเจ้าไม่มีคอมพิวเตอร์ อย่างนี้เป็นต้น ไม่มีความไวความเร็วของการติดต่อกัน เชื่อมโยงกัน เป็นต้น แม้แต่หนังสืออย่างนี้ก็ไม่มีเหตุปัจจัยในยุคพระพุทธเจ้า อย่างนี้เป็นต้น แต่ในยุคนี้มี แล้วก็ทำประโยชน์ขึ้นมาได้ อาตมาก็ได้จะว่าสิ่งใหม่ก็พวกนี้มาประกอบใหม่ แต่เนื้อหาแท้ๆนั้นคือความเก่า ความรู้เก่า อาตมามาในยุคนี้ปางนี้เอาความรู้เก่าที่มีมาแล้ว อาตมามีมาครบ อรหัตตผล มีมาครบของความเป็นอรหันต์ เอามาใช้ ความรู้เก่า มาประกอบกับเหตุปัจจัยพวกนี้ แล้วก็พูดด้วยภาษาสมัยนี้ ภาษาที่พวกคุณฟังรู้เรื่องนี้ เอาของเก่ามาดีบ้างมาขยายความอ้างอิงตามเหตุปัจจัยพวกคุณก็ฟังเข้าใจรู้เรื่องเอาไปปฏิบัติได้มา จนเป็นมนุษย์อย่างนี้ มี สาราณียธรรม 6 มีหมู่บ้านชาวอโศกที่เป็นชุมชน สาราณียธรรม 6 วรรณะ 9 อาศัยพุทธพจน์ 7 ของพระพุทธเจ้าและอยู่กันอย่างสบายไหม...สบาย ใครคิดจะออกไปแสวงหา ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข อยู่ข้างนอกแล้วยกมือ .... ไม่มีใครยก ทำไมอั้นตู้แล้วหรือ สิ้นท่าสิ้นทางแล้วหรือ ...ก็ไม่ เราหยุดแล้วสิ แต่เธอยังไม่หยุด เราหยุดแล้วมีที่ไปที่สบายแล้ว แต่เขายังไม่พอกันในโลก นี่ก็ปีนี้ ฟอร์บ เขาก็บอกมาว่า มีเศรษฐีใหม่มีใครมีรายได้เป็นมหาเศรษฐีของประเทศไทย ปีนี้มีเศรษฐีใหม่ขึ้

อ่านต่อ

นมาชื่อ สารัชถ์ รัตนาวดี คุณธนินท์ ก็ลดลง แต่เขาทำธุรกิจเกี่ยวกับน้ำเมาทำให้สังคมย่ำแย่ มันเป็นสิ่งเสพติด และเป็นของที่ขายได้สบาย ทำออกมาขายก็ขายได้ทำออกมาไม่มีหยุดยั้ง รัฐบาลได้ภาษีก็ดีใจแต่เสร็จแล้วคนไทยย่ำแย่ คดีที่เกิดเรื่องเกิดราวมานี้มีเหล้าเป็นเหตุปัจจัยประกอบอยู่ตลอด อาตมาว่าเกินกว่า 50% เลยนะ มีเหล้าเป็นตัวเหตุร่วมกับเขาทั้งนั้น ถ้าเข้าใจและบริหารให้หยุดโรงเหล้าให้ได้ลดปริมาณลดจำนวน อย่าขายให้มันมากอย่าทำให้มันมาก ถ้าจะให้ไม่สร้างเลยมันก็คงจะลำบาก เพราะ บางทีเขาเอามาใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆอยู่บ้าง ถ้ายิ่งจำกัดมากเกินไป มันก็จะแย่งชิงกันกลายเป็นของมีราคาไปอีก มันก็ซับซ้อนหลายชั้น เพราะฉะนั้นถ้าเผื่อว่าเรียนรู้ธรรมะ โลกุตรธรรมนี้เราจะรู้ชีวิต รู้กรอบของชีวิต