640519 กินอาหาร 5 หมู่ ไม่ครบเท่ากินอาหาร 4 หมู่_บันทึกปัจฉาพ่อครู โดย ส.แสนดิน.docx
เนื้อหาในไฟล์
🍔 กินอาหาร 5 หมู่ ไม่ครบเท่ากินอาหาร 4 หมู่ 🍄 . 🌟 เช้าวันนี้(19 พฤษภาคม 2564) ลุงไม้ร่มกับคุณรุ้งเริงธรรม zoom มาถามพ่อครูแต่เช้า ถามเรื่องอาหารซาคาฮารี ที่นำมาถวายพ่อครู ว่าฉันแล้วเป็นอย่างไร? . พ่อครูว่า..ฉันแล้วก็เคี้ยวก็กลืนลงไปในท้องจะเป็นอย่างไร ไม่เป็นอะไร ก็กลืนได้ . ไม้ร่ม..การเจ็บป่วยทางกายก็เป็นนรกหนึ่งใช่ไหมครับ . พ่อครูว่า...อาหาร 4 อาหารของพระพุทธเจ้า อาหารมี 4 กวฬิงการาหาร ผัสสาหาร มโนสัญเจตนาหาร วิญญาณาหาร ทีนี้อาหารของมนุษย์ธรรมดาเขาก็มีแต่กวฬิงการาหาร อาหารคือที่กินเข้าไปในปาก กลืนเข้าไปในท้องอย่างเดียว อาหารของเขาสำคัญว่ามีอย่างเดียว . แต่อาหารของพระพุทธเจ้านี้ อาหารคำข้าวนี้ก็สำคัญ ท่านไม่ได้ทิ้ง ก็ควรจะกินอย่างไร ควรจะกินอย่างทุกข์ กินอย่างทรมานตนเอง เป็นภาระของตนเอง โง่ไปติดไปยึดไอ้โน่นไอ้นี่มากมาย ก็นี่แหละก็ซอกๆๆหา มีรายการโง่เต็มโทรทัศน์นี่ พาไปหาอาหารกินเต็มไปหมด รายการพาโง่ โอ้ย โง่กันไป . พ่อครูว่า...อาตมาก็ยังสงสัยอยู่นิดนึง(ชี้ไปที่หนวด) มันไม่คันกระยุกกระยิกบ้างหรือไอ้หนวดนี่(หมายถึงหนวดขาวๆของลุงไม้ร่ม) มันน่าจะคัน . ลุงไม้ร่ม...มีคุณพิมรี่พายได้พูดในรายการที่เขาเอาหนวดของผมไปเป็นปัญหา(เป็นภาพหนวดขาวๆแล้วถามว่าคืออะไร) ถามว่าเป็นเส้นหมี่หรือเป็นอะไร? . พ่อครูว่า...เขาก็ล่อความสนใจของคน ให้มันแปลกๆประหลาดๆพิลึกๆ เป็นรายการบ้าพอ ถ้าไม่บ้าพอไม่ถึง แม้แต่คนดูคนทำก็ต้องบ้าพอ . ⏰ ประวัติศาสตร์เรื่องอาหารของมนุษย์โลก(วิกิพีเดีย) _2.5-1.8 ล้านปีก่อน: มีการค้นพบการใช้ไฟในมนุษย์เป็นประมาณการแรกสุดสำหรับการประดิษฐ์การปรุงอาหารโดยการวิเคราะห์ทางวิวัฒนาการ _2 ล้านปีก่อน: มนุษย์โฮมินิด(มนุษย์วานร) เปลี่ยนจากการบริโภ
อ่านต่อ
คถั่วและผลเบอร์รี่เพื่อเริ่มบริโภคเนื้อสัตว์ _250,000 ปีก่อน: มีการค้นพบเตาไฟ ทางโบราณคดีถือว่าเป็นครั้งแรกที่มีการประดิษฐ์เครื่องมือปรุงอาหาร _13,000 ปีก่อนยุคปฏิทินปัจจุบัน: พบหลักฐานข้าวพันธุ์เก่าแก่ที่สุดในเกาหลี _12,000 ปีก่อน พบการเพาะปลูกข้าวเกิดขึ้นในประเทศจีน ต่อมาพบทั่วไปในเอเชียด้วย _คศ. 997: คำว่า "พิซซ่า" ปรากฏขึ้นครั้งแรก "ในข้อความภาษาละตินจากเมือง Gaeta ทางตอนใต้ของอิตาลี _คศ. 1958: บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปคิดค้นโดย Momofuku Ando แห่ง Nissin Foods ในประเทศญี่ปุ่น . 