ชาวอโศกควรมีอายุ 100 ปีเป็นมาตรฐาน.docx
เนื้อหาในไฟล์
ชาวอโศกควรมีอายุ 100 ปีเป็นมาตรฐาน ก็ย้ำอีกที ว่า ชาวอโศกขอให้ทำความยินดี ทำความชอบมาหากสิกรรมให้มาก ผู้ใดทำได้ มันจะมีพลังงานเข้ามาช่วยสร้าง สร้างการผลิตพืชพันธุ์ธัญญาหาร ขณะนี้ในบ้านราช มีที่ดินมากพอที่พอเราจะทำผลผลิตให้ได้มากกว่านี้ทั้งความขยันทั้งสมรรถภาพ นอกจากขยันและสมรรถนะแล้ว ยังมีกำลัง กำลังของกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม พลังงานทั้งหมด นอกจากจะเป็นความรู้ความสามารถ กับความขยันแล้ว ยังมีกำลังอีก เส้าหนึ่งเป็นเส้าที่ 3 เพราะฉะนั้นกำลังคุณก็มี ความรู้คุณก็มี มีความขยันมี ก็มาใช้เถิด ที่ดินเรายังมีเหลือในบ้านราชนี้ยังมีที่ดินเหลืออีก ถ้ามันเจริญจริงไมยราพยักษ์จะไม่ขึ้น ในแผ่นดินราชธานีอโศกนี้ ใช่ไหม ถ้าเราเจริญจริงไมยราพยักษ์ก็ไม่เหลือ แล้วเราก็จะใช้ อย่างน้อยก็ปล่อยให้ ตาโก้งขึ้น ผักโขมขึ้น ผักบุ้ง โสน ก็จะขึ้นแทน แต่นี่แทนที่จะเป็นพวกนั้นมันเป็นไมยราพยักษ์ เราก็เอาไมยราพยักษ์มาทำประโยชน์อะไรไม่ได้ เราก็ส่งฑูต ที่จะไปทำการช่วยเหลือเขาให้เขา ไม่ใช่เป็นทูตที่ไปเอาเปรียบเขาไปจ้องจะหาวิธีการหากำไรขูดรีดเขา พวกเราก็มาเรียนความรู้เหล่านี้ไปแต่ละชาติ ก็จะเจริญเกิดพระอริยบุคคลตามแบบโลกุตระแต่ละชาติๆ ตามแบบที่อาตมาสอน ที่อาตมาเป็นลูกพระพุทธเจ้าก็สอนตามพระพุทธเจ้ามาดีไหม พวกเรามีเจตนาดีพอเป็นไปได้ สังคมพวกเราเดินไปได้ เราก็พัฒนาตัวเราเองให้เจริญขึ้น เพราะฉะนั้นพวกเราก็จะเจริญขึ้นจริงตามความรู้และเจตนาที่จะทำให้ได้ มันก็จะจริง แต่ละคนก็มีพลังงานที่มีเจตนา เป็นกุศลสามัญตา มันก็ได้จริง ตัวคุณก็ได้จริงตัวคุณก็เป็นโพธิสัตว์ ผู้ที่ให้เขาเป็นโพธิสัตว์ ผู้ที่เอาคือปุถุชน ผู้ที่เอามาให้แก่ตนแล้วก็นึกว่าสิ่งที่ดีที่ประเสริฐ ที่เป็นโลกุตระนั้น พวกนี้จะศึกษาแล้วจะช้า รู้แต่ความเป็นอรหั
อ่านต่อ
