สื่อธรรมะพ่อครู(อาสวะ อนุสัย) ตอน อนุสัยกับอาสวะ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข1 มีนาคม 2563

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(อาสวะ อนุสัย) ตอน อนุสัยกับอาสวะ เข้ามาสู่สำทับอีกที ทิฏฐิปัตตะ แล้วต้องมากายสักขี ในพระไตรปิฎก พระพุทธเจ้าจึงได้สำทับไว้ แต่เขาไปแปลเผินไป สายปัญญาธัมมานุสารีมาเป็นปัญญาวิมุติ เขาแปลว่าไม่ได้สัมผัสวิโมกข์ 8 ด้วยกาย แต่ที่จริงแล้วท่านสัมมาทิฏฐิทำมาแต่ต้นแล้ว จนสิ้นอาสวะ คือปัญญาวิมุติ ส่วนกายสักขี อาสวะบางอย่างสิ้นไป ต้องไปเติมสัมมาทิฏฐิ จึงทำให้เป็นปัญญาวิมุติ ส่วนสายสัมมาทิฏฐิสายธัมมานุสารีนั้นมาเป็นทิฏฐิปัตตะแล้วมาปัญญาวิมุติเลย สายศรัทธา มาแวะที่กายสักขีก่อนถึงจะเป็นปัญญาวิมุติ แล้วค่อยเป็นอุภโตภาควิมุติ อุภโตคือ 2 ท่านใช้คำว่าสิ้นอาสวะ เป็นพระอรหันต์แต่ยังไม่ดับอนุสัยยังไม่สิ้นอนุสัย คำว่า อนุสัยกับอาสวะมีนัยสำคัญต่างกัน อนุสัยกับอาสวะ อนุสัยนั้นลึกกว่าอาสวะ อนุ กับ อาส คำว่า สยะ กับ สวะ อนุสัยนี้ สย ย กับ ว เป็นพยัญชนะเศษวรรคทั้งคู่ ย ร ล ว ตัว ว ตัวที่ 4 หยาบกว่า ย ที่เล็กละเอียดกว่า การเกิดตัวตนนั้น ยะ เกิดก่อน แล้ววนสามเส้า ก็ต้องตีแตกแยกออกมาเป็น ว ผู้ที่จะเล็กลงๆ ถึง ย ตัว สยะ จึงสูญได้เร็วกว่า สวะ

มีอีกตัวหนึ่งคือ สักกะ คือหยาบกว่าเป็นก้อนแท่ง ก เป็นตัวแรกของพยัญชนะเลย นี่คือพยัญชนะสื่อสภาวะต่างๆละเอียดลึกซึ้งมากค่อยๆอธิบายไปแล้วทำไมยังฟื้นความรู้ทั้งหมดไม่ได้ ในพยัญชนะทั้งหมด เข้าใจได้หมดทุกตัวแต่ว่าเอามาใช้ทั้งหมดยังไม่ได้

กายสักขี จึงกำชับว่าต้องสัมผัสวิโมกข์ 8 ด้วยกาย (นเหวโข) สายสัทธานุสารี ทิฏฐิปัตตะจะไปเป็นปัญญาวิมุติได้เลย เลยไม่ต้องผ่านกายสักขีเพราะรู้จักกายได้ดีแล้ว รู้สักกายะทิฏฐิ พ้นวิจิกิจฉาต้องแยกกายแยกจิตได้ถูกต้อง กายต้องเป็นจิต ถ้าผู้ใดเข้าใจว่ากายไม่มีจิตร่วมเลย โมฆะเลย จบเห่เลย กายคือร่างดินน้ำไฟลม ไม่

