ศิลปะ 5 ขั้น และดาราดังคือกำลังมาใช้หนี้กรรม.docx
เนื้อหาในไฟล์
ศิลปะ 5 ขั้น และดาราดังคือกำลังมาใช้หนี้กรรม _หมาเฒ่า...ศิลปินเดี่ยวหรือดาราดังที่คนติดตามเยอะแยะ นี่เป็นเรื่องที่ดี ที่เขามีหน้าตาทางสังคม หรือว่าเขาต้องมาชดใช้กรรมคะ พ่อครูว่า... ประโยคหลังนี้แสดงว่าตัวเองมีปฏิภาณไหวพริบว่าเขาต้องมาใช้หนี้กรรม การร้องเพลงไพเราะเพราะพริ้ง ถือว่าเป็นเทวดานรก หลงว่าเป็นเทวดา แต่ที่จริงเป็นสัตว์นรก นี่พูดแรงนะ นักร้องเด่นๆดังๆพวกนี้ อาตมาก็เดินทางมาทางนี้ มีเพื่อนเป็นนักร้องแต่ก็ตายจากไปเกือบหมดแล้ว ที่ยังเหลือก็มีที่สนิทบ้าง ตอนหลังอาตมาตำหนิ บางคนก็เลยไม่ชอบใจ ตำหนิเป็นผู้ไม่พ้นความเป็นสัตว์ เป็นเดรัจฉานวิชา เป็นผู้ที่ไม่บรรลุธรรม เพราะว่ามันร้องเป็นเพลงโลกๆ ไม่ใช่เพลงโลกุตระ ซึ่งอาตมาแบ่ง ศิลปะไว้ 5 ขั้น ลามก ราคะ สาระ ธรรมะ โลกุตระ ถ้าขั้นลามกก็คงเข้าใจกัน อาตมาไม่เคยแต่ง ราคะก็มีบ้างที่เคยหลงเป็นลิงลมอมข้าวพอง แต่งไว้บ้าง เดี๋ยวนี้ก็อายก็เก็บ คือเป็นเพลงราคะเกี่ยวกับเรื่องหญิงชาย เรื่องเพศ เรื่องกาม มันก็ไม่ดี อาตมาไม่จัดถือว่าเป็นศิลปะ ลามก ราคะ ไม่ถือว่าเป็นศิลปะ พอมาเป็นสาระ สาระกับศิลปะต่างกันอย่างไร สาระคือสาระแท้ๆ เรียกเต็มๆว่า สารคดี เป็นเนื้อแท้ๆของสาระ มันไม่มีรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสอะไรมาเป็นองค์ประกอบประเทืองเลย เรียกว่า ยาสดๆ ขมๆ ขื่นๆ กินยาก ไม่มีน้ำตาล สักนิดหุ้มไว้ไม่มีสี ไม่มีกลิ่นอะไรปรุงแต่งให้กินได้ง่ายเลย แต่มีสาระเป็นเนื้อสดๆ มันน่ากลัวคนไม่อยากใกล้ เพราะฉะนั้นศิลปะจึงจำเป็นต้องมีสุนทรียศิลป์ สารศิลป์ก็อย่างหนึ่ง จะอนุโลมเรียกสาระเป็นศิลปะก็ได้ แต่เนื้อแท้คือสารคดี ไม่ใช่ศิลปะ ถ้าศิลปะต้องมีสุนทรียะคู่เข้าไปด้วย ถ้าไม่มีสุนทรียะเลยไม่เรียกว่าเป็นศิลปะ จึงแยกเรียกว่าเป็น สารคดี เพราะฉะนั้นถ้าจะเป็นศิลปะต้อ
อ่านต่อ
งเหยาะสี เหยาะน้ำตาล รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสเข้าไปนิดๆ แต่อย่าให้ไปหลงรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส ต้องคงสาระ คงแก่นแท้ของเนื้อคุณธรรมเอาไว้ให้เป็นหลัก อย่าให้ไปเอายานี้ไปกินแล้วมีแต่น้ำตาลหุ้ม เด็กกินแต่น้ำตาล พอเข้าถึงเนื้อยาก็คายทิ้งเลย ไม่ดี ต้องให้สาระมากกว่าสุนทรียะ อย่าไปให้สุนทรียะมากกว่าสาระ หากสุนทรียะมากกว่าสาระ คนก็ติดรื่นเริงบันเทิงเริงรมย์ กลายเป็นเรื่องโลกๆไปหมด ต้องเอาแก่นแท้เนื้อหาสาระเป็นหลัก แล้วมีพวกนี้นิดหน่อย น้อยเท่าไหร่ได้ ดีมากเท่านั้น แต่ต้องมีถึงเรียกว่า ศิลป์ ศิลป์ ต้องมีทั้ง 2 อย่าง คือสุนทรียศิลป์และสารศิลป์ อย่างเดียวไม่มีสุนทรีย์เลยก็เรียกว่าสารคดี มีแต่สุนทรีย์ไร้สาระหรือมีสาระน้อยเหลือเกินก็ไม่เรียกว่า ศิลป์ แต่เรียกว่าพวกมายาให้คนไปติด ก็คนก็ติดแต่สุนทรียะ สุนทรียะ แปลว่าบันเทิงเริงรมย์ สนุกสนานเพลิดเพลินไป ยิ่งหาสาระมิได้ นั่นล่ะ สุน ทรีย์แท้ เรียกว่า ขิฑฑาปโทสิกะ แปลว่า บันเทิงเริงรมย์ รื่นรมย์ มีความบันเทิงเริงรมย์เป็นโทษของจิตใจเรียกว่า ขิฑฑาปโทสิกะ จึงเรียกว่าเทวดา ขิฑฑาปโทสิกะ คือเทวดานรกเทวดาติดในความรื่นเริงบันเทิงใจ หรือเรียกว่าเทวดาปหาสะ เทวดาติดยึดในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส แล้วหลงติดอยู่อย่างนั้น แล้วก็หลงบันเทิงเริงรมย์ด้วย ทางปาก กวฬิงการาหาร นี่เนียนมากเลย บันเทิงเริงรมย์ด้วยรูปแต่ละอย่าง ด้วยรสเฉยๆ ด้วยกลิ่น ด้วยเสียง ด้วยสัมผัส แต่ถ้ารวมกันมากๆเข้า 4 อย่าง 5 อย่างครบ ก็เรียกว่า มืดเลย ติดรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสทั้งหมด เพราะฉะนั้นผู้ที่ยังติดในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสอยู่ ก็ถือว่ายังติดยึด ยังเป็นโลกีย์ ยังใช้ไม่ได้ อาตมาว่าจะไล่ไปตามพระไตรปิฎก พรหมชาลสูตรก็ยังไม่เข้าเลย เข้าไปหาศีลเข้าไปหาอธิจิตก็ยังไม่เข้าไปเลยหาขี่ม้าเลียบค่ายไป8 640927_รายการ ตุ้ม ตะลุ่ม ตุ้ม ม้ง ครั้งที่ 11