🍉 ประวัติศาสตร์ความรู้เรื่องโภชนาการของมนุษย์โลก (ข้อมูลจาก The Journal of Nutrition Oxford Academy) ยุคหลังคริสกาล เมื่อมนุษย์มีความรู้เรื่องธาตุต่างๆ ก็เร่ิมค้นหาว่าในเนื้อของสัตว์และคนเราประกอบด้วยสารหรือธาตุใดบ้าง ในปี คศ.1785 (พศ.2328) มีรายงานของ French Academy of Sciences จากชายชื่อ Claude Berthollet (เคลาท์ เบอโฮเลท) ได้ค้นพบส่วนประกอบของแก๊สที่มาจากเนื้อสัตว์ที่เน่าเสีย ว่ามีองค์ประกอบ 17% เป็นไฮโดรเจน และ 83% เป็นไนโตรเจน โดยน้ำหนัก ต่อมาก็มีคนนักวิทย์อีกหลายคน ยืนยันว่า ส่วนประกอบหลักของเนื้อสัตว์ก็คือไนโตรเจน ซึ่งในน้ำตาล แป้ง และไขมันไม่มีส่วนประกอบเป็นไนโตรเจนแต่อย่างใด . ในยุควิวัฒนาการทางเคมีที่ฝรั่งเศส มีนักเคมีชื่อ แอนโทอีน ลาวัวซิเออ เขาได้ร่วมมือกับนายอาแมนด์ ซีกวิน ได้วัดลมหายใจออกของมนุษย์ว่าประกอบด้วยกรดคาร์บอนิก(คาร์บอนไดออกไซด์) น่าเสียดายที่ วาวัวซิเออ ถูกประหารด้วยกิโยตินเพราะการทดลองของเขา แม้ว่าเขาจะอ้อนวอนให้ปล่อยเขาไปทำการทดลองต่ออีกสักครั้งก็ไม่เป็นผล . แต่ยุคสมัยของวิทยาศาสตร์ทางโภชนาการก็ยังดำเนินต่อไป มีนักเขียนคนหนึ่ง ชื่อ François Magendie เติบโตมาในกรุงปารีส ต่อมาไปเป็นหมอศัลยกรรม และเปลี่ยนไปเป็นนักฟิสิกส์ ทำการทดลองโดยตั้งคำถามว่า “สัตว์สามารถใช้ ไนโตรเจน ในอากาศโดยตรงได้หรือไม่” เขาทำการทดลองโดย ให้สัตว์กินอาหารที่ไม่มีไนโตรเจน เช่นให้สุนัข(ซึ่งเป็นสัตว์ที่กินทั้งพืชและสัตว์) ให้สุนัขกินน้ำตาลอย่างเดียว 2 สัปดาห์แรกยังปกติ แต่หลังจากนั้นสุนัขเกิดแผลที่กระจกตา จากนั้นตายใน 1 เดือน เขาทำการทดลองซ้ำอีก โดยใช้น้ำมันมะกอก หมากฝรั่ง เนย ก็เกิดผลเช่นเดียวกัน ยกเว้นแผลที่กระจกตาไม่เกิดในสุนัขที่กินแต่น้ำมันมะกอก . François Magendie สรุปว่า ไนโตรเจนส่วนใหญ่ในเนื้อเยื่อของสุนัขต้องมาจากอาหารที่มันกินเข้าไป ข้อสรุปสุดท้ายของเขายังคงสะท้อนให้เห็นในแนวทางการบริโภคอาหารในปัจจุบันคือ“ ความหลากหลายและความหลากหลายของสารอาหารเป็นกฎที่สำคัญของสุขอนามัย ซึ่งยิ่งกว่านั้น มันระบุให้เรารู้โดยสัญชาตญาณของเราเอง . Magendie ได้แสดงให้เห็นว่า อาหารที่ปราศจากไนโตรเจนไม่สามารถใช้ยังชีวิตสัตว์ได้ ดังนั้นคุณค่าทางโภชนาการหลักนั้นมาจากพืชผัก ที่มีกลูเตนและอัลบูมินจากพืชเป็นหลัก การทดลองต่างๆ นักวิจัยต่างรู้แน่นอนว่า ยังมีแร่ธาตุอื่นๆที่เขาต้องได้รับจากอาหารอีก และก่อนหน้านั้น นักวิจัยได้มีงานเขียนออกมาว่า “ถั่วมีคุณค่าทางโภชนาการมากเพราะมีแป้ง ฟอสเฟต lime แมกนีเซียม โปแตชเซี่ยม และธาตุเหล็ก” นอกจากนั้น มีนักเคมีชื่อ Jean Baptiste Boussingault ค้นพบว่า พืชผักที่มีไนโตรเจนมักจะมาพร้อมกับสารอินทรีย์และอนินทรีย์อื่น ๆ ซึ่งจำเป็นสำหรับโภชนาการด้วย ซึ่งก็คือ สารอินทรีย์ที่ไม่ได้เป็นสารอาหารสังเคราะห์ . 