อ่านต่อ

เกี่ยวกับจิต ผู้ใดมีทิฏฐิเข้าใจได้แค่นี้ก็วนอยู่กับโลกียะสร้างภพชาติกับอาจารย์มั่นหลวงตามหาบัวหรือธัมมชโย เขาสร้างภาษาสมัยใหม่เป็นสวรรค์เฟสที่ 2 3 4 ธัมมชโยไปใหญ่เลย ขออภัยต้องขอบคุณทั้งธัมมชโยทั้งมหาบัวหรืออาจารย์มั่น ที่อาตมาหยิบมาอาศัยตัวละครในคำอธิบาย เป็นเรื่องมีจริงเป็นจริงปรากฏ phenomenal ไม่ใช่สร้างนิยายเอา แต่นี่ตัวบุคคลจริง ตอนนี้ดีที่เขายกย่องอาจารย์มั่น UNESCO ยกย่อง เทวนิยมที่เขาดีเขาเก่งทางเทวนิยมเขาก็มีก็เก่งแต่มาให้ทางศาสนาพุทธที่เป็นอเทวนิยม Atheism ส่วนเราก็ทำให้ดีและเป็นคุณภาพ เป็นคุณสมบัติรูปธรรมที่ดูได้ชัดเจนที่ง่าย ตั้งใจฝึกฝนรวมตัวกัน ช่วยกันสร้างสรรค์ เพราะฉะนั้นคำว่า น เหว โข ไม่ได้แปลว่าไม่ได้สัมผัสวิโมกข์ 8 ด้วยกาย แต่แปลว่า ไม่ต้องไปกล่าวว่าท่านจะต้องสัมผัสวิโมกข์ 8 ด้วยกาย เพราะท่านรู้จักกายได้ดีอยู่แล้ว ถ้าไม่เข้าใจคำว่ากาย เมื่อใดเป็นกายเมื่อใดไม่เป็นกาย จะขอออกไปสู่ปุตตมังสสูตร เมื่อจะเป็นกายหรือไม่เป็นกาย ต้องรู้ กาย จิต อุตุ พีชะ กรรมเป็น Dynamic ธรรมะ เป็น Static เป็น Nuclear Fusion กับ Fission เมื่อใดเป็นอุตุ เมื่อใดเป็นพีชะ เมื่อใดเป็นจิต เอาที่ตัวคน ผมขนเล็บฟันหนัง ให้แยกในตัวเราให้ออก ผมกับเล็บอธิบายยาก ฟันก็แน่นไป ขนก็ยิ่งเล็กกว่าผมอีก เอาเล็บนี่แหละชัดดี เป็นแท่งเป็นก้อนดี เพราะฉะนั้นความเป็นเล็บ ถ้าเล็บเรายาวออกมาพ้นประสาท ความเป็นเซลล์ความเป็นเนื้อ เวทนา ตรงที่จิตไม่ได้ร่วมแล้ว จิตจะมีเวทนา สัญญา สังขาร จิตเป็นภาษาแยกจากวิญญาณมาเรียกลักษณะหนึ่ง แบ่งเป็น วิญญาณ จิต เจตสิก ส่วนเจตสิกก็แยกละเอียดของจิต เป็นเจตสิก 89 หรือ 121 เจตสิก แยกเป็น เวทนา สัญญา สังขาร ส่วนวิญญาณเป็นตัวรวม เวทนาแยกเป็นโลกียะกับโลกุตระ เมื่ออาการของจิตเราในขณะเป็นๆ มันมีโลกความวน แต่ความที่เราไปวนจะต้องสุข ทุกข์กับเรื่องพวกนั้นอยู่ แต่ก่อนไปเล่นไพ่ กินเหล้า สูบบุหรี่ ผู้หญิงก็ไปทางโน้น คุณนายก็ไปวงไพ่หรือไปช้อปปิ้ง ไปเต้นไปDrink ไปช้อปปิ้งไปซื้อเพชรแข่งกัน นั่นแหละก็เป็นสังคมที่ตัวเองต้องไปวน มันรู้สึกว่าเป็นความสุขมันยิ่งใหญ่มันจำเป็นมันสำคัญ จนกระทั่งเห็นแล้วว่ามันไม่จำเป็น เราก็จะสั้นลงในโลก เรานั้นทิ้งโลกที่เราไปวน ให้วนน้อยลง มาหาสาระแท้ที่เป็นโลกุตระ ก็วนกับ พระโสดาบันสกิทาคามีอนาคามีอรหันต์เป็นโพธิสัตว์ มีที่เรียนอีกตั้งเยอะ เพราะฉะนั้นผู้ที่มีปัญญาปฏิภาณก็จะรู้ว่าอย่าไปเสียเวลาเลย เก็บเวลาของข้าคืนมาแรงงานของข้าคืนมา ทุนรอนของข้าคืนมา สามอย่างนี้ เคยสูญเสียไปเยอะ เอาคืนมา เงินอาตมาก็ใช้ทำหินดีกว่าไปทำเพชรทอง ไม่ต้องเลย เอามาใช้ทำหินดีกว่า สร้างไปจนกว่าอาตมาจะตาย บ้านไม้เมืองหินก็มีอะไรพอสมควร นี่หินเล็กๆน้อยๆยังไม่ได้จัดเลยกองเต็มเลย น่าจะจัดบ้าง ตกลงทำหินใหญ่ก่อน หินเล็กให้ไม้ร่มทำ ส่วนหินใหญ่ก็ทำกันไป เป็นบ้านไม้เมืองหิน บ้านดินเมืองน้ำ บ้านงามเมืองพุทธ บ้านพิสุทธิ์เมืองอมตะ เป็นตัวอย่างของการแยกกายแยกจิตได้จริง ก็คุณทำให้จิตของตัวเอง ไม่ต้องรู้สึกไม่ต้องมีรสชาติ เป็นวัตถุจริงๆไม่ปรุงแต่งอะไรกับชีวิตโยนทิ้ง เป็นเศษของทิ้งไปเลยอุตุ ใครเห็นลิปสติกเป็นดินเป็นหินเลยก็ไม่ต้องมาเกี่ยวกันเลย ก็เห็นธนบัตรเห็นทองเห็นเงินเป็นเศษดินเศษหินเลยก็ไม่ต้องไปร่วมไปมี มีก็อาศัย เราก็อาศัยดินน้ำไฟลม ก็อาศัย ไม่มีก็ไม่เป็นไร อะไรทดแทนก็ได้ ทีนี้มันเป็นชีวะ แต่มันไม่เป็นเวทนามันไม่เป็นความรู้สึก เล็บเรายาวออกมาเป็นชีวะนะ มีอาหารเลี้ยงมันก็ยังยาวออกไปพร้อมกันและฟันหนัง มี cytoplasm มี protoplasm มีองค์ประกอบเป็นเซลล์ออกมาเรื่อยๆ มันยังโตได้ แต่ไม่มีความรู้สึกไม่มีเวทนา ไม่มีกรรมไม่มีวิบาก ไม่มีบาปไม่มีบุญ ตัดทิ้งก็ได้ เป็นอุตุไป แต่ไม่ตัดก็เป็นพีชะเป็นพืช เล็บเราที่ยังไม่ตัดออกเป็นชีวะยาวออกไป คนติดเล็บก็เอาไป paint หรือพวกไว้เล็บยาวๆ เคยเห็นไหม? เขาถือว่าวิเศษใครมาแตะไม่ได้จะร้องไห้ตายเลย คือหลง นึกว่าเป็นของวิเศษ ทรมานทรกรรมตัวเอง ถ้าเขายังไม่ชัดเจนลักษณะของอุตุเป็นอย่างนี้ อุตุ มันเป็นดินน้ำไฟลม พระอรหันต์ทำจิตตนเองแยกเป็นอุตุได้เลย จึงตายแล้วแยกธาตุจิตตนเป็นอุตุเลย ก็ไม่รวมตัวเป็นจิต หรือพีชะได้ กว่ามันจะรวมตัวเป็นแสงสีเสียงแม่เหล็กไฟฟ้า ก็นานๆๆ กว่าจะรวมตัวมาเป็นพืชก็อีกนานๆๆๆๆ กว่าจะมาเป็นสัตว์ก็อีกนานๆๆๆ ยิ่งกว่าอีก จากสัตว์ก็จะมารู้กรรมวิบากก็อีกนานเป็นอจินไตย เป็นเรื่องที่ไม่ใช่เอามาพูดเล่น ต้องเชื่อกรรมเชื่อวิบากเชื่อกรรมเป็นของของตน จะทำกรรมในที่ลับและที่แจ้งก็เป็นของเรา การแยกกาย แยกกาม แยกกรรม ออก พยัญชนะคล้ายกันนะ การกระทำที่เป็น กาม แล้วก็เกี่ยวข้องกับสองสภาพกาย มีภายนอกภายใน เมื่อสัมผัสกันก็เกิดมามีความรู้สึกเจ็บรู้สึกปวด รู้สึกรักชัง อย่างแรง เป็นจิต แต่ถ้าไม่แล้ว ไม่รู้สึกเจ็บปวด ไม่จองเวรจองกรรม มีแต่ตัวตนของพืชเท่านั้นเอง ไม่ได้ก็ไม่มีการ ผลัก ไม่มีโทสะ มีแต่ราคะ มีแต่ตัวที่ราคะนี่ก็คือ รากะ ก็คือราก พอจาก รากะก็มาเป็นราคะ กะ คือกก ต้น กอ เสร็จแล้วได้ก็เป็นการเคลื่อนที่เป็น ค มาเป็นราคะ กะ ตัวต้น ข คือว่าง เป็นสองธาตุ ธาตุมีกับภาพที่ว่าง มาเป็น ค คือสามไม่ว่างแล้ว เป็นราคะ เอา อะกับอาใส่ อะสั้นกว่าอา รักนี่ไม่ลงราก อาตมารัก ไม่ลงราก แต่จะตายด้วยรากหรือเปล่า? มันไอ อาเจียน รากไม่ออก หากรากไม่ออกก็ตาย ต้องรากออกจะไม่ตาย 630214_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ธรรมะ 2 ของบุคคล 7

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน