เนื้องอกในพระไตรปิฎกเป็นเช่นไร.docx
เนื้อหาในไฟล์
เนื้องอกในพระไตรปิฎกเป็นเช่นไร ๒. ท่านพุทธทาสเคยปรารภว่า มีเนื้องอก ใน พตปฎ = พตปฎ ไม่ใช่เนื้อแท้ทั้งหมด จึงขอโอกาส พ่อครูได้โปรด ชี้ให้แจ้ง ส่วนไหนที่ เป็น เนื้องอก ส่วนไหนเป็นเนื้อแท้ เพื่อให้เกิดพุทธิปัญญา แก่สาธุชน..ด้วยเจ้าคะ น้อมกราบสาธุด้วยความขอบพระคุณยิ่ง พ่อครูว่า... ขออภัยท่านพุทธทาส ท่านภูมิไม่ถึงในพระไตรปิฎก ก็ไปหาว่าพระไตรปิฎกไม่ถูกต้อง อันนี้ก็ต้องพูดความจริง ท่านพุทธทาสยังมีภูมิที่รับยังไม่ได้ ท่านพูดว่าจะต้องฉีกทิ้งถึง 60% เหลืออยู่ 40 % แต่อาตมาใช้ 95% มั้ง ส่วนที่มีอะไรบกพร่องนิดหน่อยอาตมาก็ว่าเป็นธรรมชาติ ERROR นิดหน่อยมันเป็นไปได้ อาตมาก็ไม่ค่อยไปจำเท่าไหร่ "พระสีวลีเถระ ท่านมีประวัติอยู่ในครรภ์มารดานานถึง ๗ ปี ๗ เดือน ๗ วัน คลอดออกมาแล้วเดินได้ พูดได้ ฯลฯ" ความเรื่องนี้มีปรากฎใน พตปฎ ตรงส่วนใด และ เป็นไปได้ฤา..เจ้าคะ / โปรดไขความนี้ให้แจ้งด้วยเถิดเจ้าค่ะ พ่อครูว่า...อยู่ในพระไตรปิฎก ล.33/133สีวลีเถราปทานที่ ๓ ว่าด้วยบุพจริยาของพระสีวลีเถระ ในครั้งนั้น เราเคืองศัตรูจึงสั่งให้ทหารทำการล้อมประตูเมืองของศัตรูไว้ ประตูที่ถูกล้อมของพระราชาผู้มีเดชรักษาไว้ได้เพียงวันเดียว เพราะผลของกรรมนั้น เราจึงต้องตกนรกอันร้ายกาจที่สุด และในภพสุดท้าย ในบัดนี้ เราเกิดในโกลิยบุรี พระชนนีของเราพระนามว่าสุปปวาสา พระชนกของเราพระนามว่ามหาลิลิจฉวี เราเกิดในราชวงศ์ก็เพราะบุญกรรม เพราะการล้อมประตูเมืองให้ผล เราจึงต้องประสบทุกข์อยู่ในพระครรภ์ของพระมารดาถึง ๗ ปี เราต้องหลงทวารอยู่อีก ๗ วัน เพียบพร้อมไปด้วยมหันตทุกข์ พระมารดาของเราต้องประสบทุกข์ด้วยเช่นนี้ ก็เพราะฉันทะในการล้อมประตูเมืองเราอันพระพุทธเจ้าทรงอนุเคราะห์ จึงออกจากพระครรภ์พระมารดาโดยสวัสดี เราได้ออกบวชเป็นบรรพชิต ใ
อ่านต่อ
นวันที่เราคลอดออกมานั่นเอง ท่านพระสารีบุตรเถระเป็นอุปัชฌาย์ของเรา พระโมคคัลลานเถระผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ มีปรีชามาก เมื่อปลงผมให้ ได้อนุศาสน์พร่ำสอนเรา เราได้บรรลุอรหัตเมื่อกำลังปลงผมอยู่ ทวยเทพ นาคและมนุษย์ต่างก็น้อมนำปัจจัยเข้ามาถวายเรา เพราะเศษของกรรมที่เราเป็นผู้เบิกบาน บูชาพระผู้นำชั้นพิเศษ พระนามว่าปทุมุตระและพระนามว่าวิปัสสี ด้วยปัจจัยทั้งหลายโดยพิเศษ เราจึงได้ลาภอันอุดมไพบูลย์ทุกแห่งหน คือ ในป่า ในบ้าน ในน้ำ บนบก