🍗 ที่มาของโปรตีน(Protein) ขณะนี้ คนก็มีความรู้เรื่อง สารจากสัตว์ ว่าประกอบด้วยไนโตรเจนประมาณ 16% ต่อมา Dutch worker, Gerrit Mulder ได้มีข้อสรุปว่า สารประกอบหลักของสัตว์ในอาณาจักรสัตว์มีสูตรทางเคมีแตกต่างกันไป แต่รวมเรียกสารจากสัตว์นี้เป็นภาษากรีกว่า “โปรตีน” (Protein) . ต่อมานักเคมีชื่อ ไลบิก(Baron Justus von Liebig) ทำการแยกสารจากพืช ที่มี คาร์บอน 4 อะตอม ไนโตรเจน 1 อะตอม เขาแนะนำว่า แม้ว่าจะเป็นเพียงพืชเท่านั้นที่สามารถสร้าง "โปรตีน" ได้ แต่สัตว์ก็มีความสามารถในการเพิ่มหรือลบองค์ประกอบที่เพิ่มเข้ามา เช่นเปลี่ยนให้เป็นโปรตีนชนิดอื่นเช่น ทำให้อัลบูมินเป็นไฟบรินได้ ต่อมามีการค้นคว้าองค์ประกอบของโปรตีนชนิดต่างๆ เช่น โปรตีนจากไข่ จากถั่ว และมีข้อสรุปเพิ่มเติมคือ มีกำมะถัน(sulfer) และฟอสฟอรัส(Phosphorus)เป็นองค์ประกอบของโปรตีนด้วย . ไลบิกได้แนะนำว่า ร่างกายมีความสามารถจำกัดในการเปลี่ยนโปรตีนจากพืช(กลูเตน) ให้เป็นโปรตีนสัตว์ มนุษย์ควรต้องดื่มนมและกินเนื้อสัตว์เข้าไปเพิ่มเติม ซี่งขณะนั้น ความรู้เรื่องมังสวิรัติและโปรตีนหลากชนิดจากพืช ธัญพืช ยังไม่มากนัก คนจากประเทศแถบตะวันตกจึงมีอาหารหลักเป็นเนื้อสัตว์ . 🍎 ประวัติศาสตร์ของ “วิตามิน” ย้อนกลับไปในสมัยโบราณชาวอียิปต์ได้รักษาผู้ป่วยโรคตาบอดกลางคืนด้วยการให้กินตับ เช่นเดียวกันกับเมื่อ 1,300 ปีก่อน ที่ชาวจีนได้บันทึกเกี่ยวกับโรคเหน็บชา (Beriberi) ไว้เป็นครั้งแรกโดยผู้ป่วยจะมีอาการชาและอ่อนแรง . รวมถึงในปี ค.ศ.1535 มีรายงานของนักสำรวจชาวฝรั่งเศส Jacques Cartier บันทึกไว้ว่าเมื่อเขาและคณะออกเดินเรือเป็นเวลาหลายเดือน โดยลูกเรือได้รับอาหารอย่างจำกัดและมักจะเป็นอาหารแห้ง ทำให้คนเหล่านี้เกิดอาการอ่อนเพลียและมีเลือดออกตามไรฟัน ซึ่งเป็นอาการของโรคลักปิดลักเปิด (Scurvey) แต่อาการต่างๆ เหล่านี้จะหายไปเมื่อพวกเขาขึ้นฝั่งและได้รับอาหารจำพวกผักและผลไม้ . คำว่า “วิตามิน” ถือกำเนิดขึ้นในปี ค.ศ.1912 โดย Kazimierz Funk หรือ Casimir Funk (1884-1967) นักชีวเคมีชาวโปแลนด์-อเมริกันผู้นี้ได้พยายามสกัดสารอาหารที่เรียกว่า “Accessory factor” ซึ่งถูกค้นพบก่อนหน้านี้ในปี ค.ศ.1906 โดยแพทย์ชาวอังกฤษชื่อ Frederick Gowland Hopkins เขาพบว่าสารดังกล่าวเป็นสารประกอบกลุ่ม amine จึงได้ตั้งชื่อสารนี้ว่า Vitamine มาจากภาษาละตินว่า " Vita" ที่แปลว่า " ชีวิต" บวกกับคำว่า amine ต่อมาพบว่าสารอาหารประเภทนี้ไม่ได้มีเฉพาะ amine ในปี ค.