ว่าชีวิตของเรานี้จะมีกรอบอยู่ โดยไม่ต้องจำเป็นจะต้องไปกระดี๊กระด๊านอกกรอบ โสดาบันก็มีกรอบ สกิทาคามีก็มีกรอบ อนาคามีก็มีกรอบ พระอรหันต์ก็มีกรอบ คุณรู้ตัวเองได้ว่าเรามีกรอบแค่นี้สบาย สบายแล้วมีปัจจัย 4 เป็นต้น กับมีบริขารบ้าง เครื่องใช้ที่พอใช้ในวันๆหนึ่ง เครื่องใช้ที่มีใช้ก็ใช้ได้เต็มที่อยู่แล้ว ไม่ขาดไม่เหลืออะไรเลยก็เป็นประโยชน์ จะบำเรอใจบ้าง เป็นเครื่องเล่นบ้างอะไรต่ออะไร เดี๋ยวนี้ก็มีเครื่องเล่นประกอบ พอแล้ว หรือบางคนไม่ถนัดเครื่องเล่นอย่างนี้ แต่ก็มีงาน มีดินน้ำไฟลม มีกิจให้เล่นให้เราทำ เรื่องจะไปดีดไปเต้นไปแย่งชิงทำอย่างนั้นจะได้เงินมากขึ้น จะได้ลาภยศสรรเสริญมากขึ้น เราก็ไม่ต้อง เอาลาภยศสรรเสริญอะไรมาประกอบ ไม่เป็นลาภยศสรรเสริญ แต่เป็นของจริงที่เป็นสาระเป็นประโยชน์ แค่นี้วันๆหนึ่งเราก็มีงานเต็มมือ ทำได้สบาย มีงานให้ทำทุกเวลาที่นี่ แล้วแต่คุณจะทำ ใช่ไหม ไม่มีอะไรก็เดินเก็บผักมาให้ครัว เขาก็เหลือแหล่แล้ว หรือไม่ก็ไปล้างชามในครัว มีเยอะไป ช่วยงานนั้นงานนี้ เพราะพวกเรามันมีสาธารณะ มีงานที่ช่วยกันคนละไม้คนละมือ ตามปฏิภาณปัญญา รู้ว่าตัวเองหยุดขี้เกียจ ไม่ขี้เกียจแล้วก็ช่วยกันทำงานที่มันประกอบด้วยประโยชน์ทั้งนั้น งานไร้ประโยชน์พวกเราไม่มี คือมีธรรมะกันจริงๆ กิริยา พฤติกรรม พฤติการณ์ ที่มันไร้ค่าไร้ประโยชน์เป็นโทษด้วย หาได้ยาก ในกลุ่มสังคมอย่างสังคมเรา หาได้ยาก นี่เราดูออกนะ อ่านพฤติกรรม พฤติการณ์ ของมนุษยชาติ กิริยาของมนุษยชาติ อยู่กันอย่างไร มันกระดุกกระดิกกันอย่างไร อย่างที่แจ๊วเขาเขียนมา มีแขนมีขาข้างขวาแล้วข้างซ้ายมันก็ไม่ช่วยเราเท่าไหร่ ก็จริงนะ เราถนัดขวา ก็พูดมาซื่อๆฟังแล้วก็จริง แล้วก็ทำไป ก็ต่อว่าตัวเอง ทำไมด้านซ้ายไม่ยอมมาช่วยกันกับข้างขวา ดูๆก็น่าเอ็นดูเหมือนเด็กๆ แต่ อายุ 73 แล้ว พูดซื่อๆ เหมือนเด็กๆน่าเอ็นดูแล้วก็ชัดเจนในธรรมะในสัจธรรมนะ นี่ เรียนรู้สัจธรรม ไม่ใช่ไปเรียนรู้เรื่องบัญญัติ ภาษาวิจิตรพิสดาร แต่เข้าใจแม้แต่คำว่า กาย กายะ ก็ยังไม่รู้ 2 สภาพนี้รูปนาม จิตเข้าไปรู้ภาษาพยัญชนะเยอะ แต่ให้จิตนี้ไปเป็นอย่างประกอบกับกาย ประกอบกับรูปนอก 2 สภาวะ 2 