ในคราวที่พระผู้มีภาคผู้นำโลกชั้นเลิศพร้อมด้วยภิกษุสามหมื่นรูป เสด็จไปเยี่ยมท่านพระเรวตะ พระพุทธเจ้าผู้มีพระปรีชาใหญ่ มีความเพียรมาก เป็นนายกของโลก พร้อมด้วยพระสงฆ์ เป็นผู้อันเราบำรุงด้วยปัจจัยที่เทวดานำเข้ามาถวายเรา ได้เสด็จไปเยี่ยมท่านเรวตะแล้ว ภายหลังเสด็จกลับมายังพระเชตวันมหาวิหารแล้ว จึงทรงแต่งตั้งเราไว้ในตำแหน่งเอตทัคคะ พระศาสดาผู้ทรงประพฤติประโยชน์แก่สัตว์ทั้งปวง ได้ตรัสสรรเสริญเราในท่ามกลางบริษัทว่า ดูกรภิกษุทั้งหลายในบรรดาสาวกของเรา ภิกษุสีวลีเลิศกว่าภิกษุทั้งหลายฝ่ายที่มีลาภมาก เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. พ่อครูว่า...มีที่เขาเขียนเสริมเติมเข้าไป ส่วนมากมาจากอรรถกถาจารย์ก็ฟังหูไว้สองหู ก็ว่าไป ก็ไม่มีปัญหาอะไรเราก็รับรู้ อะไรที่ปฏิบัติได้ก็เอา อะไรที่เกินกว่าจะปฏิบัติ เช่นเราจะไปอยู่ในครรภ์ถึง 7 ปีเราก็ฟัง รู้ไว้เท่านั้นเอง คือ สิ่งที่มันประหลาดพิสดารต่างๆนานาที่เราเคยได้ยินได้ฟังมา เราก็ฟังไป เรารู้ไม่ได้ว่าสิ่งที่มันพิเศษจริงๆเป็นได้ในหนึ่งในล้าน ก็พึงได้ เช่น พระพุทธเจ้าเดิน 7 ก้าวแล้วเปล่งพระวาจาออกมา คลอดออกมาก็เดินได้เลย ว่าไป เท็จจริง เราก็ไม่มีปัญหาอะไร อาจจะพิเศษอย่างนั้นก็ได้ แต่เราพิเศษไม่ได้ เราก็ได้แต่รับฟัง ก็พิเศษพิลึกพิลั่นอยู่ ก็รับรู้ หลายๆอย่าง เหมือนอย่างปัจจุบันนี้ ได้ข่าว มีผู้อายุตั้ง 300 ปี ได้ข่าว ก็มีภาพถ่ายมา หน้าตาอย่างกับแก่นไม้กันเกรา นึกออกไหม ดูเส้นเอ็นที่เขาถ่ายมือมา อย่างกับรากไม้ ก็ไม่เป็นไร ยืนยันกัน ที่โน้ตไว้ว่าเกิดวันไหน ปีไหน มันจริงตรงกันตามที่ว่าหรือเปล่า ผ่านมาตั้งเป็น 200, 300 ปี สู่แดนธรรม... คำว่า อยู่ในครรภ์มารดา 7 ปีนั้นผมคิดว่า ถ้าเป็นธรรมาธิษฐาน อาจหมายถึงว่า เป็นการอบรมพร้อมที่จะเกิด ทางนามธรรม 7 ปีได้ไหมครับ พ่อครูว่า... ถ้าเป็นนามธรรมก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่รูปธรรม จะแปลเป็นพิลึกพิลืออย่างไรก็ได้ เราไม่อยู่ในฐานะจะเป็นเช่นนั้น เช่น เกิดมาเดิน 7 ก้าวแล้วเปล่งอาสภิวาจาพระพุทธเจ้านี้ก็พิลึก เราก็ยกไว้ให้พระพุทธเจ้าองค์เดียวก็แล้วกัน เราก็รับไว้ จะเชื่อก็ไม่ทีเดียว จะไม่เชื่อก็ไม่เสร็จทีเดียว อะไรรับได้ เห็นดีเห็นงามแล้วก็เอามาปฏิบัติให้บรรลุธรรมก็แล้วกันสรุปจบอย่างนี้ 641001_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ธรรมบรรยายพรหมชาลสูตร ตอน 1