สื่อธรรมะพ่อครู(กาย) ตอน ความหมายของกายต่างๆตามพจนานุกรม.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(กาย) ตอน ความหมายของกายต่างๆตามพจนานุกรม พ่อครูว่า...อาตมาเอาพจนานุกรมฉบับนักศึกษาของเจ้าคุณอุดร คณาธิการ กับรองศาสตราจารย์ดร.จำลอง สารพัดนึก ที่เป็นฉบับแพร่หลายใช้กันเยอะ อาตมาก็ใช้ เอาหมวดกาย เขาก็แปล ตามความเข้าใจของเขาอาตมาก็ว่าถูกก็มี ที่ไม่ถูกเต็มที่อาตมาไม่เห็นด้วยก็มี ลองฟังดู กายแปลว่า กองฝูงหมู่ประชุม มันแปลว่าหมวดแห่งเจตสิกธรรม หมายถึงเวทนา สัญญา สังขาร กายกรรม ภาษาไทยเรียกทับศัพท์ หมายถึงสิ่งที่พึงกระทำทางกาย การออกกำลังกาย กรรมแปลว่าการกระทำ กายก็ทับศัพท์ คนที่เข้าใจคำว่ากายหมายถึงเพียงแต่ร่างเฉยๆ มันก็หมายถึงกรรมทางร่าง กระทำ ถามหน่อย ร่างเฉยๆ หมายถึงสรีระวัตถุ ไม่มีจิตเข้าไปสั่งการบัญชาให้ร่างมันทำ มันก็จะทำอย่างสะเปะสะปะตามพลังงานของอุตุหรือพลังงานของพีชะ แต่แน่นอนคุณกำหนดพีชะไม่เป็น แต่อรหันต์ใช้พลังงานพีชะเป็น เป็นเรื่องลึกซึ้งยิ่งใหญ่ที่สุดที่พระอรหันต์ที่เป็นคนนี้กำหนดให้จิตใช้พลังงานแบบพืชโดยที่เวทนาไม่มี พีชะไม่มีเวทนา เพราะฉะนั้นกรรมจึงไม่เป็นอันทำ ไม่มีวิบาก อรหันต์ทำกรรมจึงไม่มีบาปไม่มีบุญ เพราะกรรมของพระอรหันต์หมดบาปหมดบุญแล้ว ปุญญปาปปริกขีโณ เป็นกรรมที่บริสุทธิ์จริงใจซื่อสัตย์ ถ้าไม่ซื่อสัตย์ก็ไม่นับเป็นพระอรหันต์ ต้องซื่อสัตย์ อย่างจริงใจด้วยไม่เสแสร้งพรางลวง เป็นความจริงใจทุกกระบวนการของพระอรหันต์ เพราะฉะนั้นกรรมทุกกรรมไม่มีบาปไม่มีบุญอย่างนี้เป็นต้น รายละเอียดพวกนี้แม้แต่คำว่ากรรมคำเดียวที่อาตมามาขยายความให้เห็นชัดเจน บรรดาอาจารย์ทางศาสนาทั้งหลายแหล่ไม่ได้ขยายความ ก็ไปเชื่อกันว่า กายนี้คือร่างหนึ่งเดียว คือวัตถุไม่มีความรับรู้ไม่มีธาตุจิต ไม่ต้องไปพูดถึงธาตุพีชะเลย ไปหมายเอาอุตุอย่างเดียวเลย ใช่ไหม เพราะฉะนั้นจึงไม่ม
อ่านต่อ
ีทางสามารถชัดเจนได้เลย ยิ่งมาเป็นกายกัมมัญญตา ความคล่องแคล่วแห่งกาย ทับศัพท์ เขาก็แปลกัน ว่าคือร่างก็หมายถึงความคล่องแคล่วของร่างซึ่งไม่มีจิตไปกำหนดกำกับไปบัญชา มันก็เป็นการสะเปะสะปะไปตามแรงดูดภายนอกที่มีกำลังกว่ามันก็เอาไปกินหมด เพราะฉะนั้นจึงตกเป็นทาสของพลังภายนอก พลังงานของอบายมุขพลังงานของสังคมพลังงานของรสนิยมค่านิยมสังคมไปตามเขาหมดเลย กลายเป็นทาส ของสังคม ธาตุของโลกธรรม ไปถึงเป็นธาตุอบายมุข ชาวนรก ทีนี้เขาก็แปล กายกัมมัญญตา คือ ความเป็นของควรแก่การงานของกองเวทนาสัญญาและสังขาร ความเป็นของควร พยายามแปลตามพยัญชนะก็ไม่ผิด แต่การงานแห่งกองเวทนา กองสัญญา กองสังขาร เป็นเจตสิกใหญ่ 