นต์ไม่รู้ความเป็นโพธิสัตว์มันจะช้า ผู้ที่จะสร้างแต่ความเป็นอรหันต์แล้วขี้โรคนี่ช้า ไม่ได้หรอกต้องรู้ทั้งสอง อาตมาต้องพารู้ทั้งสองส่วน ที่อาตมาอธิบายยังไม่เก่งคือมัชฌิมาปฏิปทา มันมี 2 ส่วน 2 ส่วนพระพุทธเจ้าท่านใช้พยัญชนะว่า อันตา อันตาส่วนหนึ่งคือ กาม อันตาส่วนหนึ่งคือ อัตตา ซึ่งเราจะต้องปรับให้มันได้สัดส่วนทั้ง 2 ส่วนนี้ให้เข้ามา ถ้าล้างแต่กามไม่ล้างอัตตตา ก็ไปไม่ได้ไกลมันจะถ่วงกันอยู่ ต้องล้างกามล้างอัตตา สุดท้ายหมดกามก่อน ต้องรู้ว่า ความเป็นกามคือภายนอก ทั้ง 5 ทวาร หมดแล้วก็เหลือ 1 ทวารใน ก็ไปแจก 5 ทวารในอีก แจกรูปภพ อรูปภพ จนกระทั่ง ไปแจกอาสวะ อนุสัยอีก ความเข้าใจถึงนัยละเอียดๆ มันเยอะ พระพุทธเจ้าสมณโคดม ก็สอนมาจนเมื่อยแล้ว ท่านเป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว จนกระทั่งถึงวาระสุดท้ายจะปรินิพพานแล้วท่านก็รู้ตัวท่าน ท่านก็เจตนาสอน เพราะของท่านนี้ท่านรู้แล้วว่า ท่านเป็นพระพุทธเจ้าที่จะทำงานกับคนชั่ว หรือในยุคคนชั่วถึงขั้นสุดท้ายแล้ว คือยุคนี้แหละ เพราะฉะนั้นครั้งนี้ท่านจะทำอุตระหรือโลกุตรธรรมให้แก่โลกได้ โดยยุคสมัยของท่านต่ำสุดแล้ว ท่านก็เคยเป็นโพธิสัตว์ เคยเป็นพระปัจเจก ซ้อนอีกทีหนึ่ง มาเป็นพระปัจเจกที่สามารถทำให้อายุของศาสนาของท่านอยู่ได้นาน เป็นหมื่นปีเป็น 8 หมื่นปี ถ้าเป็นเลข 9 ก็เป็นปัจเจกสัมมาสัมพุทธะเป็นสยัมภูแล้วจะอธิบายยาก ใช้หลัก 8 หมื่นปี ไม่อยากจะใช้คำว่า 8 แสนปี เพราะว่าสมมุตินั้นมัน ซ้อนลงไปอีกสำหรับอาศัยสิ่งเล็ก สิ่งเล็กอายุยืน สิ่งหยาบอายุสั้น ซ้อนอีก เราเป็นคนก็หยาบกลางละเอียดก็สมมุติองค์ประกอบขนาดนี้ ถือว่าอายุ 100 ปีเป็นหนึ่งกัปป์ สมัยพระพุทธเจ้าถือว่า 120 ปีเป็นหนึ่งกัปป์ มาถึงยุคนี้ 100เป็นกัปป์ เพราะงั้นชาวอโศกหากอายุ 100 คือมาตรฐานของชาวอโศก ใครอายุน้อยกว่า 100 ก็ยังไม่ได้มาตรฐานทีเดียว อายุสมัยพระพุทธเจ้าอายุ 120 ถือว่าเป็นมาตรฐาน ชาวอโศกควรมีอายุ 100 ปี เป็นมาตรฐาน ไม่ใช่พูดเล่นนะเราก็ควรจะทำให้ถึง พูดไปพูดมาตัวเองไม่ถึงร้อย ยุ่งเลยนะ(ฮา) คุณว่าอาตมาจะถึงร้อยไหม ..เชื่อ อาตมารู้สึกปึ๋งปั๋งขึ้น แข็งแรง Fresh up ขึ้นมา รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ มันเหลือแต่เหตุปัจจัยที่เป็นวิบาก มันไม่ได้ทรมานอะไร เรายอมรับมันก็ไม่รำคาญอะไร บางทีมันหนักก็บ่นให้มันบ้างว่าอะไรกันหนอ ตามประสา ยังมีเชิง อิตถีภาวะบ้าง ขี้บ่นถือเป็นภาวะแม่ พ่อไม่พูดมาก..