ศ.1920 Jack Cecil Drummond จึงเสนอให้ตัด e ตัวท้ายออกกลายเป็น Vitamin และใช้มาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งการค้นคว้าก็พบวิตามินอีกหลากหลายชนิด . 🍇 ที่มาของ “อาหาร 5 หมู่” องค์การอนามัยโลก หรือ WHO(World Health Organization) ได้แนะนำ สารอาหารหลายชนิดรวมทั้งน้ำเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตการสืบพันธุ์และสุขภาพที่ดี _ธาตุอาหารหลัก(Macro nutrient)คือโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมันและกรดไขมัน ต้องบริโภคเป็นจำนวนมาก _ธาตุอาหารรอง(Micro nutrient) คือวิตามินและแร่ธาตุ - ถูกบริโภคในปริมาณที่ค่อนข้างน้อยกว่า แต่จำเป็นต่อกระบวนการของร่างกาย . สันนิษฐานว่า ประเทศไทยก็น่าจะได้รับอิทธิพลจาก WHO มาความรู้เรื่องโภชนาการ มาปรับใช้ จะเห็นได้จาก ความรู้เรื่องอาหาร 5 หมู่ ที่เผยแพร่กันในประเทศไทยประกอบด้วย หมู่ 1 โปรตีน, หมู่ 2 คาร์โบไฮเดรต, หมู่ 3 เกลือแร่หรือแร่ธาตุ, หมู่ 4 วิตามิน, หมู่ 5 ไขมัน ความรู้อาหาร 5 หมู่ แพร่หลายจนเป็นหลักการที่คนไทยยึดถือกัน เห็นได้จากมีการบรรจุในคู่มือการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับประถม มัธยม จนถึงทุกวงการการศึกษา . วิทยาศาสตร์โลกตะวัน มีความพยายามอย่างยิ่งที่จะพัฒนาองค์ความรู้เรื่องอาหาร แต่ขณะเดียวกัน องค์ความรู้การแพทย์แผนตะวันออก เช่น แผนจีน แผนไทย อายุรเวช หรือแผนทางเลือกอื่นๆ ก็พัฒนาองค์ความรู้เรื่องอาหารไว้มากมายเช่นกัน เพียงแต่การบันทึก อาจไม่เป็นระบบระเบียบเหมือนวิทยาศาสตร์โลกตะวันตก จึงทำให้ความรู้ไม่แพร่หลายและคนไม่นิยมเท่า . 👿 สาเหตุการเสียชีวิตทั่วโลก กว่า 200 ปีผ่านไป ขณะที่คนพัฒนาองค์ความรู้เรื่องโภชนาการไปมากมาย อาหารการกินที่มากล้นเกิน กลับนำมาซึ่งโรคภัยต่อมนุษยชาติ ในปี 2017 มีผู้เสียชีวิตทั่วโลกราว 57 ล้านคน มากกว่าปี 1990 จำนวน 10 ล้านคน เพราะจำนวนประชากรโลกเพิ่มมากขึ้น และโดยเฉลี่ยคนมีอายุยืนขึ้น . ผู้เสียชีวิตทั่วโลกมากกว่า 70%เสียชีวิตจากโรคเรื้อรังและไม่ใช่โรคติดต่อ โรคที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดคือ โรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตราว 1 ใน 3 ตัวเลขนี้สูงกว่าอัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง 2 เท่า โดยโรคมะเร็งเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตราว 1 ใน 6 โรคที่ไม่ติดต่ออื่น ๆ อย่าง เบาหวาน โรคทางเดินหายใจ และความจำเสื่อม ต่างติดอันดับต้น ๆ เช่นกัน ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นโรคภัยที่เกิดจากการกินอาหารเป็นส่วนใหญ่ . ที่มนุษย์โลกต้องสังเวยชีวิตให้กับการกินนั้น ไม่ใช่ว่าองค์ความรู้เรื่องโภชนาการไม่ดี การกินอาหารครบ 5 หมู่นั้นดี แต่เพราะไม่เรียนรู้ปฏิบัติอาหาร 4 ที่พระพุทธเจ้าให้องค์ความรู้นี้ไว้ จึงทำให้มนุษย์หยุดกินตามที่ใจอยากไม่ได้ การกินจึงทำให้มนุษย์ตายได้มากกว่าสาเหตุอื่น ! . 