จัดการสังขาร ต้องแต่งเป็นอภิสังขารให้มันรู้จักตัวสังขาร คือตัวที่มันทำให้เรายุ่งตัวที่ทำให้เราคิดมากเรื่องมากความรู้มาก โอ้โห เรื่องใหญ่ๆทั้งนั้นจะต้องทำงานกับสังคมกว้างขวางเท่านั้นใหญ่นะ กว้างนะ มหาศาล ไม่เสร็จสักทีหนัก โอ้โห งานเยอะ กิจเยอะ ใครแบกไว้ แต่ช่างเอ็งไปแบก ต้องพูดอย่างนี้ ก็เอาเข้ามาที่ตัวเองแล้วจัดการให้ตัวเองถ้าเพลาลงเบาลงเสียบ้างสิ ไปรู้มากอย่างนั้นแล้วรับผิดชอบไปหมด ก็เอาเถอะเก่ง เอ็งเก่ง นี่คือคนที่ไม่รู้สภาวะจบจุดจบของจิต รูปกับนาม องค์ประกอบ 2 สภาวะ อาตมาแค่จบ 2 สภาวะ แล้วทำงานอย่างนี้ก็งานเยอะแล้วแล้วไม่ต้องไปหาอีก มีให้ทำงาน มีให้อธิบาย แล้วก็ไม่ต้องไปนั่งทวนไม่ต้องไปนั่งรวบรวมอีกนะ อาตมาไม่ต้อง บางทีเข้าใจสงสัยก็เปิดในพระไตรปิฎกว่าพระพุทธเจ้าว่าอย่างไรบ้าง เท่านั้นก็พอแล้ว หลักฐานมีแล้ว ไม่ต้องมากมาย อาตมาพึ่งแต่พระไตรปิฎก อรรถกถาจารย์ก็ไม่ได้พึ่ง ไม่ได้ไปดูถูกอรรถกถาจารย์นะ อาตมาพึ่งแต่พระไตรปิฎกก็เหลือพอแล้ว เข้าใจแล้ว ไม่จำเป็นต้องไปเอารายละเอียดจากอรรถกถาจารย์ ก็อธิบายอย่างนี้อยู่ ไม่ได้ขัดข้องอะไรเลย อาตมาไม่ได้รู้มากนะ แต่อาตมารู้เนื้อแท้ แก่นแท้ เนื้อหาสาระ ก็พูดได้ประโยชน์ก็เลยได้แต่คนมีประโยชน์ ชาวอโศกนี้เป็นคนรู้จักสารัตถ รู้จักประโยชน์ รู้จักปรมัตถ์ แล้วฟังอาตมารู้เรื่องก็เลยมีจำนวนเท่านี้ แล้วคนที่รู้จักแต่สมมติ รู้จักตรรกะ รู้จักแต่ความรู้มากความรู้เฟื่องฟูไปมีเยอะ พูดไปแล้วนึกถึง พระมหาไพรวัลย์ เดี๋ยวนี้แต่งตัวเป็นผู้หญิงแล้วรู้มาก เปรียญ 9 นะ ไม่รู้จะจบปริญญาเอกหรือยัง รู้มาก สาระอะไรของเขาชีวิต นุ่งผ้าถุงหรา เขาก็สบายใจเขาเป็นสุขนะพวกนี้เขาชอบกระดุ๊กกระดิ๊ก แล้วมันสาระอะไรของเขา เป็นสาระอะไรในชีวิต นั่นแหละ เรียนมาไม่ใช่น้อย เก่งนะอายุไม่ถึง 30 ปีหรือ 30 แล้ว ประมาณนั้น จบมาหมดแล้ว เก่งเฉลียวฉลาด นี่เป็นตัวอย่างให้เรา ก็น่าสงสาร นี่แหละมนุษย์มนาไร้สาระกันอย่างนี้ นี่ก็เป็นตัวอย่างชนิดหนึ่ง อย่างดร.