พลั๊วะ จบ แม่พูดมาก ในขณะนี้ก็ขอย้ำ 1 พืชพันธุ์ธัญญาหารเราต้องนำ ส่วนทางด้านธรรมะนั้นแน่นอนที่สุด ต้องอ่อนน้อมถ่อมตนเป็นคนรับใช้ ต้องใช้สูตรนี้ไปเรื่อยๆ ยาวให้เป็นเย็นเรื่อยไป ไขความจริงออกมาให้มากๆหมด ตัวเราก็ต้องเป็นตัวความจริง เราจะได้ไขความจริงออกมาเป็นความจริง แต่คนที่ไม่เป็นความจริงแล้ว ไขความจริงออกมามันจะไม่เป็นความจริงทีเดียว มันจะปีนเกลียว โค้งคด ตามลักษณะที่คุณยังไม่สะอาดยังไม่ซื่อยังไม่ตรง ใช้พยัญชนะที่เป็นสัจจะทั้งนั้น เราทำคุณอันสมควรก่อน แล้วค่อยสอนคนอื่น สัปปายะของเรามันครบแล้ว มันมีทั้งสิ่งแวดล้อมสมบูรณ์ มีทั้ง องค์ประกอบที่บริบูรณ์ จะเป็นองค์ประกอบแค่ เสนาสนะ บุคคล อาหาร ธรรมะ เป็นสัปปายะ 4 ก็ตาม จะเป็นองค์ประกอบทั้ง สุริยเปยยาล 7 ก็ตาม เป็นนามธรรมนะ มิตรดีสหายดีสังคมสิ่งแวดล้อมดี ฉันทะต่อมาก็เป็นนามธรรมแล้ว แม้ศีล จะกึ่งรูปธรรมนามธรรมก็ส่วนตัวของแต่ละคนมันไม่เกี่ยวกับคนอื่น ของตัวเราไม่เกี่ยวกับคนไหน อัตตา นี่เป็นของตัวเองเลย แม้แต่คำว่าทิฏฐิ ก็ตัวเอง ไม่ประมาท ตัวที่ 6 ของสุริเปยยาลและตัวโยนิโสมนสิการเพื่อตัวของคุณเอง คำว่าโยนิโสมนสิการจะจบอยู่ที่ตรงนี้ ทุกวันนี้ยังไม่ชัดในวงการศาสนาพุทธ เพราะผู้รู้อธิบายโยนิโสมนสิการว่า พิจารณา ไปเน้นพิจารณา โยนิโสเป็นตัวรู้ เป็นปฏิภาณปัญญา ส่วนมนสิการเป็นตัวทำ ตัวจิต ตัวประพฤติเลย เขาไปเอาแต่ตัวรู้ กลายเป็นศาสนาตัวรู้ มากความรู้แต่ทำไม่ลึกลงถึงเนื้อ มนสิการไม่ลึกลงถึงเนื้อ อิทธิบาทไม่ถึงมังสา อิทธิบาทเก่งไปด้วยความฉันทะ วิริยะ ก็เพี้ยน ฉันทะ วิริยะ เพี้ยนไปสู่สภาวะปฏิภาณปัญญา ตักกะ ไม่ลงถึงจิต นี่คืออิทธิบาท 4 เผินอยู่ที่ ฉันทะกับวิริยะ ไม่ลงถึงจิต เพราะฉะนั้น เนื้อๆ มังสา ไม่ได้เนื้อ นี่คือ 4 อิทธิบาทที่อาตมาแยกให้คุณฟัง เข้าใจสภาวะจิตชัดเจนไหมว่าส่วนใหญ่ของศาสนาพุทธวันนี้ มีแต่ฉันทะ วิริยะ แล้วแถมยังมิจฉาทิฏฐิถึงยังออกป่ากันไปเป็นกระตั๊ก กระตุกมาทุกวันนี้ยังไม่สะดุ้งเลย แทงด้วยหอก 100 เล่มยังไม่สะดุ้ง แต่มันยิ่งกว่านั้น แทงเข้าไปไม่รู้สึกตัวเลย หอกอาตมาหมดไปไม่รู้กี่ร้อยเล่มแล้ว เมื่อไหร่จะกระเตื้องจะรู้สึกตัวสักที
630608_พ่อครูเทศน์ทำวัตรเช้า อโศกรำลึก 2563 ชาวอโศกอายุมี 100 ปีเป็นมาตรฐาน