3 ของวิญญาณ วิญญาณประกอบด้วยรูป เวทนา สัญญา สังขาร รวมแล้วทั้งหมดปรุงแต่งกันอยู่เรียกว่าวิญญาณ พอหมายถึงจิตเข้าไป รูปคือสิ่งที่ถูกรู้ เป็นองค์ประกอบรวมเป็นองค์ประชุมร่วม คำว่าร่างคำว่ารูปนี้ เป็นองค์ประกอบรวมเป็นองค์ประกอบร่วม แต่ต้องมีนามกำกับอยู่ ถ้าหากไม่มีนามกำกับไม่เรียกว่ากาย ไม่มีนามธรรมกำกับหรือไม่มีจิตเข้าไปร่วมอยู่ด้วยไม่เรียกว่ากาย แม้จะมีพลังงานของชีวะพืช เข้าไปร่วมก็ยังไม่เรียกว่ากาย โอ้โห กายของมะละกอ กายดอกใบเตย ? เขาเรียกหรือ? กายกะหล่ำปลี กายมะเขือเทศ เขาก็ไม่พูดกัน เพราะฉะนั้นมูลกรรมฐาน 5 จึงละเอียดสำคัญมาก ถ้าเข้าใจยังไม่สัมมาทิฐิ ผู้มาบวชแล้วจะไปนิพพานแต่ไม่สัมมาทิฏฐิในการแยกกายแยกจิตในมูลกรรมฐาน 5 เมื่อไหร่เป็นกายเมื่อไหร่ไม่เป็นกาย เมื่อไหร่จะเป็นอุตุ เมื่อไหร่เป็นพีช เมื่อไหร่เป็นจิต โดยกรรมโดยธรรม กรรมคือการกระทำให้เป็นอุตุการกระทำให้เป็นพืชการกระทำให้เป็นจิต เมื่อเราไม่ตายอยู่ก็ทรงไว้เรียกว่าธรรมะ ธรรมะเป็นของทรงไว้คู่กันกับกรรม กรรมเป็นตัว Dynamic เป็นตัวทำงาน ธรรมะก็เป็นตัวทรงไว้เป็นตัว static เป็นตัวทรงอยู่ แล้วก็มีองค์ประกอบ 2 อย่าง คือบวกกับลบ ธรรมะก็เป็นบวก กรรมก็เป็นลบ คู่กันอยู่เป็นนิวเคลียสเป็นคู่ของพลังงาน แต่มีจิตเป็นตัวกำกับเป็นประธานก็เลยเป็นสามเส้า บวก ลบ ประธานคือจิตของแต่ละคนกำกับควบคุมจะให้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้จึงเกิดกรรม แม้กัมมัญญตา ก็เป็นการงานที่ควรของผู้ใดที่มีภูมิปัญญาในจิต กำหนดจะทำ เมื่อเป็นพระอรหันต์ก็คือเป็นผู้ที่มีความควรไม่มีอคติ ทุกอย่างไม่มีอคติอย่างตามความจริงใจของพระอรหันต์คนนั้นก็ทำตามตรงจิตที่เราพระอรหันต์แต่ละองค์ท่านมีความรอบรู้ เอาเหตุปัจจัยมาปรุงแต่งได้ ก็ปรุงแต่งกันด้วยความสุจริตใจจริงใจสะอาดไม่มีอะไรแฝงไม่มีอคติเลย ไม่มีความรักคนนั้นลำเอียงคนนี้ไม่มีเลย ซื่อสัตย์สุจริตที่สุด กายกลิ กลิ แปลว่าโทษภัย องค์ประชุมของพลังงานจิตที่มันเป็นภัย กายกลิคือ องค์ประชุมของโทษภัยคือ กายกลิ เขาแปลว่า สิ่งชั่วช้าที่อยู่ในกาย กายคือธาตุ 2 อยู่ในธาตุ 2 อยู่ในกายนี้สิ่งนั้นสิ่งที่ชั่วช้า เพราะฉะนั้นสิ่งที่ชั่วช้าที่บงการอยู่ก็คือจิต สิ่งที่ถูกจิตบงการก็คือกรรมกิริยาภายนอก กายวิญญัติ วจีวิญญัติให้ออกไปเป็นกายกรรม หากไปแปลกายกรรมว่าแค่ออกกำลังกายก็ไม่ผิด แต่ลึกๆคือ บ่งบอกทั้งข้างนอกข้างในเป็นกายกรรมครบพร้อมหมายถึงจิตและท่าทีลีลาของการเคลื่อนไหวภายนอกด้วย กายสาวะ คือ ความหมักหมม เขาแปลเป็นความหมักหมมของร่างกาย กับอาตมาจะแปลว่าความหมักหมมของกิเลสในจิต สาวะคืออาสวะคือความหมักหมม ไม่ใช่สิ่งที่สะอาด หมักหมมอยู่ในกายหรือในร่างกาย ก็คือหมายถึงจิต ที่นี้เขาแปลว่าความหมักหมมแห่งร่างกาย แล้วก็แปลต่ออีกว่าเป็นความสกปรกที่มีอยู่ในร่างกาย คุณฟังดู ความสกปรกที่มีในร่างกายนี้คุณก็คงไม่เข้าถึงภายในจิต ในร่างก็ต้องผ่านร่าง แต่กายคือจิตหรือวิญญาณ กายนี้คือวิญญาณที่อาตมาตั้งชื่อมาพูดกันวันนี้ ถ้าหากหมายเอากายว่าคือร่างภายนอก คุณไม่มีทางจะได้นิพพาน ฉันเดียวกับพระพุทธเจ้าตรัสว่ากายนี้คือจิต มโน วิญญาณ ในพระไตรปิฎกเล่ม 16 ข้อ 230 กายนี้คืออย่างนี้ เขาก็ยังไม่เชื่อกันเลย อาจจะเชื่ออาจารย์เก่า เมื่อไหร่จะมีปรโตโฆสะ หากเชื่ออาจารย์เก่าแล้วทำแล้วเป็นผลก็คงเป็นอรหันต์กันได้แล้ว อาตมาว่าอาตมาทำได้เป็นหมู่มวลที่มาเทียบเคียงยืนยันอ้างอิงว่ามีวรรณะ 9 สาราณียธรรม 6 มีสาธารณโภคี มันง่ายหรือ? คุณทำได้ไหม ในชุมชนไหนมีสาธารณโภคี ยืนยันได้ว่าเป็นคนเลี้ยงง่ายบำรุงง่าย เป็นคนมักน้อยไม่ใช่คนเลี้ยงง่ายและเป็นพวกที่ใจพอ ไม่ได้มีแส่หา ดิ้นรนแส่หา ตะกละตะกรามดันทุรัง มันไม่แล้วมันพอมันหยุดแค่นี้ก็พอ อยู่ในหมู่สาธารณโภคีก็พอแล้วไม่มีอะไรสงบสบายพอ แล้วสุขภาพร่างกายก็ไม่เสียด้วยพอขนาดนี้ ดีด้วย หาคนลงพุงหลามๆยาก ในชาวอโศก สเรนเดอร์ทั้งนั้น ข้างนอกพุงหลามๆ จนเป็นโรคอ้วน630209_เทศน์ทวช.งานพุทธาภิเษก#44 บ้านราชฯ กายนี้คือวิญญาณ ตอน1 คนอยากให้อาตมาน้ำหนักขึ้น อยากให้มีเนื้อมีหนังมีกะทิในพุงมันมันบ้าง ไม่รู้สิ อาตมาก็ว่าของอาตมาไปมันก็ไม่ขึ้น อาตมาก็ว่าแข็งแรงดีไม่มีปัญหาอะไร ไม่ต้องอะไรมากแต่มันก็เถอะอาจจะใช้เกินก็เลยต้องช่วยกันอันโน้นอันนี้มาเติมให้อยู่ เขาชั่งน้ำหนักทุกวันวันละ 2-3 เครื่อง เรื่องความหมักหมมเน่าในก็เสียหายหมด กายคตะ คำว่าคตะแปลว่าดำเนินไป สิ่งที่อยู่ในกาย สิ่งที่ไปในการสิ่งที่อยู่ในกายก็ต้องดำเนินการดำเนินไป ไม่ใช่มันอยู่นิ่ง กายคตะ คตะ แปลว่าดำเนินไปไม่ใช่แปลว่านิ่ง มันอยู่ข้างในมันก็เคลื่อนที่อยู่ จะเคลื่อนที่อยู่ในวงกลมก็ตาม เคลื่อนที่อยู่ในแวดวงเดิมก็ตามเรียกว่า กายตะ หากออกนอกวงได้ก็เก่ง ขยายไปตามต้องการได้ออกไปในวงใหญ่ วงมโหฬาร ก็ยิ่งเก่งไปตามความสามารถยิ่งชัดเจนยิ่งทำได้คุณก็จะรู้การขยายผล ของความสามารถนั้นขึ้น กายคันธะ คำว่าคันธะ แปลว่ากลิ่น กิเลสเครื่องร้อยรัดกาย แปลว่ากลิ่น แปลว่าเครื่องหอมสำหรับร้อยรัดกาย คันธะ แปลว่ากลิ่นแปลว่าเครื่องหอม เครื่องเหม็นก็แปลว่ากลิ่น ไปๆเอาแต่เครื่องหอมมันเป็นการลำเอียงนะนี่ กลิ่นมันกลางๆ มีทั้งหอมเหม็นและไม่หอมไม่เหม็นมีทั้งหอมมากหอมน้อยเหม็นมากน้อยไม่รู้อีกกี่ระดับ กายคันธะ