🍒 อาหาร 4 มีอะไรบ้าง? พ่อครูว่า... เรื่องกินนี่แหละ เป็นเรื่องที่จะบรรลุธรรมเลย โภชเนมัตตัญญุตา เป็นหลักการปฏิบัติธรรมของพระพุทธเจ้า เรื่องกินเรื่องอาหารใส่ปากนี่แหละ อาหาร 4 (กวฬิงการาหาร-ผัสสาหาร-มโนสัญเจตนาหาร-วิญญาณาหาร) . 🍙 1. กวฬิงการาหาร ท่านให้พิจารณา กามคุณ 5 นี่แหละ หรือกามฉันทะ พระพุทธเจ้าให้พิจาณาเหมือน พ่อแม่ลูกเดินทางไกลกันดาร หมดเสบียงก็เลยกินเนื้อบุตร แต่ก็โง่ไม่รู้ว่าบุตรตนถูกตนกินไปแล้ว เหมือนคนเรากินอาหารเพราะติดในกามคุณ 5 ก็โง่เหมือนกินเนื้อบุตร . 🍭 2. ผัสสาหาร ท่านให้เรียนรู้ผัสสะ มีผัสสะจึงมีเวทนา ผัสสะเหมือนวัวไม่มีหนัง ถูกสิ่งแวดล้อมทั้งแมลงสัมผัสแสบ ไม่มีหนังเลย จะแสบเผ็ดแสบร้อนขนาดไหน ถ้าไม่มีผัสสะคุณก็ไม่ได้ศึกษา เหมือนวัวที่ไม่ถูกลอกหนัง ก็ไม่เห็นทุกข์ แต่หากศึกษาเหมือนวัวถูกหนังลอก ทุกข์ มันแสบทุกเวลา ทุกโอกาสเลย หากคุณไม่มีจิตหมดปรุงแต่งกับกิเลสก็ต้องแสบไปตลอด หากเลิกปรุงแต่งกับกิเลสมันก็ไม่แสบร้อนแล้ว . 🍷 3. มโนสัญเจตนาหาร ท่านให้เรียนรู้ตัณหา ในตัณหามีกาม-มีภพคือ มีกิเลส ส่วนตัณหาที่เป็นวิภวตัณหาคือ หมดกิเลส หากทำกามภพหมดก็มีแต่เจตนาแต่ไม่อยากเลิกอยากได้แล้ว ไม่อยากมาบำเรอตนเอง ชัดเจนจะทำงานก็ตามเจตนาไม่มีเราของเราอีก นั่นคือสภาพของเจตนา . 🐳 4. วิญญาณาหาร ท่านให้เรียนรู้ รูปนาม หากไม่รู้รูปนาม แยกสภาพสองไม่ได้ รูปนาม อันหนึ่งเป็นตัวธาตุรู้อันหนึ่งเป็นตัวถูกรู้ แยกเจตนากามตัณหา ภวตัณหา คือรูป อรูป ก็ล้างไปเป็นคู่ๆตามลำดับ คุณก็จะมีภาวะที่ศึกษารูปนามคือวิญญาณ วิญญาณ คือ ไอ้โจรใหญ่ที่ทำลายศาสนา แล้วพระราชาให้เอาไปฆ่า คือเจ้านายใหญ่ของศาสนาให้เอาโจรไปฆ่าด้วยหอกร้อยเล่ม เช้ากลางวันเย็นก็ยังไม่ตาย เดี๋ยวนี้ก็ยังไม่ตาย แสดงถึงจมอยู่กับบาปของศาสนาอีกนาน . 🌿 กินอาหาร 5 หมู่ ไม่ครบเท่ากินอาหาร 4 อาหาร 5 หมู่ เป็นเพียงส่วนย่อยของกวฬิงการาหาร ในอาหาร 4 ของพระพุทธเจ้า เพราะคนเราไม่เรียนรู้ปฏิบัติให้ครบอาหาร 4 จึงยังคงต้องวนเวียนเจ็บป่วย ทั้งกายและใจอย่างไม่อาจหาทางออกได้ แม้จะศึกษาวิจัยกันไปอีกนานนับกัปกัลป์ . 🌍 ภูมิพุทโธ… 21 พฤษภาคม 2564
คนคือสัตว์กินพืช ไม่ใช่สัตว์กินเนื้อสัตว์...พ่อครู ๑๙ ส.ค.๕๙