ทักษิณจบทางอาชญาวิทยา ก็เอาความรู้มาทำจนชิปหายวายป่วงจนกระทั่งกลายเป็นนักโทษหนีคุก แต่ก็ยังแสดงตัวเองกร่าง ตัวเองแท้ๆเป็นนักโทษหนีคุกแท้ๆทักษิณ นี่ไม่ได้หาเรื่องไม่ได้ใส่ความเลยนะ ยังมีอีกหลายคดีด้วย เข้ามาจะได้ว่าความตัดสินคดีอื่นๆอีก จะได้เป็นนักโทษอีกกี่ปี ที่ตัดสินไปแล้วนี้เป็นนักโทษแท้ๆแล้ว ก็หนีคุก มาอีกก็ได้โทษอีกแน่นอน จึงไม่กล้าเข้ามา จบอาชญาวิทยา ด๊อกเตอร์ ไร้สาระแท้ๆเลย ทำโทษทำภัย ก็ไปหลงแท้ๆเงินทองโกงไปมหาศาลใช้ก็สบาย คุณรู้ไหมคุณสบายกิเลสคุณยิ่งหนาคุณเสพสุข คุณหลงอำนาจ อำนาจเงิน คุณจะจมกับความหลงที่มันติดยึดไปอีกกี่ชาติ คุณทักษิณเอ๋ย คุณไม่รู้เลยว่าสิ่งเหล่านี้ มันเป็นความโง่มันเป็นอวิชชา มันเป็นความหลงที่คุณไม่รู้ตัวเลย ยิ่งเป็นนึกว่ามันมีมันเป็นที่พึ่งอันเกษมของเรา ไม่ว่าอำนาจเงินอำนาจแห่งอำนาจ ไม่ว่าอะไรที่เป็นโลกธรรม เต็มหูเต็มหัวไปหมด อาตมาเห็นแล้วสงสารไม่รู้จะทำอย่างไร ถึงจะตื่นถึงจะฟื้นขึ้นมา นี่ก็เป็นตัวอย่างของคนจริงที่หยิบขึ้นมา ไม่ได้พูดถึงอย่างกระหน่ำย่ำยีอะไรหรอกแต่พูดอย่างเป็นตัวอย่างเอามาเป็นตัวอย่างเพื่อจะใช้ศึกษา หยิบขึ้นมาพูดถึง ขยายความอธิบายพฤติกรรมของคน เกิดมาจากตัวจิตที่เป็นประธาน จิตตัวนั้นมีตัวกิเลส เขารู้หรือไม่รู้อย่างไรตัวนั้นมันก็บัญชาการเขา ให้เขามีพฤติกรรมของตัวเองออกมาในโลก อย่างที่เห็นอย่างที่เป็นๆกัน เพราะฉะนั้นความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าที่จิตเป็นประธานของสิ่งทั้งปวงสุดยอดแล้วจบแล้ว ความรู้ในประเด็นความรู้ที่อาตมาสรุปแล้วสรุปอีกไม่รู้กี่ทีแล้ว ว่า ความรู้ทั้งหลายแหล่นั้น มีความรู้สารพัดแง่สารพัดประเด็นสารพัดแยกไปเป็นวิชาต่างๆ เยอะแยะ พระพุทธเจ้าก็เห็นสำคัญวิชาเดียว เป็นวิชาที่เป็นโลกุตระ รู้จักโลก รู้ทันโลกอยู่เหนือโลก จบแล้วคุณจะเกิดอีกไม่เกิดอีกก็ได้ อย่างนี้เป็นต้น สลายอัตตา สภาพเป็นอนัตตา เป็นดินน้ำไฟลมได้เลย จบแล้ว คุณจะอยู่จนกระทั่งเป็นคนสุดยอด เป็นพระพุทธเจ้าอีกทีหนึ่ง ก็เชิญไม่มีปัญหาอะไร อย่างอาตมาตั้งใจจะอยู่ อาตมาก็ทำ ฝนก็ขู่ให้อาตมาหยุด จ้างอาตมาก็ไม่หยุด ตกไปเถอะ อาตมาทนฟังเสียงฝนได้ (ฝนกำลังตกลงมาอย่างหนัก) 650819 สุดยอดวิชาที่เป็นความจริงแท้ๆของพุทธ พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน