วิชชา 8 วิปัสสนาญาณ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.36 KB
วันที่แก้ไข30 กันยายน 2563

เนื้อหาในไฟล์

วิชชา 8 วิปัสสนาญาณ วิชชา 8 วิปัสสนาญาณ ภิกษุนั้นย่อมโน้มน้อมจิตไปเพื่อญาณทัสนะ เธอย่อมรู้ชัดอย่างนี้ว่า กายของเรานี้แลมีรูป ประกอบด้วยมหาภูต 4 เกิดแต่มารดาบิดา เติบโตขึ้นด้วยข้าวสุกและขนมสด(พ่อครูว่า...เป็นมังสวิรัติทั้งนั้นแม้แต่ขนมสดก็ไม่ใส่ไข่) ไม่เที่ยงต้องอบ ต้องนวดฟั้น (พ่อครูว่า..เห็นใจคนที่รู้สึกว่า อาตมาทำไมนวดบ่อย มีผู้มานวดให้ คือร่างกายอาตมาเป็นสัมประสิทธิ์มันถึงเวลาเสื่อมไปแล้วแต่ก็ต้องกระตุ้นให้มันอยู่เรื่อยๆจึงต้องนวดมาก ช่วย อาตมารู้สึกเหมือนกันบางคน เห็นบอก พ่อท่านทำไมนวดทุกวัน บางวันมีนวดเช้ากลางวันเย็น ไม่พอ ประเดี๋ยวมาแล้วนวดตรงนั้นตรงนี้นั่งทำงานก็นวด มีหัวโตมานวด ดีนะตอนนี้แรงผาไม่อยู่หากแรงผาอยู่ก็นวด บางคนอาจนึกว่า ทำไมนวดอะไรกันนักกันหนา อย่าลืมว่าขันธ์ของอาตมาต้องช่วยมันมากนะ ไม่ใช่ปล่อยให้มันเย็นมันแข็งไปต้องนวดให้มันอุ่นขึ้น ให้นวลขึ้น ร่างกายนี้ ไม่ใช่ว่าอาตมาติดการนวด ไม่ใช่ ไม่ได้ติดการนวดเลย แต่มันต้องช่วยมันนะ) นิมนต์พ่อครูจิบน้ำ สมณะฟ้าไท... พ่อครูว่า… มีอันทำลายและกระจัดกระจายเป็นธรรมดา และวิญญาณของเรานี้ก็อาศัยอยู่ในกายนี้ เนื่องอยู่ในกายนี้ ดูกรอัมพัฏฐะ เปรียบเหมือนแก้วไพฑูรย์อันงาม เกิดเองอย่างบริสุทธิ์แปดเหลี่ยม นายช่างเจียระไนดีแล้ว สุกใส แวววาว สมส่วนทุกอย่าง มีด้ายเขียวเหลือง แดง ขาว หรือนวลร้อยอยู่ในนั้น บุรุษมีจักษุจะพึงหยิบแก้วไพฑูรย์นั้น วางไว้ในมือแล้วพิจารณาเห็นว่าแก้วไพฑูรย์นี้งาม เกิดเองอย่างบริสุทธิ์ แปดเหลี่ยม นายช่างเจียระไนดีแล้วสุกใส แวววาว สมส่วนทุกอย่าง มีด้ายเขียวเหลือง แดง ขาวหรือ นวลร้อยอยู่ในแก้วไพฑูรย์นั้นฉันใด ภิกษุก็ฉันนั้นแล ย่อมน้อมโน้มจิตไปเพื่อญาณทัสนะ เธอย่อมรู้ชัดอย่างนี้ว่า กายของเรานี้แล มี

อ่านต่อ

รูป ประกอบด้วยมหาภูต 4 เกิด แต่มารดาบิดา เติบโตขึ้นด้วยข้าวสุกและขนมสดไม่เที่ยง ต้องอบ ต้องนวดฟั้น มีอันทำลายและกระจัดกระจายเป็นธรรมดา และวิญญาณของเรานี้ก็อาศัยอยู่ในกายนี้ เนื่องอยู่ในกายนี้ แม้ข้อนี้ก็เป็นวิชชาของเธอประการหนึ่ง. พ่อครูว่า..แก้วไพฑูรย์ก็คือญาณทัศนะ ปัญญาจะเห็นเข้าไปข้างใน เห็นเวทนาในเวทนาเป็นต้น คุณจะเห็นลิงค ความต่างของอาการจิตเจตสิก แม้แต่เวทนาในเวทนาก็มี ลิงค มีความต่างของมัน อารมณ์สุขอารมณ์ทุกข์ก็ต่างกันแล้ว นี่คือคู่หนึ่งง่ายๆ นอกจากสุขจากทุกข์ เวทนาในเวทนา ต้องเทียบทีละ 2 ธรรมทั้งสองเหล่านี้ รวมเป็นอันเดียวกันกับเวทนา โดยส่วนสอง (เทฺว ธมฺมา ทฺวเยน เวทนาย เอกสโมสรณา ภวนฺติ ฯ ) ล.10 ข.60 กรรมฐานของศาสนาพุทธคือเวทนา ทวเยน คือเอาสองมา เวทนายะ แล้วทำให้เวทนาสองเป็นหนึ่ง ทำให้สำเร็จได้ เป็นเวทนาเดียว อาตมาอธิบายเป็นภาษาง่ายๆว่าเวทนา 1 เป็นเวทนาแท้ อีกเวทนาหนึ่งเป็นเวทนาเทียม เวทนาเก๊ คือเป็นสุขเป็นทุกข์ มันมีเหตุ ดับเหตุเสียแล้ว ความสุขไม่มี ความทุกข์ก็ไม่มี เหลือเวทนาที่เป็นความจริงตามความเป็นจริง เห็นรูปก็เห็นรูปมันเป็นอย่างไร ทุกคนเห็นเหมือนกันหมดไม่ว่าจะเป็นแขกไทยฝรั่ง เราเห็นแตงโม ให้ตาฝรั่งมาดูก็จะเห็นเป็นสีเขียวนี้เขียวๆกลมๆลูกใหญ่โตลูกเล็กอย่างนี้ มันก็เป็นอย่างนี้อย่างที่มันเป็น ส่วนคุณจะมีพลิกแพลงว่ามันดู สวยงามน่ารัก ดูอยากได้อยากกิน เป็นเรื่องอีกอันนึงของคุณเลย ความรู้ความจริงตามความเป็นจริงมันตรงกันหมดทุกคน แต่คนชอบหรือชังหรือมีอาการต่างๆที่เป็นกิเลสอุปกิเลสอื่นๆ ก็เป็นเรื่องของความเก๊ ดังนั้น ถ้าคุณรู้จักเวทนาเก๊รู้จักความเก๊ก็จบ มีเวทนาสัมผัสและมีเวทนาเดียว เป็นเช่นใดก็เป็นเช่นนั้นไม่ว่าคนไหนชาติไหน จะเรียกด้วยภาษาไหนก็แล้วแต่ก็คืออย่างนั้น รูปเสียงกลิ่นรสก็เหมือนกันเวทนา 2 ให้เหลือเวทนา 1 นี่คือแกนของศาสนาพุทธ ศึกษาอารมณ์ศึกษาเวทนา ถ้าศึกษาอารมณ์ไม่ได้ เวทนา 2 แยกไม่ได้ แยกเป็น เคหสิตะกับเนกขัมมะ มโนปวิจารณ18 ความสุขความทุกข์ความไม่สุขไม่ทุกข์ ในทวารทั้ง 6 แล้วแยกเป็นเคหสิตะเวทนา เป็นไปตามกิเลสกับเนกขัมสิตเวทนาเอาออกจากกิเลส จนเป็นเนกขัมมสิตอุเบกขา เป็นแกนเป็นฐานของนิพพานของพระพุทธเจ้า เข้าใจอย่างที่อาตมาพูดคร่าวๆนี้ไม่ได้ไปนั่งหลับหูหลับตาแล้วไม่มีผัสสะ มันน่าสงสารจริงๆ เมื่อไหร่มันจะมีสัมมาทิฏฐิสัมมาปฏิบัติให้รู้ ศาสนาพุทธไม่ได้หลับตาปรุงแต่งจะทำให้เกิด อภิสังขาร ปุญญาภิสังขาร ไม่มีพลังงานปัญญานี้สูงจนกระทั่งกิเลสมันหายไป ยิ่งดับหมดเลย เหตุดับหมดเลย ถ้าไม่เข้าใจอย่างนี้ แล้วก็ปฏิบัติตามที่ว่านี้ถูกต้องจริง ไม่ได้มีการเป็นอรหันต์สมบูรณ์แบบได้เลยมีแต่อรหันต์เก๊อรหันต์หลอกอรหันต์เลอะเทอะเต็มบ้านเต็มเมือง อาตมาพูดเหมือนอวดดีไปพูดว่าเขาก็เพราะว่ามีเวลาน้อยก็เลยว่านิดหน่อย วิปัสสนาญาณ คือญาณที่แยกรูปนาม อ่านกิเลสออก แล้วปฏิบัติให้กิเลสลดลงไปได้ก็เป็น มโนมยิทธิญาณ หมายความว่าสามารถกำจัดกิเลสได้รู้จักกิเลสกำจัดกิเลสเป็น ทำได้สำเร็จ มีฤทธิ์มีอำนาจเป็นธรรมฤทธิ์ของศาสนาวิปัสสนา ไม่ใช่เป็นฤทธิ์ทางโลก ภาษาพูดไปแล้วเป็นเหมือนกับชาวโลก เหมือนภาษาโลกีย์ก็เลยงง

630726_รายการวิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ธรรมบรรยาย อัมพัฏฐสูตร ตอน 11

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน